xs
xsm
sm
md
lg

“โจอี้ ภูวศิษฐ์” เกินฝัน จากเด็กบ้านนอก ขึ้นแท่นพระเอกหนัง 300 ล้าน หวังแต้มบุญส่งให้ได้ร่วมงานกับ “แบมแบม”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“โจอี้ ภูวศิษฐ์” ปลาบปลื้มที่สุด ขึ้นแท่นพระเอก 300 ล้าน ไม่สนเปอร์เซ็นต์เพิ่ม เผยเล่นสัปเหร่อเพื่ออุทิศให้พี่ชายผู้ล่วงลับ พร้อมเหมาโรงหนังให้ยายดูสานฝันวัยเด็ก เกินฝันเด็กบ้านนอกได้เล่นหนัง หวังแต้มบุญได้ร่วมงานกับ “แบมแบม” ในอนาคต

เป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่อง สัปเหร่อ 2 ก้าวเข้าสู่ 300 ล้านเป็นที่เรียบร้อย สำหรับนักร้องหนุ่ม “โจอี้ ภูวศิษฐ์ อนันต์พรสิริ” ที่เจ้าตัวเองเผยไม่คิดไม่ฝันเหมือนกันว่าจะมาได้ขนาดนี้ เพราะตอนที่ “ต้องเต ธิติ ศรีนวล” ชวนเล่นหนังเรื่องนี้ก็ไม่ได้คิดเรื่องค่าตัวเลย คิดแค่อยากจะอุทิศให้พี่ชายที่เสียไปเท่านั้น ถึงไม่มีส่วนแบ่งเพิ่มจากรายได้ก็ไม่เป็นไร ถ้ามีโอกาสได้เล่นภาพยนตร์อีกครั้งก็ยินดี

“ดีใจครับ เพราะว่าเรื่องนี้ทางผู้กำกับ ทางทีมงานเขาเต็มที่และตั้งใจมากๆ ครับ ไม่คิดไม่ฝันว่าตัวเองจะได้เป็นส่วนหนึ่งของ 300 กว่าล้านขนาดนี้ครับ ก็ขอบคุณทุกโอกาสที่เข้ามาในชีวิต ปลาบปลื้มมากครับ ดีใจ ภูมิใจในตัวเองด้วยครับ ภูมิใจในทางทีมงาน ภูมิใจที่เราทำผลงานนี้จนไปถึงคนดูตั้ง 310 ล้านบาท มันยอดเยี่ยมครับ เพราะว่าเรื่องแรกของผมเลยในชีวิต ตื่นเต้นจริงๆ ขอบคุณแฟนๆ หนังทุกคน ตอนนี้หนังก็ฉายได้น่าจะเป็นอาทิตย์สุดท้ายแล้ว ใครที่ยังไม่ได้ไปดูก็ไปดูนะครับ เรื่องสัปเหร่อ 2 ครับ

ไม่เคยคิดเลยครับว่าจะได้ผลตอบรับดีขนาดนี้ คือตอนที่พี่ต้องเตชวนไปเล่น ผมอยากเล่นหนังอยู่แล้ว คือพอสักเรื่องนึงก็เป็นคนรู้จัก ก็เป็นเพื่อนมาชวนไปเล่น เราก็อยากไปร่วมงานชิ้นนี้กับเพื่อนมาก พอพี่ต้องเตชวนผมแล้วให้ผมไปเล่นจริงๆ นะ ก็ดีใจที่นึกถึงผม พอไปเล่นจริงๆ แล้วมันเหมือนไม่ได้ไปถ่ายหนังครับ มันเหมือนไปเจอเพื่อนฝูง ทีมงานก็เป็นมิตร ช่วยดูแลกัน เอ็นเตอร์เทนสนุกสนาน ทั้งพี่ๆ นักแสดงท่านอื่นๆ ด้วยครับ

ฟีดแบ็กที่บ้านยายชอบนะครับ ที่บ้านเขาชอบ คือผมบอกว่าช่วยชวนคนละแวกแถวบ้านไปดูเลย เดี๋ยวจ่ายค่าตั๋วให้ ทีแรกว่าจะเหมาโรง ปั่นยอดด้วย ยายก็ไปดู พาเพื่อนบ้านไปดูด้วยและก็ภูมิใจนะ เพราะเราจากเด็กบ้านนอกคนนึงครับ ไม่คิดว่าจะได้อยู่ในโรงหนังที่เราเคยขอพ่อขอแม่พาไปดูหนังในโรงหนังหน่อย จนวันนึงเราทำงานมีเงินแล้วเราได้เล่นหนัง ได้ไปอยู่ในนั้น เราก็อยากออกเงินให้ยาย ออกเงินให้เด็ก ให้คนที่อยากไปดูที่บ้านไปดูครับ มันรู้สึกภูมิใจครับ”

บอกไม่คิดเอาเปอร์เซ็นต์เพิ่ม เพราะอยู่แก๊งเดียวกับ “ก้อง ห้วยไร่” อยู่แล้ว
“ไม่หรอกครับ ผมว่าถ้าเป็นรายได้อะไรพวกนี้เขาก็จะมีแบ่งเข้ากันหมดนั่นแหละครับ คือเราได้สิ่งตอบแทนมามากกว่าค่าเงินที่ได้อยู่แล้ว ตั้งแต่แรกที่เล่นไม่ใช่เพราะอยากได้เงิน ผมบอกพี่ต้องเตว่าถ้าให้ผมเล่น ผมจะเล่นเรื่องนี้เพื่ออุทิศการแสดงนี้ให้กับพี่ชายผมที่เสียไปครับ ผมก็เลยรับไว้ก่อน ค่าตัวเท่าไหร่ช่างมัน ขอแค่ได้เล่นก่อน พอได้เล่นหนังเรื่องนี้มันก็เป็นการเปิดโอเพ่นในชีวิตเราว่าอย่างน้อยเราก็ได้เล่นหนังเรื่องนี้ เผื่อมีโอกาสการแสดงอื่นเข้ามาอีก เพื่อให้เราได้ขยับเติบโตไปเรื่อยๆ ในอนาคต

แต่ถามว่าเปอร์เซ็นต์เพิ่มไหม อันนี้คือเราตกลงกันตั้งแต่แรกแล้วครับ เอาเท่าที่ตกลงตามสัญญาครับ ถ้าภาคต่อไปน่าจะยากครับ เพราะว่าผมตายไปแล้ว จริงๆ ผมคุยกับพี่ต้องเตอยู่ว่าถ้ามีเรื่องอื่นที่อยากให้ไปเล่นชวนผมด้วยนะ เพราะผมชอบทำงานกับเขา เพราะว่าจริงๆ แล้วอยู่ในเครือรู้จักกันอยู่แล้ว พี่ต้องเตเขาก็เป็นน้องพี่ก้อง (ก้อง ห้วยไร่) แก๊งเดียวกัน เราก็เริ่มเตะบอลด้วยกัน เริ่มสนิทรู้จักกัน ก็อยากร่วมงานตลอด เพราะร่วมงานกับแก๊งไทบ้านนี่สนุกมากเลยนะครับ เขาเป็นกันเอง”

ฝันหากได้ร่วมงาน “แบมแบม กันต์พิมุกต์ ภูวกุล” ถือเป็นบุญบารมีที่สะสมมา
“ตอนถ่ายกับน้องแบมแบมที่กระทิงแดง เจอกันทีแรกเราก็เกร็งนะ เขาเป็นระดับโลก แล้วเราเป็นแบบภูธร บ้านนา เรามาอยู่ข้างๆ กันกับแบมแบม น้องเขาก็ไนซ์มากเลยนะครับ เป็นกันเองมาก ทำให้เราสบายใจในการถ่ายทำ พอวันนึงที่น้องเขาอยากร่วมงานกับผม ถ้าวันนึงได้ร่วมงานกับน้องแบมแบม เป็นเพลงนึงที่ร็อกไทยๆ มีความเป็นอีสานผสมกับความอินเตอร์ คงจะเข้ากัน ก็น่าจะเป็นวัฒนธรรมบวกกัน ที่ผสมซูเปอร์ไซย่ารวมพลังกัน

กับแบมแบมมันต้องเป็นเวิลด์มิวสิก ผมจะเอาพิณเข้าไปให้มันเข้ากับสไตล์น้องแบมแบม คือมีความเป็นป๊อป ป๊อปกับพิณกับร็อก ผสมกันสามอย่าง รวมมาเป็นพินป๊อป จริงๆ ถ้าได้ร่วมงานกันก็คงจะดีมากๆ เพราะว่าผมก็เป็น FC GOT7 กันทั้งบ้านอยู่แล้ว ถ้าได้ร่วมงานก็เป็นบุญบารมีที่เราสะสมมา คงจะใช้หมดแล้วล่ะครับ เผื่อน้องแบมแบมมาร้องเพลงภาษาอีสาน ผมร้องเพลงภาษาเกาหลี”

โพสต์หวานถึงแฟน ไม่ได้คลั่งรัก แต่เป็นการแสดงออกถึงความรัก
“ไม่ได้คลั่งนะ แต่มันเป็นชีวิตประจำวันอยู่แล้วครับ คือทุกวันนี้ผมคืออันดับหนึ่งของจักรวาล ของพหุจักรวาลในใจของแฟนผมครับ เพราะผมชนะทุกอย่าง ก็เลยได้เป็นที่หนึ่งในใจของคนที่ผมรักครับ ไม่เขินครับ เพราะว่าจริงๆ ผมอยากให้ความรักที่มันเป็นอย่างนี้ มันจะได้เป็นพลังงานที่ดี สดใส เรามีความรักเราก็แสดงความรักออกมา เรารักใครก็ต้องแสดงความรักออกมา มันเป็นสิ่งที่ดีที่จะสื่อสารออกไปให้คนเห็น ไม่เห็นก็ไม่รู้ แต่ว่าเป็นอยู่ก็พยายามดูแลรักษากันให้ดีครับ

ผมก็ดีใจนะครับที่แฟนคลับเข้าใจ เพราะว่าเราเป็นมนุษย์เป็นวัยรุ่นนะครับ มันต้องมีความรักเป็นธรรมดา ในสี่ห้องหัวใจนี้ก็มีแฟน มีแฟนคลับ มีครอบครัว มีหมา มีแมว มีงาน มีภาระ มีหนี้สิน มันก็รวมกันไปได้ แต่ถ้าว่าผมมาคิดว่าวันนึงถ้าเรารักใครและจริงใจ มันจะเป็นพลังงานที่จะให้ทุกคนได้เห็นได้รับพลังงานบวกจากเรานะครับ แต่เรื่องงานแต่งคือไม่ได้มองไว้ครับ แต่ว่าอนาคตมันเป็นไปได้เหมือนกัน เพราะว่าคนรักกัน มันก็ต้องมีวันที่เราต้องแต่งงานกัน แต่ว่าตอนนี้ผมยังไม่มองถึงตอนนั้น เพราะผมกับแฟนก็ยังคุยกันอยู่ ทำงานเก็บเงิน แล้วก็ใช้ชีวิตให้สนุก อยากไปเที่ยวไหนไปเที่ยว ไปเที่ยวให้ครบรอบโลกก่อน ตอนนี้ได้สองประเทศ ความรักชนะทุกอย่างครับ”