“ทนายเจมส์” ชี้ “นก ยลลดา” โพสต์ภาพบัตรประชาชนแปลงเป็นนางสาวไม่ผิดกฎหมาย หากไม่มีเจตนาทุจริต แต่ลั่นไม่เห็นด้วยหากเปลี่ยนได้จริง ชี้ส่งผลกระทบวงกว้างต่อกฎหมายและการใช้ชีวิตของคนทั่วไปแน่นอน
ยังคงมีการถกเถียงกันไม่จบ เรื่องที่เหล่าสาวสองบางส่วนออกมาเรียกร้องเรื่องการขอคำนำหน้านางสาว โดยเฉพาะนักเรียกร้องสิทธิอย่าง “นก ยลลดา เกริกก้อง สวนยศ”ที่ยังคงมีการโพสต์บนหน้าเฟซบุ๊กอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่กับโพสต์ที่เจ้าตัวได้มีการนำภาพบัตรประชาชนของตัวเองมาดัดแปลงโดยใช้คำนำหน้าว่านางสาว พร้อมกับมีข้อความระบุไว้ว่า "ลองดูซิ๊ ถ้าบัตรปชช.เป็นแบบนี้ จะมีใคร ต-า-ยมั้ย? ปล.ภาพสมมติเพื่อยกตัวอย่าง" นอกจากจะมีคนเข้ามาคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกันมากมายและหลากหลายแล้ว ก็มีที่เข้ามาถามว่าการโพสต์แบบนี้ผิดพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์หรือไม่
ซึ่งทางทีมข่าว manager online ได้มีการสอบถามไปทาง “ทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต” ทนายความชื่อดังเกี่ยวกับประเด็นนี้ โดยทนายเจมส์ได้เผยว่า ถ้าผู้โพสต์ไม่ได้มีเจตนาทุจริต โดยเอาไปแอบอ้างหรือหลอกลวงผู้อื่นให้หลงเชื่อทำให้เสียทรัพย์ และมีการลงข้อความชัดเจนว่าเป็นภาพสมมติ ตรงนี้ถือว่าไม่ครบองค์ประกอบความผิดทางกฎหมาย แต่สำหรับตนก็ไม่เห็นด้วยที่สาวสองจะขอใช้คำนำหน้าว่านางสาว เพราะจะมีผลกระทบทางกฎหมายอีกหลายอย่างแน่นอน
“อันแรกก่อนครับ ประเด็นคือมันต้องเริ่มต้นคำว่าโดยทุจริตเสียก่อน สิ่งที่เขาทำมันโดยทุจริต หลอกลวงคนอื่นโดยทุจริตหรือเปล่า เช่น ถ้ามีเรื่องของการหลอกลวงเอาเงินกันโดยใช้ภาพนี้ในการหลอกลวง อย่างนี้ผิดพ.ร.บ.คอมบ์ฯ มาตรา 14 เช่น สมมติเอาบัตรนี้ไปหลอกลวงคนอื่น อ้างว่าเป็นผู้หญิง แล้วขายบริการ หรือให้บริการนวดโดยอ้างว่าเป็นผู้หญิง คนหลงเชื่อก็เลยโอนเงินไป แบบนี้ผิดครับ แต่ถ้าเกิดว่าการโพสต์ของเขาไม่ได้โพสต์ในทำนองที่จะหลอกลวงคนอื่นเพื่อที่จะเอาเงิน แบบนี้ไม่เป็นความผิดครับ
ซึ่งถ้าเขามีระบุบนบนโพสต์ว่า ปล. ภาพสมมติเพื่อยกตัวอย่าง ในมุมมองผมว่าไม่ผิดครับ ไม่ครบองค์ประกอบความผิดทางกฎหมาย สามารถทำได้และเขาก็แจ้งด้วยว่าเขาทำภาพสมมติ เพราะงั้นสองเหตุผล หนึ่ง ไม่ครบองค์ประกอบความผิดตาม พ.ร.บ.คอมบ์ฯ มาตรา 14 วงเล็บ 1 สองตัวของผู้โพสต์เองก็ชี้แจงไว้ด้วยว่านี่คือภาพสมมติ ก็ไม่ผิด พ.ร.บ.คอมบ์ฯ มาตรา 14 ครับ เนื่องจากไม่ใช่เป็นการทุจริตหลอกลวงผู้อื่นเพื่อแสวงหาประโยชน์อันมิชอบด้วยกฎหมายครับ”
บอกถ้ามีการเปลี่ยนคำนำหน้าจริงๆ มีผลกระทบเกิดขึ้นมากมายแน่นอน
“แต่ถามว่าถ้าสมมติมันมีการเปลี่ยนแปลงนางสาวหรืออะไรตรงนี้จริงๆ มันจะมีผลกระทบกับกฎหมายมั้ย มีแน่นอนครับ คือต้องบอกก่อนว่าลักษณะทางกายภาพ อย่างแรกเลย คำนำหน้านี่สำคัญนะ เพื่อบ่งชี้ตัวบุคคลให้ชัดเจนถ้าเกิดมันสามารถเปลี่ยนกันได้เป็นลักษณะแบบนี้ การกระทำความผิด สมมติจะจับคน มันก็สับสนกันแล้วนะ อย่าลืมว่าสมมติชื่อนามสกุลเหมือนกัน แต่ยังมีนายกับนางสาวแยกและบ่งบอกกันได้ อันที่หนึ่ง อันที่สองไปดูชื่อพ่อแม่เหมือนกันหรือเปล่า อันที่สามไปดูเลขบัตรประชาชน
แต่คราวนี้ถ้ามีการกระทำความผิดทางอาญาเกิดขึ้น มันจะแบ่งแยกกันไม่ออก มันกระทบหลายๆ อย่างครับ อย่างเช่นลักษณะของการทำประกันชีวิต ผู้ชายกับผู้หญิงราคาก็ต่างกันนะ แบบนี้มันก็จะกระทบในหลายๆ ส่วนครับ ผมมองว่ามันมีผลกระทบกับการใช้ชีวิตของบุคคลโดยทั่วไปนะครับ การจับกุมตัวผู้กระทำความผิดก็เกิดการสับสนขึ้นมาได้ สมมติมีบุคคลที่แปลงเพศ และเปลี่ยนคำนำหน้าเรียบร้อยแล้ว คราวนี้ถ้าคุณยังมีชีวิตอยู่ คุณยังสามารถบอกเขาได้ว่าหนูเป็นเพศที่สามนะ แต่สมมติกรณีคุณไม่สามารถให้ข้อมูลได้ล่ะ ใครจะอธิบาย ใครจะมาบอก สมมติคุณอยู่คนเดียว ใครจะมาบอก คนที่เอาตัวคุณไปโรงพยาบาลว่าคุณคือเพศที่สามนะ แต่เปลี่ยนคำนำหน้ามา”
ลั่นไม่เห็นด้วย เพราะกระทบต่อการใช้ชีวิตของบุคคลอื่น
“มีความเป็นไปได้ที่จะเปลี่ยนมั้ย ผมคิดว่ายากครับ ในส่วนตัวผมนะ ผมคิดว่าเป็นไปไม่ได้ครับ อันนี้ยากกว่าสมรสเท่าเทียมเยอะ คือสมรสเท่าเทียมเรายังสามารถที่จะดัดแปลงข้อกฎหมาย เพื่อให้เข้ากับลักษณะการใช้ชีวิตของบุคคลได้ อันนี้เขาเรียกว่าการใช้ชีวิต แต่ลักษณะทางกายภาพผมมองว่ามันยากแล้วมันส่งผลกระทบต่อกฎหมาย ต่อการใช้ชีวิตของบุคคลอื่น แล้วก็ตัวของเขาเองด้วยแหละผมว่านะ ผมไม่เห็นด้วยครับ ถ้าสมมติจะเปลี่ยนอันนี้นะ เพราะส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่นๆ ครับ”


