xs
xsm
sm
md
lg

ตรุษจีนเดือด! บ็อกซ์ออฟฟิศจีนกวาด 842 ล้านดอลลาร์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


Panda Plan 2: The Magical Tribe
ตรุษจีนเดือด! บ็อกซ์ออฟฟิศจีนกวาด 842 ล้านดอลลาร์ “Pegasus 3” แรงทะลุ 400 ล้าน ดันตลาดโลกพุ่ง

เทศกาลตรุษจีนปี 2026 กลายเป็นช่วงเวลาทองของอุตสาหกรรมภาพยนตร์จีนอีกครั้ง เมื่อรายได้รวมบ็อกซ์ออฟฟิศระหว่างวันที่ 15–23 กุมภาพันธ์ ทำเงินรวมสูงถึง 842.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 5.75 พันล้านหยวน จากยอดผู้ชมกว่า 120 ล้านคน แม้ตัวเลขจะลดลงราว 18% จากปีก่อน ที่ทำไว้ประมาณ 965 ล้านดอลลาร์ แต่ก็ยังคงเป็นหนึ่งในช่วงเวลาทำเงินที่ใหญ่ที่สุดของปีสำหรับตลาดภาพยนตร์จีน

รายงานจากสถาบันวิจัย Maoyan ระบุว่า ในช่วงเทศกาลดังกล่าว โรงภาพยนตร์ทั่วประเทศมีการฉายรวมกว่า 4.35 ล้านรอบ หรือเฉลี่ยวันละกว่า 550,000 รอบ เพิ่มขึ้นประมาณ 15% จากปีก่อน ขณะที่ราคาตั๋วเฉลี่ยกลับลดลง โดยเฉพาะในเมืองระดับสามและสี่ที่ราคาตั๋วลดลงมากกว่า 6% เพื่อดึงดูดผู้ชมให้กลับเข้าสู่โรงภาพยนตร์มากขึ้น

น่าสนใจว่าตลาดในเมืองระดับสามและสี่กลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของรายได้ในปีนี้ โดยคิดเป็นเกือบ 60% ของรายได้บ็อกซ์ออฟฟิศทั้งหมด ซึ่งเป็นสัดส่วนสูงสุดในรอบหกปี อีกทั้งโรงภาพยนตร์จากเมืองระดับสี่ถึง 4 แห่ง ยังติดอันดับโรงทำเงินสูงสุด 10 อันดับแรกของประเทศ

Boonie Bears: The HiddenProtector
ภาพยนตร์ที่ครองแชมป์เทศกาลปีนี้อย่างชัดเจนคือ “Pegasus 3” หนังแข่งรถภาคต่อที่กำกับโดย หาน หาน และนำแสดงโดย เสิ่น เถิง ซึ่งทำรายได้สูงสุดของเทศกาลไปถึง 424.8 ล้านดอลลาร์ (2.9 พันล้านหยวน) โดยเฉพาะวันเปิดตัวสามารถทำเงินวันเดียวเกือบ 94 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ยอดความสนใจล่วงหน้าบนแพลตฟอร์ม Maoyan พุ่งถึง 978,000 คนกด “อยากดู” ก่อนฉายจริง

ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังทำรายได้จากโรง IMAX ไปแล้วกว่า 21.7 ล้านดอลลาร์ ถือเป็นสถิติสูงสุดของแฟรนไชส์ นอกจากนี้นักวิเคราะห์ในจีนยังคาดว่ารายได้รวมตลอดการฉายของ Pegasus 3 อาจพุ่งไปถึง 610–700 ล้านดอลลาร์ หากกระแสตอบรับยังคงแข็งแกร่งต่อเนื่อง

อันดับสองของเทศกาลคือ “Scare Out” หนังสายลับกำกับโดยผู้กำกับระดับตำนาน จาง อี้โหมว ทำรายได้ประมาณ 127 ล้านดอลลาร์ (867 ล้านหยวน) ตัวหนังเล่าเรื่องทีมหน่วยข่าวกรองที่ต้องตามล่าผู้ทรยศภายในองค์กร หลังข้อมูลลับของชาติถูกเปิดเผยอย่างปริศนา ภาพยนตร์เรื่องนี้นำแสดงโดย อี้หยางเชียนซี และ จู อี้หลง

ขณะที่อันดับสามคือ “Blades of the Guardians: Wind Rises in the Desert” ภาพยนตร์แอ็กชันกำลังภายในที่ดัดแปลงจากมังงะจีน กำกับโดยปรมาจารย์คิวบู๊ หยวน วูปิง และนำแสดงโดย อู๋ จิง กับ หลี่ เหลียนเจี๋ย ซึ่งทำรายได้ 118 ล้านดอลลาร์ (806 ล้านหยวน)

Blades of the Guardians: Wind Rises in the Desert
อันดับสี่เป็นภาพยนตร์แอนิเมชันครอบครัวยอดนิยม “Boonie Bears: The HiddenProtector” ซึ่งทำรายได้ 104.4 ล้านดอลลาร์ (713 ล้านหยวน) โดยรายได้กว่า65% มาจากเมืองระดับสามและสี่

แสดงให้เห็นว่ากลุ่มผู้ชมครอบครัวในต่างจังหวัดยังเป็นฐานสำคัญของตลาดภาพยนตร์จีนส่วนภาพยนตร์อีกเรื่องที่เข้าฉายในช่วงเดียวกันคือ “Panda Plan 2: The Magical Tribe” หนังแอ็กชันคอมเมดี้ภาคต่อของ เฉินหลง ซึ่งทำรายได้ประมาณ 26.4 ล้านดอลลาร์ในช่วงหกวันแรก และคาดว่าจะปิดรายได้รวมราว 60–70 ล้านดอลลาร์

นอกจากภาพยนตร์จีนแล้ว ตลาดโลกยังมีความเคลื่อนไหวจากภาพยนตร์ฮอลลีวูด โดยหนังดราม่าโรแมนติก “Wuthering Heights” นำแสดงโดย มาร์โกต์ ร็อบบี้ และ เจค็อบ เอลอร์ดี ทำรายได้ทั่วโลกในสุดสัปดาห์ที่สองประมาณ 40.5 ล้านดอลลาร์ จาก 77 ตลาด โดยรายได้รวมในสหราชอาณาจักรแตะ 22.5 ล้านดอลลาร์ แล้ว

หนังเรื่องนี้ยังมีแผนเข้าฉายในตลาดสำคัญอีกหลายประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลียในวันที่ 12 มีนาคม, จีนวันที่ 14 มีนาคม, ซาอุดีอาระเบียในเดือนเมษายน และ เกาหลีใต้ในเดือนเดียวกัน

Scare Out
นักวิเคราะห์อุตสาหกรรมภาพยนตร์ชี้ว่า แนวโน้มของผู้ชมจีนในปัจจุบันกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยคนดูรุ่นใหม่หันไปให้ความสนใจกับภาพยนตร์ที่มีสไตล์ บันเทิงแบบฮอลลีวูด มีสเปเชียลเอฟเฟกต์และเรื่องราวเข้าถึงง่าย มากกว่าภาพยนตร์แนวชาตินิยมแบบในอดีต

แม้เศรษฐกิจจีนจะเผชิญแรงกดดัน โดยเฉพาะอัตราการว่างงานในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่จบมหาวิทยาลัย แต่ราคาตั๋วภาพยนตร์ยังถือว่าเข้าถึงได้ โดยในเมืองใหญ่ราคาตั๋วเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 10 ดอลลาร์ต่อใบ ขณะที่เมืองระดับรองอยู่ราว 4–7 ดอลลาร์

ด้วยเหตุนี้ โรงภาพยนตร์จึงยังคงเป็นหนึ่งในรูปแบบความบันเทิงที่ได้รับความนิยม และเทศกาลตรุษจีนก็ยังคงเป็น สนามแข่งขันสำคัญที่สุดของปีสำหรับหนังจีน ซึ่งหลายครั้งรายได้จริงของหนังจะเพิ่มขึ้นหลังสัปดาห์แรกจากกระแสปากต่อปากของผู้ชม

แม้ตัวเลขปีนี้จะลดลงจากปีก่อน แต่รายได้ระดับ 842 ล้านดอลลาร์ภายในเก้าวัน ก็ยังตอกย้ำว่าตลาดภาพยนตร์จีนยังคงเป็นหนึ่งในตลาดที่ทรงพลังที่สุดของโลก และสามารถดึงรายได้ระดับมหาศาลได้โดยไม่ต้องพึ่งพาภาพยนตร์จากฮอลลีวูดเลย

Pegasus 3