xs
xsm
sm
md
lg

“หนุ่ม กรรชัย” ฟ้องหมิ่น “ปู มัณฑนา” ศาลประทับรับฟ้องแล้ว 3 คดี “ทนายตุ๋ย” ลั่นคดีที่ 7 มาแน่! จนกว่าอีกฝ่ายจะไม่มีอิสรภาพ (คลิป)

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศาลรับฟ้องแล้ว “หนุ่ม กรรชัย” จัดหนัก “ปู มัณฑนา” คดีหมิ่นประมาท 22 กรรม ทนายลั่นไม่ต้องการเงินแต่จะแลกด้วยอิสรภาพ ถ้ายังไม่หยุดโพสต์ คดีที่ 6 และ 7 มาแน่



ศาลประทับรับฟ้องแล้วอีกหนึ่งคดี สำหรับคดีที่พิธีกรชื่อดัง “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนักแสดงรุ่นใหญ่ “ปู มัณฑนา หิมะทองคำ” เป็นจำเลย ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ทั้งหมด 5 คดี 64 กรรม เรียกว่าจัดหนักแบบชุดใหญ่ไฟกระพริบ หลังอีกฝ่ายโพสต์กล่าวหา หนุ่ม กรรชัย มีเมียน้อย เป็นลูกเมียน้อย เจ้าพ่อสื่อ ศาลเตี้ย กล่าวหาเรื่องรายการ และยังพาดพิงไปถึงครอบครัว แม้ปูจะปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว อ้างเป็นเพียงการโพสต์ระบายความรู้สึกเท่านั้น ไม่ได้หมายถึงพิธีกรคนดัง แต่ “ทนายตุ๋ย พรศักดิ์ วิภาสอาภานนท์”ทนายความของ หนุ่ม กรรชัย ยืนยัน ตนเก็บข้อมูลหลักฐานที่มีความเชื่อมโยงกันไว้หมดแล้ว คดีนี้ถึงแม้อีกฝ่ายจะไม่ได้เอ่ยชื่อลูกความของตน แต่เนื้อหาที่โพสต์ทำให้คนอ่านแล้วเชื่อได้ว่าหมายถึง หนุ่ม กรรชัย พร้อมประกาศชัด หากคู่กรณีไม่หยุดโพสต์พาดพิง ก็จะฟ้องไปเรื่อยๆ ไม่จบแค่นี้แน่นอน

ล่าสุด เวลา 09.00 น. วันนี้ (27 ก.พ.2569) ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำสั่งศาล ซึ่งเป็นหนึ่งในคดีที่ หนุ่ม กรรชัย ยื่นฟ้องไปแล้วก่อนหน้านี้ โดยศาลมีคำสั่งประทับรับฟ้องเป็นที่เรียบร้อย เท่ากับว่าฟ้องไป 5 คดี ศาลรับฟ้องไปแล้ว 3 เหลืออีก 2 ที่กำลังอยู่ในขั้นตอนทางกฎหมาย แต่งานนี้มีหนาว ทนายตุ๋ยลั่น คดีที่ 6-7 มาแน่ เพราะคู่กรณียังไม่หยุดพฤติกรรมเดิมๆ ชี้เป็นการท้าทาย พร้อมเชือดนิ่มๆ จะเอาให้เข็ดหลาบจนกว่าอีกฝ่ายจะไม่มีอิสรภาพ

“จากวันจันทร์ (23 ก.พ.) ที่ผมมาไต่สวนมูลฟ้อง ในกรณีที่ผมรับมอบอำนาจจากพี่หนุ่ม ที่ฟ้องร้องดำเนินคดีคุณปูในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา วันนี้ท่านศาลท่านนัดฟังคำสั่ง คดีวันจันทร์ที่ผมมาไต่สวนคือ 22 กรรม วันนี้ท่านศาลท่านก็อ่านคำสั่งแล้ว ท่านก็เห็นว่าข้อความทั้งหมดใน 22 กรรม ท่านรับหมดเลยทั้ง 22 กรรมนะครับ โดยภาพรวมข้อความท่านบอกว่า ข้อความเป็นลักษณะสร้างให้โจทก์ขาดความน่าเชื่อถือทางสังคมในฐานะผู้สื่อข่าว และยังเป็นการเหยียดหยามและสบประมาทโจทก์นี่คือคำสั่งที่ท่านสั่งไว้ แล้วก็รับคดีมีมูลไว้ทั้งหมด ท่านเลยมีคำสั่งให้นัดสอบคำให้การและตรวจพยานหลักฐาน 8 มิถุนายน ปีนี้ เวลา 09.00 น. ครับ”

ศาลประทับรับฟ้องไว้ทั้งหมด 22 กรรม รวม 3 คดี จาก 5 คดี
“ประทับรับฟ้องเพื่อจะพิจารณาคดี รับคดีไว้พิจารณาต่อให้ละเอียดขึ้นในชั้นพิจารณา ผมส่งหลักฐานอย่างละเอียดครับ เพื่อให้เห็นถึงข้อความ ความเชื่อมโยง ต่อให้ไม่เอ่ยชื่อ ศาลท่านยังเห็นจากพยานหลักฐาน ท่านยังเชื่อได้เลยครับว่าเป็นพี่หนุ่ม ตอนนี้ศาลรับฟ้อง 3 คดีครับ ของศาลอาญา 3 คดี จากที่ฟ้องไป 5 คดี อีก 1 คดีอยู่ที่สถานีตำรวจนครบาลท่าข้าม ก็เดี๋ยวคงอยู่ในขั้นตอนของการรอเขาให้การ แล้วเดี๋ยวคงมีความเห็นตามขั้นตอน ส่วนอีกคดีนึงผมยื่นฟ้องไว้ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ รู้สึกท่านจะนัดวันที่ผมจำไม่ได้แล้วว่า 30 มีนาคม หรือเปล่า เดี๋ยวดูอีกทีเป็นนัดไต่สวนเหมือนกัน”

ฟ้องหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาทั้ง 5 คดี ยืนยันไม่เรียกค่าเสียหาย ให้ติดคุกอย่างเดียว
“หมิ่นประมาทโดยการโฆษณาทั้งหมดเลยครับ (ฟ้องอาญาเท่านั้น ไม่ฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหาย?) พี่หนุ่มยืนยันว่าไม่เรียกค่าเสียหายครับ แล้วก็ให้ดำเนินคดี แล้วก็ยืนยันว่าทุกโพสต์ของเขา ทุกข้อความ มีราคาที่ต้องจ่าย ราคาของเขาที่ต้องจ่ายคืออิสรภาพของเขาครับ

ถ้ายังไม่หยุดโพสต์ ก็ฟ้องเพิ่มเติมไปเรื่อยๆ
“แน่นอนครับ เนี่ยผมดูแล้ว มีแน่นอนครับ เพราะเขาไม่หยุดไงครับ หยุดเถอะครับ คุณเป็นอย่างนี้ อิสรภาพคุณริบหรี่จริงๆ ผมพูดแบบนี้เลย มันไม่มีอะไรดี ทุกวันนี้เขาก็ยังโพสต์อยู่ครับ ด่าผม ด่าภรรยาผม ด่าพี่หนุ่ม ด่าวนอยู่อย่างนี้ ไม่รอดหรอกครับ (อย่างที่เขาด่าเรา จะฟ้องแยกหรือว่ารวมคดี?) นี่ไงครับ ผมกำลังดูอยู่ เดี๋ยวผมจะทำแบบที่พี่หนุ่มพิจารณาบ้าง คือมันเป็นข้อความที่เป็นเศษขยะในสื่อโซเชียลนะครับ มันต้องเก็บกวาดด้วยการมายื่นที่ศาลนี่แหละ ต้องเก็บกวาดซะ”

คาดอีกฝ่ายโดนฟ้องแต่ยังไม่หยุด เพราะใจสู้หรือเปล่า
“ใจสู้ แต่หลบลึกหรือเปล่าก็ไม่รู้ หลบที่จะแอบเศร้า แอบเจ็บหรือเปล่าผมก็ไม่รู้ คืออย่าใจสู้กับเรื่องบนศาลเลยครับ คุณสู้เรื่องอื่นมันดูดีกว่า บนศาลอย่าไปเสี่ยงสู้ เพราะเสียเวลา เขาพูดเอง ผมเห็นอยู่ในโพสต์ว่าเสียเวลาเดินทาง เสียค่าทนาย เสียค่าใช้จ่าย ก็คุณไม่หยุดไง แล้วคุณจะไปร้องขอแล้วมาพูดให้คนอื่นเขารู้ว่าคุณเสียหาย แล้วพี่หนุ่มล่ะครับ ผมล่ะครับ ภรรยาผมล่ะ ไม่เสียหายเหรอ”

เผย “หนุ่ม กรรชัย” มองว่าการที่ “ปู มัณฑนา” ไม่หยุดโพสต์ เป็นการท้าทายทั้งตน กฎหมาย และดุลยพินิจของศาล
“ใช่ครับ คือท้าทายตัวพี่หนุ่มเอง ท้าทายกฎหมาย ท้าทายดุลยพินิจศาล ท้าทายกระบวนการยุติธรรม เขาท้าทายทุกสิ่งทุกอย่างครับ ตัวอย่างในสังคมในคดีแบบนี้ ผมว่าทนายเขาก็รู้นะครับว่าแนวคดีเป็นยังไง ผมว่าเขาพอประเมินได้ ฉะนั้นเนี่ยถ้าทำผิดไปแล้ว แล้วหยุด ผมว่าเป็นเรื่องดี แต่ไม่ใช่ทำผิดแล้วทำอีก ทำไปซ้ำๆ แล้วท้าทาย มันไม่มีประโยชน์ครับ เมื่อไหร่ที่เขาไม่หยุด มันไหลไปเรื่อยๆ ครับ ตอนนี้ 5 คดี แต่ 6-7 มีแล้ว ผมประเมินไว้แล้ว

เดินหน้าฟ้องเอาให้เข็ดหลาบ
“แน่นอนครับ คือเขาต้องเข็ดหลาบในพฤติกรรม แล้วเขาจะต้องหยุดการกระทำแบบนี้ เดี๋ยวรอวันที่ศาลท่านพิพากษาครับ เมื่อหลังจากศาลท่านมีการพิพากษาแล้ว ผมจะดูว่าท่านพิพากษายังไงแล้วเดี๋ยวผมจะใช้กระบวนการทางกฎหมายอีก แบบเคร่งครัดเลยครับ เพื่อให้เขารู้สึกว่ากฎหมายมีขั้นมีตอนครับ เขาอิสระแบบนี้ไม่ได้”

เชื่อ “หนุ่ม กรรชัย” ไม่รับกระเช้าแทนคำขอโทษ
“ต้องถามพี่หนุ่มครับ ว่าพี่หนุ่มรับไหม ส่วนตัวผมเชื่อว่าแกไม่รับ คือตัวแกเองแกไม่ค่อยเท่าไหร่ แกห่วงภรรยากับลูก คุณเมย์ (ปทิดา เฟื่องอารมย์) กับน้องมายูน่ะครับ แล้วไม่ควรไปพาดพิง ถ้าเราจะทะเลาะกันก็ตัวต่อตัว ไม่ต้องไปลามนี่ไปถึงเรื่องอื่นไปหมด”

ความเสียหายต่อชื่อเสียง ตีมูลค่าเป็นเงินยาก
“คือถ้าพูดถึงในเรื่องของเสียหายต่อชื่อเสียง ที่มันตีมูลค่าเป็นเงิน ผมว่ามันประเมินยาก ผมเองต้องบอกตรงๆ ว่าถ้าเราจะพิสูจน์ในมุมค่าเสียหายตรงนี้ แน่นอนครับรายได้จากค่าโฆษณาในรายการ หรือตัวพี่หนุ่มเองที่เป็นพรีเซ็นเตอร์ มันก็พิสูจน์ได้ แต่พี่หนุ่มแกไม่ได้มองตรงนั้น แกมองว่าอิสรภาพมันสำคัญกว่า”

ลั่นคดีที่ 6 ที่ 7 มาแน่ คุยกับ “หนุ่ม กรรชัย” เรียบร้อยแล้ว
“ผมเตรียมอยู่ครับ ผมเรียนพี่หนุ่มไปแล้วว่าเป็นแบบนี้นะครับ พี่หนุ่มก็บอกว่านั่นแหละครับ ตามที่พี่หนุ่มแกพูดเอาไว้ ว่าถ้าไม่หยุดแกก็ไปเรื่อยๆ คือผมว่าเรื่องแบบนี้อย่าท้าทายแล้วก็อย่าแลกด้วยอิสรภาพตัวเองเลย ผมว่ามันไม่คุ้มครับ คือคุณอยู่ข้างนอกคุณมีความสุขกว่าเยอะ ข้างนอกเราอาจจะใช้เงินแค่ 100 บาท แต่ข้างในคุณอาจจะใช้เงินมากกว่า 100 บาท”

ยื่นคัดค้านการประกันตัวไว้แล้วทุกคดี
“ใช่ครับ (มีคดีไหนที่มั่นใจว่าเขาจะได้รับผลของการกระทำนั้นจริงๆ หรือจะรอดคดีไหนไหม?) ผมยกตัวอย่างคดีหมิ่นประมาทก็ได้ครับ หนึ่งเรื่องข้อความที่เราอ่านดูแล้ว ถ้าไม่ใช่ตัวเรา แล้วเราลองเปรียบเทียบว่าคนอื่นอ่านแล้วจะใส่ความเขาไหม ยืนยันไหม แล้วเขาเสียหายไหม นี่คือหลักการก่อน ส่วนเรื่องไม่เอ่ยชื่อ อย่างที่ผมบอกครับว่าความเชื่อมโยงมันมี ในเรื่องข้อเท็จจริงพยานหลักฐาน แล้วก็เป็นหน้าที่ของทนายความที่ต้องนำความเชื่อมโยงตรงนี้ให้ศาลท่านวินิจฉัย ว่าข้อความนั้น ต่อให้ไม่เอ่ยชื่อแล้ว ฟังได้ว่าเป็นพี่หนุ่มไหม ซึ่งวันนี้ส่วนหนึ่งศาลท่านเชื่ออย่างนั้นในขั้นต้นครับ

อย่าชะล่าใจว่าไม่เอ่ยชื่อแล้วจะรอด
“ใช่ครับ อย่าชะล่าใจ และข้อความที่คุณพิมพ์ไป คือคุณอย่าไปคิดว่ามันไม่หมิ่นครับ อย่างน้อยๆ ก็เป็นการดูหมิ่นครับคือคำว่าดูหมิ่นก็คือเป็นคดีลหุโทษ ดูหมิ่นโดยการโฆษณา ไม่ได้เป็นการใส่ความ ผมยกตัวอย่างคำว่า ไอ้เหี้x มันดูหมิ่นครับ”

ตั้งแต่ดำเนินคดีกันมา “หนุ่ม” และ “ปู” ยังไม่เคยเจอกันเลยสักครั้ง
ไม่เคยเลยครับ เพราะว่าส่วนตัวพี่หนุ่มแกยุ่ง และคดีหมิ่นประมาท ผมมองว่าเป็นข้อเท็จจริงที่มันปรากฏจากข้อความในสื่อสังคมออนไลน์ เลยสามารถรับมอบอำนาจในการเบิกความได้เพราะไม่จำเป็นต้องให้ตัวประจักษ์พยานหรือผู้เสียหายตรงเนี่ยมาเบิกความ แต่ถ้าในชั้นพิจารณาคดีเนี่ย เดี๋ยวผมจะพิจารณา แล้วอาจจะเรียนพี่หนุ่มอีกครั้งหนึ่ง ว่าพี่หนุ่มอาจจะต้องมาเบิกความในมุมไหนบ้าง”

ยันไม่ใช่ไม่อยากเผชิญหน้า แต่ตนบอกเองว่าไม่ต้องมา เพราะยังไม่จำเป็น
“ไม่เกี่ยวครับ จริงๆ แกอยากมานะ ผมบอกเลย แกอยากมาครับ แต่ผมบอกว่าพี่หนุ่มไม่เป็นไรครับ พี่หนุ่มงานแกเยอะ มาเสร็จแล้วต้องมาอยู่ตรงนี้ แล้วแกก็ต้องมานั่งเบิกความ (นึกว่าไม่อยากเผชิญหน้า ไม่อยากปะทะกันในศาล?) ไม่มีทางครับ เจอได้ครับ แกอยากมา ไม่ใช่ไม่อยากมา แต่ผมเองผมบอกแกเองว่าถ้าตรงไหนยังไม่จำเป็น ก็เป็นการบริหารเวลา บริหารการทำงานครับ”

วันนี้ “ปู มัณฑนา” ก็ไม่ได้มาด้วยตัวเอง แต่ส่งเสมียนทนายมาแทน
“เห็นส่งเสมียนทนายมารับฟังคำสั่งครับ”

“ปู มัณฑนา” ไปแจ้งต่อพนักงานสอบสวนที่ สน.หัวหมาก ว่าตนและ “หนุ่ม กรรชัย” ดำเนินคดีซ้ำซ้อน ทำให้เสียเวลา เสียค่าใช้จ่าย
“สน.หัวหมาก เขาไม่ได้ประกันตัวสักหน่อย เป็นแค่ขั้นตอนของการมีหมายเรียกจากกรณีที่ผมไปร้องทุกข์กล่าวโทษ แล้วผมก็มีหนังสือแจ้งให้พนักงานสอบสวนยุติการสอบสวนในขั้นต้น เนื่องจากผมฟ้องศาลไว้แล้ว พอศาลท่านสั่งคดีมีมูล ผมก็ไปทำหนังสือถอนคำร้องทุกข์ มันเป็นแค่ขั้นตอนของพนักงานสอบสวน ที่เขาต้องสรุปสำนวนจบเรื่องให้ ได้ตามระเบียบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเท่านั้นเอง และจริงๆ ตัวเขาไม่ต้องไปก็ได้ครับ ผมเรียนอย่างนี้เลย แต่เขาอยากไปเอง อย่าให้ผมพูดเรื่องรายละเอียด แต่เขาอยากไปเอง”

มีการโพสต์เฟซบุ๊ก อยากเรียกร้องความยุติธรรมให้ตัวเอง บอกการดำเนินคดีซ้ำซ้อน ทำให้เกิดภาระต่างๆ
“ก็อย่างที่ผมเรียนครับ ความยุติธรรมบางทีอาจจะไม่ต้องเดินทาง อาจจะไม่มีการปล่อยตัวชั่วคราว อาจไม่ต้องใช้เงินอะไร ซึ่งกระบวนการตรงนี้นักกฎหมายหรือพนักงานสอบสวนหลายๆ ท่านเขารู้ ว่าสิ่งที่เขาพูดมันจริงไหมซึ่งถ้าอะไรที่มันไม่ใช่เรื่องจริง ผมว่าอย่าไปโพสต์ให้มันเติมเสริมขึ้นมาให้รู้สึกแย่ไปกว่านั้นเลยครับ มันไม่ได้ดีกับตัวเองครับ”

ชี้จุดเริ่มต้นมาจาก “ปู มัณฑนา” เองนั่นแหละ หลังอีกฝ่ายยืนยันไม่ได้เป็นคนเริ่มก่อน ผ่านมา 30 ปีในวงการ พยายามรักษาชื่อเสียงมาตลอด
“เรื่องคดีนี้ จุดเริ่มต้นมาจากตัวเขา ที่ไปมีนิติกรรมกับบุคคลอื่นนะครับ แล้วพอมีสื่อหยิบขึ้นมานำเสนอ ตรงนี้แหละครับ ที่บอกว่าคนอื่นเริ่มก่อน ไม่ใช่พี่หนุ่มคนเดียว คุณนึกดีๆ กี่รายการที่นำเสนอเรื่องของคุณ สื่อมวลชนกี่สื่อ แล้วทำไมพุ่งมาที่พี่หนุ่มคนเดียวคุณต้องการอะไรครับ แสงคุณหรี่หรือเปล่า หรือว่าต้องไปจับให้พี่หนุ่มเป็นดวงอาทิตย์ที่ต้องส่องให้ อย่าเที่ยวมาว่าผม ว่าผมหิวแสง ผมไม่จำเป็นครับ ผมเป็นทนายความ ผมไม่ใช่นักแสดง”

ยืนยันตนและ “หนุ่ม กรรชัย” ไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มก่อน
“ทุกอย่างมีเรื่องราวหมดครับ ลองไปนั่งไล่ดู ผมว่าเขาอย่าเข้าใจผิดเลยครับ แล้วก็อย่าไปเบี่ยงเบนอะไรเลยครับ เมื่อคนยอมรับความจริง ยอมรับพฤติกรรมตัวเอง เดี๋ยวอะไรมันก็ดีขึ้น ผมไม่เชื่อครับว่ามันจะไม่มีอะไรดีขึ้น แต่ตัวคุณต้องเริ่มจากตัวคุณก่อน ตราบใดที่คุณยังเป็นอย่างนี้ อะไรมันจะดีขึ้นล่ะครับ”

แจงตน และภรรยาไปร่วมฟังการพิจารณาคดีของ “ปู มัณฑณา - ลูกหมี รัศมี ทองสิริไพรศรี” และ “ทนายกุ้ง อำนวยพร มณีวรรณ์” ตามปกติ เพราะทุกคนที่สามารถทำได้ หลังมีคำถามว่าทำไมถึงไปร่วมในห้องพิจารณาคดี ทั้งที่ไม่ใช่คู่ความโดยตรง
“ผมเรียนอย่างนี้ครับ ทุกคดีที่มีการพิจารณาในศาล จริงๆ ทุกคนเข้าไปนั่งฟังกระบวนพิจารณาได้ เว้นแต่คดีนั้นเป็นคดีลับหรือศาลท่านมีคำสั่งเป็นพิเศษ ผมก็ไปนั่งฟังของผมปกติ แล้วทีเขาไปนั่งฟังคดีเชื่อมจิตล่ะครับ เขาก็ไปคืออย่าเอาเรื่องพวกนี้มาพูดเลย ว่าเราไม่มีประเด็นกันแล้วผมไปนั่งทำไม เหมือนผมไปเสนอหน้า ไปสาระแนอย่างนี้ ผมไม่ได้เป็นคนแบบนั้น เขายังมาคดีผมเลย ผมก็ถือว่าคุณมาก็มา มันก็เลยเป็นเหตุไง อย่างนี้ผมพูดได้เลย จุดเริ่มต้นมาจากเขา ถ้าวันนั้นเขาไม่ไปยุ่งซะ มันจะมีเรื่องนี้ไหม

ผมไม่อยากตอบโต้ทางสื่อ ผมไม่รู้จะตอบโต้ทำไม วันๆ หนึ่งทำงาน ขึ้นศาล ดูแลลูกความ มันเหนื่อยอยู่แล้ว มันเสียเวลาครับ ผมเข้มข้นตั้งแต่คดีแรกแล้วครับ ผมเข้มข้นเสมอต้นเสมอปลาย และจะทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าอิสรภาพคุณจะไม่มี และวันนั้นคุณค่อยคิดได้ แล้วเดี๋ยวคุณค่อยมาคุยกันใหม่”