“เอม วิทวัส” ลั่นตรวจฉี่ได้ หลังเจอทักผอมเหมือนติดยา ฟาดคอมเมนต์บูลลี่ ดูโปรไฟล์ไม่เห็นสวยกว่าสักคน เผยน้ำหนักลง 14 กิโล เพราะใช้วิธีวิทยาศาสตร์ อยากลดเพราะความพอใจของตัวเอง เข้ากล้องแล้วตัวใหญ่ แนะคนอยากทำตาม ปรึกษาหมอดีที่สุด โต้ข่าวเลิกแฟน ความสัมพันธ์ยังเหมือนเดิม ให้กำลังใจ “จ๊ะ นงผณี” อาการคุณพ่อดีขึ้นแล้ว
มุ่งมั่นลดน้ำหนักลงไปถึง 14 กิโล เพราะความพอใจของตัวเอง แต่กลับโดนบูลลี่ว่าผอมเหมือนคนติดยาซะงั้น แต่งานนี้ “เอม วิทวัส รัตนบุญบารมี” ก็ไม่ได้เก็บมาคิดให้เสียเซลฟ์ เพราะเข้าไปดูโปรไฟล์คนที่คอมเมนต์แล้ว ไม่เห็นจะสวยกว่าตัวเองสักคน โดยเอมได้เปิดใจในงานกาล่าของภาพยนตร์เรื่อง “พี่นาค5” ว่าตอนนี้ชอบหุ่นตัวเองมาก
“เรื่องหุ่นตอนนี้โอเคค่ะ ชอบเลย ตอนนี้ชอบหุ่นตัวเองมากเลย หลายๆ คนบอกว่าแบบ เฮ้ย มันผอมไปไหม อาการเหมือนคนดีดยาเลย หนูจะดีดไปไหน ประเด็นคือจะเล่นยาไปทำไม (หัวเราะ) ตรวจฉี่ได้ค่ะ (ไปทำอะไรมา?) มันถูกกฎหมายใช่ไหม ปักตะกร้าค่ะ เป็นการลดน้ำหนักโดยวิทยาศาสตร์ เขาใช้วิธีนี้กันเยอะมาก แต่เราเจอสื่อบ่อยสุดไง ก็เลยกลายเป็นว่าคนจับจ้อง เพราะว่าแต่ละคนมันลงไปเยอะมาก ผู้จัดการเอมแค่ไม่ได้เล่นหนัง ลงไป 30 กิโล เฉยๆ แต่เอมลงไปประมาณ 14 กิโลค่ะ”
ลดเพื่อความพอใจของตัวเอง เพราะอยู่ในกล้องแล้วดูตัวใหญ่มาก
“เอมว่าคนที่จะบอกว่าหุ่นเราดีหรือไม่ดี มันอยู่ที่ตัวเอง เพราะหลายคนบอก อุ้ย อันนี้ดีแล้ว แต่ถ้าตัวเองผอมมาก จะบอกว่าผอมด้วยฟิตเนส แต่ถ้าคนอื่นผอมเนี่ย จะบอกไม่เริ่ด นึกออกเปล่า ฉันอ้วนแล้วทำไม ฉันรักตัวเอง แต่พอมีคนบอกว่าอ้วนปุ๊บ เฮ้ย บูลลี่เปล่า เขาจะเป็นสไตล์นี้กัน ก็เลยรู้สึกว่าชอบ ที่ลดเพราะว่ามันเห็นตัวเองในกล้อง ในทีวี ในโปสเตอร์ เอมรู้สึกว่ามันใหญ่มาก ตัวเราเองนะ เราประเมินตัวเองว่ารู้สึกว่า เออ มันไม่ได้แล้ว เราตามใจปากไปหน่อยแล้ว แล้วยิ่งเปิดร้านอาหารด้วย ก็กินทุกวัน เลยแบบเฮ้ย รู้สึกไม่สนุกแล้ว
ตอนแรกกะจะลงแค่ 5 กิโล แต่อันนี้รู้สึกว่าเฮ้ย เช้านี้มันสวยนะ ก็ปักอีก ถามว่าคลั่งไหม มันมีช่วงอยู่ แต่ทีนี้เราควบคู่ไปด้วยกับการที่แบบว่าดูแลตัวเองด้วย มันก็มีหาหมอ เรื่องแข้ง เรื่องขา มันก็เลยดูเล็กลงไป แล้วก็คุมอาหารด้วย”
ไม่เสียเซล์ฟเจอคอมเมนต์ลบ ดูรูปโปรไฟล์คนที่ติ ไม่เห็นมีใครสวยกว่าสักคน
“ไม่เซลฟ์เลยเธอ จริงๆ ที่แบบผอมไปเปล่า ติดยาเหรอ ไม่เห็นสวยเลย เข้าไปดูโปรไฟล์ไม่มีใครสวยกว่ากูเลยสักคน (หัวเราะ) โยชิ มิสทิฟฟานี่ พี่เอมตัวจริงละมุนมาก ตอนนี้พี่เอมสวยจัง อ้าว ถึงจะฟังไง (แล้วตอนนี้ โยชิ 1 เอม 2 เหรอ?) โยชิ 0 เอม 1 คือโยชิมันสวยกว่าเราไปแล้ว ไม่หรอก มันไม่มีใครพอใจหุ่นเราหรอก นอกจากตัวเราเอง แล้วคนที่ว่าเราสวยไม่สวย อยากให้ฟังจากคนที่สวยหน่อย”
ตอนนี้หยุดใช้วิธีเดิมแล้ว เปลี่ยนมาคุมอาหาร งดน้ำตาล และไม่ดื่มเบียร์
“หยุดแล้ว หยุดมาได้นานแล้ว เพราะว่าตอนนี้บ้าการกินโปรตีนด้วย แล้วก็คุมด้วย ไม่ขายยาลดน้ำหนักค่ะ ไม่ต้องตกใจ วิธีการดูแลเพื่อให้มันได้หุ่นอย่างนี้ไว้ตลอด ก็พูดได้เนอะอันนี้ ไม่ทานเบียร์ แอลกอฮอล์ทาน แต่ว่าไม่ทานประเภทนั้น คือลดให้มันเบาที่สุด ของทอดก็อาทิตย์ละครั้ง แล้วก็ไม่กินน้ำตาล ไม่กินน้ำอัดลม แต่เอมอยากจะขึ้นอีกประมาณสัก 2-3 กิโล แต่ไม่ได้ขึ้นเพราะชาวเน็ตนะคะ ขึ้นเอง ไม่เกี่ยว”
แนะนำคนอยากลองวิธีเดียวกัน ให้ปรึกษาหมอดีที่สุด
“บางคนบอกเอฟเฟกต์มันไม่ดีเลย บางคนเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ เอมว่าปรึกษาหมอดีที่สุด เพราะเอมไม่ได้ซื้อมาปักเอง เอมปรึกษาหมอ แล้วก็การกินก็มีส่วน ถ้าต้องการจะลด ง่ายๆ เลยตัดน้ำอัดลมออกก่อนเลย อันดับแรก ตัดก่อนเลย แล้วก็กินก๋วยเตี๋ยวพยายามอย่าปรุงน้ำตาลค่ะ”
โต้ข่าวลือเลิกแฟนหนุ่ม “เอื้อ ทิฐิพงษ์”
“ดีใจนะที่มีคำถามนี้ มันดูเป็นดาราร้อยเปอร์เซ็นต์ วันนี้มามั้ง น่าจะมาค่ะ คือการทำงานมันไม่ตรงกันแล้ว เพราะเอื้อเปิดร้าน เอมปิดร้าน เรากลับบ้านมาทีดึก ก็ไม่ค่อยได้เจอกัน แต่ยังคบกันอยู่ค่ะ”
โฟกัสเปลี่ยน แต่คุยกันเข้าใจ
“คือที่ทำให้เราเปลี่ยนโฟกัส เพราะว่าที่บ้านเราก็แก่มากแล้ว แล้วก็เรามีคนที่ต้องดูแลเพิ่มขึ้น แล้วเอื้อก็มีลูกน้องมากขึ้น พอหลายคนพอมันก้าวขึ้นมาทำงานเต็มตัวแล้ว เอมว่าเราต้องโฟกัสกับงานก่อน แต่เราคุยกันค่ะ เราคุยกันเลย ไม่ใช่แบบว่าอยู่ดีๆ มาเปลี่ยนเอง เราคุยกัน นั่งคุยนอนคุยไม่เหมือนกันค่ะชาวเน็ต คุยกันทุกวัน จะกลายเป็นปรึกษางานแล้วทีนี้ ว่าเออเอายังไงดีเรื่องคน เรื่องร้าน เรื่องนั่นเรื่องนี่
คือคนเป็นแฟนกันน่ะ มันต้องเป็นยังไงวะ หมายถึงที่ชาวเน็ตต้องการ เห็นหน้าด้วยกันทุกคลิปเลย ไปนั่นด้วยกัน ไปนี่ด้วยกัน คือเราอยู่ด้วยกันทุกวัน ก็ถึงบอกไงว่านั่งคุยนอนคุยมันไม่เหมือนกัน เอมเป็นอย่างงี้กันมานานมากแล้วนะ เป็นตั้งแต่เริ่มกันใหม่ๆ เลย คบกันใหม่ๆ เลย เราอยู่บ้านเดียวกัน เราแม่เขามาเรายังไหว้อยู่ ไม่ได้แบบว่าเชิ่ด”
อีกฝ่ายมีหวงห้ามแต่งตัวโป๊เกิน
“ก็จะเป็นเรื่องเสื้อผ้า อย่าโป๊เกิน อย่านั่น อย่านี่เกิน แต่เราโป๊แฟ่ดเลย เพราะเราผอมไง”
ดีใจคนเข้าใจผิด คิดว่าคบ “ต้า อธิวัตน์ แสงเทียน” แต่ห่างกัน 16 ปี มองเป็นฟีลแม่ลูกมากกว่า
“จริงเหรอคะ อุ้ย ดีใจจังเลย เอมกับต้าห่างกันประมาณ 16 ปี ต้า 22 เอม 38 ก็ได้ก็ดีค่ะ ก็ไม่ได้ติดอะไร ขอบคุณติกต๊อกด้วย ขอบคุณชาวเน็ตทุกท่าน ติดตามผลงานด้วย
(คนโฟกัสเพราะว่าเราไปทำรายการด้วยกัน ไปเที่ยวด้วยกัน?) มีเรื่อยพี่ คือเราเอา เจมส์ (ภูริพรรธน์ เวชวงศาเตชาวัชร์), ต้า, ปอนด์ (คุณพัทธ์ พิเชษฐ์วรวุฒิ) ไปถ่ายด้วยกันเนี่ย เพราะว่าเราคุยกันเรื่องที่เราไปลองทริปด้วยกัน มาตั้งแต่ภาค 1 แล้ว ก็ประมาณ 7 ปี จนวันนั้นมันว่างตรงกันพอดี ก็ดิ่งกันไปเลย พอไปถึงปุ๊บมันก็เล่นกัน แล้วต้าก็เป็นอย่างงี้มาตั้งแต่เด็กแล้ว เพราะเราจะสนิทกับต้ามากที่สุดในกอง ถัดจากเจมส์ เพราะต้ามันก็เด็ก แล้วอยู่กับต้าตั้งแต่ต้าอายุ 13 มันก็สนิทกันไปสนิทกันมา คนมันก็เลยกลายเป็นจิ้น แต่เรารู้สึกว่าเราแม่ลูกมากกว่า”
ให้กำลังใจ “จ๊ะ นงผณี มหาดไทย” คุยกันตลอดแต่ไม่ใช่เรื่องพ่อประสบอุบัติเหตุ เพราะไม่อยากไปจี้เพื่อน
“เอมคุยกับจ๊ะตลอด แต่ไม่ใช่เรื่องพ่อ เพราะเรารู้สึกว่าคนถามเขาเรื่องนี้เยอะ แล้วเราก็ไม่อยากไปจี้เขาอีก อยากให้เขาเป็นฟีลใช้ชีวิต อย่างทักไปกินข้าวยัง เป็นไงบ้าง ให้รู้สึกว่าคุยกันปกติ แล้วเรื่องของพ่อให้เป็นเรื่องของหมอดีกว่า ตอนนี้เขาโอเค ก็ปกติ เล่นคอนเสิร์ต เมื่อวานก็ขับสวนกันหน้าหมู่บ้าน นึกว่าเพื่อนไปธุระ เพื่อนก็เพิ่งกลับจากคลินิกที่เรากำลังจะไป (หัวเราะ) เขาโอเคแล้ว เพราะคุณหมอก็บอกว่าอาการพ่อเขาก็ดีขึ้นเรื่อยๆ”


