“ณวัฒน์” ปิดจ๊อบคดี “อนุทิน” จบๆ ไป ดีใจด้วยได้เป็นนายกฯ ชี้ไปโฟกัสเรื่องน้ำมันดีกว่า ย้ำไม่หยุดพูดการเมืองในฐานะเจ้าของภาษี เหลือค้างแค่คดี “กามิน” ประกาศขึ้นค่าตัวอิงฟ้าทำขวัญนาคเป็น 1 ล้าน อาจเป็นครั้งเดียวในประวัติศาสตร์ที่ได้เห็น จ้างเถอะคิดอะไรเยอะแยะ รับรองคุ้ม
หลังจากที่เคลียร์คดีหมิ่นประมาทกับนายกรัฐมนตรี “อนุทิน ชาญวีรกูล”จบลงด้วยดี ด้วยการที่ “ณวัฒน์ อิสรไกรศีล”ออกมาโพสต์ขอโทษและขอบคุณที่อีกฝ่ายยอมถอนฟ้องให้ ซึ่งเจ้าตัวก็เผยว่าถือว่าจบลงด้วยดี ถึงแม้จะรู้สึกอย่างไรก็ตาม แต่เชื่อว่าทุกคนคงเข้าใจสถานการณ์ตอนนี้ดีว่าเป็นอย่างไร ยินดีกับตำแหน่งนายกฯ ด้วย
“คือเมื่อวานซืนกับเมื่อวานก็ขึ้นศาล แล้วก็ต้องขอบคุณผู้พิพากษาที่พยายามจะไกล่เกลี่ย ตอนแรกสถานการณ์ก็ไม่ค่อยดี ก็เจอกันคนละครึ่งทาง เราต้องยอมรับว่าสถานการณ์ตอนนี้มันเป็นแบบไหน ทุกคนคงเข้าใจได้นะครับ แล้วผมเองศาลชั้นต้นยกฟ้องไปแล้วว่าไม่มีมูลเหตุที่จะฟ้องแต่การอุทธรณ์ของท่านทำให้ศาลกลับมารับฟ้องได้ แล้วถ้าเราสืบแล้วพิพากษา เราก็มั่นใจ แต่ทางโน้นก็ยื่นไมตรีมาว่าขอเจอกันคนละครึ่งทางเพื่อลดปัญหา เราก็ยินดี ก็เลยเจอกันแบบนั้นนะครับ
สรุปก็คือจบ คดีเมื่อวานนี้ก็เลยอยู่บนศาลแค่ประมาณเที่ยง แล้ววันนี้จริงๆ ต้องสืบอีกวันก็ไม่ได้สืบแล้ว ก็ถือว่าคดีถึงสิ้นสุดกันไประหว่างผมกับท่าน ก็คงเข้าใจสถานการณ์ วันนี้ก็ดีใจกับท่านด้วยได้เป็นนายกฯ แล้ว ดีใจกับท่านด้วยจริงๆ อันนี้ผมพูดตรงๆ นะ เพราะว่าอยากให้ท่านไปโฟกัสเรื่องใหญ่ๆ เรื่องระดับประเทศที่จำเป็นมากๆ เรื่องกระทบกระทั่งกันด้วยเรื่องที่มันเป็นเรื่องปกติ เป็นผู้ป่วยจริง ผมว่าท่านเองก็คงจะเข้าใจในตรงนี้ด้วยครับ แต่วันนั้นไม่ได้เจอท่านครับ ได้เจอท่าน สส. ท่านหนึ่ง ที่ท่านมอบอำนาจมา เป็น สส. อยู่ในคณะใหม่”
บอกยังจะตั้งคำถามต่อไป เพราะผู้เสียภาษีคือเจ้านาย ย่อมมีสิทธิถามได้
“สำหรับผมถามว่าโอเคไหม ผมก็ต้องตอบว่าโอเค ถึงแม้ว่ามันอาจจะไม่ได้ทั้งหมด แต่เราต้องเข้าใจ เราก็แฮปปี้ตามนั้น มันจะได้จบๆ กันไป เพราะก็ไม่อยากให้ทุกคนเป็นภาระซึ่งกันและกัน ไปดูน้ำมันแพงดีกว่า ไปดูน้ำมันไม่มีในปั๊มดีกว่า มันไม่มีจริงไหม หรือมันยังไม่ขาย รอขึ้นราคาหรือเปล่า ควรจะไปทำงานอย่างอื่นครับ แต่ตอนนี้ผมกับรัฐบาลทุกคนก็จบสิ้นลงหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นคุณประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ว่าจะเป็นคุณอนุทิน ไม่ว่าจะเป็นคุณปารีณา ไกรคุปต์ เราก็เคลียร์หมดแล้ว อันนี้เป็นคดีแรกที่ไกล่เกลี่ย ที่เหลือก็พิพากษาแล้ว ตอนนี้เหลือคดีเดียวคือจี กามิน ในชีวิตเหลือคดีเดียวครับ ซึ่งจะเริ่มสืบเดือนพฤษภาคม
ถามว่าเราต้องมาระมัดระวังเรื่องนี้ไหม จริงๆ ผมก็ยังอยากพูดเพื่อจุดความน่าสนใจให้คนในสังคมได้ตั้งคำถาม ได้เฝ้าสังเกต แต่เราก็ต้องยอมรับเหมือนกับคนที่ไปฟ้องกกต. ทั้งๆ ที่รู้สึกเป็นแบบนั้น แต่ กกต. ก็ฟ้องกลับระเนระนาด ถามว่าผมจะทำต่อไหม ผมก็ทำ เพราะว่าเรามาถึงจุดนี้แล้ว แต่ก็ต้องวอนองค์กรอิสระและคนของรัฐบาลว่า คุณต้องเข้าใจหัวอกของคนที่เป็นคนไทยด้วยว่าเขารู้สึกอย่างไร
การที่คุณรับฟังมันคือการเอาใจใส่ แต่ถ้าคุณไม่ฟังมันจะหมายถึงการเอาแต่ใจ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าทุกอย่างมันเดินหน้าได้ เพราะมันใช้องค์กรที่มันเกี่ยวข้องกับระบบภาษีทั้งหมด เมื่อภาษีเป็นของประชาชน ประชาชนเป็นเจ้านาย เราต้องนึกอยู่เสมอว่าเราคือเจ้านาย แล้วเจ้านายสอบสวนถามลูกน้องไม่ได้ กกต. ก็ลูกน้องของประชาชน มันก็แปลก พูดอย่างนี้เดี๋ยวจะฟ้องอีกหรือเปล่าไม่รู้ เวียนหัวมาก”
เผยยังจะเป็นเวทีที่ให้นางงามพูดเรื่องการเมืองได้เสมอ
“มีครับ มีแน่นอนล้านเปอร์เซ็นต์ เกี่ยวกับการเมือง เพราะนางงามตอบใช่ไหม นางงามก็ขึ้นศาล (หัวเราะ) ก็ดูพัชรพร (น้ำ พัชรพร จันทร์ประดิษฐ์) สิครับ กว่าจะเคลียร์กับลุงตู่ได้ (หัวเราะ) ผมว่าเวทีมิสแกรนด์อยากเป็นเวทีที่หยิบยื่นประเด็นให้สังคมตระหนักคิด แต่ไม่ได้ชี้นำว่าใครเลวใครชั่ว และก็ไม่ได้ใส่ร้ายป้ายสีใคร นำเรื่องที่เกิดขึ้นแล้วมาพูด ไม่เคยเอาเรื่องในจินตนาการอนาคตมาเล่า
อย่างเช่นผมพูดถึงเรื่องโควิด ซึ่งเกิดเสร็จหมดแล้วทุกอย่างกับตัวเรา อย่างพูดกับ กกต. เราก็พูดถึงเรื่องที่มันเกิดแล้ว เช่น บัตร QR code เรื่องไม่ให้นับใหม่ เรื่องที่พิมพ์บัตรเกิน 3 ล้าน เรื่องที่พิมพ์โรงพิมพ์ของรัฐบาล มหาดไทยพิมพ์ เรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง ว่าในใบจัดซื้อจัดจ้างมันมีบอกไหมว่าต้องมี QR code มันไม่มี แล้วรับสินค้ากันยังไง อันนี้คือเรื่องเกิดขึ้นแล้ว ก็ไม่ต้องมาฟ้องผมนะ นี่มันเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว เพราะฉะนั้นท่านมีหน้าที่อธิบาย หรือตอบข้อสงสัยของคนสงสัยเท่านั้นเอง
ถ้าบอกว่านางงามตอบคำถามการเมือง มักจะตอบแรง ผมว่ามันอาจจะมีสัก 10% ที่ต้องยอมรับว่าตอบแรง แต่โดยปกติแล้วอยากให้ทุกคนทราบว่า เด็กในรุ่นเหล่านี้มันเป็นอย่างนี้กันเกือบหมดแล้ว พูดอะไรมันก็แรง อย่าไปหารุ่นคุณตาคุณยายเลย นั่นเขาไม่กล้าพูด เขาเกรงใจทุกคน ไปอำเภอยังไหว้เจ้าหน้าที่เสมียนอยู่เลย มาขอแบบฟอร์มลงทะเบียนทำบัตรประชาชนใหม่ก็ไหว้เจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่ไม่ได้ไหว้ เจ้าหน้าที่ 20-30 คุณตาคุณยาย 70 ไหว้ ผมว่าประเทศไทยมันแปลกๆ เด็กเหล่านี้เขานับถือสิทธิของเขาเป็นหลัก ก็ให้เขาพูดไปเถอะดีแล้ว ถ้าเขาไม่พูดแบบนี้ประเทศเราจะลำบาก”
เผยดีใจกับแฟนๆ นางงามที่ได้เห็นโมเมนต์ “อิงฟ้า วราหะ” กับ “โอปอล สุชาตา ช่วงศรี”
“ก็ดีใจด้วยกับแฟนนางงามที่อยากเห็น ผมเองไม่ได้ปิดกั้นนะครับ ก็ตั้งแต่มิสยูนิเวิร์สครั้งที่แล้ว ผมก็ปลดปล่อยลงไปเยอะ ผมก็ไม่ได้ตำหนิเลย หลายคนมารอสตอรี่ส้ม มันไม่มีหรอกครับ เพราะไม่รู้จะไปสตอรี่ทำไม แล้วอิงฟ้าเขาก็ไม่ได้ทำเพราะอยู่ๆ อยากทำ เราสนิทกันเราก็ต้องบอก เจอกัน มันก็เป็นเรื่องปกติ ทำไปเถอะนะเราไม่ได้ว่าอะไร เพราะว่าคนเราเจอกันมารยาทก็ต้องมี ผมเจอคุณปุ้ย (ปิยาภรณ์ แสนโกศิก) ผมยังเซย์ไฮ งานไปรับรางวัลก็เจอกัน คนเราจะมาเสียมารยาทไม่ได้
มันไม่ได้หมายความว่าปลดล็อก แต่มันหมายถึงว่าเรามีไมตรีจิต ที่เราจะเป็นคนมีมนุษยสัมพันธ์หลังจากความสัมพันธ์มันหายไปเท่านั้นเอง แต่เราไม่ได้บอกว่าเราสนิทกันเหลือเกิน เราเป็นเพื่อนซี้ เราเป็นทองแผ่นเดียวกัน มันไม่ใช่ขนาดนั้น แต่หมายถึงโมเมนต์แบบนี้ก็ดีแล้วนะ จะได้จบๆ กันไป เพราะก็ไม่อยากให้ทุกคนเป็นภาระซึ่งกันและกัน ถามว่าอนาคตจะมีความร่วมมือกันหรือเปล่า ตอนนี้ยังไม่มี อนาคตตอบไม่ได้ แต่จริงๆ แล้วมันก็คนละสาย นางงามเหมือนกัน แต่คนละสไตล์ เขาจะมารับนางงามแบบเราได้เหรอ เอะอะโวยวาย ด่ารัฐบาล ด่าองค์กรอิสระ เขาจะรับได้ไหม อันนี้ก็ต้องดูพวกเราด้วย ว่าเราสมฐานะที่จะให้ใครมาคบหรือเปล่า
ถามว่านางงามทีพีเอ็นกับนางงามแกรนด์จะอยู่บนเวทีเดียวกันได้แล้วหรือเปล่า เมื่อเช้านี้วีนา (ปวีนา ซิงค์) ไปแล้ว ได้ค่าตัวเยอะมาก เราเลยตัดสินใจให้ไป จริงๆ ก่อนหน้านี้ก็หลีกเลี่ยงครับ แต่มันเป็นงาน และก็ลดเพดานบินให้มันรู้สึกว่าถ้อยทีถ้อยอาศัย ที่สำคัญคือค่าตัวต้องแพง ใครจะเรียกอีกก็ได้นะไปเจอกัน แต่ค่าตัวต้องแพง ค่าตัว 6 หลักขึ้น 15 นาที เมื่อเช้านี้คือ 15 นาที ห้ามเกิน 15 นาทีให้ถ่ายรูป หรือจะเชิญผมไปเจอเขาก็ได้นะ แต่ค่าตัว 7 หลัก (หัวเราะ) เงินสามารถปลดได้ทุกล็อกครับ เรื่องจริง เราเป็นมืออาชีพไง เราไม่ได้เสร็จงานแล้วไปกินข้าวด้วยกัน เราก็แค่ปรากฏตัวและก็ทำงานตามโจทย์ เปิดงานอะไรก็เปิดกันไป แล้วก็กลับบ้าน เดี๋ยวแผนกบัญชีก็ไปเก็บเงินมา”
ประกาศขึ้นค่าตัว “อิงฟ้า” ทำขวัญนาคจาก 5 แสนเป็น 1 ล้านบาท!
“จนป่านนี้ยังไม่มีใครจ้างอิงฟ้าทำขวัญนาคเลย พูดมาตั้งแต่ปี 2022 แล้ว ก็ไม่รู้เหมือนกันทำไมไม่กล้า พูดอีกครั้งหนึ่งนะ ใครที่มีเงินจ้างอิงฟ้าเถอะ ครั้งเดียวในประวัติศาสตร์ 4 ชั่วโมงร้องไม่หยุด อาม ชุติมาบอก 5 แสน อิงฟ้าต้อง 1 ล้านเท่านั้น เพราะว่าอามจะมาเทียบชั้นอิงฟ้าไม่ได้ มันคนละสไตล์ อิงฟ้าเขาเป็นทั้งนางงาม เป็นทั้งมงฯ ใหญ่ เป็นทั้งดารา เป็นทั้งนักร้อง มีทั้งคอนเสิร์ตเดี่ยว แล้วก็อีกอย่างหนึ่งมีพรีเซ็นเตอร์หัวจรดเท้า อาม ชุติมา จะมาสู้อะไร
เอาอย่างนี้ ถ้าตอนนี้ใครเอาอิงฟ้า เอา 1 ล้านจริงๆ เพราะว่าน้องอายุเยอะขึ้น น้องนั่งพับเพียบ 4 ชั่วโมงอาจจะเหนื่อยนิดหนึ่ง เอาเป็นว่าอย่าไปคิดเรื่องความคุ้ม ถ้าคุณจ้าง แฟนคลับอิงฟ้าคงตามไปทั้งประเทศ เขาอยากเห็นภาพนี้ ถ้าทำกลุ่มปิดนี่รวยนะ เอาอย่างนี้ดีกว่า ติดต่อด่วน ตามเบอร์ที่ปรากฏอยู่ในโซเชียลทั่วไป มีคนรับงานคนเดียว ทำขวัญนาคนี่จะเข้าฤดูกาลเข้าพรรษานะ รับรายเดียว 1 ล้านบาท ไกลแค่ไหนก็ไป ไปบวชกาฬสินธุ์ มหาสารคามก็ไป นั่ง 4 ชั่วโมง ไม่หยุดนะ 1 ล้าน ทำมีมทั้งประเทศ
ถามว่าถามอิงฟ้าหรือยัง เด็กอยู่ในสังกัด เด็กอยู่ในโอวาทด้วย (หัวเราะ) ทำได้ มีเหตุมีผล 1 ล้าน แล้วจะมีใครทำขวัญนาค 1 ล้านบาท นางคือคนแรกในประเทศ แล้วอาจจะเป็นคนเดียวในประเทศที่กล้าจ้าง และอาจจะเป็นครั้งเดียว เพราะฉะนั้นใครจะทำเอาแน่นอน ใครที่ทำก่อนคือไวรัลและเป็นซิกเนเจอร์ ทำครั้งเดียว 1 ล้าน เป็นผม ผมเอาแล้ว เศรษฐียุ้งข้าวเอยอะไรเอยเยอะแยะ พ่อแม่ลูกจะบวช เอาเถอะ ล้านเดียวเอง คิดอะไรกันเยอะแยะ ล้านเดียวไม่เยอะ เศรษฐีเวลาเขาบวชที เลี้ยงที 3-4 ล้าน อิงฟ้าล้านเดียว คนมาแน่นเลย แล้วก็เก็บซองสิ คนมาก็เก็บคืนนั้นเลย ไม่ต้องมาให้วันรุ่งขึ้น”


