xs
xsm
sm
md
lg

“ปันปัน สุทัตตา” เปิดตัวหวานคบหนุ่มเยอรมัน เป็นเพื่อน 10 ปี โสดปุ๊บมองตาก็สปาร์ก สุดช้ำสูญเงิน 8 หลัก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“ปันปัน สุทัตตา” เปิดใจรักครั้งใหม่กับหนุ่มเยอรมันเพื่อน 10 ปีสุดแฮปปี้ โสดปุ๊บมองตาก็สปาร์ก เขินแฟนหล่อ พร้อมเผยอุทาหรณ์เจ็บปวด ลงทุนพลาดสูญเงิน 8 หลักเพราะเชื่อใจและไม่ศึกษาให้ดี ยอมรับเป็นบทเรียนราคาแพงที่ไม่โทษใคร

เป็นอีกคนที่เปิดตัวหวานใจในวันวาเลนไทน์ที่ผ่านมา สำหรับนักแสดงสาว “ปันปัน สุทัตตา อุดมศิลป์” แต่ลงรูปแบบไม่ยอมเปิดหน้า เพราะลงแค่ภาพหันหลัง เลยยิ่งกระตุ้นต่อมความอยากรู้ของชาวเน็ตเข้าไปอีก ล่าสุดสาวปันปันออกมาเปิดใจว่าหนุ่มคนนี้เป็นชาวเยอรมัน และเป็นเพื่อนกันมา 10 แล้ว

เปิดตัวไม่เปิดหน้า เปิดแต่ตัว แต่หันหน้าก็ไม่แย่ ก็น่ารักดี ก็พี่ๆ จับโป๊ะหนูรอบที่แล้วไง ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว วันนั้นไปกับเพื่อนหลายๆ คนด้วย แล้วก็มีโอกาสได้ถ่ายรูปพอดี แล้วรูปสวยดี ก็ลงซะหน่อย แต่ค่อยๆ ทีละนิด กลัวตกใจ เดี๋ยวพี่ๆ ตกใจ ต่างชาติไหม แล้วแต่จะคิด เป็นคนนอกวงการค่ะ ไม่ใช่คนไทยค่ะ เป็นคนเยอรมัน จริงๆ เป็นเพื่อนกัน รู้จักกันมา 10 ปีแล้ว ย้อนกลับไปเลย แล้วเหมือนเป็นเพื่อนกลุ่มใกล้ๆ กัน Hang out กัน เจอกันอยู่แล้ว เจอกันมาตั้งแต่เด็กๆ เลย แล้วพอโตมาก็เหมือนแบบกลับมาคุยกันอีกที เขาอยู่ไทยมาตั้ง 15 ปีแล้วค่ะ รู้จักกันมาตั้งนานแล้ว

พรหมลิขิตก็เป็นได้ เพราะจังหวะชีวิตมันลงตัว เราก็โสดมาใช่ไหมคะ แล้วก็มีบังเอิญรียูเนี่ยนกับเพื่อนหลายๆ คนพอดี แล้วก็บังเอิญได้กลับมาเจอกัน จากเพื่อนต้องมาเป็นแฟนถามว่ายากไหม คือคนมันสปาร์กเนอะ มองตาก็แบบโอเค ไม่ต้องอะไรเยอะ พื้นฐานเรารู้จักกันมานานมากแล้ว มันก็เลยไม่ได้ยากมากแต่ถามว่าว่าใครสปาร์กก่อน เวลาคนเขามองหน้ากันสองคนแล้วมันมีเคมี มันก็มากกว่าเพื่อนไง หนูว่าด้วยความเป็นเพื่อนด้วย แล้วก็ด้วยความที่เราสามารถที่จะคุยกับเขาได้ โดยที่เขาไม่ได้สนใจเปลือกนอกเราว่าเราเป็นดารา หรือว่าเราเป็นใคร อย่างที่บอกค่ะ พอรู้จักกันมานานมันเห็นกันตั้งแต่สภาพแบบยมๆ ตั้งแต่เด็กๆ แล้ว มันก็เลยอาจจะง่ายกว่าคนที่จะเพิ่งรู้จักกัน

ในสายตาหนู เขาหล่อค่ะ (ยิ้มเขิน) เดี๋ยวรูปสวยเมื่อไหร่ก็จะเปิด เดี๋ยวรอถ่ายรูปมา ถ้ารูปดีปุ๊บหนูก็ลง ไม่ได้ปิดอะไร จุดเปลี่ยนจากเพื่อนมาเป็นแฟน คือที่ผ่านมาตั้งแต่ที่รู้จักเขา หนูมีแฟนไง แล้วพอตอนนี้โสดปุ๊บ มันก็เลยอาจจะมีโมเมนต์ไม่เหมือนเดิมจากเมื่อก่อนที่เป็นเพื่อนกันจริงๆ อุปสรรคเรื่องภาษาน้อยมากเพราะว่าหนูพูดภาษาอังกฤษได้ แต่ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นอาจจะเป็นเรื่องสังคม เรื่องวัฒนธรรมที่ต่างกันมากกว่าที่เกิดขึ้น เขาอาจจะตกใจนิดหนึ่งถ้าเกิดอยู่ดีๆ วันหนึ่งเราจะไปมีอั่งเปา หรือมีตรุษจีน เขาอาจจะไม่รู้มาก่อนว่าเป็นธรรมเนียมของประเทศไทยแค่นั้นเองค่ะ

เรื่องอายุ เขาโตกว่านิดหนึ่ง ไม่เยอะมาก 5 ปี ชอบคนโตกว่า แต่ไม่ห่างเกิน (หัวเราะ) พ่อเคยเจอแล้ว เคยเจอตั้งแต่ตอนที่เป็นเพื่อนกันแล้วพ่อก็โอเค แต่พอบอกพ่อว่าคบคนนี้แล้วนะ พ่อก็ถามว่าเอาจริงเหรอ จะ Speak English เหรอ แต่พอเจอ 4-5 ครั้งเขาก็เริ่มโอเค มองว่าผู้ชายก็ไม่แย่เนอะ

ทุกวันนี้มุมมองความรักเปลี่ยนเยอะนะคะ สมัยก่อนความรักอาจจะมองว่ามันเป็นเรื่องที่เราจะต้องตามเขา หรือว่าพอเราเด็กเราอาจจะไม่ได้มีความคิดที่เป็นของตัวเองมากขนาดนั้น เราคิดอะไร เราทำอะไร เราจะมีกรอบของตัวเอง แต่พอเราโตขึ้นเราก็จะทำอะไรตามใจตัวเองมากขึ้น แล้วก็... แต่เราก็จะพิจารณาถึงอีกฝ่ายหนึ่งมากขึ้นกว่าเมื่อก่อนเมื่อก่อนอาจจะนึกถึงแต่ตัวเองบ้าง ทำอะไรตามใจตัวเอง ทำอะไรโดยที่ไม่คิด ตอนนี้ก็คิดมากขึ้นค่ะ ตอนนี้ระยะเวลาที่คบก็ประมาณปีหนึ่งค่ะ”

บอกเรื่องที่หมดเงินลงทุนไปกว่า 8 หลัก ไม่โทษใคร โทษตัวเอง เพราะไม่ได้เข้าไปตรวจดู
“จริงๆ เป็นประเด็นค่อนข้างเซนซิทีฟ คุยกับพ่อมาพ่อก็บอกว่าพอเรื่องนี้มันมีเรื่องของคนอื่นเกี่ยวข้องด้วย ก็เลยไม่ได้อยากจะพูดถึงประเด็นเข้าไปลึกมากๆ ว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้น แต่ในแพลตฟอร์มที่ปันลงไป คือปันลงไปในติ๊กต๊อกช่องตัวเอง แล้วก็เป็นคอนเทนต์มัทฉะ ทอล์กของเรา เป็นเรื่องที่ปันเอาเรื่องชีวิตตัวเองมาแชร์ ซึ่งวันนั้นที่เกิดขึ้นเราเพิ่งรู้ว่าเกิดเหตุการณ์นั้นขึ้น เราก็เลยอัดวิดีโอเพื่อเตือนสติตัวเอง และเตือนสติทุกๆ คน ว่าถ้าเราจะลงทุนอะไร แค่ขอให้เราศึกษาให้ดี เพราะเรื่องนี้ถือเป็นอุทาหรณ์ชีวิตหนูจริงๆ ว่าหนูลงทุนอะไรตามคนอื่น หรือเราลงทุนตามนู่นตามนี่แล้วเราไม่ศึกษา ลงเงินไปแล้วคิดว่าดีก็ปล่อยเลยตามเลย ไม่คอยดูให้ดี แล้ววันหนึ่งมันหายไป มันเจ็บมากจริงๆ ก็ถือว่าเป็นการลงเตือนสติตัวเองค่ะ ไม่พาดพิงถึงใครเลย

หนูคิดในหัวว่าเราลงทุนไปแล้วคนนี้บอกว่ามันดี เราไม่ศึกษาไง เราไม่ดู เราลงปุ๊บเราปล่อยเลย ก็คือมีคนรู้จักแนะนำบอกว่าอันนี้ดี โดยที่เราไม่ศึกษาให้ดี ซึ่งเขาไม่ได้ผิดเลยที่เขาพูดแบบนั้น เพราะเขาก็หวังดีกับเรา ให้เราลงทุนแล้วได้เงิน แต่ผิดที่ตัวเราเองที่เราไม่ดูให้ดี แล้วเราไม่ติดตาม แต่ที่มาเอะใจเพราะจะใช้เงิน จะเอามาทำธุรกิจ เราขอของเรามาหมุนหน่อย พอเข้าไปดูปุ๊บ อ้าว โล่งเลย เราก็มองเพดานน้ำตาไหลไปเลย ดอกเบี้ยกำไรอะไรก็ไม่ได้มี อย่างที่บอกหนูไม่ได้เข้าไปดูด้วย หนูแค่ไม่ได้นับ ไม่ได้เข้าไปดู ไม่ได้สนใจเลย มูลค่าก็สูงค่ะ สูงแบบหนูมองเพดานแล้วก็เฮ้อ (ถอนหายใจ) ก็ 8 หลักค่ะ หนูค่อนข้างเสียใจ

ระยะเวลาก็นานหลายปีอยู่ ประมาณ 5 ปี ถามว่าจะได้คืนไหม ก็ถือว่าเราก็ได้เท่าที่ได้แล้วกัน ก็มีเรื่องของผู้ใหญ่ที่เขาคุยกัน ตกลงให้มันลงตัว แล้วก็หวังว่าทุกอย่างจะลงตัว แล้วก็ผ่านไปได้ด้วยดี แต่ไม่มีเรื่องกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้องค่ะ เพราะเขาหวังดีกับเราทั้งนั้น เรื่องนี้หนูโทษตัวเองล้วนๆ เลย หนูไม่โทษใครเลย การลงทุนมีความเสี่ยงมากค่ะทุกคน เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ชีวิตเลยว่าจะลงทุนอะไรได้โปรดศึกษาดีๆ ก็เข็ดค่ะ แต่ว่าการลงทุนก็เป็นสิ่งสำคัญค่ะ ถ้าเราทำงานมาแล้วเก็บเงินไว้ในธนาคารก็อาจจะไม่ดีที่สุด ก็อาจจะต้องลงทุนบ้าง”