xs
xsm
sm
md
lg

ปริศนา “กุญแจซอล” เลือกผัวทิ้งแม่!? ตัดขาดไม่เผาผี!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กลายเป็นประเด็นร้อนฉ่า เมื่อพิธีฌาปนกิจศพ “แม่มุกดา บุญทอง” เมื่อวันที่ 11 มี.ค.69 ที่ผ่านมา กลับไร้เงาลูกสาวอดีตนางเอกดังอย่าง “กุญแจซอล ป่านทอทอง” มาร่วมส่งคุณแม่เป็นครั้งสุดท้าย ปิดตำนานลูกสาวกตัญญูเสาหลักของครอบครัว สู่ชนวนดรามา “เลือกผัวทิ้งแม่” ที่สังคมยังคาใจ

จากลูกสาวในโอวาท สู่ ขบถรัก หักดิบครอบครัว
ย้อนไปก่อนเกิดรอยร้าว กินเวลาเกือบ 10 ปี กุญแจซอล คือความภาคภูมิใจสูงสุดของตระกูลบุญทอง เธอคือลูกสาวที่อยู่ในกรอบ อยู่ในสายตาของ “พ่อนึกคิด” และ “แม่มุกดา” มีคุณแม่มุกดาเป็นลมใต้ปีกเฝ้ากองถ่ายทุกฝีก้าว ตั้งแต่เข้าวงการ AF6 จนก้าวเป็นนางเอกช่อง 7 ครอบครัวคาดหวังให้เธอประสบความสำเร็จทั้งในด้านการเรียน และการเป็นนางเอกแถวหน้าของช่อง 7 เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับครอบครัว

แต่จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อเธอพบรักกับ “กัปตันณัฏฐ์” ฌณัฏฐ์ เลิศพัฒนาไทย หนุ่มสุราษฎร์ธานี กัปตันสายการบินไทยสไมล์ ในงานบรรจุข้าวเปลือกพอเพียง ปลายเดือน พ.ย. ปี 2559 โลกใบเดิมที่เคยถูกขีดเส้นไว้ก็เปลี่ยนไป กัปตันณัฏฐ์ คือรักครั้งแรกและครั้งสุดท้ายของกุญแจซอล เธอให้คำนิยามว่าเขาเป็นเหมือนพ่อ ผู้ให้คำปรึกษาและตักเตือน จนนำไปสู่การตัดสินใจหักดิบเดินออกจากบ้านในวันที่ 8 ก.พ. 2560 ในขณะที่กำลังตั้งครรภ์โดยไม่บอกกล่าวใคร ครอบครัวติดต่อไม่ได้เป็นเวลาหลายเดือน เพื่อไปสร้างครอบครัวใหม่ หลังฝ่ายชายซึ่งเป็นคนที่เธอเลือกเองและต้องการใช้ชีวิตด้วย ไม่เป็นที่ยอมรับของครอบครัว จนถูกมองว่าเป็นภาวะ “ขบถ” ของเด็กที่ถูกควบคุมมาตลอดชีวิต ทิ้งตำแหน่งนางเอกและเสาหลักบ้านไว้ข้างหลัง
 
ปมเดือด! "ล้างสมอง" หรือ "ทางเลือกชีวิต"?
ชนวนเหตุสำคัญที่ทำให้พ่อนึกคิดและแม่มุกดาประกาศ “ตัดลูก” เกิดขึ้นที่โรงพยาบาล ตอนกุญแจซอลคลอดลูกชายคนแรก เมื่อครอบครัวบุญทองระบุว่าถูกฝ่ายสามีลูกสาวกีดกันไม่ให้พบลูกและอุ้มหลาน จนเกิดการปะทะคารมกันอย่างรุนแรง นำไปสู่การตัดแม่ตัดลูกผ่านสื่อ และขอให้กุญแจซอลเปลี่ยนนามสกุล รวมทั้งมีข่าวลือว่าสามีสั่งให้กุญแจซอลเลิกรับงานบันเทิง โดยอ้างว่า “มีปัญญาเลี้ยง” กุญแจซอลโดนสังคมโจมตีว่าถูกสามีล้างสมอง ครอบงำ จนลืมพระคุณพ่อแม่ แต่คนใกล้ชิดอีกฝ่ายออกโรงปกป้องว่ากุญแจซอลเพียงต้องการปกป้องครอบครัวใหม่ที่เธอสร้างขึ้นมาเอง และฝ่ายชายต้องการให้เธอทำหน้าที่แม่บ้านเต็มตัว ไม่ต้องรับงานในวงการอีกต่อไป

หลังจากเหตุการณ์นั้น กุญแจซอลได้ออกจากวงการบันเทิงไปทำหน้าที่แม่บ้านเต็มตัว กลายเป็นคุณแม่ลูกดก มีลูกถึง 5 คน และไม่ได้ติดต่อกับครอบครัวเป็นเวลานาน ไม่ว่ามีข่าวใดๆ หลุดออกมา เจ้าตัวเลือกที่จะนิ่งเงียบและใช้ชีวิตเรียบง่ายกับครอบครัวของตนเอง
 
“อโหสิกรรม” แค่ภาพลวงตา? รอยร้าวที่ไม่เคยประสานสนิท
ในปี 2563 ภาพกุญแจซอลพาสามีและลูกชายคนแรก เข้าเยี่ยมแม่มุกดาที่ป่วยเป็นมะเร็งลำไส้ เคยสร้างความหวังให้แฟนคลับว่า “สายเลือดอย่างไรก็ตัดไม่ขาด” มีภาพร่วมโต๊ะอาหารและการขอขมาที่ดูเหมือนทุกอย่างจะจบลงด้วยดี

แต่ความจริงกลับปรากฏชัดในวาระสุดท้ายของแม่มุกดา ที่ไร้เงาอดีตนางเอกสาว จนถูกวิจารณ์สนั่นว่า “ผีไม่เผา เงาไม่เหยียบ” ของจริง ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในวงการบันเทิง สำหรับคนระดับนางเอกที่จะทำแบบนี้ ขณะที่ทางด้าน “แจกัน” น้องสาว ออกมาตอกย้ำความจริงผ่านโซเชียล ปฏิเสธข่าวลือกุญแจซอลซื้อบ้าน 8 ล้านให้พ่อแม่ ยืนยันครอบครัวผ่อนกันเองมาตลอดเกือบ 10 ปี ตอกย้ำว่า “ความโกรธอาจจางหาย แต่ความสัมพันธ์ไม่เคยกลับมาเหมือนเดิม”

เซฟโซนที่ชื่อว่า “สามี”
ในขณะที่กุญแจซอลใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับลูกๆ ถึง 5 คน และมองว่าสามีคือ “เซฟโซน” ที่ดีที่สุด แต่ภาพการจากไปอย่างไม่มีวันกลับของแม่มุกดาโดยไร้ลูกสาวเคียงข้าง กลายเป็นกระจกสะท้อนสังคมเรื่อง Parental Control (การควบคุมลูก) ที่แน่นเกินไป จนวันหนึ่งเมื่อลูกเลือกทางเดินเองได้ จึงกลายเป็น “ไปแล้วไปลับไม่กลับมา” ทิ้งไว้เพียงคำถามที่สังคมยังถกเถียงไม่จบสิ้น

เคสของกุญแจซอลกลายเป็นกรณีศึกษาเรื่องช่องว่างระหว่างวัยและการเลี้ยงดู นักวิชาการมองว่านี่คือผลลัพธ์ของการเลี้ยงลูกแบบควบคุมเข้มงวด เมื่อลูกพบ “เซฟโซน” ใหม่ที่เข้มแข็งพอ ลูกจึงเลือกที่จะทิ้งโลกใบเดิมเพื่อรักษาพื้นที่สบายใจของตัวเองไว้

การหายไปของกุญแจซอลในวันส่งแม่ครั้งสุดท้าย อาจเป็นตราบาปในสายตาคนนอก แต่สำหรับเจ้าตัว มันอาจเป็นการยืนยันถึง “ทางเลือก” ที่เธอเลือกแล้วว่าจะไม่หันหลังกลับ เป็นการปิดฉากความสัมพันธ์ตระกูล “บุญทอง” และลูกสาวที่เคยรักที่สุด รวมทั้งการที่ครอบครัวประกาศชัดเจนในวันฌาปนกิจศพแม่มุกดาว่ามีลูกแค่ 2 คน เท่ากับเป็นการประกาศชัดว่าครอบครัวก็ไม่เอาอีกฝ่ายแล้วเหมือนกัน

เรื่องราวของกุญแจซอลและครอบครัว เป็นกระจกสะท้อนเรื่อง “ความคาดหวังของพ่อแม่” กับ “ตัวตนของลูก” ที่สุดท้ายหากปรับจูนกันไม่ได้ ก็อาจนำไปสู่การตัดขาดที่น่าเศร้า