ค่ำคืนอันยิ่งใหญ่ของฮอลลีวูดอย่างงานประกาศรางวัล Academy Awards ครั้งที่ 98 เต็มไปด้วยทั้งช่วงเวลาแห่งความซาบซึ้ง เสียงหัวเราะ และสีสันหลังเวทีที่ผู้ชมทางบ้านไม่เคยได้เห็น แต่สำหรับ ทิโมธี ชาลาเมต์ นี่อาจเป็นค่ำคืนที่อยากลืมมากที่สุด
แม้จะมีชื่อเข้าชิงจากภาพยนตร์ Marty Supreme แต่สุดท้ายเขากลับต้องกลับบ้านมือเปล่า โดยรางวัลนักแสดงนำชายตกเป็นของ ไมเคิล บี. จอร์แดน ขณะที่รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมเป็นของ One Battle After Another ความพ่ายแพ้ดังกล่าวยิ่งถูกซ้ำเติม เมื่อเขากลายเป็นเป้าแซวของพิธีกร โคแนน โอไบรอัน ตั้งแต่ช่วงเปิดงาน
มุกตลกที่ถูกพูดถึงมากที่สุด คือการหยิบยกคำให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ของชาเลเมต์ ที่กล่าวในทำนองว่า “ไม่มีใครสนใจโอเปราหรือบัลเลต์อีกแล้ว” มาเล่นบนเวที โดยโคแนนแซวว่า การรักษาความปลอดภัยปีนี้เข้มงวดเป็นพิเศษ เพราะเกรงว่าจะถูก “ชุมชนโอเปราและบัลเลต์โจมตี” ก่อนจะตอกย้ำด้วยประโยคเสียดสีเพิ่มเติม สร้างเสียงหัวเราะทั้งฮอลล์ ขณะที่กล้องจับภาพนักแสดงหนุ่มนั่งยิ้มอยู่ข้าง ไคลี เจนเนอร์ แฟนสาว
อย่างไรก็ตาม บรรยากาศดูเหมือนจะไม่ได้เป็นมิตรนัก เมื่อมีรายงานว่าชาเลเมต์และเจนเนอร์ลุกออกจากงานไปช่วงหนึ่ง ท่ามกลางกระแสแซวอย่างต่อเนื่อง ก่อนจะกลับเข้ามาอีกครั้งในช่วงท้ายของพิธี
นอกจากบนเวทีแล้ว ประเด็นคำพูดของชาเลเมต์ยังถูกพาดพิงซ้ำในช่วงรับรางวัลของผู้ชนะบางราย โดยมีการกล่าวถึงพลังของศิลปะอย่าง “บัลเลต์และละครเวที” ในการเปลี่ยนแปลงสังคม ราวกับเป็นการโต้กลับทางอ้อม ขณะเดียวกัน การแสดงดนตรีจากภาพยนตร์ Sinners ที่มีนักบัลเลต์ชื่อดังร่วมแสดง ก็ยิ่งทำให้ประเด็นนี้ถูกพูดถึงมากขึ้น
เบื้องหลังดราม่าดังกล่าวมาจากบทสัมภาษณ์เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งชาเลเมต์เคยกล่าวว่า เขาไม่อยากทำงานในวงการศิลปะบางแขนงที่ต้อง “พยายามยื้อให้คงอยู่ ทั้งที่ไม่มีใครสนใจแล้ว” แม้เจ้าตัวจะย้ำในภายหลังว่าเคารพศิลปินทุกแขนง แต่คำพูดดังกล่าวก็สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง รวมถึงจากบุคคลในแวดวงโอเปราและบัลเลต์
แม้จะพลาดรางวัลใหญ่ แต่ชาเลเมต์ยังคงปรากฏตัวในงานเลี้ยงหลังพิธีอย่าง Vanity Fair Oscar Party โดยพยายามรักษาบรรยากาศให้ผ่อนคลาย ท่ามกลางเพื่อนร่วมวงการที่เข้ามาให้กำลังใจจำนวนมาก ก่อนจะออกจากงานอย่างเงียบๆ
ย้อนกลับไปก่อนพิธีเพียงไม่กี่สัปดาห์ ชาเลเมต์ได้ให้สัมภาษณ์ในเวทีเสวนาร่วมกับสื่อ โดยกล่าวถึงอุตสาหกรรมศิลปะบางแขนงว่า
“ผมไม่อยากทำงานในบัลเลต์หรือโอเปรา ที่ต้องพยายามรักษาอะไรบางอย่างเอาไว้ ทั้งที่เหมือนไม่มีใครสนใจมันอีกแล้ว”
แม้เขาจะพยายามปิดท้ายด้วยการแสดงความเคารพต่อศิลปินแขนงดังกล่าว แต่ถ้อยคำนี้ก็สร้างแรงกระเพื่อมในวงการวัฒนธรรมอย่างรวดเร็ว ทั้งฝั่งโอเปราและบัลเลต์ออกมาโต้แย้ง ขณะที่ศิลปินหลายคนมองว่าเป็นการลดทอนคุณค่าของศิลปะดั้งเดิม และคำพูดดังกล่าวก็ย้อนกลับมาหลอกหลอนเขาในคืนออสการ์ เมื่อถูกหยิบไปล้อเลียนกลางเวที
ในแง่เส้นทางรางวัลออสการ์ ชาเลเมต์ถือเป็นหนึ่งในนักแสดงรุ่นใหม่ที่ถูกจับตามองมาอย่างต่อเนื่อง โดยเขาเคยเข้าชิงรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมมาแล้วจากภาพยนตร์ Call Me by Your Name ซึ่งทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในผู้เข้าชิงอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์
ค่ำคืนออสการ์ครั้งที่ 98 กลายเป็นคืนที่ยากจะลืมสำหรับ “ทิโมธี ชาลาเมต์” หลังพลาดรางวัลใหญ่ให้ “ไมเคิล บี. จอร์แดน” พร้อมถูกพิธีกรและผู้ร่วมงานหยิบคำพูดเรื่องโอเปรา-บัลเลต์มาแซวซ้ำ สะท้อนแรงกระเพื่อมจากบทสัมภาษณ์ที่ยังไม่จางหาย
ต่อมา เขายังคงมีผลงานเด่นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น Dune, Wonka และล่าสุด Marty Supreme ที่ส่งให้เขากลับมาอยู่ในเส้นทางลุ้นรางวัลอีกครั้งในปีนี้ อย่างไรก็ตาม แม้กระแสวิจารณ์จะค่อนข้างดี แต่เขาก็พลาดรางวัลให้กับ ไมเคิล บี. จอร์แดน ไปอย่างน่าเสียดาย


