“ป๋อ ณัฐวุฒิ” ลั่นรอดูก่อน อย่ารีบตัดสิน “แรงเงา” รีเมก “เอ๋ พรทิพย์” ไฟเขียวเลิฟซีนได้ พร้อมกลับมารับละครเหมือนกัน โอดคิดถึงงานแสดง อัปเดตหายมะเร็งปอด แต่ยังต้องหาหมอทุก 6 เดือน ปลงแล้วอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด เลิกกลัวความตาย ใช้ชีวิตให้เต็มที่ เพราะมะเร็งกลัวความสุข
เรียกว่าโดนจับตาตั้งแต่ปล่อยทีเซอร์ สำหรับละคร “แรงเงา” เวอร์ชั่นรีเมก ที่ได้ “ป๋อ ณัฐวุฒิ สกิดใจ” มารับบท “ผอ.เจนภพ” โดยงานนี้ก็มีเสียงวิจารณ์จากแฟนละครว่า ป๋อจะถ่ายทอดคาแรกเตอร์หนุ่มเจ้าชู้ได้ถึงใจหรือเปล่า ล่าสุดวันนี้ (8/มี.ค./69) ป๋อควงภรรยา “เอ๋ พรทิพย์ สกิดใจ” มาร่วมงานสัมมนา AFFILIATE OPEN FACTORY DAY เจ้าตัวก็ได้เปิดใจถึงเรื่องนี้ พร้อมอัปเดตสุขภาพเอ๋ หลังหายป่วยมะเร็งปอดว่า ยังต้องติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง แต่วันนี้เลิกกลัวความตายแล้ว
เอ๋ : “ก็บอกว่า ถ้าพี่ต้องมีเลิฟไม่ว่ากัน ก็แล้วแต่พี่ ดูความเหมาะสม คือมีลูกมีเมียแล้วก็ดูนิดนึง แต่ว่าถ้าสมมติมันมีแบบซีรีส์ติดต่อเอ๋มา ให้เอ๋เล่นเลิฟซีนบ้าง เอ๋ต้องเล่นนะพี่ อย่าดูถูกคนดู แลกกัน”
ป๋อ : “ถามว่าในเรื่องเราเลิฟซีนเยอะไหม ก็ยังไม่รู้เลยครับ คือวันนั้นมันมีถ่ายพรีเซนต์แค่วันเดียวเอง เพิ่งถ่ายไพล็อท แล้วบทก็ยังไม่เห็นเลย รู้แต่ว่ามีการตีความใหม่ทั้งหมด จะไปไหนตอนนี้คนก็เรียกแต่ ผอ. ทุกคนก็จะถามว่า น้องนกเป็นใคร ก็ยังบอกไม่ได้”
ฟีดแบ็กแรงคนกลัวเล่นไม่ถึงบท เพราะต้องเป็นคนเจ้าชู้
ป๋อ : “พวกน้องไม่รู้อะไรซะแล้ว (หัวเราะ) สำหรับฟีดแบ็กผมรู้สึกดีครับ โอเคครับ เพราะว่าต้องบอกงี้ครับ คนที่พูดเนี่ยคือคนที่รักละครเรื่องนี้ ผมเข้าใจเลย แต่ขอให้ผมทำงานแป๊บหนึ่ง ขอให้ผมได้ถ่ายก่อน ผมทำหน้าที่ของผมก่อน เดี๋ยวเสร็จแล้วพอได้ดูแล้ว ชอบไม่ชอบว่ากัน วันนี้ยังไม่ได้ทำงานเลย ไม่ว่าคุณจะรู้สึกยังไงก็ขอบคุณมาก ทุกๆ คำวิจารณ์เลยนะ เพราะว่าผมว่ามันเป็นเรื่องดีสำหรับละครเรื่องนี้ ละครเรื่องนี้มีคนรักเยอะ และเป็นละครที่เป็นกระแสตลอดเวลา เข้าใจครับ ไม่เป็นไร เดี๋ยวพี่ทำงานของพี่ก่อน แล้วเดี๋ยวได้ดูนะ พอได้ดูทั้งเรื่องแล้ว พี่เชื่อว่าน้องไม่ผิดหวังแน่นอน”
เอ๋ : “ไม่รู้จักป๋อซะแล้ว คือคุณอาจจะไม่เห็นมุมนั้นของพี่ป๋อ แต่เอ๋เคยเห็นมาแล้ว เมื่อก่อนก็ใช่ย่อยนะ เขามาถึงเราแล้ว เขาก็ลงจากหลังเสือแล้ว (แสดงว่าเมื่อก่อนก็เสือดีๆ นี่เอง?) โอ้โห (หัวเราะ) แต่ไม่มีใครรู้”
ป๋อ : “คือจริงๆ ก็ต้องบอกงี้ ขอบคุณครับ ขอบคุณจริงๆ เพราะว่าไอ้เรื่องเจ้าชู้ไม่เจ้าชู้เนี่ย มันเป็นคอมเมนต์ในโซเชียล เข้าใจ และนั่นคือแฟนละครแรงเงาทั้งนั้นเลย เข้าใจครับ แต่เชื่อเถอะ เวลาละครมันออกไป มันผ่านเรื่องการกำกับกันมาแล้ว เราต้องไปทำเวิร์กช็อปด้วย เราทำหลายสิ่งหลายอย่างมาก เพราะฉะนั้นไม่ผิดหวังแน่นอน”
ไม่กดดันโดนเปรียบเทียบกับเวอร์ชันเก่า
ป๋อ : “ไม่เลย ไม่ได้กดดันเลย ผมพูดจริงๆ นะ เพราะว่าผมเคยเล่นละครรีเมกเรื่องทางผ่านกามเทพมา ก็เป็นแบบนี้ พอละครออกไป เรตติ้งก็สูง ลองดูงานก่อนดีกว่าเนาะ ให้เราทำงานก่อน คือละครเราก็มีคนเอาไปรีเมกเยอะแยะ คมแฝกก็รีเมกแล้ว ละครเรื่องหลายเรื่องก็เอาไปรีเมก เราก็ต้องให้กำลังใจคนที่ทำในสเตปต่อไป แต่แน่นอนที่สุดว่าเขาจะตีความใหม่ ทุกอย่างจะใหม่ เพราะว่าถ้าอยากดูแบบเดิม ต้องไปดูของเก่าดีกว่า ทุกอย่างเขาทำใหม่ เพราะฉะนั้นก็เป็นกำลังใจให้กับผู้กำกับดีกว่า เชื่อสิ เขาไม่ชอบแต่เขาจะดู”
เบรกคนอยากคอนเทนต์ซีนตกบันได อันตรายมาก ระวังขาหัก
ป๋อ : “เออ ตอนนี้ต้องห้ามด้วยเหมือนกันว่า เห็นบอกว่าหลายคนเอาไปทำตามแล้วเดี๋ยวอันตรายเหมือนกันนะครับ ขาหักไม่เท่าไหร่บางทีหัวมันไปฟาด ก็ต้องระวังกันนิดหนึ่ง อย่าไปทำคอนเทนต์ที่มันเกินกว่าเหตุ เพราะว่าตอนที่ถ่ายเขาก็ใช้สแตนด์อินนะ แล้วบันไดมันมีบันไดซีจีลงไปด้วย มันใช้คอมพิวเตอร์กราฟิก ต้องใช้คนที่เชี่ยวชาญกับการตกบันไดเหมือนกันนะ เอาจริงๆ ไม่ใช่แบบน้องๆ เห็นแล้วไปเล่นกันเอง"
"ไม่น่าเชื่อว่าซีรีส์เรื่องนี้ จะได้รับฟีดแบ็กตั้งแต่วันแรกที่ลอนช์ไพล็อตออกมาิก็ขอบคุณมากครับ ทุกเสียงวิจารณ์ก็จะน้อมรับไว้นะครับ ขอบคุณน้องๆ ทุกคนครับ ที่วิพากษ์วิจารณ์มา ทั้งหมดเป็นพลังให้ผมจะทำผลงานออกมาให้ดีกว่าเดิม ถามว่าสปอยล์ได้ไหม คือยังไม่เห็นบทไง (หัวเราะ) นักแสดงทำงานโดยบท มันอยู่ที่บทก่อน แล้วเดี๋ยวเราจะเซตอัป ละมันต้องมีการแบบรีดทรู แล้วก็กำหนดตัวละครว่าเราอยากให้เล่นเป็นแนวไหน อาจจะไม่ใช่ ผอ. แบบเดิมก็ได้ เพราะมันถูกตีความใหม่ไปแล้วสำหรับยุคนี้ ต้องบอกว่าน่าจะถูกใจคนเจนฯ นี้มาก แต่ยังไม่ได้เปิดกล้องเร็วๆ นี้ครับ ยังอยู่ในขั้นรอถ่าย”
คาดบทเลิฟซีนคงถึงพริกถึงขิง แต่ไม่ได้บอกเมีย แค่แจ้งให้ทราบ
เอ๋ : “โอ้โห... น่าจะถึงพริกถึงขิงล่ะค่ะ คือเขาแค่บอกว่า มีเลิฟซีนนะเอ๋ เขาไม่ได้มาขออะไรอะไร แค่แจ้งเพื่อทราบ เรื่องขอบเขตก็ไม่ คือเอ๋ไม่อยากให้เขามีอุปสรรคสำหรับการทำงานของเขา เพราะบทอันนี้คือเป็นบทที่ดีมากๆ ถ้าไปกั๊กหรือไปอะไรอย่างงี้ คือไม่อยากให้เขาไปเล่นแล้วเขารู้สึกกังวลว่า เดี๋ยวเอ๋จะว่าโน่นนี่ เอ๋ว่าการแสดงมันต้องไปต่อ”
ป๋อ : “แล้วมันเป็นยุคใหม่แล้ว เราก็เติบโตไปพร้อมๆ กับยุคนี้ด้วย”
“เอ๋” พร้อมคัมแบ็กงานละคร พอห่างไปนานก็คิดถึง แต่ลูกๆ กำลังเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น เลยค่อนข้างใหม่สำหรับพ่อแม่
เอ๋ : “ถ้ามีติดต่อมาแล้วเอ๋ชอบบท แล้วมันเหมาะกับเรา เอ๋ก็อยากเล่น จริงๆ แล้วอยากเล่น ก็คิดถึงเหมือนกัน เพราะว่าเมื่อ 2 ปีก่อนเอ๋กลับไปเล่น ก็รู้สึกว่าความทรงจำทุกอย่าง บรรยากาศในกองถ่ายมันก็กลับมา พอมันอยู่ตรงนี้ปุ๊บ ไม่ได้ถ่ายนานๆ ก็รู้สึกคิดถึง แต่พี่ป๋อทำงานทุกวันเลย ทุกวันจริงๆ ก็เลยรู้สึกว่ามันต้องมีคนใดคนหนึ่งที่ต้องมาอยู่กับลูก ไม่งั้นลูกจะไม่รู้ว่าอยู่กับใคร เพราะบ้านเอ๋ไม่ได้มีพี่เลี้ยง แล้วปีนี้เป็นหนุ่มแล้วด้วย 13 กับ 9 เอ๋ว่าเขาเป็นช่วงวัยรุ่น เป็นช่วงที่มันใหม่สำหรับเอ๋กับพี่ป๋อ เพราะเราไม่เคยมีลูกที่โตมาเป็นวัยรุ่น เอ๋ว่าค่อนข้างยาก ตอนเด็กว่ายากแล้ว ตอนนี้ยากไปอีกเลเวลนึง”
ป๋อ : “เริ่มมีอารมณ์ เริ่มโกรธ ฉุนเฉียว ต้องอธิบายด้วยเหตุผล เขาต้องการเหตุผล ต้องการคนที่รับฟังเขา ก็ต้องปรับวิธีการพูดมากขึ้น ถามว่าน้องกลัวใครมากกว่ากัน ก็คนละเแบบนะ”
เอ๋ : “เอ๋จะเป็นแนวจ้ำจี้จ้ำไช พูดไปเรื่อย ขี้บ่นไปเรื่อย แต่พี่ป๋อเขาจะไม่บ่น แต่จะโช๊ะเลย ขาดเลย”
ป๋อ : “อาจจะด้วยความที่เป็นผู้ชายมากกว่า แต่แม่จะเหมือนแม่ทุกคนทั่วไป เอ๋จะพูดย้ำไปเรื่อยๆ”
เอ๋ : “เหนื่อยใจ พูดเป็นร้อยรอบไม่ไป แต่พอพ่อพูดคำเดียว ครับผม”
อัปเดตสุขภาพหลังหายป่วยมะเร็งปอด ยังต้องหาหมอทุก 6 เดือน และตรวจไปอีก 5 ปี
เอ๋ : “ยังต้องไปหาหมอ 6 เดือนครั้งค่ะ ตอนนี้ก็ดูแลสุขภาพ ต้องออกกำลังกายตลอด เพื่อให้ปอดขยายกลับมาเหมือนเดิม ตอนนี้เริ่มขยายแล้ว คือตัดส่วนที่เป็นออกไปแล้ว แต่มันก็สามารถกลับมาได้อีก เลยต้องตรวจไปอีก 5 ปี”
ป๋อ : “จริงๆ ไม่ใช่แค่เอ๋นะ ทุกคนต้องระวังเรื่องฝุ่น ไว้ใจไม่ได้จริงๆ”
เอ๋ : “เพราะยีนผู้หญิงไทยทุกคน ถ้าไปเจอเชื้อตัวนี้แล้วมันทำปฏิกิริยา ก็ทำให้เกิดโรคนี้ได้”
ป๋อ : “ผมชวนเอ๋ไปวิ่งรอบหมู่บ้าน วิ่งได้ 3 วัน ผมว่าเอ๋จะเป็นมะเร็งอีกรอบเปล่าวะ เพราะควันไอเสียเยอะ เลยให้เข้าไปฟิตเนส ตอนนี้เรื่องสุขภาพ กลับกลายเป็นเริ่มปลงมากขึ้นนะ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด เราห้ามไม่ได้ ตอนอยู่หน้าห้องผ่าตัด เราขอพระทุกองค์ ขอให้เอ๋ไม่เป็น แต่สุดท้ายก็เป็น นั่นหมายความว่าเราต้องยอมรับความจริง ไม่ต้องเสียเวลากับการกลัวหรือห่วงว่าจะเป็นโน่นนี่ แต่ให้เรียนรู้ที่จะมีสติว่า ถ้าเป็นแล้วจะทำยังไง จะอยู่กับมันยังไง เราเริ่มไม่กลัวการจาก ไม่กลัวความตายแล้ว เฉยๆ มาก จริงๆ มันก็แค่เส้นผมบังภูเขา เรารู้จักโรคนี้อยู่แล้ว เมื่อก่อนเราไม่อยากจากกันเลย ไม่อยากให้เอ๋เป็นอะไร แต่วันหนึ่งมันก็ต้องจากกันอยู่ดี ขอให้วันนี้เราสนุกกับมัน มีความสุข กินให้อิ่ม นอนให้หลับพอ”
เอ๋ : “ตอนนี้สุขภาพจิตดีค่ะ ไม่ได้กังวลหรือเครียด เอ๋ใช้ชีวิตให้มีความสุขดีกว่า มีคนบอกเยอะว่ามะเร็งมันกลัวความสุข เลยไม่อยากทุกข์เลยตอนนี้ ใช้ชีวิตเต็มที่เลย”


