“บอย - พีธ” รวมตัว ประกาศจัดคอนเสิร์ตใหญ่ ในรอบ 23 ปี ปลดล็อกทั้งศิลปินและแฟนคลับ ถึงเวลากลับมาเจอกันแล้ว ดีใจกระแสตอบรับดีมาก แต่แอบกังวลกลัวคนไม่มาซื้อบัตร แย้มแขกรับเชิญเซอร์ไพรส์แน่นอน
หลังแยกย้ายกันไปเติบโตในเส้นทางของตัวเอง ล่าสุดดูโอ้ในตำนาน “พีซเมกเกอร์” ก็ได้กลับมารวมตัวกัน พร้อมประกาศจัดคอนเสิร์ตใหญ่ ในรอบ 23 ปี ให้แฟนๆ ได้หายคิดถึง ในวันที่ 16-17 พฤษภาคม 2569 ณ ยูโอบี ไลฟ์, เอ็มสเฟียร์ (UOB LIVE, EMSPHERE) โดยเมื่อวานนี้ (17 มี.ค.) สองสมาชิกอย่าง “บอย อนุวัฒน์ สงวนศักดิ์ภักดี” และ “พีธ พีราวัชร์ อัศววชิรวิท” ก็ได้จัดงานแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ ก่อนจะเผยถึงจุดเริ่มต้นของ “PEACEMAKER THE RE:PEACE CONCERT” ว่าจริงๆ มีการพูดคุยกันมาปีกว่าแล้ว
บอย : “จุดเริ่มต้นคือผมไปออกรายการของพีธ แล้วหลังจากนั้นก็คุยกันมาเรื่อยๆ ประมาณปีกว่า ก็นัดคิวกันจนได้วันที่ลงตัว สถานที่พร้อม”
พีธ : “ก็บอกว่ามันถึงเวลาแล้วนะบอย เราไม่ได้เล่นด้วยกันมานานมากแล้ว เอาหรือยัง”
บอย : “ก็ตั้งปี 2548-2549 เพราะหลังจากที่เราพักไป ไม่ได้ทำเพลงด้วยกัน ต่างคนก็ต่างมีหน้าที่การงานในโปรเจกต์ของตัวเอง พีธเขาก็ไปเป็นผู้บริหาร มันก็คิดถึงวันเวลาเก่าๆ แต่เราเจอกัน อัปเดตชีวิตกันอยู่ตลอดครับ เขาก็เป็นจุดเริ่ม ว่าเอาทำไหม อยากทำ ชื่อคอนเสิร์ตก็ความหมายตามชื่อวงเราด้วย อยากให้ทุกคนมาทบทวนความรู้สึกแบบนั้น”
ความพิเศษจัดเต็ม ไม่ได้มีแค่ซึ้ง แต่ได้เสียเหงื่อด้วย
บอย : “คิดว่าต้องมีการเสียเหงื่อแน่นอน”
พีธ : “เขาส่งผมไปเรียนเต้นแล้วครับ เครียดกว่าตอนร้องเพลงอีก ปาดเหงื่อก่อน”
ดีใจกระแสตอบรับดีมาก
บอย : “ดีใจครับ ที่ได้การตอบรับเยอะมาก คนที่อยู่กับเรามา และเฝ้ารอเรามา เขาทักมาเยอะมาก บอกว่าเตรียมตัวพร้อมกดบัตร เราก็ดีใจที่เพลงของเรายังอยู่ในใจของพวกเขา ทุกครั้งเวลาไปงาน แล้วเราถ่ายรูปด้วยกัน ก็จะมีแฟนๆ ถามว่าเมื่อไหร่จะจัดคอนเสิร์ต จะรียูเนียนไหม”
ปลดล็อกการรอคอย 23 ปี
บอย : “ผมก็รู้สึกว่ามันนานจริงๆ ก็คุยกับพีธว่ามันคงถึงเวลาแล้ว ที่เราสองคนจะกลับมาตอบแทนความรักของแฟนๆ ทุกคนที่เขารอเรามาและมอบให้เรามา ส่วนตัวเราก็ตื่นเต้นครับ ความรู้สึกเหมือนย้อนกลับไปอัลบั้มแรก ทำคอนเสิร์ตครั้งแรก ตอนที่เราทำเพลงด้วยกัน เหมือนความเป็นเด็กมันกลับมาอีกครั้ง
พีธ : “มันเป็นความรู้สึกสนุกเหมือนวันแรกครับ สนุกตั้งแต่ถ่ายโปสเตอร์กันแล้วครับ
น้อมรับตำนานดูโอ้คนโสด
บอย : “ยินดีครับ น้อมรับครับ ตรงไหนก็ได้ที่ให้เราได้อยู่ เรารู้สึกเป็นเกียรติทั้งหมด จะเป็นตัวแทนคนโสด คนอกหัก หรือคนมีความรัก เรารับจบหมดครับ”
พีธ : “คิดถึงเราก็พอแล้วครับ”
บอย : “ถามว่ามีอะไรต้องปรับจูนกันไหม ผมว่าน่าจะต้องมีแหละ เพราะตัวเขาเองก็มีความสามารถที่เขาถนัด ผมก็มีสิ่งที่ผมถนัด ยิ่งไม่ได้เจอกันนาน ยิ่งต้องเหมือนมาอัปเดตกัน เอาข้อมูลมาจูนกัน”
พีธ : “ประสบการณ์ที่เราสั่งสมกันมาทั้งคู่ ก็ต้องเอามาแชร์กัน แล้วก็สร้างผลงานชิ้นใหม่ในคอนเสิร์ตครั้งนี้ครับ”
กังวลกลัวคนไม่มาซื้อบัตร
บอย : “กลัวคนไม่มาซื้อบัตรนี่แหละ (หัวเราะ) อยากให้ผ่านพ้นวันที่ขายบัตรไป คือเราลุ้นมากๆ ครับ ถ้าผลตอบรับดี มันจะปลดล็อกไปแล้วหนึ่ง แล้วค่อยมาถึงโชว์ ว่าเราจะจัดยังไงให้คนที่เขาเสียเงินซื้อบัตรเรามารู้สึกคุ้มค่า และประทับใจกลับไป แล้วก็รออีก 23 ปีข้างหน้า”
พีธ : “อีก 23 ปีเลยเหรอ (หัวเราะ)”
บอย : “กลัวจริงๆ เพราะไม่กล้ามั่นใจ ไม่รู้ว่ากระแสที่กลับมาหาเรา มันจริงหรือหลอก หรือเพียงพอไหม ที่จะบูสให้คนไปซื้อบัตร อย่างทิ้งกันนะครับ เรื่องโซเอ้าท์ยังไม่กล้าคิดไปถึงตรงนั้น เอา 2 วันนี้ให้หมดก่อน”
ทำการบ้านหนักมาก กับการเลือกแขกรับเชิญ
บอย : “ผมพยายามทำการบ้านตรงนี้กับพีธนะครับ ก็พยายามให้แขกที่มามีอะไรรีเลทกับเรา มาแล้วไม่เคอะเขิน โจทย์สำคัญที่สุดคือต้องเป็นสุดยอดในแต่ละสายของเขา”
พีธ : “เซอร์ไพรส์ครับ เพราะจะไม่เคยเห็นเรากับพวกเขาเหล่านี้เลย เป็นกล่องสุ่ม แรนด้อมครับ”
เพลงที่อยากร้องเป็นพิเศษยังไม่ได้คิด เพราะมีแฟนๆ มาทวงเองแล้ว ว่าเพลงนี้ต้องมีนะ
บอย : “จะเป็นเรื่องการทวงเพลงจากแฟนๆ มากกว่า ว่าเพลงนี้ต้องมีนะ คือพอประกาศคอนเสิร์ตไป ก็จะมีแฟนเพลงส่งข้อความมา ว่าจะได้ยินเพลงนี้ในคอนเสิร์ตไหม ดีที่เราก็จะได้เอาข้อมูลนี้ไปทำการบ้านในการทำโชว์ด้วย”


