xs
xsm
sm
md
lg

คราง-ไม่คราง? “นาวิน ต้าร์” เปิดคลิป “โค้ชส้ม” ให้สังคมตัดสินเอง (คลิป)

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“นาวิน ต้าร์ - ไฮโซน้ำหวาน” เปิดคลิปในห้องประชุม ให้สังคมตัดสิน “โค้ชส้ม” จับหน้าอก-ส่งเสียงคราง จริงไหม? ไม่อยากตอบโต้ แค่อยากเปิดข้อเท็จจริง มูฟออนแล้ว จะดำเนินคดีต่อ รู้สึกถูกละเมิดศักดิ์ศรีและดูหมิ่น ยันแจ้งแล้วว่าจะเข้าประชุมด้วย และการประชุมไม่ได้ราบรื่น มีการเบรกให้ไปจัดการตัวเอง

หลังเมื่อวานนี้ (10 มี.ค.) “โค้ชส้ม นราพร บุญพูล”พร้อม “ฝน”พี่สาวคนสนิท ได้ออกมาชี้แจงผ่านรายการโหนกระแส ปม “ไฮโซน้ำหวาน พัสวี พยัคฆบุตร”ไลฟ์ฉะเดือด ยั่วยวน “นาวิน ต้าร์” นาวิน เยาวพลกุลกลางห้องประชุม โดยยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาเชิงชู้สาว แต่เป็นการชื่นชมในฐานะอดีตแฟนคลับ และยินดีให้เปิดคลิปหลักฐานได้เลย ตนจะไม่ฟ้อง ล่าสุดวันนี้ (11 มี.ค.) “นาวิน ตาร์” และ “ไฮโซน้ำหวาน” พร้อมด้วย “เคนโด้ เกรียงไกรมาศ พจนสุนทร”และทีมงานอีก 2 คน ที่อยู่ในเหตุการณ์วันนั้น ก็ได้นำคลิปในห้องประชุมมาเปิดให้สื่อมวลชนดู หลังมาเข้าพบ “พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ดีพอ”ผู้บังคับการกองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวน อาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 (ผบก.สอท.1) ที่กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะกรุงเทพฯ กรณีถูกเว็บพนันนำรูปและชื่อไปใช้โปรโมต

นาวิน ต้าร์ : “ผมในฐานะของสามีคนหนึ่ง กับเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้น มันกระทบกับภรรยาผมด้วย ทั้งคำพูดและคำวิจารณ์ต่างๆ ที่มีต่อภรรยา ผมก็รู้สึกเจ็บปวดที่ได้รับฟัง ภรรยาผมไม่ใช่บุคคลสาธารณะ เขาไม่จำเป็นต้องมารับคำพูดพวกนี้ เลยจำเป็นต้องชี้แจงข้อเท็จจริงต่างๆ เหตุการณ์ในห้องประชุมมันมีเหตุการณ์เดียว แต่ความคิดเห็นของสังคมมันมีการคาดคะเนในหลายทาง วันนี้ที่เอาความจริงออกมาเปิดเผย ไม่ได้ตั้งใจจะมาโจมตีหรือตอบโต้กันไปมา ตั้งใจจะเอาข้อเท็จจริงออกมาให้เห็นและให้สังคมตัดสินใจ บนข้อเท็จจริงที่กำลังจะนำเสนอ แต่ข้อเท็จจริงนี้เป็นแค่บางส่วน แต่คลิปเต็มทั้งหมดอยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย”

เผยมีการแจ้งแล้วว่าจะเข้าร่วมประชุมด้วย
นาวิน ต้าร์ : “ก็มีการแจ้งว่าจะมีผมไปด้วย ซึ่งจริงๆ มันจะลิงก์เข้ากับทางนั้น ที่ปรึกษาก็น่าจะแจ้งให้เขาทราบ ว่าตัวเองผมจะเข้าร่วมประชุมด้วย มันก็ขัดแย้งกับข้อความที่เขาบอกว่าไม่ทราบว่าจะมีผมเข้าร่วมมาก่อน จริงๆ มีคลิปนะครับ”

จินนี่ (ทีมงานอยู่ในห้องประชุม) : “ในคลิปพี่ต้าร์จะถาม ว่าเขาไม่ได้บอกเหรอ ว่าเข้ามาจะได้เจอกับพี่ต้าร์ เขาก็ตอบว่าทราบค่ะ”

เคนโด้ : “เราแค่อยากให้ประชาชนรับรู้ข้อมูลจริง เราไม่ได้อยากโต้แย้ง เป็นสงครามโซเชียล วันนี้พี่ต้าร์กับน้ำหวานจะพูดเรื่องนี้เป็นครั้งสุดท้าย อยากให้โซเชียลเข้าใจว่าข้อเท็จจริงคืออะไร

ทีมงาน : “ซึ่งในระหว่างประชุม มันก็จะมีเสียงประมาณนี้มาตลอด (เปิดคลิปเสียงโค้ชส้ม) เสียงมันจะ โอ้ยๆ

นาวิน ต้าร์ : “ผมคิดว่าสิ่งที่เขาทำในห้องประชุมตรงนั้น มันไม่เหมาะสม รู้สึกว่ามันเป็นการละเมิดศักดิ์ศรีกันคนที่ทำแบบนี้ในห้องประชุม ซึ่งเป็นที่เราควรจะมีแต่ความสุภาพ มีมารยาทกัน เขาใช้สถานการณ์ตรงนั้นเพื่อที่จะแสดงในสิ่งที่เขาอยากที่จะแสดง ถ้าพูดในสิทธิของผม ก็รู้สึกว่าผมถูกละเมิด ผมถูกดูหมิ่น หลังจากนี้ก็คงเป็นขั้นตอนทางกฎหมาย ผมไม่อยากพูดเรื่องความรู้สึก ว่ามันเป็นยังไง ก็พูดได้แต่ข้อเท็จจริง (เปิดคลิปเสียงอีกรอบ)”

น้ำหวาน : “ประกอบกับอากัปกิริยากระสับกระส่าย มันมองเป็นอย่างอื่นไม่ได้เลย

เคนโด้ : “เรื่องการประชุมที่บอกว่าราบรื่น จากคลิปในเหตุการณ์ ก็ไม่ได้ราบรื่น เพราะมีการหยุดเป็นระยะๆ ด้วยความตื่นเต้น”

จินนี่ : “เขาใช้เวลานานมาก กว่าจะดึงสติกลับมาสอนต่อ”

เคนโด้ : “เรื่องการจับหน้าอก ก็อยากให้เกียรติ และเข้าใจว่าเขาตื่นเต้นมาก คนที่ตื่นเต้นมักจะควบคุมตัวเองยาก แต่ภาพที่เห็นในคลิปมันไม่ได้เป็นแบบนั้น มันเป็นอีกแบบหนึ่งไม่อยากจะต่อความยาว เพราะทุกคนมูฟออนกันหมดแล้ว”

เผยไม่คิดว่าจะเป็นไปได้ ครางในห้องประชุมที่มีคนอยู่ 7 คน
นาวิน ต้าร์ : “ผมก็ไม่คิดว่ามันจะเป็นได้ แต่เหตุการณ์มันก็เกิดขึ้นแล้วก็จะดำเนินการต่อ ก็คิดว่าฝั่งผมจะได้รับความยุติธรรมด้วย”

เคนโด้ : “(คำว่าครางของคนปกติ มันจะไม่ใช่แค่เฮ้อ แต่อันนี้มันเหมือนเสียงถอนหายใจ?) มันต้องตีความทั้งสองฝ่ายครับ ทางฝั่งเรา เราดูบริบทต่างๆ แล้ว มันเป็นเสียงที่มาจากการหอบ ความตื่นเต้น และมีคำว่าโอ้ยออกมา มันตีความได้หลายอย่าง

จินนี่ : “มันมีประโยคแวดล้อมอื่นๆ อีก ไม่ใช่แค่เสียง บริบทมันไม่สุภาพในห้องประชุม อย่างทำไมถึงเกิดอาการแบบนี้ ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน หันไปสบตาพี่เมื่อกี้นี้ก็เลยเกิดอาการนี้ขึ้น ก็เลยทำให้คนในห้องประชุมอึดอัด และการประชุมไม่สามารถดำเนินต่อไปได้ จนผู้ประสานงานที่พามา ต้องบอกว่างั้นให้เวลาเบรก กลับมาก็ถามว่าดีขึ้นหรือยัง แต่ก็ยังไม่โอเค”

นาวิน ต้าร์ : “ในเหตุการณ์แบบนี้ ทางฝั่งผมก็ยืนยันได้ว่ามันเกิดขึ้นจริง ก็ต้องพิสูจน์กันต่อไป ไม่อยากให้ขัดแย้งไปมากกว่านี้ เราแค่แสดงความบริสุทธิ์ใจ ว่ามีหลักฐานในมือจริง เราออกมาพูดเพราะฝั่งโน้นเขายื่นมาเอง ว่าให้เปิดมาสิ หลักฐานนี้ก็จะนำเข้ากระบวนการพิสูจน์และสืบตามที่กฎหมายจะปกป้องเราได้ เป็นความประสงค์ของทางผมเอง แล้วอีกเรื่องคือผมอยากจ้างกูรูมาร์เก็ตติ้ง โดยที่จะลองประเมินดู ว่าผมจะจ้างดีไหม ผมนาวิน ต้าร์ ผมไม่ได้อยากจะจ้างใครเพื่อมาทำให้ผมดัง ดังนั้นคำพูดนี้มันบิดเบือน ผมจะไปจ้างกูรูมาร์เก็ตติ้ง เพื่อที่จะโปรโมตตัวผม มันไม่ใช่เรื่องอย่างนั้น”

เดาไม่ได้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้น เป็นเพราะอีกฝ่ายคิดอะไรเกินเลย หรือแค่ชื่นชมแบบแฟนคลับ
นาวิน ต้าร์ : “ผมก็คาดเดาไม่ได้ครับ ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุด อยากขอที่ว่างให้ช่วยเคารพครอบครัวผมด้วย เพราะเป็นช่วงเวลาที่ต้องเยียวยากันและกัน ผมต้องคุยกับภรรยา และปรับความเข้าใจหลายเรื่องจริงๆ (คิดไหมว่าเราอาจจะเข้าใจผิดไปเอง ว่าเขาคิดอะไร?) ผมยืนอยู่ตรงนี้ ผมต้องการปกป้องศักดิ์ศรีของภรรยาผม แล้วผมก็ทนไม่ได้ที่ใครมาวิพากษ์วิจารณ์ พูดในเรื่องไม่ถูกต้องกับภรรยาผม

ยันยังเป็นสามีภรรยากันอยู่ หลัง “น้ำหวาน” ให้สัมภาษณ์ขอเวลาทบทวนเรื่องการหย่า
นาวิน ต้าร์ : “เราก็ยังอยู่ด้วยกันอยู่นะครับ ยังเป็นสามีภรรยากันอยู่ ก็ต้องขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วงและเข้าใจ ผมมีวิจารณญาณดี ว่าใครเข้ามามีวัตถุประสงค์อะไร ผมมีแฟนคลับที่น่ารักและดีๆ เยอะ แต่ลักษณะนี้ผมเห็นว่ามันไม่ใช่ครับ ก็จะดำเนินคดีต่อไปทุกอย่างอยู่กับทนายครับ”

มูฟออนแล้ว จะดำเนินคดีตามกฎหมาย หลัง “โค้ชส้ม” อยากเข้ามาขอโทษที่บ้าน
นาวิน ต้าร์ : “ผมมูฟออนไปแล้ว จบไปแล้ว ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น ผมจะดำเนินคดีตามกฎหมาย ไม่ได้อยากโต้ตอบ

เคนโด้ : “(ไม่ต้องเข้ามาขอโทษแล้ว?) สถานการณ์มันมูฟออนไปหลายวันแล้ว ไม่ได้อยากยุ่งเกี่ยวแต่วันนี้มาชี้แจงเพราะเมื่อวานมีเหตุ และเอาคนที่อยู่ในการประชุมจริงๆ มายืนยัน พอชี้แจงก็จบ มูฟออน”

จินนี่ : “ก็อยู่ในดุลยพินิจของแต่ละท่าน ว่าจะพิจารณาว่ามากน้อยแค่ไหน แต่ถ้าในทีมเรา เรามองว่าไม่เหมาะสม (มีคนเบรกไหม?) มีค่ะ คนที่พามาเขาช่วยเบรกแล้ว เราทำงานแบบมืออาชีพ เลยมองว่ามันมากเกินไป มันทำลายบรรยากาศในการประชุมแล้วอาจารย์ไม่ควรทำกิริยาอย่างนี้ มีอาการใจสั่นตลอด”

นาวิน ต้าร์ : “ก็แล้วแต่มุมมองของแต่ละคน ผมคงไปห้ามใครไม่ได้ แต่อยากย้ำอีกครั้งว่ามันมีเหตุการณ์จริง เหตุการณ์เดียว คนที่อยู่ในห้องประชุม จะเป็นคนยืนยันได้ว่าเกิดอะไรขึ้น ส่วนในเรื่องข้อกฎหมาย ก็ขอให้รอทางทนายเป็นคนพูดดีกว่าครับ”