“ชมพู่ อารยา” เล่าทริปญี่ปุ่นสุดสโลว์ไลฟ์ เผย “น้องเกล” โดนห้ามเข้าคาเฟ่ แต่เข้าใจและไม่งอแง มองเป็นเรื่องดี ได้เรียนรู้การถูกปฏิเสธบ้าง สอนลูกไม่ให้รับแบงก์อื่น นอกจากแบงก์ 20 เพราะมาทำงานก็ได้ค่าตัวอยู่แล้ว ไม่รู้ “ป้อม วินิจ” ซึ้งน้ำตาคลอ ปมตอบดรามาดอลลี่อาย
ทำเอาหลายคนชื่นชมไม่น้อย กับทัศนคติของ “น้องแอบิเกล” หลังในทริปพักผ่อนสุดชิลกับครอบครัวที่ญี่ปุ่นล่าสุด มีคาเฟ่หนึ่งห้ามไม่ให้เด็กเข้า เพราะกลัวจะไปทำจานแตก แต่งานนี้น้องเกลก็เข้าใจพร้อมบอกว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวรอข้างนอก ล่าสุดได้เจอ “ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต” ในงาน L'Oreal Paris “Glycolic Universe” เจ้าตัวก็ได้เล่าถึงทริปนี้ให้ฟัง พร้อมเผยถึงประเด็นที่ “ป้อม วินิจ บุญชัยศรี” ช่างแต่งหน้าคู่ใจ ออกมาให้สัมภาษณ์แบบน้ำคลอ เพราะซึ้งกับคำตอบของชมพู่ ที่ให้เกียรติมากกับประเด็นดรามาดอลลี่อาย
“ดีค่ะ มันก็แบบสโลว์ไลฟ์ คือพออายุเท่านี้ เราก็จะชอบแบบช้าๆ ตื่นมาไม่ต้องคิดอะไร ก็ตื่นมาก็มาเล่น แล้วเด็กชายก็ขึ้นเขาไปสกี หิวข้าวก็ลงมา เราก็รับส่ง แล้วก็จ่ายตลาด หรือไปคาเฟ่บ้าง ไปเดินดูของ OTOP ญี่ปุ่นบ้าง ก็เป็นอีกฟีลหนึ่งค่ะ ก็อาจจะเป็นเพราะว่าเวลาเราอยู่กรุงเทพฯ ชีวิตเรามันรีบทุกอย่าง เพราะว่าจะเป็นทุกอย่างค่ะ เป็นดาราด้วย เป็นผู้จัดการดาราด้วย เป็นแม่ด้วย แม่ลูกสามด้วย ธุรกิจของตัวเองก็ด้วย ก็อยากทำ เน็ตไอดอลก็อยากเป็น ของก็อยากขาย ออกกำลังกายก็อยากออก อยากเป็นทุกอย่าง เพราะฉะนั้นเวลาอยู่กรุงเทพฯ มันก็จะเป็นอย่างนี้ พอเราถึงจุดหนึ่งในชีวิต เราไปเที่ยว เราก็อยากได้อีกแบบ เราก็อยากจะช้าลง”
คนชื่นชม “น้องเกล” ทัศนคติดีมาก หลังบอกไม่เป็นไร เดี๋ยวรอข้างนอก จากคลิปที่ไปคาเฟ่แล้วร้านไม่ให้เข้า
“อ๋อ อันนั้นคือเขามาพากย์เสียงทีหลัง คือชมจะมีลายแทงที่ ป้าหน่อย (บุษกร วงศ์พัวพันธ์) กับลุงเคน (เคน ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์) ให้มา เพราะเขามีบ้านอยู่ที่นิเซโกะ ชมก็จะมีพวกลายแทง บางร้านมันต้องคนท้องถิ่นจริงๆ ถึงจะรู้ แล้วคนญี่ปุ่นเขาก็จะมีบางประเภท ที่เหมือนไม่อยากต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มากันเยอะๆ คือเขาก็รู้แหละว่าเราไม่ใช่ แต่หมายถึงว่าเข้าไปถ่ายรูป หรือว่าเข้าไปอัดกันหลายๆ คน เขาก็จะไม่ได้ เขาจะเชิญออก
มีคาเฟ่บางอันไปถึงปุ๊บเราจูงลูกไป เขาก็บอกว่าไม่ให้เข้า เพราะเขากลัวจานเขาแตก ไม่ให้เล่นหิมะด้วย เพราะบอกว่าเดี๋ยวตกใส่ลูกเธอ ฉันไม่รับผิดชอบ มันก็จะมีอะไรอย่างนี้ แต่ก็ดี…เขาก็ได้เรียนรู้ไงว่าถูกปฏิเสธบ้าง ซึ่งเราก็บอกลูก ว่าเขากลัวเธอไปทำจานเขาแตก เขาก็ อ๋อ ไว้เขาโตกว่านี้ เดี๋ยวเขามาได้
อย่างเกลเขายังไม่ได้ขึ้นไปสกี เพราะชมมีประสบการณ์จากตอนพี่สายฟ้ากับพี่พายุ ที่เคยเรียนตอนประมาณ 3-4 ขวบ แล้วมันยังไม่ได้ แล้วลูกก็หงุดหงิด แล้วก็เริ่มอีกทีตอน 6 ขวบ คือมันฉิวเลย พัฒนาการเขามันพร้อม ทั้งร่างกายและจิตใจ เด็กพร้อมที่จะฟังคำสั่งและสั่งร่างกายตัวเองได้ ก็เลยบอกเกลว่า เดี๋ยว 6 ขวบแล้วค่อยเรียน เขาก็เข้าใจ เวลาใครมาถามว่า น้องเกลไม่ไปสกีเหรอ เขาก็จะบอกว่า เดี๋ยวเกลรอ 6 ขวบ แต่เขาเล่นอยู่รอบๆ บ้านเขาก็แฮปปี้แล้ว สนุกแล้ว”
เผยเหตุผลสอนลูกไม่ให้รับแบงก์อื่น นอกจากแบงก์ 20 เพราะมาทำงานก็ได้เงินค่าตัว
“คือมันก็เกินไป เราเข้าใจว่าคนที่ให้ คือเขาอยากใกล้ชิดแหละ ซึ่งเราก็โอเค ชมว่าแบงก์ 20 มันโอเค แต่ถ้ามันมากไปกว่านี้ ชมว่ามันไม่ใช่แล้ว เขามาเชียร์เรา เรามาทำงานเราก็ได้เงิน เรามาเราก็ได้ค่าจ้าง เพราะฉะนั้นอะไรนิดๆ หน่อยๆ แบงก์ 20 ชมโอเค แบงก์เขียวได้ แต่ก็เคยมีแบงก์แดง (แบงก์ 100) หลุดมาบ้าง เหมือนจังหวะเราเผลอๆ”
“น้องเกล” ยังไม่รู้มูลค่าเงิน แต่รู้ว่าแบงก์เทาเป็นแบงก์ใหญ่
“เขายังไม่ได้ถามนะ แต่เขารู้ว่าแบงก์เทาใหญ่ แต่ยังไม่รู้ว่าแดงกับฟ้าอะไรมากกว่าเขียว รู้แค่เทาใหญ่ แต่ว่าแม่ไม่ให้รับ”
ไม่รู้ “ป้อม วินิจ” ซึ้งน้ำตาคลอ หลังให้สัมภาษณ์ปกป้อง ปมดรามาแต่งหน้าดอลลี่อาย บอกเลือกรักคนไม่ผิด
“ก็ใครที่รักฉัน ก็ไม่ผิดหวังทั้งนั้นแหละค่ะ (หัวเราะ) (เขาบอกว่าโตมาด้วยกัน ชมพู่นั่งรอแต่งหน้าคนสุดท้าย เมื่อตอนอายุ 16?) เอาจริงๆ บางอันก็จำไม่ได้นะ แก่แล้ว (หัวเราะ) ก็นั่นแหละค่ะ พี่ป้อมก็เป็นช่างแต่งหน้าคนแรกๆ ของชม จริงๆ ผ่านอะไรกันมาเยอะ ความทรงจำมันเยอะมาก แต่งเราตั้งแต่เรา 17 นานเนาะ แต่เมื่อกี้แต่งหน้าก็ไม่ได้พูดเรื่องนี้ อาจจะมีเขินๆ ไม่ค่อยพูดอะไรแบบนี้กัน
คือเรื่องนั้นเราก็พูดจากมุมมองของเราจริงๆ เราไม่ได้ปิดกั้น ไม่ได้อะไร แต่เหตุผลที่เราเลือกของเรา คือบางทีทุกคนไม่ต้องเข้าใจหรอก แต่ว่าเรามีเหตุผลของเรา ก็แค่นั้น (หัวเราะ) เอาจริงๆ ที่ถามวันนั้น เราก็ไม่ได้อ่านอะไรมาก่อน คือเหมือนเห็นแว็บๆ แต่เราไม่ได้สนใจอยู่แล้ว พอถามไปเรื่อยๆ ถึงได้ค่อยจับใจความได้ว่าอ๋อ…น่าจะแขวนนางแหละ น่าจะประมาณนั้น เราถึงเพิ่งเก็ตไง เราก็เอ๊ะ…อะไร แต่เวลานักข่าวถาม นางก็จะไม่ถามตรงๆ ไง จะค่อยๆ ตะล่อม พอเราเริ่มจับใจความได้ เราก็เริ่มเก็ต ว่ามันน่าจะเป็นเวย์ประมาณนี้นะ
จริงๆ ชมก็มีช่างคนอื่นด้วยนะ พี่ป้อมเองก็มีดาราคนอื่นให้แต่งด้วย งานแกก็ยังแน่นอยู่ บางทีชมก็ลองน้องๆ ลองอะไรใหม่ๆ แต่ส่วนหนึ่งของชมเอง สิ่งที่สำคัญเลย คือชมระวังในเรื่องของเอเนอร์จี้ที่จะเข้ามาในชีวิต เพราะฉะนั้นการที่จะเข้ามา ต้องเป็นคนน่ารัก เราอยู่มาขนาดนี้แล้ว…มันก็นะ เพราะพอเรามาทำงานกันจริงๆ มันก็คือเหมือนเป็นครอบครัว มันต้องเป็นเซฟโซน อยู่ในห้องแต่งหน้าแต่งตัวด้วยกัน อยากจะกิน อยากจะนอน หรือบางทีอยากจะพูดอะไรเม้าธ์มอย คือเราก็ไม่ใช่ว่าชอบด่าใคร แต่เราอยากเป็นตัวของตัวเองที่สุด เพราะฉะนั้นคนที่เข้ามา ก็ต้องเมกชัวร์ว่าน่ารัก”
(ความจริงออกมาแล้ว ว่าวันนั้นถ่ายตอน 4 ทุ่ม แต่แต่งหน้าตั้งแต่ 8 โมง?) อ๋อ วันนั้นก็ 4-5 โชว์ค่ะ ไม่มีใครรู้ความจริง แต่ก็ไม่ได้สนใจว่าจะรู้หรือไม่รู้ แล้วก็ไม่ได้รู้สึกว่าชมติดค้างคำอธิบายกับใคร คือเราก็ทำ Business ของเรา”


