คดีความระหว่าง มิน ฮีจิน อดีตซีอีโอค่าย ADOR กับยักษ์ใหญ่แห่งวงการ K-pop อย่าง HYBE กลายเป็นมหากาพย์ธุรกิจบันเทิงที่ทั่วเอเชียจับตา และล่าสุดสถานการณ์ได้พลิกผันครั้งสำคัญ เมื่อมิน ฮีจิน ออกมาแถลงพร้อม “ข้อเสนอแลกสันติ” หลังศาลมีคำตัดสินในประเด็นสำคัญที่ถือว่าเธอเป็นฝ่ายชนะ
ในการแถลงข่าวที่กรุงโซลเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ มิน ฮีจิน ประกาศว่าเธอ “ยินดีสละเงินชดเชยจำนวน 25.6 พันล้านวอน” ที่ HYBE ต้องจ่ายให้ หากอีกฝ่ายยอมถอนฟ้องทั้งหมด ทั้งคดีแพ่งและอาญาที่เกี่ยวข้องกับเธอ อดีตพนักงาน ADOR พาร์ตเนอร์ธุรกิจ รวมถึงสมาชิกวง NewJeans ซึ่งกลายเป็นศูนย์กลางของความขัดแย้งครั้งนี้
ข้อเสนอดังกล่าวถูกมองว่าเป็นหมากเกมสุดท้ายเพื่อยุติสงครามกฎหมายที่ยืดเยื้อมานาน และเป็น “จุดเปลี่ยนคดี” หลังคำตัดสินของศาลในหลายประเด็นออกมาเป็นคุณต่อเธอ
หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ทำให้สถานการณ์พลิก คือศาลไม่พบหลักฐานสนับสนุนข้อกล่าวหาของ HYBE ที่ระบุว่า มิน ฮีจิน วางแผนจะพา NewJeans ออกจากบริษัทแม่ นอกจากนี้ เธอยังชนะคดีเกี่ยวกับการขายหุ้น ซึ่งเคยถูกใช้เป็นเหตุผลในการปลดเธอออกจากตำแหน่ง
คำวินิจฉัยดังกล่าวทำให้ข้อกล่าวหาหลักของ HYBE สั่นคลอน และกลายเป็นชัยชนะเชิงสัญลักษณ์ของมิน ฮีจิน ในฐานะผู้บริหารหญิงที่ต่อสู้กับบริษัทต้นสังกัดที่มีอำนาจมหาศาลในอุตสาหกรรม
ในอีกด้านหนึ่ง ประเด็นเรื่องการกล่าวหาลอกเลียนแบบ (plagiarism) ที่เกี่ยวข้องกับ NewJeans ศาลเห็นว่าเป็นการวิจารณ์ที่มีมูล และคำว่า “copy” ในเอกสารไม่ได้เข้าข่ายหมิ่นประมาทศิลปินรายอื่น ยิ่งทำให้สถานการณ์ทางกฎหมายเอียงมาทางเธอมากขึ้น
แม้จะอยู่ในจุดที่ได้เปรียบ แต่มิน ฮีจิน กลับเลือกยอมสละเงินมหาศาล โดยให้เหตุผลว่าเธอต้องการให้ความขัดแย้งทั้งหมดสิ้นสุด
เธอกล่าวว่าอยากให้ “ผู้ใหญ่แข่งขันกันบนเวทีดนตรี ไม่ใช่ในศาล” พร้อมย้ำว่าศิลปิน แฟนคลับ และครอบครัวไม่ควรถูกลากเข้าสู่ความวุ่นวายนี้ และสมาชิกทั้งห้าของ NewJeans ควรได้ขึ้นเวทีอย่างมีความสุข
คำพูดดังกล่าวสะท้อนภาพลักษณ์ที่เธอพยายามสร้างใหม่ — จากผู้บริหารที่ถูกกล่าวหาว่าท้าทายบริษัทแม่ กลายเป็นผู้ที่ต้องการปกป้องศิลปินและวงการ
นักวิเคราะห์มองว่าการสละเงินครั้งนี้อาจเป็นการ “ชนะเชิงยุทธศาสตร์” เพราะช่วยลดแรงกดดันจากคดีจำนวนมาก เปิดทางให้เธอเริ่มต้นใหม่โดยไม่ต้องพัวพันกับข้อพิพาทที่อาจลากยาวหลายปี
หลังหลุดพ้นจากตำแหน่งใน ADOR มิน ฮีจิน ได้ก่อตั้งค่ายเพลงใหม่ชื่อ ooak Records และมีแผนเดบิวต์บอยกรุ๊ปวงแรก ซึ่งถูกมองว่าเป็นการประกาศศักดากลับเข้าสู่สนามอย่างเต็มตัว
การเคลื่อนไหวนี้ยิ่งทำให้การยุติคดีมีความสำคัญ เพราะหากข้อพิพาทยังดำเนินต่อไป อาจส่งผลต่อการทำธุรกิจและความเชื่อมั่นของนักลงทุน
ในขณะเดียวกัน คดีนี้ยังสร้างแรงสั่นสะเทือนในวงการ เมื่อมีการนำข้อความส่วนตัวของศิลปินมาใช้เป็นหลักฐานในศาล โดยเฉพาะกรณีข้อความของ V จาก BTS ซึ่ง Big Hit Music ต้องออกแถลงการณ์ชี้แจงว่าเป็นเพียงการแสดงความเห็นใจในบทสนทนาส่วนตัว ไม่ใช่การสนับสนุนฝ่ายใด
ประเด็นดังกล่าวจุดชนวนการถกเถียงเรื่องสิทธิความเป็นส่วนตัวของศิลปิน และทำให้เห็นว่าคดีนี้ไม่ได้เป็นเพียงข้อพิพาททางธุรกิจ แต่กระทบต่อภาพลักษณ์ทั้งอุตสาหกรรม K-pop


