xs
xsm
sm
md
lg

ฮอลลีวูดกับ “สูตรระดมทุนความเศร้า” เมื่อ GoFundMe กลายเป็นธรรมเนียมใหม่หลังการเสียชีวิตคนดัง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


นักแสดงสองรายที่เสียชีวิตในเดือนกุมภาพันธ์ และมีการเปิดระดมทุนผ่าน GoFundMe หลังการเสียชีวิต
การจากไปของสองนักแสดงชื่อดังในเดือนกุมภาพันธ์ ได้แก่ เจมส์ แวน เดอร์ บีก และ เอริก เดน ไม่เพียงสร้างความโศกเศร้าให้กับแฟนภาพยนตร์ทั่วโลก แต่ยังจุดประกายข้อถกเถียงครั้งใหม่เกี่ยวกับวัฒนธรรมการระดมทุนสาธารณะในฮอลลีวูด เมื่อภายในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมงหลังการเสียชีวิตของทั้งสองราย ได้มีการเปิดแคมเปญระดมทุนผ่านแพลตฟอร์ม GoFundMe โดยผู้จัดตั้งที่ระบุเพียงว่าเป็น “เพื่อนของครอบครัว” ไม่ใช่สมาชิกครอบครัวโดยตรง

กรณีของ เจมส์ แวน เดอร์ บีก ซึ่งเสียชีวิตเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ แคมเปญสามารถระดมเงินได้มากกว่า 2.7 ล้านดอลลาร์ภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน ขณะที่กรณีของ เอริก เดน ซึ่งเสียชีวิตเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ แคมเปญที่เปิดในวันถัดมาก็มียอดบริจาคหลายแสนดอลลาร์ในเวลาอันสั้น รูปแบบที่คล้ายคลึงกันอย่างน่าทึ่งทำให้หลายฝ่ายตั้งคำถามว่า นี่เป็นเพียงความบังเอิญ หรือกำลังกลายเป็น “แนวปฏิบัติใหม่” ของวงการบันเทิง

เอริก เดน นักแสดงผู้เสียชีวิต และมีการเปิดแคมเปญระดมทุนเพื่อครอบครัวของเขา
สิ่งที่ทำให้กรณีทั้งสองได้รับความสนใจ ไม่ใช่เพียงการระดมทุน แต่เป็นลักษณะการดำเนินการที่เหมือนกันอย่างแทบทุกประการ ทั้งการเปิดแคมเปญอย่างรวดเร็ว การใช้ถ้อยคำคล้ายกัน และการเน้นเหตุผลเรื่อง “ความมั่นคงของครอบครัวและบุตร” มากกว่าการเปิดเผยรายละเอียดทางการเงิน

ผู้สังเกตการณ์จำนวนหนึ่งมองว่า ความรวดเร็วและความเป็นมืออาชีพของการจัดการแคมเปญทำให้ดูคล้ายระบบที่เตรียมไว้ล่วงหน้า มากกว่าการตอบสนองฉุกเฉินจากเพื่อนสนิทที่ต้องการช่วยเหลือครอบครัวผู้สูญเสีย

นอกจากนี้ การที่ผู้จัดตั้งเป็น “เพื่อน” แทนที่จะเป็นครอบครัวโดยตรง ยังช่วยสร้างระยะห่างทางภาพลักษณ์ หากเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ครอบครัวสามารถรักษาสถานะผู้สูญเสียโดยไม่ต้องเผชิญแรงกดดันจากสังคมโดยตรง

เจมส์ แวน เดอร์ บีก นักแสดงผู้เสียชีวิต และมีการเปิดแคมเปญระดมทุนเพื่อครอบครัว
นักวิจารณ์บางส่วนชี้ว่า โครงสร้างดังกล่าวแตกต่างจากกรณีครอบครัวทั่วไปที่ประสบปัญหาค่าใช้จ่ายทางการแพทย์หรือโศกนาฏกรรม ซึ่งมักต้องจัดตั้งแคมเปญด้วยตนเอง เปิดเผยตัวตน และตอบคำถามผู้บริจาคอย่างโปร่งใส

ในทางตรงกันข้าม กรณีคนดังมักมี “ตัวแทน” ปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำหน้าที่จัดการการระดมทุนแทน พร้อมสร้างเรื่องเล่าที่เน้นอารมณ์มากกว่าข้อมูล นักวิชาการด้านสื่อมองว่า วิธีการนี้ช่วยลดความเสี่ยงด้านภาพลักษณ์ แต่ก็เพิ่มข้อกังขาเรื่องความโปร่งใส

ในอดีต การเสียชีวิตของคนดังมักนำไปสู่การบริจาคให้มูลนิธิหรือโครงการที่ผู้เสียชีวิตสนับสนุน แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา รูปแบบได้เปลี่ยนไปสู่การระดมทุนเพื่อช่วยเหลือครอบครัวโดยตรงผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์

ผู้เชี่ยวชาญด้านสังคมดิจิทัลระบุว่า แพลตฟอร์มระดมทุนทำให้การบริจาคเกิดขึ้นได้ง่ายและรวดเร็ว ขณะเดียวกันก็เปิดช่องให้สาธารณชนตรวจสอบและตั้งคำถามได้เช่นกัน เมื่อยอดเงินสูงและการดำเนินการรวดเร็ว ความสงสัยจึงตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

แพลตฟอร์มระดมทุนออนไลน์ที่ถูกใช้ในการเปิดแคมเปญช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต
นักวิเคราะห์บางรายเสนอแนวคิดว่า การระดมทุนจำนวนมหาศาลให้กับครอบครัวคนดังสะท้อน “ลำดับชั้นของความเศร้า” ในสังคม เมื่อครอบครัวทั่วไปที่เผชิญโรคร้ายหรือค่าใช้จ่ายมหาศาลกลับไม่ได้รับความช่วยเหลือในระดับเดียวกัน

แม้ไม่มีใครปฏิเสธว่าครอบครัวผู้สูญเสียสมควรได้รับการสนับสนุน แต่คำถามสำคัญคือ ระบบที่ให้รางวัลแก่ชื่อเสียงและการเข้าถึงเครือข่ายสังคมมากกว่าความจำเป็นนั้นควรถูกมองว่าเป็นเรื่องปกติหรือไม่

การเสียชีวิตของ เจมส์ แวน เดอร์ บีก และ เอริก เดน ซึ่งห่างกันเพียงเก้าวัน แต่ตามมาด้วยแคมเปญระดมทุนในรูปแบบแทบเหมือนกัน ได้ทำให้หลายฝ่ายเชื่อว่า นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ หากแต่เป็น “แม่แบบ” ที่กำลังถูกนำมาใช้ซ้ำ

มิกกี้ รูร์ก นักแสดงที่ออกมาปฏิเสธแคมเปญ GoFundMe ที่จัดขึ้นในชื่อของเขา