“จา พนม” ประกาศข่าวดี หายขาดมะเร็งท่อน้ำดีระยะ 3 แล้ว หลังผ่าตัดใหญ่ 26 จุด เผยเหมือนตายแล้วเกิดใหม่ ฟิตร่างกายเต็มร้อย เตรียมทีมสตั้นท์กลับมาลุยโปรเจกต์หนังบู๊ระดับโลกอีกครั้ง
หลังจากที่พระเอกนักบู๊ของไทยอย่าง “จา พนม ยีรัมย์”หรือ “โทนี่ จา”ออกมาเปิดเผยว่าป่วยเป็นมะเร็งบริเวณท่อน้ำดี ระยะที่ 3 ลามไป 26 จุด ทำให้ร่างกายซูบผอมลงไปมาก ทำเอาแฟนๆ ทั้งไทยและต่างประเทศเป็นห่วงอยู่ไม่น้อย ล่าสุดเจ้าตัวออกมาประกาศข่าวดีตอนนี้เชื้อมะเร็งหายหมดแล้ว เพราะทำคีโมและรักษาทุกอย่างเรียบร้อย ร่างกายกลับมาแข็งแรง เพียงแต่ยังต้องกายภาพให้กล้ามเนื้อกลับมาเหมือนเดิม
“ตอนนี้กลับมาสมบูรณ์แล้ว ไม่ร้อยแล้ว ไปร้อยเอ็ดเลยครับ คือมันก็สุดวิสัยเนอะ เราก็คนธรรมดานะครับ ทำงานก็มีบ้าง เจ็บป่วย ก็ถือว่าร้ายแรงที่สุดตั้งแต่เกิดมานะ เพราะว่า 8 ชั่วโมงอยู่ในห้องผ่าตัดแล้วเราก็ไม่คาดคิดว่ามันจะเกิดขึ้น โชคดีที่ว่าบุญนำพาก็ได้ความอนุเคราะห์จากครอบครัว แล้วก็จากพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ ที่ช่วยเป็นกำลังใจให้ แล้วก็ช่วยซัปพอร์ตในเรื่องของทีมแพทย์นะครับ ผู้ที่มีความสามารถทางด้านเรื่องของโรคโดยตรง ทำให้เราผ่าตัดแล้วก็ฉายแสง คีโม ทุกสิ่งทุกอย่างสมบูรณ์ แล้วก็กลับมาครับ
สัญญาณก่อนป่วยคือหลังจากที่ผมกลับมาจากถ่ายหนังที่จีน ก็มีความรู้สึกว่าเราผิดปกติ ตาเหลือง ผอม แล้วก็รู้สึกปวดท้องหน่วงๆ ฉี่ออกมาเป็นสีชาแบบเข้มมากเลย เราก็ถามคนรอบข้างว่าเราเป็นยังไง ตาเราเหลืองไหม เขาก็บอกว่าตาเหลือง เปิดเสื้อออกมาตัวเหลืองอีก ขมิ้นเลยทีนี้ไปโรงพยาบาล แล้วทีมแพทย์ก็บอกแจ็กพอตเลย ก็ตรวจเลือด ตรวจทั้งหมดเลยครับ ความดัน เบาหวาน
แพทย์ก็บอกมันมีเนื้อที่บริเวณท่อน้ำดี ก็รีบการผ่าตัดเลย วันนั้นมันก็จิตตก แล้วงานเราอีก 2-3 เรื่องที่จะต้องเดินทางไปต่างประเทศ มันก็ต้องแคนเซิลหมดเลยแต่ดีที่ว่าทางครอบครัวบอกว่ายังไงก็เอาสุขภาพร่างกายของเรากลับมาก่อน เรื่องงานค่อยว่ากัน แล้วก็เลยโทร.ไปแจ้งทางทีมงานทางต่างประเทศ ก็คือแคนเซิล”
เผยตรวจเจอว่าเป็นระยะที่ 3 แล้ว และลามไปถึง 26 จุดในร่างกาย
“ตอนที่วินิจฉัย ทีมแพทย์ก็บอกอาจจะเป็นเนื้อร้ายที่บริเวณท่อน้ำดี แต่เดี๋ยวต้องขอเช็กอีกทีนึง เขาก็เลยเอากล้องส่องเข้าไปผ่า แล้วเอาชิ้นเนื้อไปตรวจที่อเมริกา แล้วก็เจอแจ็กพอตว่ามันเป็นชิ้นส่วนของเนื้อร้าย ตอนนั้นผมฟื้นขึ้นมานะ ประมาณ 8 ชั่วโมงที่ผมหลับไป คุณหมอก็มาบอกว่าระยะที่ 3 เราบอกเฮ้ย ระยะที่ 3 มันจะลามไประยะที่ 4 เราก็ต้องรับการผ่าตัดเร่งด่วนเลย ทีนี้ผมก็ผ่าตัด ก็ตัดผ่าไปอีก 26 จุด ในร่างกายคือมันลามไปแล้ว 26 จุด ลามมาบริเวณท่อน้ำดี บริเวณตับ ต้องยอมรับเลยทีมแพทย์ที่ปิยมหาราชการุณย์ เป็นทีมแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญและชำนาญในเรื่องของการผ่าตัด สุดยอดมาก ทั้งหมด 26 จุดเขาก็ผ่าออกเรียบร้อยเลย
ก็ใช้เวลารักษาประมาณปีกว่าครับกว่าจะฟื้นฟู ผมก็อยู่ในนั้นแหละครับ ทั้งฉายแสง ทั้งให้คีโม แต่ไม่ได้บอกใครเลย เราสู้ได้ เราไม่เป็นไร ก็ถือว่ามันสุดวิสัยนะ เราก็ไม่อยากเอาความทุกข์ความเศร้าไปบอกให้ใครรับทราบ ถามว่าหายขาดไหม มันก็ต้อง follow up กับหมอครับแต่ตอนนี้ไม่มีเนื้อร้ายกันแล้ว แต่ต้องเช็กดูระบบของเลือดว่ามีเชื้ออยู่ไหม แพทย์ท่านได้บอกว่าถ้าได้ผ่าตัดออกหมดแล้ว ก็คือหมดแล้วเรียบร้อย เพียงแต่ว่าตอนนี้คือเราต้องทำกายภาพ เหมือนว่าบำบัดตัวเองก็คือช่วยในการเสริมโปรตีน เรื่องอาหาร เรื่องของกล้ามเนื้อเข้ามา
ที่สำคัญคือจิตใจ พอดีผมได้พลังจากลูก จากครอบครัว และจากเพื่อนทีมงานทุกคนส่งกำลังใจมาให้ เราก็เลยมีความรู้สึกว่าเราต้องยืนหยัดต่อไป กลับมาวันนี้ทีมงานสตั้นท์มาที่บ้าน เราต้องกลับมาทำหนังแอ็กชั่นสิ เราต้องมาบู๊กันต่อ มาตีลังกาอีกครั้งหนึ่ง ต้องกลับมา เพื่อนต่างประเทศก็ให้กำลังใจ พอเขาทราบข่าวเขาก็ช็อก เขาบอกว่าถ้าอยากให้เรารักษา ก็บอกได้นะที่เมืองจีน เราก็โอเค ที่นี่เราได้รับการรักษาเป็นขั้นเป็นตอน เป็นระบบเรียบร้อยแล้ว ไม่ต้องเป็นห่วง ก็บอกเพื่อนอย่างนั้น”
บอกโชคดีได้ทีมแพทย์มีความสามารถ และไปปฏิบัติธรรมให้จิตใจสงบ
“มันเพิ่งเจอ ผมว่าทุกคนไม่คาดคิดเหมือนกันว่ามันจะเกิดขึ้นตรงนี้ ก็ช็อก แต่ว่าเราตั้งสติได้แล้วก็สู้กับมัน ก็คือทำใจให้คิดบวกไว้ ยังไงเชื่อในความสามารถของทีมแพทย์ของไทยก็มีความสามารถนะครับ ในการที่จะกำจัดเนื้อร้าย แล้วโดยเฉพาะบวกกับเราไปบวช แล้วก็ได้กำลังใจจากพระครูบาอาจารย์ ท่านก็ให้ทำจิตให้สงบ ให้ระลึกบริกรรมกรรมฐาน มันก็ช่วยให้เราไม่มีจิตที่ฟุ้งซ่าน เพราะเวลาที่เราได้รับการรักษา เราเข้าไปในอุโมงค์ การให้คีโม หรือการโฟกัสในจุดที่เราเป็นในท่อข้อน้ำดี เราเข้าไปในอุโมงค์เรียกว่าทีซีสแกน ห้ามกระดุกกระดิกเลย ห้ามเคลื่อนตัว ห้ามเคลื่อนที่ เพราะฉายแสงบริเวณที่ฉายแสงลงไปถ้าเคลื่อนที่มันต้องปรับเลย
ประมาณ 1 ชั่วโมง ผมอยู่ในนั้นคือต้องหายใจเข้าออก มันก็เหมือนพุทโธ พุทโธ เข้าออก เหมือนการทำสมาธิเลยครับ โชคดีที่ได้เครื่องไม้เครื่องมือที่ทันสมัยจากพระองค์ท่านด้วยเพราะว่าเป็นเครื่องก็ประมาณหมื่นล้านนะครับ เครื่องฉายแสง ก็รู้สึกว่าเราปลอดภัย เรารอดมาได้ ตรงนี้ก็รู้สึกว่าเราต้องเดินหน้าแล้วสู้ต่อไป”
แพลนกลับมาทำหนังบู๊เหมือนเดิม เตรียมทีมงานไว้เรียบร้อย
“แผนงานตอนนี้ก็ต้องมีอะไรสนุกๆ กันครับ คราวนี้ก็รวบรวมทีมงานพร้อมกับทีมนักแสดงต่างประเทศ แล้วก็ทีมสตั้นท์แมน ต้องรอดูครับ มีอะไรสนุกๆ แน่นอนครับ ถือว่าที่ผ่านมามันตายไปแล้วครับ ก็ถือว่าเราโอเค อะไรที่มันไม่ดีก็ผ่านไป ถือว่าเราคือการกำเนิดตรงนี้มาเรามาสู้กันใหม่ มาวัน มอร์ มันถึงเกิดเพลงนี้ขึ้นมาครับ
ตอนนี้ก็วางแผนทำหน้าที่ให้ดีที่สุด หน้าที่ของความเป็นนักแสดง ผู้กำกับ หรืออะไรก็แล้วแต่ หน้าที่ในการทำงาน หน้าที่ของคนไทยหน้าที่ของครอบครัว พ่อดูแลลูก ตอนนี้ก็เตรียมงานกับทีมงานสตั้นท์ที่ไปต่างประเทศ ก็รวบรวมกันมา เพราะว่าหนังบู๊นี่มันหายไปมันไม่ค่อยมีเลย ภรรยาดูแลตั้งแต่วันแรกครับ สุดๆ แล้วครับ ตื่นขึ้นมาก็มองหน้ากัน ก็สู้กันครับ สู้ต่อไปครับ”


