ทางรอดผู้ประกอบการ เบนเข็มธุรกิจจากแค่ขายในไทย สู่การบุกตลาดในตะวันออกกลางแบบถูกวิธี เชื่อมต่อเวทีให้ผู้ประกอบการไทยนำเสนอสินค้า จับมือจนพาไปสู่การสั่งซื้อจริง
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ตลาดตะวันออกกลางกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของผู้ประกอบการไทยที่ต้องการขยายสินค้าไปสู่ตลาดต่างประเทศ ด้วยกำลังซื้อที่สูงและความต้องการสินค้าใหม่จากหลายประเทศ อย่างไรก็ตาม แม้สินค้าไทยจะได้รับการยอมรับในด้านคุณภาพเหนือกว่าหลายประเทศ แต่ผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยยังเผชิญกับอุปสรรคในการเข้าสู่ตลาดจริง เนื่องจากขาดความเข้าใจเกี่ยวกับโครงสร้างการค้าของตะวันออกกลาง โครงสร้างการนำเข้า ข้อกำหนดของสินค้า การจัดจำหน่ายในตะวันออกกลาง และการได้เจอกับเทรดเดอร์ผู้ซื้อตัวจริงในตะวันออกกลาง
ผู้นำเข้าสินค้าจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ระบุว่า ที่ผ่านมาเจอผู้ประกอบการไทยจำนวนไม่น้อยต้องใช้เวลาหลายปีในการเรียนรู้โครงสร้างการนำเข้าและการค้าของตลาดตะวันออกกลาง เพราะไม่มีผู้เชี่ยวชาญพาเดินในตลาดนี้ บางรายต้องเผชิญกับข้อจำกัดทางธุรกิจจากการตัดสินใจที่ผิดพลาดในช่วงเริ่มต้น ทำให้ไม่สามารถเดินไปได้และละทิ้งความฝันในตลาดนี้ไป
จุดที่ผู้ประกอบการไทยมักพลาดในช่วงเริ่มต้นขยายตลาดไปตะวันออกกลาง
หนึ่งในปัญหาสำคัญที่เกิดขึ้นบ่อย คือการเริ่มต้นส่งออกโดยยังไม่ได้ศึกษาโครงสร้างการทำธุรกิจและการค้าในตะวันออกกลางให้ดีเสียก่อน โดยเฉพาะเรื่องของการขึ้นทะเบียนสินค้าในประเทศปลายทาง ซึ่งเป็นขั้นตอนที่สำคัญมากที่สุด เพราะเกี่ยวข้องกับสิทธิ์ในการจำหน่ายสินค้าได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายของตะวันออกกลาง และเกี่ยวข้องกับสิทธิ์ทางการค้าในระยะยาวของเจ้าของแบรนด์
ที่ผ่านมา ผู้ประกอบการไทยมักเลือกให้เทรดเดอร์หรือผู้นำเข้าเป็นผู้ดำเนินการขึ้นทะเบียนสินค้าของตัวเอง โดยลืมคำนึกถึงสิทธิ์การค้าในระยะยาว และไม่ได้กำหนดเงื่อนไขทางธุรกิจอย่างรอบคอบ ส่งผลให้สิทธิ์การจำหน่ายสินค้าในประเทศนั้นถูกผูกขาดอยู่กับคู่ค้ารายเดียว และทำให้เจ้าของแบรนด์ไม่สามารถขยายตลาดหรือขายสินค้านี้ให้กับเทรดเดอร์รายอื่นได้ในอนาคต
นอกจากนี้ ผู้ประกอบการจำนวนหนึ่งยังเข้าใจว่าการขยายตลาดไปตะวันออกกลางควรเริ่มต้นจาก “การพูดคุยเรื่องใบสั่งซื้อหรือจำนวนออเดอร์ก่อน” แต่ในความเป็นจริง เทรดเดอร์เองก็ต้องการศึกษาสินค้าก่อนเช่นกัน เพราะสินค้าเหล่านี้ไม่ได้มีเพียงผู้ประกอบการไทยเท่านั้นที่นำเสนอ ประเทศอื่นก็มีสินค้าในลักษณะเดียวกัน ดังนั้น การนำเสนอสินค้าให้เทรดเดอร์ได้รู้จักจึงเป็นขั้นตอนสำคัญในช่วงเริ่มต้นของการขยายตลาดไปตะวันออกกลาง เพราะช่วยสร้างความเชื่อมั่นทั้งในตัวสินค้าและบริษัทของเจ้าของแบรนด์ และหากผู้ประกอบการมีความพร้อมทั้งในด้านการขึ้นทะเบียนสินค้าและการทำการตลาด ก็จะช่วยให้การขยายตลาดประสบความสำเร็จได้เร็วขึ้น และสามารถยืนระยะในตลาดได้ในระยะยาว
ตลาดตะวันออกกลางต้อง “วางเกมก่อนขาย”
ผู้นำเข้าสินค้าจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ระบุว่า ตลาดตะวันออกกลาง โดยเฉพาะในประเทศแถบอ่าวอาหรับ มีระบบการนำเข้าและการขึ้นทะเบียนสินค้าที่ชัดเจน รวมถึงรูปแบบการทำการตลาดสไตล์ตะวันออกกลางให้กับสินค้า เพื่อให้เทรดเดอร์นำไปใช้ในการกระจายสินค้าให้กับ distributor ในทุกช่องทางการขาย เพราะฉะนั้น หากผู้ประกอบการต้องการขยายตลาดไปตะวันออกกลางจะต้องเริ่มต้นจากการนำเสนอสินค้าให้เทรดเดอร์รู้จักสินค้าและบริษัทของคุณเสียก่อน เพราะการซื้อขายนั้นไม่ใช่จะสามารถตกลงกันได้จากการรู้จักกันอย่างผิวเผินแค่วันเดียว เราจึงต้องวางเกมธุรกิจในระยะยาวก่อนวางขายจริง
เปิดเวทีเชื่อมผู้ประกอบการไทยกับเทรดเดอร์ตัวจริงจากตะวันออกกลาง เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการไทยเข้าใจตลาดมากขึ้น บริษัท วันเอเชียฟู้ด จำกัด ได้จัดกิจกรรม Business Lunch ภายใต้แนวคิด “Thailand–Middle East Trade Connection” ในวันที่ 5 มีนาคม 2569 เป็นการเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการไทยได้นำเสนอสินค้าและพูดคุยเชิงธุรกิจกับเทรดเดอร์จากตะวันออกกลางโดยตรง
กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นโดย คุณรวีวรรณ เหล่านพกุล กรรมการบริษัท วันเอเชียฟู้ด จำกัด ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากเครือข่ายพันธมิตรทางการค้าในดูไบ ให้ทำหน้าที่เป็น Trading Agent หนึ่งเดียวในประเทศไทย ในการสรรหาและคัดเลือกผู้ประกอบการที่มีสินค้าไทยที่มีศักยภาพในการขยายตลาด เพื่อนำเสนอแก่ผู้นำเข้าและเทรดเดอร์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง
ภายในงานจะมีเทรดเดอร์จากตะวันออกกลาง เช่น ดูไบ, คูเวต, กาตาร์, โอมาน, ซาอุดิอาระเบีย ผลัดเวียนกันเข้ามาร่วมรับฟังการนำเสนอสินค้าจากผู้ประกอบการไทยโดยตรง ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับความต้องการของตลาด มาตรฐานสินค้า ขั้นตอนการนำเข้า และการจัดจำหน่ายสินค้าตามช่องทางการขายต่างๆ ซึ่งสินค้าของผู้ประกอบการไทยทุกคนที่มาเข้าร่วมในงานนั้น บริษัทวันเอเชียฟู้ด จะผลักดันให้เกิดการสั่งซื้อจริงเพื่อให้สินค้า Go to market ในตะวันออกกลางได้จริงๆ “ไม่ต้องลองผิดลองถูก หากมีผู้เชี่ยวชาญพาเข้าตลาดตะวันออกกลาง”
คุณรวีวรรณ เหล่านพกุล กรรมการบริษัท วันเอเชียฟู้ด กล่าวว่า ผู้ประกอบการไทยจำนวนมากมีศักยภาพด้านการพัฒนาสินค้า และสินค้าทุกตัวมีจุดเด่น และมีศักยภาพในการขายในตะวันออกกลาง แต่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังไม่กล้าขยายสินค้าของตัวเองไปยังต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดตะวันออกกลาง เพราะไม่มีผู้เชี่ยวชาญพาเดิน ที่ผ่านมาเลยได้แต่ไปร่วมงานกับรัฐบาลอย่างเดียว แต่สุดท้ายก็ได้แค่นามบัตรกลับบ้าน และเกิดการซื้อขายจริงน้อยมาก ทำให้สินค้าไทยไม่มีจำหน่ายในตะวันออกกลาง
“การจะขยายตลาดไปตะวันออกกลางไม่ควรเริ่มต้นจากการลองผิดลองถูก หากผู้ประกอบการไทยมีผู้เชี่ยวชาญพาเดินในตลาดนี้ ในทุกมิติทั้งการขึ้นทะเบียนสินค้า โครงสร้างการนำเข้า และเงื่อนไขทางธุรกิจตั้งแต่ต้น จะสามารถลดความเสี่ยงและวางกลยุทธ์การขยายตลาดได้ในระยะยาว”
เธอกล่าวเพิ่มเติมว่า บทบาทของวันเอเชียฟู้ดคือการทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชิงรุกในการเชื่อมต่อผู้ประกอบการไทยกับเครือข่ายเทรดเดอร์ในตะวันออกกลาง พร้อมทั้งช่วยคัดเลือกสินค้าไทยที่มีศักยภาพและวางแนวทางการเข้าสู่ตลาดอย่างเหมาะสม โดยไม่ต้องรอให้ผู้ประกอบการไทยไปออกงานแฟร์
Business Lunch: Thailand-Middle East Trade Connection ผู้ประกอบการไทยตบเท้าเข้าร่วมกิจกรรมอย่างคึกคัก
กิจกรรม Business Lunch: Thailand–Middle East Trade Connection เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมามีผู้ประกอบการไทยจากหลากหลายหมวดธุรกิจเข้าร่วมรวม 25 ท่าน จาก 19 บริษัท สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจของผู้ประกอบการไทยในการขยายตลาดสู่ต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ภายในงานมีหลากหลายอุตสาหกรรมมาเข้าร่วม ประกอบด้วย Processed Food, Logistic, Import-Export, Food Supplyment Agricultural Packaging, Personal Care, Agricultural, Animal Feed, Beverage, Cosmetics & Skincare
โดยมีผู้ประกอบการมาเข้าร่วม ได้แก่ คุณกัญญ์พิชา วรไพสิฐกุล และ คุณ ปทิตตา กิจวัชรมงคล บริษัท เยียระกานต์ จำกัด, คุณ ศรัณย์พงศ์ นวลเขียว บริษัท เท็น บิลเลี่ยน โกลบอล จำกัด, คุณพิมพ์ภัสร์ สีหามาตย์ บริษัท ซูเดอร์ร่า อินเตอร์ โลจิสติกส์ จำกัด, คุณฝนทิพย์ วิเศษสงศ์สหกิจ เจ้าของแบรนด์ Gloketter , คุณสรวิศ มีมงคลเกียรติ และ คุณ สุมิตรา มีมงคลเกียรติ เจ้าของแบรนด์ โดล์เช่ แกรนเด เจลาโต้, คุณมณฑนรรห์ มีมงคลเกียรติ เจ้าของแบรนด์ แสนดี ถุงเกษตรอินทรี, คุณพิชชากร จิวเลิศสกุล เจ้าของแบรนด์ Veenia , คุณตรีนุช วริทธิ์กุล ฮวง เจ้าของแบรนด์ Koii p.o.p, คุณธนาพร สืบเรือง บริษัท ฟูลเซอร์เคิล ไบโอเทคโนโลยี จำกัด, คุณณัฐนนท์ บุญหล้า บริษัท ฟูลเซอร์เคิล ไบโอเทคโนโลยี จำกัด, คุณ พิทยา พยัคฆวงศ์ บริษัท ฟูลเซอร์เคิล ไบโอเทคโนโลยี จำกัด, คุณศิริรัตน์ วรเกศ เจ้าของแบรนด์ King Global Whey Coffee, คุณฌดาภา มีโพธิ์กลาง เจ้าของแบรนด์ กระดุมทอง, คุณปัณณรัตน์ ศิริเลิศสมบัติ บริษัท สิริเลิศสมบัติ (เฮลท์) จำกัด, คุณนวรัตน์ พิมเสน และ คุณพงศพัศ บุญมาก บริษัท จันที คอร์เปอเรชั่น จำกัด, คุณวีนิธาร์ อาเขต, คุณ นิกร ศิลป์ประชาวงศ์ และ คุณธนิต อมรนิตกิจเวช บริษัท สยาม อัลฟ่า โฮลดิ้ง จำกัด, คุณณัฐนันท์ สังข์แก้ว บริษัท โกลบอล ฟรุต จำกัด, คุณมะลิวรรณ กิตติวิริยะการ และคุณปรเมษฐ์ คงแก้ว บริษัท เคที พาร์ทเนอร์ จำกัด, คุณอาทิตยา ขวัญสุข, บริษัท มาร์วาลิค เฮลท์ จำกัด
โอกาสที่เกิดขึ้นได้จริงของสินค้าไทยในตลาดตะวันออกกลาง
จากกระแสตอบรับของผู้ประกอบการไทยในงานครั้งนี้ ทำให้เห็นว่าตลาดตะวันออกกลางยังคงเป็นหนึ่งในเป้าหมายของผู้ประกอบการที่อยากขยายตลาดทั้ง Mass Market และ Niche Market และภูมิภาคตะวันออกกลางเองก็เปิดโอกาสให้สินค้าไทยได้เข้ามานำเสนอสินค้าอย่างต่อเนื่อง พร้อมให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการไทยในโครงสร้างการค้า การตลาด การทำธุรกิจ และการเตรียมความพร้อมอย่างเหมาะสม
บริษัทวันเอเชียฟู้ดจึงมีแผนจัดกิจกรรม Business Lunch: Thailand–Middle East Trader Connection อย่างต่อเนื่อง เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยได้เชื่อมต่อกับเครือข่ายผู้นำเข้าในภูมิภาคตะวันออกกลาง และสร้างโอกาสทางการค้าใหม่ระหว่างสองภูมิภาคในระยะยาว โดยผู้ประกอบการที่สนใจเข้าร่วมงานสามารถลงทะเบียนได้ที่ Line Official: @oneasiafood หรือ ติดตามข่าวสารได้จาก www.oneasiafood.com


