รายการ WandOland ชวนสำรวจชีวิตคู่ของ “หนูแหม่ม สุริวิภา” และ “บ๊อบบี้ โรเบิร์ต” ที่ร่วมเดินทางด้วยกันมา 35 ปี ผ่านบทสนทนาที่ลึกกว่าคำว่ารัก ทั้งเรื่องการยอมรับในความต่าง และการเลือกจะปรับตัวเพื่อกันและกัน หนูแหม่ม จากผู้หญิงที่ไม่ขึ้นเครื่องบินสู่ชีวิตที่กล้าลุยเพราะมีเขาข้าง ๆ
อะไรคือสิ่งที่ควรปล่อยวาง อะไรคือสิ่งที่ต้องรักษาไว้ และความรักที่ดีควรทำให้เราเป็นตัวเองได้แค่ไหน ตั้งแต่วินาทีที่มั่นใจจะฝากชีวิตไว้
ความฝันที่คุณยังไม่ได้เล่าให้อีกคนฟังคืออะไร ?
หนูแหม่ม : “เราแค่รู้สึกมันคงไม่ได้เป็นฝันที่เคยคุยกันเป็นเรื่องเป็นราว แค่รู้สึกเราอยากเที่ยวกัน 2 คนไกลๆ รอบโลกไปเรื่อยๆ มันไม่ได้ฝันแต่เราก็คุยกันอยู่เรื่อยๆ แด๊ดดี้เราอยากเที่ยวกับคุณ บางทีเราไปกัน 2 คนอย่างนี้ อาจจะเป็นเพราะว่าเราทำกันมาเยอะแล้ว เราก็เลยรู้สึกอยากผ่อนคลาย มันเลยเป็นฝันที่อยากผ่อนคลาย”
มีเรื่องของคุณเองไหม สมมติไม่มีเขาในชีวิต ?
หนูแหม่ม : “ไม่เคยคิดอะไร ไม่กล้าทำอะไรโดยที่ไม่มีบ๊อบบี้เลย เรายังคุยกันทุกวัน บ๊อบบี้ชอบถามว่าแหม่มชอบอยู่กับผมไหม แหม่มบอกใช่ บางทีเราดำน้ำก็ได้ ถ้าไม่มีบ๊อบบี้แหม่มจะไม่ไปดำน้ำเลย เพราะไม่รู้ว่าจะไปเริ่มตรงไหน รู้สึกว่าทุกอันถ้าไม่มีพี่บ๊อบบี้บางอันที่มันลุยมากๆ คิดว่าไม่ได้ทำด้วยซ้ำ ถ้าไม่ได้แต่งงานกับพี่บ๊อบบี้ไม่คิดว่าจะขึ้นเครื่องบินไปเที่ยวด้วยซ้ำ เพราะเป็นคนไม่ขึ้นเครื่องบิน ก็คงจะเป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่นั่งทำงานแล้วก็รอวันแก่แล้วก็สวยตอนแก่แล้วไง ความสวยนี้มันมีอยู่แล้วเพราะว่ามันอยู่รอบตัวเรา แล้วแต่ว่าไม่ได้มีบัดดี้ที่จะพาไปไหน ชีวิตอาจจะไม่ได้สนุกเท่านี้”
บ๊อบบี้ : “ก่อนผมเจอแหม่ม แหม่มก็ไม่เคยทำอะไรเลย ไม่เคยออกกำลังกาย ไม่เคยเดินในสวนสาธารณะ ทำงานกลับบ้านๆ ทุกวันพาเขาไปยุโรปตอนฮันนีมูนก็ไม่เคยไป ทำงานอย่างเดียว”
หนูแหม่ม : “ยังคิดเลยว่าขึ้นเครื่องบินไม่ได้คนเดียว กลัวทุกอย่างที่ควบคุมไม่ได้ เป็นคนควบคุม เกิดมาเพื่อควบคุม คิดว่าตัวเองเป็นแบบนั้น มันก็เลยเป็นแบบนั้น ควบคุมทุกอย่าง ต้องยืนให้ได้สิ ต้องแตะพื้นให้ได้สิ อยู่ตรงนี้ให้ได้สิ ดำน้ำทำไมต้องไปดำน้ำ แล้วมันหายใจยังไง ถ้าไม่มีพี่บ๊อบบี้พี่ทำไม่ได้”
ถ้าอธิบายความสัมพันธ์เป็นสีคุณจะเลือกสีอะไร ?
หนูแหม่ม : “Rainbow”
บ๊อบบี้ : “ต้องตามลูก Rainbow มีทุกๆ รสชาติ แม้เราจะรู้จักกันมา 30 ปีแล้ว แต่ความสัมพันธ์ของเราก็ยังคงมีทั้งขึ้นและลงในแต่ละวัน แต่ละฤดูกาลก็แตกต่างกันไป ไม่มีวันไหนเหมือนกันเลยตลอด 35 ปีที่ผ่านมา ไม่มีวันไหนเหมือน”
ยังบ่นกันและกันอยู่หรือเปล่า ?
หนูแหม่ม : “อย่าใช้คำว่าบ่น เหมือนดูให้เกียรติคู่เราเกินไป ให้ใช้คำว่าทะเลาะและขบหัวกัน”
บ๊อบบี้ : “แม้จะผ่านไป 35 ปีแล้ว เธอก็ยังบ่นเรื่องเดิมๆ ทุกวัน ตัวอย่างเช่น ผมเพิ่งอาบน้ำเสร็จเดินออกมาจากห้องอาบน้ำแล้วพื้นก็เปียก ทำไมพื้นเปียก เพิ่งเดินออกมาเลย ห้องน้ำเปียกเพราะเพิ่งจะอาบน้ำ ทำไมกางเกงในอยู่ตรงนี้ ทำไมไม่ปิดแอร์ ไม่เปิดหน้าต่าง ไม่ปิดไฟ ทำไมไม่เปิดประตูแมว ทำไมไม่ล็อก ทุกวัน”
ก็ต้องอยู่กับมันใช่ไหม ?
หนูแหม่ม : “อยู่นาน อยู่ทน แล้วก็ทนอยู่”
บ๊อบบี้ : “สมมติผมนอนอยู่บนเตียง ใส่ CPAP แล้วด้วย แล้วเขาก็บอกว่า ล็อกประตูหน้าบ้านหรือยัง? เราบอกทำไมต้องถามตอนนี้ ตอนกำลังจะนอนแล้ว ผมบอกแหม่ม อยากรู้ไปดูเอง จะนอน”
หนูแหม่ม : “ตอนหลังพี่บ๊อบบี้ก็รู้แล้วว่าจะรับมือยังไง”
บ๊อบบี้ : “เขาเป็นแบบนี้บ่อยมากเลย ผมกำลังดูทีวีอยู่ แล้วจู่ๆ เขาก็เข้ามาเปลี่ยนไฟ ชอบไฟเหลืองไม่ชอบไฟขาว”
หนูแหม่ม : “แค่ไฟเหลืองกับไฟขาวก็เป็นปัญหาสำหรับบ้านเรา ต้องเปิดทุกห้อง และต้องสว่างขาวทุกห้อง ถ้าอยู่เปิดหมด ให้เราเห็นชัดไม่เหลือง”
บ๊อบบี้ : “ผมก็เลยนั่งอยู่เฉยๆ แล้วปล่อยให้เขาทำ”
ถ้าเลือกกลับไปอยู่ในอายุสักช่วงหนึ่งของชีวิตได้คุณจะเลือกอายุเท่าไหร่ ?
บ๊อบบี้ : “คิดว่าเป็นอายุช่วงที่เราเพิ่งเริ่มคบกัน น่าจะ 20 ปลายๆ”
มันมีเหตุการณ์หรืออะไรที่ทำให้เราตัดสินใจว่ามั่นใจว่าเราสามารถฝากชีวิตไว้กับคนๆ นี้ได้ ?
หนูแหม่ม : “บางคนตัดสินใจว่าคนนี้แหละ ที่จะฝากชีวิตไว้กับในมือเขาได้ด้วยเหตุผลที่ค่อนข้างกว้างๆ ใหญ่ๆ อันนี้ถือว่าใหญ่ๆ มันคือความสำคัญของการอยู่ด้วยกันก็คือการข้ามปัญหาไปด้วยกัน แต่สำหรับชีวิตเรา เราเลือกผู้ชายคนนี้เข้ามาในชีวิต แล้วรู้เลยว่าคนนี้ดูแลชีวิตฉันได้จนวันตายแน่ๆ ด้วยเหตุการณ์เดียว ไม่ต้องเรียนรู้อะไรกันเยอะ
เรารู้จักกันปีกว่าผ่านไป แล้วเป็นครั้งแรกที่พี่บ๊อบบี้จะพาไปเที่ยวที่บ้านญาติเขา แล้วมันมีหมาตัวหนึ่งดุมากชื่อโกโก้ โกโก้เป็นหมาที่ดุ ใครเข้าไปมันอาจจะกัดทุกคนได้ที่แปลกหน้า วันนั้นเป็นวันแรกที่เข้าไปในบ้านของพี่ปานแล้วโกโก้ก็อยู่ บ๊อบบี้เขาบอกว่าไปมีพ่อเขาแล้วก็มีเขาแล้วก็มีหนูแหม่ม นี่คือเหตุการณ์ที่ทำให้คิดว่าผู้ชายคนนี้สามารถกำชีวิตฉันด้วยความปลอดภัย เขาบอกพ่อเดินข้างหน้าเลยนะ เขาพูดเป็นภาษาอังกฤษ
พ่อเดินข้างหน้าเลยแล้วให้แหม่มอยู่ตรงกลางแล้วผมจะอยู่ท้ายเอง ถ้าโกโก้มาผมจะเตะโกโก้เอง เรารู้สึกว่าในชีวิตนี้ไม่เคยมีผู้ชายคนไหนเตะหมาให้ฉันเลย เธอคือคนที่จะต้องดูแลชีวิตฉันจนวันตาย เพราะเธอเตะหมาให้ฉันตัดสินใจเลยว่าคนนี้ เราถามเลยบ๊อบบี้คุณจีบเราอยู่ คุณจีบเราจริงจังหรือเปล่าเพราะว่าเรามาไกลแล้วนะ คุณจีบเราจริงจังเราจะได้จริงจังด้วย วันรุ่งขึ้นตัดสินใจจากเหตุการณ์เตะโกโก้ให้เราค่ะ ไม่มีอะไรใหญ่โตเลย เราว่าบางอย่างมันทำให้เราอุ่นใจแค่ประโยคเล็กๆ หรือความรู้สึกเล็ก ๆ เราถึงได้ถาม”
อยากขอบคุณอะไรบ้าง?
บ๊อบบี้ : “ขอบคุณที่สามารถควบคุมทุกอย่างได้ถึงขนาดนี้”
หนูแหม่ม : “ขอบคุณที่เป็นตัวเอง ขอบคุณทุกอย่างที่ตัวเองทำผ่านมา บางทีลืมกอดตัวเองด้วยซ้ำว่ามันมีอยู่ช่วงหนึ่งที่เราเจอวิกฤต ทุกคนคงเคยผ่านหลายวิกฤตแหละเราก็เป็นคนหนึ่งที่ผ่านหลายวิกฤต ได้มีโอกาสขอบคุณ กอดตัวเอง อาจจะเกิดจากการฝึกฝน พอเราลืมหรือเราโกลาหลกับชีวิตมากๆ ก็ลืมก่อนตัวเอง บางทีเราก็เป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่ง มาไกลขนาดนี้ขอบคุณที่ตัวเองเก่งที่แข็งแรง เราว่าเราแข็งแรง”
คลิกชมย้อนหลัง : https://www.youtube.com/watch?v=T6m2Fw5sLSI


