xs
xsm
sm
md
lg

“เกรท วรินทร” เปิดมุมมองทายาทร้านทอง ชี้ราคาพุ่ง 2 ปีไม่ใช่เหตุการณ์ปกติ! แย้มแม่พร้อมทุ่มสินสอดให้ว่าที่สะใภ้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“เกรท วรินทร” เผย 2 ปีราคาทองพุ่งพรวด ไม่ใช่เหตุการณ์ปกติ ย้ำทองขึ้นไม่ช่วยให้รวยขึ้น แต่ยึดคติ ไม่กลัวดอย เน้นสะสมเพื่อซื้ออนาคต เข้มงวดเรื่องความปลอดภัย ป้องกันอาชญากรรมร้อยเปอร์เซ็นต์ ส่วนสินสอดในอนาคต แม่พร้อมทุ่มให้ว่าที่สะใภ้

กลายเป็นประเด็นที่หลายคนจับตามอง เมื่อราคาทองคำพุ่งสุงทุบสถิติ งานนี้พระเอกหนุ่ม “เกรท วรินทร ปัญหกาญจน์”ทายาทร้านทองชื่อดังแห่งหล่มสัก ออกมาเปิดใจถึงสถานการณ์ธุรกิจครอบครัว และมุมมองการลงทุนส่วนตัว ยอมรับแม้ทองขึ้น แต่ไม่ได้รวยกว่าเดิมอย่างที่หลายคนเข้าใจ
 
เหมือนเดิม เพราะทองขึ้นก็ไม่ได้มีคนมาซื้อเยอะขึ้นนะ (หัวเราะ) มูลค่าทองที่มีเพิ่มขึ้น ก็ไม่อยากให้พูดว่าเป็นมหาเศรษฐี เรามีธุรกิจขายทอง ส่วนนึงก็เป็นเงินที่ปลอดภัย เป็นเงินหมุนแค่รู้สึกว่าบางครั้งคนเอาทองที่ซื้อจากเรามาขาย เงินสดก็ออกจากเราไปอยู่ดี ส่วนตัวผมก็ซื้อเก็บไว้ด้วยเหมือนกัน พอมันขึ้นเราก็ดีใจ เคยดอยเหมือนกัน ถึงจะดอยแต่ถืออย่างนึงว่าผมไม่กลัวดอย ส่วนตัวนะ มันทำให้เราใจหวิวอยู่พักนึง แต่วันนึงมันก็สูงกว่าดอยเรา

ส่วนที่คนมองว่าบ้านขายทอง เราต้องรวย ผมคิดว่าทำธุรกิจหลายอย่าง รวยกว่าร้านทองนะ ในมุมผมนะ ผมแค่รู้สึกว่าการขายทองของบ้านผม ซื้อมาขายไป กว่าจะขายได้ไม่ใช่เรื่องง่าย ร้านเราอยู่ต่างจังหวัด คนกว่าจะมาซื้อทอง เราเห็นแม่ตั้งแต่เด็กกว่าจะขายได้แต่ละเส้น ต้องพูดต้องขาย ทองแต่ละเส้นก็ไม่ได้กำไรเยอะ

ไม่ได้รู้ลึกเรื่องการบริหารในร้านทอง แต่มองทองที่มันขึ้นมาในระยะเวลา 2 ปีนี้ มันไม่ใช่เหตุการณ์ปกติ ซื้ออนาคต เพราะความสงบสุขในโลกนี้คงเกิดขึ้นยาก
“พูดจริงๆ เลย ผมเองไม่ได้รู้ลึกขนาดนั้น ว่าที่บ้านมีการบริหารยังไง แต่ส่วนนึงที่เรารู้ คือพอมีจังหวะขึ้นลง ส่วนตัวเราเองก็มีการซื้อขายอยู่แล้ว เราก็ซื้อในราคาที่แพงเหมือนที่ทุกคนซื้อเหมือนกัน อยากจะคาดเดาได้มากเลย ส่วนตัวก็ฟังกูรูหลายๆ คนนะ เพราะทุกวันนี้คนเข้าถึงการวิเคราะห์ที่คนเก่งๆ วิเคราะห์เรื่องทรัพย์สินโดยเฉพาะทองคำเอย บิตคอยน์เอง คนเข้าถึงได้หมด พวกร้านทองเองก็ฟังเหมือนกัน สุดท้ายแล้วเราฟังข้อมูลทุกๆ ฝ่าย แต่อยู่ที่เราอยู่ดีว่าเราจะประมวลผลออกมาเป็นแบบไหน เราจะเดินเส้นทางไหน ยังไม่เข้า หรือเข้าเลย

แต่ถ้าถามผมนะ มีคนมาถามเยอะเหมือนกันว่าซื้อทองดีไหม ผมรู้สึกว่าทองเป็นทรัพย์สินที่ถ้าเราไม่มีเวลาไปศึกษาทรัพย์สินอื่นๆ เช่นหุ้น อาจต้องใช้ความรู้เยอะ ทองเป็นทรัพย์สินที่ความเสี่ยงต่ำ มีความปลอดภัย ผมว่ามันเข้าใจง่ายกว่าหุ้น ส่วนตัวผมไม่ได้เล่นหุ้น ผมพูดไม่ได้ แต่ถ้าใครอยากลงทุนได้ผลตอบแทนที่เยอะหน่อย ความเสี่ยงสูงๆ ก็อาจต้องไปศึกษาอย่างอื่น เพราะว่าทองที่มันขึ้นมาในระยะเวลา 2 ปีนี้ มันไม่ใช่เหตุการณ์ปกติ เพราะมันขึ้นแบบหวือหวามาก ต้องรู้ว่ามันไม่ใช่เหตุการณ์ปกติ วันนึงมันอาจกลับไปสู่เหตุการณ์ปกติที่ขึ้นทีละนิดทีละหน่อย

ถ้าถามผม ส่วนตัวผมจะติดดอย ผมก็ถือว่าในอนาคต ไม่ว่ากี่ปี ผมก็รู้สึกว่ามันเลยดอยเราแน่ๆ ผมคิดแบบนั้น ดังนั้นก็ไม่ได้ตื่นเต้นอะไร ถ้าให้ผมแนะนำเรื่องการลงทุนคงยาก ไม่รู้จะแนะนำยังไง แต่ผมสนิทกับทองที่สุดในทุกทรัพย์สิน ผมก็ซื้ออนาคตตรงที่ว่าความสงบสุขบนโลกนี้คงเกิดขึ้นยาก เมื่อไหร่ความสงบสุขเกิดขึ้นยาก ในช่วงอายุของเรา ทองก็น่าจะเป็นอะไรที่คนให้ความเชื่อถือมาก ผมซื้ออนาคตแบบนี้ ผมไม่อยากเล่นอะไรที่มันเสี่ยงมาก เพราะผมไม่มีเวลาไปเรียนรู้อื่นๆ ด้วยความที่เรารู้จักทองเป็นอย่างดี ผมเลยมีทองเก็บไว้”

ทุ่มไม่อั้นสินสอดเพื่อภรรยาในอนาคต
“มีเท่าไหร่ ไม่บอก (หัวเราะ) (เก็บไว้เป็นสินสอด?) ไม่รู้ว่าเขาจะเรียกเท่าไหร่ เดี๋ยวก็ถามว่าเขาคือใคร ถ้าผมมีจริงๆ ผมก็ทุ่มไม่อั้นอยู่แล้ว ผมพูดเอาหล่อ (หัวเราะ) เอาจริงๆ ผมมีน้อย ผมมีนิดเดียว ต้องไปคุยกับเจ๊กุ้ง เชื่อว่าแม่ก็พร้อมทุ่มเหมือนกัน”

กังวลอาชญากรรม หลังทองขึ้นราคา แต่ครอบครัวมีระบบรักษาความปลอดภัยเข้ม
“เราก็ป้องกันทุกอย่าง ทุกวิถีทางอยู่แล้วนะ ส่วนตัวโชคดีร้านทอง หรือตร. หรือระบบรักษาความปลอดภัยที่หล่มสักค่อนข้างดีมาก ร้านทองของเราอยู่กลางชุมชน มีความปลอดภัยค่อนข้างสูง มีลูกกรง มีทุกอย่าง พ่อที่เป็นอดีตตร.ก็พอจะมีของอยู่เหมือนกัน จริงๆ ก็มีกังวลนะ แต่พูดว่าไงดี ต่อให้ทองราคาสูงหรือไม่สูง มันก็เป็นทรัพย์สินที่ล่อตาล่อใจอยู่เสมอ ระบบรักษาความปลอดภัยก็ร้อยเปอร์เซ็นต์อยู่ตลอด ไม่ว่าทองจะขึ้นหรือทองจะลง เอาจริงๆ ที่รู้ตอนนี้หน้าร้านก็เงียบเหมือนกัน เราเข้าใจสถานการณ์ เพราะมันปรับสแตนดาร์ดไปเรื่อยๆ พอขึ้นแล้วจะลงไม่เยอะ เราแค่ดูแลลูกค้า รักษามาตรฐานคุณภาพร้านเราให้ดีที่สุด

ถ้าให้แนะนำ เอาผมคนเดียวนะ ผมเน้นเก็บ ผมเน้นว่าทองคือทรัพย์สินที่ถือยาว แต่บางคนอาจขายครึ่งนึงสิ ถ้าตัวเราเองต่อสู่กับความผันผวนในใจเราได้ ก็ถือไปเถอะเพราะส่วนใหญ่คนต่อสู้ไม่ค่อยได้ ขายตอนนี้จะได้กำไรหลายหมื่นเลยนะคนจะคิดแบบนี้ แต่ถ้าคุณขายตอนนี้ได้กำไรหลายหมื่นจริง แต่ถ้าคุณจะกลับไปซื้อใหม่ คุณกลับไปซื้อราคาเมื่อ 5 ปีที่แล้วไม่ได้แล้วนะ”