xs
xsm
sm
md
lg

“อิงฟ้า” เปิดเรตค่าตัวทำขวัญนาค 5 แสน! ผวาจนซื้อบ้าน “ซาแซง” บุกเคาะคอนโด 4 ครั้ง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“อิงฟ้า วราหะ” เปิดใจชีวิตที่ต้องแลก ถูก “ซาแซง” คุกคามจนต้องซื้อบ้านหนีเพื่อความปลอดภัย หลังซาแซงบุกเคาะถึงคอนโด 4 ครั้งแล้ว พร้อมเคลียร์ชัดเรตค่าตัวหมอขวัญนาค 5 แสนบาท ยอมรับคิดถึงอาชีพเก่ามากจนอยากหาทางให้แฟนคลับได้ชมอีกครั้ง

กลายเป็นประเด็นอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว หลังจากที่ “อิงฟ้า วราหะ” ออกมาเผยถึงความสวยรวยความสามารถ โดยเฉพาะทักษะการเป็นหมอทำขวัญนาค ที่เจ้าตัวยอมรับว่าคิดถึงมาก พร้อมเคลียร์ชัดๆ เรื่องเรตราคาค่าจ้าง งานนี้อิงฟ้าได้เปิดใจถึงประสบการณ์สุดหลอนจากซาแซง จนตัดสินใจซื้อบ้านเพื่อความปลอดภัย

“คิดถึงมาก คิดถึงการทำขวัญนาคมาก ถ้าสมมติยังไม่มีใครมาจ้าง แต่ก็เข้าใจในเรตราคา เพราะว่าบอสเขาเคยตั้งไว้ 5 แสน และในราคา 5 แสน ทำขวัญนาค 4 ชั่วโมง ก็ถือว่าเราอยู่ด้วยกันคุ้มอยู่ ก็คุ้มอยู่ อันนี้เป็นเรตปัจจุบัน เป็นเรตของมิสแกรนด์ เพราะว่าเราทำล่าสุดก็เมื่อ 4-5 ปีที่แล้ว แต่ถ้าหลายคนคิดถึงจริง เดี๋ยวตอนคอนเสิร์ตอิงฟ้ามหาชน 3 ก็จะได้เห็นอิงฟ้าทำขวัญนาคบนเวที แบบเซอร์ไพรส์ เพราะว่ามันเป็นสิ่งที่เราอยากทำ อีกอย่างหลายคนคงคิดถึง คิดถึงเราในพาร์ตทำขวัญนาค แล้วก็ใช่ว่าหลายคนจะทำได้ ซึ่งมันเป็นพรสวรรค์ที่เราไม่ควรจะทิ้ง

ในความคิดของฟ้าเอง ถ้าราคามันเบาลงไม่ได้ เราก็อาจจะลองเนรมิตงานขึ้นมา แล้วทำเป็นกลุ่มปิด (หัวเราะ) ก็อยากให้หารกัน เพราะว่าแฟนคลับบางส่วน ที่ไม่ใช่วัยรุ่น และแฟนคลับต่างจังหวัดก็เยอะ เขาก็อยากดูเราในพาร์ตทำขวัญนาค

ถามว่ามีคนติดต่อมาไหม ในส่วนตัวของหนูไม่รู้เลย เพราะว่าถ้าติดต่อมาก็ต้องผ่านกอง ไม่ค่อยทราบเท่าไหร่ แต่ก็มีคนรอบตัว ก็มีศิลปินมาทาบทาม ถ้าผมจะบวชแล้วให้พี่ไปทำขวัญนาค พี่คิดราคาเท่าไหร่ ซึ่งย้อนกลับไปที่เรารู้สึกว่าเรายังอยากทำขวัญนาคอยู่ เพราะว่ามันเป็นจุดเริ่มต้นของเรา มันเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้หลายคนรู้จักเรา ก่อนที่เราจะมาเป็นมิสแกรนด์ ที่หลายคนจัดอันดับว่าเป็นหมอทำขวัญนาคที่สวยที่สุดในอันดับต้นๆ เพราะว่ามันไม่ใช่ทุกคนจะทำได้ และเราอุตส่าห์ทำได้ เราก็ไม่อยากทิ้งมันไป”

ตัดสินใจซื้อบ้านเพื่อความปลอดภัย หลังซาแซงป่วน จนย้ายคอนโด 4 ที่ ติดกล้องรอบบ้าน 16 ตัว
“ตั้งแต่เรามงลงมาเนอะ เราเปลี่ยนคอนโดไปแล้ว 4 ที่ เราเจอมาหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะมาเคาะหน้าห้อง เขาดูจากวิวที่เราไลฟ์อยู่ ว่าห้องเราอยู่ตรงนี้ ก็แจ้งนิติฯ ไปแล้ว แต่เขาคนนั้นก็เป็นลูกบ้านที่เช่าอยู่คอนโดเดียวกับเรา เราก็ทำอะไรไม่ได้ หรือบางทีก็ถึงขั้นดักรออยู่ข้างล่าง นิติฯ ก็แจ้งมาว่ามีคนอยากมาเจอเรา หรือบางทีก็ไปดักรอที่โรงรถ ก็เลยตัดสินใจซื้อบ้านเพราะว่าบ้านเราสามารถควบคุมความปลอดภัยได้ แต่ก็ต้องติดกล้องวงจรปิดรอบบ้าน 16 ตัว แล้วถ้าเขาเข้ามาได้ และยังไม่ได้รับการอนุญาตจากเรา เขาก็จะออกไม่ได้ หมู่บ้านนี้การรักษาความปลอดภัยค่อนข้างเข้มงวด

ที่เราเจอหนักๆ ก็ประมาณ 4 ครั้ง บางทีเราไปดูตาแมว เขาเคาะประตู พอเราดู เราก็เห็นว่าเขาวิ่งหนี เราก็ไม่ได้ถึงขั้นกลัว แต่มันกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของเรา ซึ่งมันก็รวมไปถึงความปลอดภัยของเราเอง เราก็เจอหลากหลายรูปแบบ บางทีก็เจอคนเมา เราก็กลัวว่าเขาจะมาถึงเนื้อถึงตัวเรา และเคสที่เราเจอหนักสุดก็คืออย่างที่เคยเป็นข่าวไป เจอที่ห้างสรรพสินค้า อยากเจออยากคุยกับเรา ซึ่งเราก็ไม่อยากลงดีเทลเยอะ เพราะว่ากลัวเขาจะดูอยู่ เดี๋ยวเขาจะคัมแบ็กกลับมา

ก็อยากจะฝากเขาว่างานของเราก็มีเยอะมาก ก็อยากให้มาเจอตามงานมากกว่า มันได้ใกล้ชิดกันมากกว่า แต่ถ้ามาเจอเราโดยที่เราไม่ได้อนุญาต หรือมาเจอในพื้นที่ส่วนตัวของเรา แน่นอนในยุคสมัยนี้ก็ต้องมีการเสียเงินแน่นอน หรืออาจจะเข้าคุกก็ได้ มันก็จะกลายเป็นเรื่องราวที่ลำบากมากขึ้น มันก็จะทำให้เจอกันยากมากขึ้น พยายามทำตามกฎเกณฑ์ที่มีอยู่ ศิลปินก็คือบุคคลธรรมดา ก็จะใช้ชีวิตเหมือนคนทั่วไปเลย ให้เกียรติซึ่งกันและกัน”