“มัดหมี่-ดาต้า” เล่ายังมีคนศรัทธา “อ.ต้น คนตัดกรรม“ อยู่แม้ข่าวจะออกว่าเป็นมิจฉาชีพ โดยอ.ต้นอ้างว่าพวกตนและกลุ่มคนที่ออกมาเป็นคนบาป รับตอนออกมาแรกๆ กลัวธรณีสูบตามคำพูดของอีกฝ่าย แต่ตนทั้งคู่ก็ทิ้งความกลัวและยืนอยู่ได้ในวันนี้ แนะใครเป็นซึมเศร้าควรรับคำแนะนำจากจิตแพทย์ ไม่ใช่ผู้วิเศษ
หลังจากที่มาแถลงข่าวร่วมกับ กก.1 บก.ป. ร่วมกับ ปปง. กรณีทลายขบวนการ ปิดฉาก “อ.ต้น คนตัดกรรม” หรือ อ.ต้น ชวิศร์ อวตารพระผู้สร้าง ลด ละ กรรม ขบวนการฟอกเงินบาปในคราบนักบุญ ในฐานะผู้เสียหาย 2 ดาราสาว “ดาต้า ดรัลชรัส ศุขีวิริยะ” และ “มัดหมี่ พิมดาว พานิชสมัย” ก็ได้เปิดใจกับสื่อมวลชนว่าแม้จะมีข่าวเกี่ยวกับ อ. ต้นออกมาแล้ว แต่หลายคนก็ยังคงศรัทธาอยู่ โดยเล่าในส่วนของตนนั้น ถูก อ. ต้นบล็อกกับผู้ที่ยังศรัทธาอยู่ว่า ตนทั้งสองเป็นคนบาป
มัดหมี่ : “ณ ตอนนั้นเขาจะพูดจากประสบการณ์เรา คือมัดหมี่ปวดหัว ปวดท้อง หรืออาการนอนไม่หลับ เขาจะแจ้งว่าให้เราไปเช็กตามขั้นตอนการลดละต่างๆ มีหมดเลยค่ะ”
ดาต้า : “เขาจะมีการแบ่งลูกศิษย์คือลูกศิษย์เก่ากับลูกศิษย์ใหม่ เข้ามาใหม่เราก็จะเป็นคนใหม่ เขาจะมีวิธีการพูดหลักธรรมะทั่วไปที่ดีๆ ฟังแล้วเราโอเคสามารถเอาไปใช้ในชีวิตจริงได้ เราเข้าใจว่ามันเป็นสิ่งที่ดี ให้เราสวดมนต์ นั่งสมาธิ เหล่านี้เป็นที่พึ่งทางใจให้กับเรา พอเราเริ่มอยู่ไปสักพักเราจะเริ่มถูกเปลี่ยนสถานะเป็นคนเก่า ความหมายคือเราเริ่มมีความเชื่อใจและไว้วางใจ เริ่มมีความศรัทธา ไม่มีความสงสัยอะไรในตัวเขา
ยอมรับว่าเขาไปแรกๆ มีความสงสัยในตัวเขา แต่มันก็เหมือนน้ำเซาะหินทุกวันมันก็กร่อน เขาจะให้ไปทำบุญที่ไหนก็ได้ ดีหมดเลย ทำให้เราการ์ดตก จนเราเริ่มไว้วางใจเขา นำมาซึ่งความเชื่อใจ พอมาถึงจุดนึงพอเราเป็นคนเก่า คำพูดเขาจะเริ่มเปลี่ยนไป จากตอนแรกบอกให้ไปทำบุญที่ไหนก็ได้ พอเราเป็นคนเก่าเขาก็จะขยับเขามาว่าจริงๆ แล้วทำกับเขาดีที่สุด ด้วยเหตุผลว่าเขาอยากจะช่วยคนให้กลับสู่นิพพาน”
มัดหมี่ : “เขาจะทำให้ทุกคนตายใจก่อน มันเป็นจิตวิทยาจริงๆ จิตเราสั่งกายได้”
มูลค่าการโอนก็พิจารณาเอาเองจากกรรมของแต่ละคน “มัดหมี่” โดนไป 8 ล้านเคยโอนให้สูงสุดครั้งละ 1 ล้านบาทในการ ลด ละ กรรม
ดาต้า : “จะมีทั้งให้เราคิดเอาเองและการทัก เวลาเข้าหาแต่ละคนเขาก็จะไปคนละจริตกันแล้วแต่จริตเลย (ที่ดินปฎิบัติธรรม ที่เขาใหญ่ เป็นชื่อใคร?) เรื่องนี้เข้ากระบวนการไปแล้ว ต้องให้เจ้าหน้าที่ตอบ ทั้งทำบุญและซื้อที่ของดาต้ารวมๆ 50 ล้าน การประเมินจ่ายค่ากรรมเท่าไหร่ เขาจะเหมือนมีการสอนเป็นหลักสูตร เรตราคาไม่จำกัด ไม่เท่ากันในแต่ละคน เขาจะมีบอกเบื้องต้นค่าครู 20 ,50 ,100 บาท ในบางกรณีจะเริ่มต้นที่ 300 บาทถ้ามี… จะมีสเต็ป ดาต้าเคยโดนสูงสุดที่หลักหมื่น ขึ้นอยู่กับคนรุนแรงของอาการ เช่น ถ้าเราปวดหัว เขาก็จะแจ้งว่าอดีตชาติเราทำนั่นนี่มานะ มีเจ้ากรรมนะ จริงๆ ทุกคนมีความทุกข์ ไม่มีใครบนโลกนี้ที่ไม่มีความทุกข์ ทุกคนมีความศรัทธาที่จะออกจากทุกข์ มีความพยายาม ความศรัทธาและความมุ่งมั่นที่จะออกจากความทุกข์ ซึ่งจุดนั้นมันอาจจะมีช่องว่างนำมาซึ่งผลประโยชน์บางอย่างกับบางคนก็ได้”
มัดหมี่ : “ของมัดหมี่ 8 ล้าน คือการลด ละ กรรม และมีช่วยในส่วนของปฎิบัติกรรม การที่เราโอนไปทางนั้นบอกว่าจะช่วยเหลือผู้ปฎิบัติธรรมท่านอื่นด้วยในการจัดปฎิบัติธรรมครั้งต่อไปในเรื่องอาหาร ที่พัก มัดหมี่เคยโดนโอนไปให้เขาคครั้งละ1 ล้านบาท เป็นค่าลด ละ กรรม”
ยังมีลูกศิษย์ที่ยังเชื่ออยู่ โดยตนทั้งคู่ถูกบล็อกจากคนพวกนั้น อ้างว่าพวกตนคือคนบาป ยังมีดาราอยู่หลายคนที่หลงเชื่อ
ดาต้า : “ไม่ทราบเลยเขาจะไม่ให้ลูกศิษย์ที่ยังอยู่ติดต่อพวกเราเลย ให้บล็อกช่วงทางโซเชียล มีการบอกด้วยซ้ำว่าถ้าคุยกับพวกเราจะเหมือนคุยกับคนบาป (กังวลไหม อ.ต้น ไม่ยอมรับ?) ไม่กังวล หลักฐานทุกอย่างจะพูดความจริงของมันออกมาเอง เราเองก็ไม่ได้อยากเจอเขาด้วย ให้เขาไปตามทางของเขา ตามสิ่งที่เขาทำไว้ ก็ให้มันเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ตามกรรมของตัวเขาเอง เราก็อยู่ของเราทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด”
มัดหมี่ : “ในส่วนของดารา นอกจากมัดหมี่แล้วก็ยังมีดาราที่โดนกันอีก หลายท่านค่ะ”
ดีใจมากๆ ที่มีโอกาสได้เงินคืน
ดาต้า : “ดีใจที่เจ้าหน้าที่มีแผนจะช่วยเหลือพวกเรา ถ้าได้บางส่วนออกมาเยียวยาผู้เสียหายจริงๆ ก็จะดีใจมากๆ ค่ะ”
มัดหมี่ : “เราเชื่อในกระบวนการ สิ่งที่เราทำได้ดีที่สุดในตอนนี้คือการรอ เหตุการณ์นี้ให้บทเรียนมากมายกับเรา เราทำงานในวงการกันมาตั้งแต่เด็ก เรายังไม่เคยมีสิ่งเหล่านี้ที่เกิดขึ้นเป็นอุทาหรณ์ให้คน”
เป็นบทเรียนครั้งสำคัญ รับเคยกลัวธรณีสูบหากออกมาจากตรงนั้น แต่วันนี้ตนก็ยังอยู่ตรงนี้
ดาต้า : “สำหรับดาต้าเป็นบทเรียนเรื่องของการรักตัวเองให้สูงที่สุดที่ได้รับจากการเรียนรู้ เราได้เรียนรู้ที่จะกลับมารักตัวเอง เชื่อในตัวเองแทนที่จะรอฟังคนอื่นว่าอะไรยังไง เราได้กลับมารักตัวเอง100% กลับมาฟังเสียงข้างในตัวเองจริงๆ แค่นี้ก็พอแล้ว แล้วเสียงอื่นๆ ข้างนอก หรือแม้แต่ที่เขาพยายามจะให้ข้อมูลอะไรเราเพื่อให้เรากลัว มีด้วยนะว่าถ้าเราจะออกจากเขาเดี๋ยวจะมีธรณีสูบ”
มัดหมี่ : “แต่เราก็ยังอยู่ตรงนี้”
ดาต้า : “ตอนนั้นเอาตรงๆ เราก็รู้สึกแย่และกลัวนะ ตอนนั้นไม่ใช่ว่าเราไม่รู้สึกอะไร พอมันผ่านมาได้ เราออกจากตรงนั้นได้ทำให้เราเหมือนกลับมาอยู่ในโลกแห่งความจริง เป็นโลกใบใหม่ด้วยเพราะมันเป็นโลกที่ไม่มีความกลัวมาใส่เรา เหมือนตอนนั้นความกลัวถูกใส่ให้เป็นแว่น ฟีดเข้ามาทุกๆ วันจากที่เราไม่เชื่อมันก็เริ่มเชื่อเริ่มสั่งคลอน การ์ดที่มีตก เราก็จะเริ่มกลัว ทุกอย่างมันไม่ได้เกิดขึ้นภายใน 7 วัน 1 เดือนแต่มันเกิดขึ้นเป็นปีๆ กว่าเราจะเชื่อเขา”
มัดหมี่ : “เรื่องการรักตัวเองสำคัญจริงๆ เพราะแต่ก่อนเราเอาคุณค่าของเราไปฝากไว้กับคนอื่น เราเชื่อคนอื่นจนเราลืมเชื่อฟังเสียงภายในใจของเราเอง หรือปัญญาที่เรามีด้วยตัวเอง ต่อมาคือเรื่องของการไว้ใจคน เราไว้ใจได้ แต่เราต้องไว้ใจให้ถูกที่ ถูกคน ถูกเวลาด้วย และเรื่องของความกลัว ที่เคยถูกฝังเมล็ดความกลัวที่เขาฝังให้เราในการเจอกันทุก2 อาทิตย์ ทุกเดือน เป็นเวลา 4 ปีกว่า ตอนนี้หายไปหมดแล้ว เราทำงานกับตัวเองเยอะมากหลังจากที่เราออกมา เรียนรู้ที่จะเชื่อตัวเอง”
ดาต้า : “ยอมรับว่าตอนนั้นเราเป็นผู้ที่มีสภาะซึมเศร้าด้วยทั้งคู่ มันจะมีช่องโหว่ตรงนี้เขาจะเข้ามาในช่วงที่เราเปราะบาง อ่อนแอ ดิ่งที่สุด”
มัดหมี่ : “แนะนำนะคะใครก็ตามที่มีปัญหาทางด้านจิตเวช ในโลกปัจจุบันเป็นเรื่องปกติแล้วนะคะ แนะนำให้พบแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญดีกว่า ตอนนี้ซึมเศร้าหายไปหมดแล้ว หายไปนานมาก หายเพราะเราสะดุ้งเกิน มันจึ้งเกิน มันดึงสติเราจริงๆ”
ดาต้า : “หลังจากที่เราได้ออกมาแล้ว เราเข้มแข็งขึ้น เรากลับมาเป็นตัวของตัวเอง เราไม่มีความกลัวเป็นตัวนำอีกต่อไปแล้ว ไม่แปลกที่บางคนอาจจะแยกไม่ออก เพราะคำสอนทำให้รู้สึกดี ให้กำลังใจจากธรรมะพื้นฐาน แต่พอในช่วงบิดเข้ามาในเรื่องของผลประโยชน์ดาต้าสังเกตว่าหลายๆ คนอาจจะไม่ทัน เราเองตอนแรกก็ไม่ทันเหมือนกัน มารู้ตัวทีหลัง”
เผย “อ.ต้น” และลูกศิษย์ มีความพยายามใช้สถานปฎิบัติธรรม และยังคงวิดีโอคอลสอนลูกศิษย์อยู่
ดาต้า : “เท่าที่ทราบมีพยายามไปใช้อยู่เรื่อยๆ ทั้งตัวคนสอนก็คือ อ.ต้น และลูกศิษย์ เขาพยายามแวะเวียนและมีการวิดีโอคอลมาสอนตอนที่เขาไม่อยู่”


