“ใบเตย” เปิดใจครั้งแรก ยอมรับเลิก “ดีเจแมน” แล้ว ปิดฉากสถานะสามีภรรยา เหลือเพียงหน้าที่พ่อแม่ของลูก เผย 2 ปีที่ผ่านมาบอบช้ำทั้งคู่ ตอนนี้ขอโฟกัสแค่งานและลูกเป็นหลัก ยังไม่พร้อมเปิดใจให้ใคร
หลังจากผ่านเรื่องราวหนักๆ ในชีวิตกันมา หลายคนก็ให้กำลังใจคู่ของนักร้องสาว “ใบเตย สุธีวัน ทวีสิน” และ “ดีเจแมน พัฒนพล มินทะขิน”กันมากมาย และพอเห็นกลับมาเป็นครอบครัวพร้อมหน้าพร้อมตาอีกครั้งก็ทำเอาแฟนคลับใจฟูเอามากๆ แต่พักหลังมานี้กลับไม่ค่อยได้เห็นโมเมนต์หวานกันสักเท่าไหร่ ทำเอาหลายคนเริ่มสงสัยว่ามีปัญหาอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า ซึ่งล่าสุดสาวใบเตยได้เปิดใจถึงเรื่องนี้ในงานประกาศรางวัล ไนน์เอ็นเตอร์เทนอวอร์ด 2026 presented by Thonburi Phanich ณ พารากอนฮอลล์ ชั้น 5 สยามพารากอน ยอมรับว่าได้ยุติความสัมพันธ์ในฐานะสามีภรรยามาตั้งแต่มีการหย่าเมื่อช่วงปี 67 แล้ว แต่ยังมีการทำคอนเทนต์ครอบครัวกันอยู่บ้างอย่างที่เห็น แต่ตอนนี้ชัดเจนคือเป็นแค่ฐานะพ่อและแม่ของลูกเท่านั้น
“เราแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน ไม่ได้เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจสำหรับใบเตย เพราะว่ามันสักพักใหญ่ๆ แล้วที่เรามีการพูดคุย และได้ตกลงทุกอย่างได้ดี ใบเตยหลักๆ เราโฟกัสงานและก็เรื่องลูก ทำหน้าที่ของความเป็นพ่อและแม่ของเวทมนต์กันอย่างดี ไม่ได้อยู่ในฐานะของสามีภรรยาแล้ว เอาจริงๆ ก็ไม่ได้อยู่ตั้งแต่ถ้าตามกฎหมายค่ะ วันนี้สิ่งที่โฟกัสคือลูกค่ะ
ถามว่าตามความรู้สึกใช้คำว่าเลิกได้ไหม ตอนนี้มันคือคำว่าครอบครัวค่ะ (ยากกับการยุติความสัมพันธ์?) ยากค่ะ มันเป็นเรื่องที่เซนซิทีฟมากๆ นะคะ ด้วยสองปีที่ผ่านมาในการกลับมาของเรา ความบอบช้ำหลายๆ อย่างมันมีอยู่มาก พอเราป่วยเป็นซึมเศร้าหลายๆ อย่าง กว่าที่เราจะปรับทุกอย่างให้มันมาเป็นเหมือนเดิมได้ มันต้องใช้เวลาทั้งใบเตยและพี่แมน ณ วันนี้ในสิ่งที่เป็นอยู่ วันนี้ที่ตกลงกัน มันเป็นทางเลือกและสิ่งที่ดีมากๆ ในการเป็นพ่อแม่ที่ดีของลูก ในวันที่เราสองคนต้องปรับตัวในการกลับมาและเริ่มต้นใหม่กับชีวิต
ก็ไม่ได้อธิบายอะไรกับลูกมากค่ะ เขาก็เป็นไปตามธรรมชาติ เพราะว่าเราดูแลลูกกันได้อย่างดีชัดเจน เขาก็ไม่ได้งอแงอะไร ก็ยังมีทำคอนเทนต์ครอบครัวอยู่ด้วยกันบ้าง ก็คือไปมาหาสู่กัน ใบเตยอยู่เป็นหลักกับน้องเวทมนต์ ส่วนพี่แมนก็ไปๆ มาๆ ถามว่าเรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่หนักสำหรับชีวิตเราไหม ไม่หนักแล้ว ในชีวิตใบเตยไม่มีอะไรหนักเท่าที่ผ่านมาแล้ว ณ วันนี้ทุกอย่างพอยิ่งโตขึ้น อายุมากขึ้นและอยู่ในวัยที่เป็นพ่อแม่คนแล้ว เราสามารถพูดคุยกันได้ทุกอย่างในแบบที่ต้องเข้าใจในสิ่งที่มันเกิดขึ้น”
ดีใจที่แฟนๆ ทุกคนยังไม่ลืมตน และทุกเพลงกลับมาฮิตอีกครั้ง
“สภาพจิตใจ เอาจริงๆ ใบเตยต้องแบกรับอะไรเยอะมาก ในการทำงานที่ผ่านมาด้วย เรารู้สึกว่าสิ่งที่ฮีลใจ ณ วันนี้คือการทำงาน เรารักตรงนี้มาก ไม่คิดว่าเราจะยังพาตัวเองกลับมามีงานมีเงินเลี้ยงครอบครัว มีซิงเกิลที่เป็นแกรมมี่โกลด์มาจ้างอาร์สยาม มันเป็นสิ่งที่เขาไม่ลืมเรา ตอนอยู่ในนั้นใบเตยคิดมากมาตลอดว่าไม่อยากให้ใครลืมเรา อย่าลืมฉัน คำนี้อยู่ในหัวมาตลอดแล้ววันนี้ไม่มีใครลืมเราเลย เพลงเรากลับมาดังกว่าเดิมทุกเพลง ทำให้ใบเตยโฟกัสที่ผลงานทุกอย่างไม่ว่าจะได้รับโอกาสไหน เพราะอาจจะเป็นเฮือกสุดท้ายของเราแล้ว เพราะปีนี้ก็ 37 แล้ว
เรื่องอาการป่วย สภาพจิตใจดีขึ้นมาก ปีนี้แข็งแรงขึ้น อาการซึมเศร้าหายไปแล้ว ไม่ได้รับยาและไม่ได้หาหมอแล้ว เพราะว่าได้ร้องเพลงทุกวันได้เจอแฟนเพลงทุกวัน งานทำให้เรามีคุณค่าค่ะ ก็ให้ประมาณ 70% แต่ก็ยังมีบางมุมที่ซึมเศร้าอยู่บ้าง แต่ว่าไม่ได้ดิ่งเหมือนที่ผ่านมาแล้ว เพราะว่าต้องทำงานร้องเพลงทุกวันเลย ไม่มีเวลาให้ได้อ่อนแอ ตอนนี้เหลือแค่ทานยานอนหลับ
กับคำที่ว่าใบเตยกลับมาแล้ว อันนี้ขอบคุณมาก พูดแล้วก็จะร้องไห้ มันดีใจมากสำหรับการต้อนรับ ทุกเพลงทะลุล้านวิวหมด มันเป็นสิ่งที่คนที่ชื่อใบเตยไม่เคยคิดว่าตัวเองจะกลับมาได้แบบนี้ จะสู้เพื่อตัวเองได้มาถึงวันนี้ เอาจริงๆ ไม่อยากใช้คำว่าฟ้าหลังฝน สุดท้ายเป็นตัวเราเองมากกว่าที่โคตรสู้ สู้เพื่องาน เพื่อลูก และเพื่อแฟนเพลง ในสภาวะที่ทั้งเรื่องงาน เรื่องครอบครัว ทั้งทางเรื่องค่ายเราที่เราได้รับข่าวมันค่อนข้างไม่ได้เป็นเชิงบวกมาทั้งหมด แต่ทุกวันนี้ความเป็นใบเตยยังต้องสู้เพื่อค่าย สู้เพื่อคนข้างหลัง ซึ่งเยอะมากที่เขาสนับสนุนเราทุกอย่าง”
ยังไม่พร้อมเปิดใจใหม่
“ขอโฟกัสที่งานและลูก เพราะเขากำลังน่ารักมาก ตอนนี้อยากหาเงินเพื่อให้ลูกได้เรียนดีๆ อย่างที่แม่เขาตั้งใจ”


