xs
xsm
sm
md
lg

“ป๋าเต็ด” ชี้ “โอม ค็อกเทล” ลาออก เรื่องปกติศิลปินมีอีโก้จนเกิดความขัดแย้ง อนาคตค่าย GeneLab ไม่ถูกยุบ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์




“ป๋าเต็ด” รับตกใจ “โอม ค็อกเทล” ลาออก แต่ชี้เป็นเรื่องปกติที่ศิลปินมีอีโก้จนเกิดความขัดแย้งได้ พร้อมเชื่อมั่นค่าย GeneLab ไม่ถูกยุบแน่นอน เพราะเป็นของแกรมมี่ แค่รอฟังชื่อผู้บริหารคนใหม่เท่านั้น

หลังจากที่ “โอม ค็อกเทล” หรือ “ปัณฑพล ประสารราชกิจ”ศิลปินวงค็อกเทล และทีมบริษัทครึ่งเก้าของเจ้าตัว ได้ออกมาประกาศยุติบทบาทในฐานะผู้บริหารค่ายเพลง GeneLab และ 19 ในเครือ GMM Music ก็จุดกระแสเดือดของศิลปินในค่ายอย่าง จ๋าย ไททศมิตร และ กิต Three Man Down ที่ออกมาโพสต์ขอคำชี้แจงจากต้นสังกัดอย่างแกรมมี่ว่าเหตุผลคืออะไรกันแน่

ล่าสุดได้เจอตัว “ป๋าเต็ด ยุทธนา บุญอ้อม” ในงาน The 2nd BT Awards: The Impact Makers เวทีประกาศรางวัลแห่งอนาคต ณ แกรนด์ฮอลล์ ชั้น 3 ทรู ดิจิทัล พาร์ค เจ้าตัวก็เปิดเผยว่าไม่ทราบรายละเอียดในเรื่องนี้ แต่ก็ตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น และมองว่าเป็นวัฏจักรที่เกิดขึ้นได้ตลอด

“เอาจริงๆ ผมไม่ทราบรายละเอียดเลย เพราะว่าในแกรมมี่ตอนนี้แบ่งเป็นหลายแผนกมาก ผมเชื่อว่าโอมเป็นคนค่อนข้างที่จะชัดเจนในการอธิบาย หรือนำเสนออะไรต่างๆ ผมว่าโพสต์ที่โอมเขาโพสต์ค่อนข้างที่จะครบถ้วน เบื้องต้นก็ตกใจเพราะว่าเราเองก็ร่วมงานกับโอมมาจนวินาทีสุดท้าย ก่อนวันที่เขาประกาศเราก็ยังทำคอนเสิร์ต Three Man Down ซึ่งเป็นศิลปินในสังกัด GeneLab กับเขาอยู่ ต่อไปมันคงเป็นสเต็ปของการให้กำลังใจว่าก้าวต่อไปของเขาจะเป็นอย่างไร แต่ต้องขอโทษจริงๆ ในแง่ของรายละเอียดหลายอย่างผมไม่รู้เลย พอๆ กับอีกหลายคนที่ไม่ได้รู้อะไรเลย

ผมว่ามันเป็นธรรมดาที่ค่ายเพลงที่โอมเขาดูแลอยู่มันสำเร็จมากจริงๆ ดังนั้นมันก็ต้องสร้างความตกใจ แต่ว่ามันไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้น จริงๆ มันเกิดเรื่องนี้ขึ้นตลอดเวลาในวงการบันเทิงของเรา ในที่สุดแล้วทุกครั้งที่เกิดขึ้น เรื่องแบบนี้ในมุมมองของผมมันไม่ใช่ว่าเราสูญเสียบุคลากร หรือว่าสูญเสียองค์กรที่อาจจะเป็นที่รักของเรา แต่มันอาจจะกลายเป็นว่ามันแตกออกเป็นสององค์กร แล้วมันก็เติบโตขึ้นไปทั้งสององค์กร ถ้ามองย้อนกลับไปเอาแค่แกรมมี่จริงๆ ก็สูญเสียบุคลากรไปหลายคน หลายคนก็ลาออกไปและไปตั้งบริษัทใหม่ หรือไปอยู่ในบริษัทอื่นๆ ก็ตาม เราก็เห็นว่าแกรมมี่ก็เติบโตต่อไป ในขณะที่พี่ๆ น้องๆ หลายคนที่ออกไปก็ออกไปเติบโต ในมุมนึงที่มองโลกสวยหน่อยก็เป็นประโยชน์ต่อวงการ ทำให้เราได้เห็นสีสันที่หลากหลายมากขึ้น

แต่ถ้าเกิดไม่มองโลกสวย ก็บังเอิญเป็นแบบนี้มาเสมอ ผมคงต้องใช้คำว่าวัฏจักรของคนทำงานด้านครีเอทีฟ โดยเฉพาะงานด้านพาณิชย์ศิลป์มันเป็นธรรมดาว่ามันนำเสนอแนวทางความคิดได้หลากหลาย หลายครั้งอาจจะสอดคล้องกัน หลายครั้งอาจจะไม่สอดคล้องกัน ซึ่งไม่มีใครผิด เพียงแต่ว่าจะไปทางไหนดี ดังนั้นมีโอกาสที่คิดไม่เหมือนกัน ผมเองก็ลาออกจากแกรมมี่มาสองรอบแล้ว รอบแรกไปทำแฟตเรดิโอ รอบที่สองก็ไปทำบริษัทออแกไนเซอร์ แล้วก็กลับมา และก็มีความสุขกันดี ถ้ามองอย่างโลกไม่สวย ออกไปเกิดความไม่สำเร็จก็สามารถกลับมารวมกันอีกได้ไหม ผมเลยมองว่าอันนี้เป็นธรรมชาติมากของวงการนักคิดวงการพาณิชย์ศิลป์”

ยอมรับศิลปินทุกคนมีอีโก้ ความขัดแย้งย่อมต้องมี
“ผมว่ามุมหนึ่งผมก็เข้าใจผู้คนที่อ่านข้อความ ไม่ว่าจะของคุณโอมเอง หรือของศิลปินบางท่านที่ออกมาแสดงความคิดเห็น และตีความไปได้หลากหลายจริงๆ แต่อย่างไรก็ตามข้อเท็จจริงก็มีอยู่ และธรรมชาติของวงการนี้แต่ละคนเก่งๆ ทั้งนั้น ครีเอทีฟนักคิดแล้วคนที่จะมาทำงานในวงการนี้ไม่ว่าจะเป็นศิลปิน ไม่ว่าจะเป็นโปรดิวเซอร์ต้องมีความเป็นตัวเองสูง พูดง่ายๆ คือต้องมีอีโก้ระดับหนึ่ง ไม่อย่างนั้นทำงานตรงนี้ไม่ได้ ดังนั้นมันเป็นเรื่องธรรมดาที่จะเห็นไม่ตรงกัน ถ้าเกิดอย่างนั้นลองแยกกันดู ถามว่ามีการขัดแย้งไหม มันก็ต้องมี ถ้าไม่มีแล้วเขาจะลาออกเหรอ แต่ว่ามันจะรุนแรงถึงขนาดที่ว่าคุณไม่เคยเห็นมาก่อน มันไม่ขนาดนั้น ผมว่ามันเป็นเรื่องธรรมชาติ

ผมไม่ทราบรายละเอียดมาก่อนจริงๆ ครับ แต่ด้วยการตัดสินใจระดับนี้มันไม่ได้มีความคิดชั่วข้ามคืน ผมว่าน่าจะมีการพูดคุยและเจรจากันมาพอสมควร แต่ว่าในขั้นตอนกระบวนการเจรจาเรานั้นใครรู้มากรู้น้อยผมไม่ทราบ เพราะโดยส่วนตัวผมไม่รู้รายละเอียดเลยจริงๆ ผมก็อยู่คนละแผนก”

ขอให้รอดูว่าผู้บริหารคนใหม่จะเป็นใคร อาจจะไม่มีคำถามอีกต่อไปก็ได้
“ผมว่าอันนี้ไม่สามารถพูดแทนศิลปินได้จริงๆ แต่ถ้าเกิดพูดกันตามเนื้อผ้าทุกอย่างมันก็เป็นไปตามสัญญาที่เซ็นกันเอาไว้ เหตุมันเพิ่งเกิดความตกใจมันต้องมี ความจริงมันยังไม่มีการเจรจาพูดคุยกัน ผมเข้าใจตัวศิลปินนะ ลูกพี่เขาลาออกแล้วใครจะมาดูแลแทนมันก็ยังไม่มีการชี้แจง ซึ่งในที่สุดมันก็ต้องมี เมื่อมีแล้วเราค่อยไปดูตอนนั้นดีกว่า เรื่องของสมองไหลมันเกิดขึ้นตลอดเวลาและเป็นธรรมชาติของวงการนี้ ผมเลยไม่รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่รุนแรงกว่าที่เคยเกิดขึ้นมา แต่ถามว่าตกใจไหม ตกใจแน่นอน

เคสของโอมจะบอกว่าไม่กระทบกับแกรมมี่เลยคงเป็นไปไม่ได้ เพียงแต่ว่ามันต้องรอดู เพราะตอนนี้ผมก็ยังไม่ทราบเลยว่าใครจะมาเป็นผู้บริหารแทนทีมของโอม ซึ่งผมคิดว่าก็คงจะมีการประกาศเร็วๆ นี้ เพราะว่าในแกรมมี่เองมีมืออาชีพเต็มไปหมด ถึงเวลาตอนนั้นอาจจะไม่มีคำถามมาถามเลยก็ได้เมื่อได้ยินชื่อคนนั้นที่ขึ้นมาแทน เพราะได้เห็นทิศทาง ทุกอย่างก็ออนต่อไป”

เชื่อ GeneLab จะไม่ถูกยุบ
“ไม่น่าจะเป็นอย่างนั้นนะครับ เพราะเท่าที่เห็นรายละเอียด GeneLab เป็นค่ายเพลงที่อยู่ในสังกัดของแกรมมี่ บริหารโดยบริษัทครึ่งเก้าคุณโอมที่เป็นผู้รับจ้างบริหาร ดังนั้นคุณโอมออกไปไม่ได้เอา GeneLab ออกไปด้วยออกไปในนามของบริษัทครึ่งเก้าซึ่งบริหารค่ายเพลงที่ชื่อว่า GeneLab ในส่วนของศิลปินใน GeneLab ในแง่ของความรู้สึกมันมีเกิดขึ้นแน่ๆ ในเมื่อหัวหน้าออกไป แต่ถ้าได้ยินว่าใครเข้ามาแทน คิดว่าน่าจะประกาศเร็วๆ นี้ เพราะไม่น่าจะทิ้งระยะเวลาไว้นาน เราก็คงได้เห็นท่าทีที่ชัดเจนมากขึ้น”