“เอ ศุภชัย” คอนเฟิร์มละคร “เสน่ห์นาง” เปิดกล้องปีนี้แน่นอน ทุกอย่างพร้อมแล้วเหลือแค่ “อั้ม พัชราภา” ตกลง เผยไม่กล้าเจรจาเรื่องเงินเองเพราะกลัวใจอ่อน อีกฝ่ายขอเท่าไหร่ก็คงให้เท่านั้น เลยต้องส่งผู้ช่วยไปคุยแทน รับยังคิดถึง “แตงโม นิดา” ตั้งรูปไว้บนหัวเตียง
นอกจากผู้จัดการดาราคนดัง “เอ ศุภชัย ศรีวิจิตร” จะลุ้นให้นางเอกสาว “อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ” ใจอ่อนยอมเล่นละครเรื่อง “เสน่ห์นาง” ให้แล้ว เจ้าตัวก็บิวต์ผ่านทุกคน ทุกช่องทาง ตอนนี้ถึงกับพา “เก่ง หฤษฎ์ บัวย้อย” ที่สาวอั้มปลื้มมาร่วมเป็นพระเอกอีกคนแล้วด้วย โดยเอเผยว่าตนเองก็ปลื้มนักแสดงหนุ่มเป็นการส่วนตัวอยู่แล้วด้วย
“จริงๆ กับน้องเก่งเนี่ยเจอตอนสมัยเอเป็นนางแบบเดินแบบ แล้วเดินแคตวอล์กเดียวกัน แล้วน้องมาสวัสดี พอเห็นแล้วก็ประทับใจในตัวน้อง จนได้ไปร่วมงานเอแฟร์ด้วยกัน แล้วก็เห็นความน่ารักของทั้งคู่ ทั้งน้องเก่ง น้องน้ำปิง (นภัสกร ปิงเมือง) เลย แล้วเราเคยคิดอยู่ในหัวเสมอว่า ถ้าวันหนึ่งเราอยากทำงานกับคนน่ารักแบบนี้ คือเขาเหมือนเอที่มาจากต่างจังหวัด แล้วก็เข้ามาอยู่กรุงเทพฯ แล้วก็ทำตามความฝัน รู้สึกถึงแววตาของความตั้งใจ แล้วเอเป็นคนที่ชอบคนที่ร้องเพลงได้ เล่นละครได้ แล้วก็เป็นที่รักของทุกคนได้ ซึ่งน้องเก่งคุณสมบัติก็ตรงนี้หมดเลย
เอก็ไดเรกต์ไปหาเลยสิคะ (หัวเราะ) ไดเรกต์ส่วนตัวค่ะ เพราะว่าตามไอจีกันอยู่แล้ว แล้วเอกับพี่ออฟก็คุยกัน เพราะว่าเราต้องให้เกียรติพี่ออฟด้วย แล้วน้องเก่งก็ไปคุยกับพี่ออฟ ถามว่าทำไมต้องเป็นเก่ง จริงๆ พระเอกในเรื่องเป็นอีกคนหนึ่ง คือพี่อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม ซึ่งกราบขอบพระคุณมากที่ได้รับการให้เกียรติมา แล้วพระเอกอีกคนหนึ่งก็เป็นน้องเก่ง ซึ่งเป็นพระเอกที่เสียสละ ถ้าเคยดูเก็บแผ่นดินที่สิ้นชาติ ก็อารมณ์ ป๋อ ณัฐวุฒิ สกิดใจ ที่เสียสละทุกอย่างสมัยก่อนนะคะ แล้วตอนจบก็คือไม่มีคู่ด้วย เพราะพี่เก่งเขามีคู่ของเขาอยู่แล้วในชีวิตจริง ถ้าเจอน้องน้ำปิงก็จะไปขออนุญาตน้องน้ำปิงด้วย ว่าขออนุญาตเอาพี่เก่งมาเล่นนะ
อันนี้เอตัดสินใจเองหมดเลยค่ะ ไม่มีเกี่ยวอะไรขึ้นเลยค่ะ ความปลื้มคือเอนี่แหละค่ะ เราชอบคนไหนเราก็บอก ที่บอกว่าละครเรื่องนี้ถ้าทำแล้วก็คือเอาความสุขของตัวเอง ก็เลยอยากเห็นคนที่เราดูเขาแล้วเรายิ้ม ทุกวันนี้เราฟังเพลงเขาทุกเพลง มนตราเอย ใจจงเอย คือเอจะปั้นเด็กมาคือปั้นเด็กที่ร้องเพลงได้ เล่นละครได้ทุกอย่างเลย แล้วเก่งก็มีคุณสมบัติอยู่ในนี้หมดเลยค่ะ”
บอกเคยวางตัว “จอส เวอาห์ แสงเงิน” ไว้ แต่เพราะคิวไม่ได้
“เอรู้จักน้องจอสตั้งแต่เด็กแล้ว เป็นคนนครศรีธรรมราชด้วยกัน ยังไม่ได้คิดถึงบทอะไรเลย แต่ก็บอกพี่สุว่าพี่สุเช็กคิวหน่อย คือยังไม่ได้วางบทอะไร แต่ก็เช็ก แล้วปรากฏว่าพี่สุก็ไปเกาหลี หายไปเลยติดต่อไม่ได้ เราก็ต้องประกาศแล้ว เอก็เร่ง เพราะเดี๋ยวคนไปเดาว่าเป็นคนโน้นคนนี้ เดี๋ยวคนอื่นเขาจะคิดมาก เอก็เลยบอกว่าอย่างนั้นช่องประกาศ และบังเอิญใบที่เราเช็กมันมีอยู่ในนั้นด้วย เอก็เลยโทร.หาพี่เอโกะเองเลย พี่เอโกะกับเอสนิทกันอยู่แล้ว พี่เอโกะที่อยู่กับพี่ถา พี่เอโกะบอกว่าตอนนี้น้องมีคิว 3 เรื่อง ซึ่งเล่นไม่ได้จริงๆ แต่ถ้ามีโอกาสหน้าที่มันมีคิวจริงๆ พี่เอโกะก็จะส่งน้องๆ มาให้เอดูตัวคนอื่น น่ารักมาก อยู่กันแบบน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า”
บอกไม่กล้าคุยกับ “อั้ม พัชราภา” เอง เพราะกลัวเรื่องเงินที่จะขอ
“ถามว่าตอนนี้ติดตรงไหน คือตอนนี้นางเอกก็บอกว่าเรื่องเงินกับเรื่องเวลาใช่ไหมคะ เราก็เลื่อนเวลาสโคปเป็นว่าอยู่ในปีนี้ จะเดือนไหนก็แล้วแต่ อยู่ในปีนี้ เรื่องเงินเราก็พร้อมจะคุย ขอให้เปิดโอกาสให้เราคุย ทุกอย่างก็จะจบ แต่เอไม่กล้าคุยส่วนตัว เพราะเอเป็นคนกลัวพี่อั้ม คุยเรื่องอื่นได้ แต่คุยเรื่องเงิน คือรู้สึกว่าถ้าคุยแล้วเอจะใจดี ต่อไม่เป็น ถ้าแกขอมาเท่าไหร่เอก็คงให้เท่านั้น เพราะอันนี้เขาเอามากกว่าเรตราคาปกติน่ะสิคะ (หัวเราะ) เอก็เลยอยากให้พี่สุเป็นคนคุย
พี่อั้มก็รอเรื่องเงิน เวลาจะคุยก็เดินหนีตลอด แล้วเอต้องคุยเองทุกเรื่องเลย กับพี่เอโกะกับพี่ถา เอก็ต้องคุยเอง กับพี่ออฟ เอก็ต้องคุยเอง คือเอจะทำทุกอย่างแล้ว แล้วเอจะมีผู้ประสานงานไว้ทำไม ก็บอกว่าพี่สุ เธอต้องตามพี่อั้มให้ได้ แล้วคุย เพราะถ้าเอบอก แล้วพี่อั้มขอเท่าไหร่ เอก็ต้องให้เท่านั้น แต่ถ้าเป็นพี่สุคุย พี่สุก็จะมีวิธีของเขาแบบว่าเอ็นดูพี่เอนะ นิดๆ หน่อยๆ แต่ถ้าเอคุยก็เออๆ โอเคๆ เธอ ได้ๆ”
ยืนยันปีนี้ได้เปิดกล้องแน่นอน รอแค่อั้มยอมไปฟิตติ้งเท่านั้น
“เขาบอกว่าขายฝัน ถ่ายละครบ้านตรงข้ามใช่ไหม คือวันนั้นเข้าไปในหมู่บ้านพี่อั้มแล้วก็เดินวน ก็เจอบ้านหลังนั้นจริงๆ แต่ปรากฏว่าเขาไม่อนุญาตให้ถ่าย เขากลัวบ้านเขาพัง ก็เลยอาจจะกระเถิบมาอีกสัก 2-3-4 กิโลฯ ก็พยายามทำทุกอย่าง แต่อันดับแรกก็ต้องขอบคุณทุกคนที่ติดต่อไปแล้วให้โอกาส พี่อนันดานะคะ ซึ่งเราอยากชื่นชมผลงานเขามากจริงๆ นะคะ พระเอกคนที่หนึ่ง พระเอกคนที่สองก็คือน้องเก่งนะคะ ซึ่งเราอยากเห็นอยู่ในจอที่ร่วมงานด้วยกัน คือเออยากร่วมงานกับทั้งคู่เลยค่ะ มีเจนิส (เจณิสตา พรหมผดุง) แล้วก็น้องนาว (ทิสานาฏ ศรศึก) ที่มาเล่นเรื่องนี้เต็มที่เลย แล้วก็เพิ่งประกวดไป ก็คือหาคนที่เป็นพี่อั้มตอนเด็ก เป็นเด็กสองคน นี่ตื่นเต้นนะเนี่ย สัมภาษณ์ไปด้วยตื่นเต้นไปด้วย
ถามว่าโปรเจกต์นี้จะเกิดขึ้นจริงไหม สำหรับเอเกิดขึ้นจริงแล้วนะคะ (หัวเราะ) วางสโคปไว้เลยว่าอยู่ในปีนี้นะคะ แต่ไม่ต้องมาถามว่าเดือนไหน อาจจะเปิดปีนี้แล้วได้ดูปีหน้านะคะ แต่อยู่ในปีนี้แน่นอน เพราะถ้าพี่อั้มติดเรื่องคิว เอก็รอในเวลาที่เหมาะสม เดี๋ยวจะหาว่าไปบีบคั้นอีก ไม่ใช่ คือตั้งใจมากๆ นะคะ อยากให้ทุกคนได้ชมผลงาน เพราะว่าตัวเราเองนั่งดูภาพในจอทางออนไลน์ต่างๆ ที่คนทำ CG เราก็รู้สึกตื่นเต้นแล้ว แล้วเอว่าทุกคนก็คงรอเหมือนกัน แต่ตอนนี้ยังไม่สมใจเลย เพราะนางยังไม่ตอบ (หัวเราะ) หมายถึงว่าคำตอบก็คือตอบแล้วนั่นแหละ คือถ้าเมื่อไหร่ฟิตติ้ง นั่นแหละคือคำตอบ ไม้ตายสุดท้ายที่จะทำให้เซย์เยส ก็เงินนั่นแหละค่ะ ที่เขาบอกว่าไม่ได้คิดถึงเรื่องเงินขนาดนั้น ไม่จริงค่ะ (หัวเราะ) แต่ปีนี้ได้เปิดแน่นอน ถ้าพี่อั้มทุกอย่างพร้อม เพราะเอติดต่อทุกอย่างหมดแล้ว”
เผยยังคิดถึง “แตงโม นิดา พัชรวีระพงษ์” เสมอ
“เมื่อวานเป็นวันที่น้องไม่อยู่กับเรานะคะ คือเอนั่งอยู่ที่บ้าน แล้วไทม์ไลน์มันก็ขึ้นมาว่าเป็นวันที่เราทราบว่าน้องไม่อยู่แล้ว ก็เลยรู้สึกว่าบ้านที่เรานั่งอยู่ วันนั้นเป็นวันที่น้องโมมาที่บ้าน แล้วเอพูดว่ายกหนี้ให้ ซึ่งมันหลายๆ อย่าง ทำให้เรารู้สึกคิดถึงน้อง แล้วก็อยากเล่าหลายๆ เรื่องว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างบนโลกใบนี้หลังจากที่น้องไม่อยู่แล้ว เพราะว่าปกติก็จะเม้าธ์กันเรื่องเพื่อน พี่เซ้งบ้าง พี่อ๊อดบ้าง พี่ซูซี่บ้าง หรือวันนี้มันเกิดอะไรขึ้นบ้าง ก็เลยคิดถึงเพลงขึ้นมาว่าจะเอาเพลงไหนดี แล้วเพลงลมมันก็เข้ามาในหัว แล้วก็เอาคลิปเก่ามาลง เพราะว่าคิดถึงน้องจริงๆ
ส่วนน้องไปดีหรือยัง อันนี้เอก็ไม่ทราบเหมือนกัน แต่เราทำหน้าที่คือเราเป็นผู้ให้ เราทำได้แต่คิดถึง คิดถึงจริงๆ ยังคิดถึงทุกวัน ทุกวันนี้หัวนอนเอก็มีรูปน้องโมวางอยู่นะคะ เป็นรูปโปสเตอร์วันงาน เวลามีเรื่องไม่สบายใจก็คุยกับรูปบ้าง ก็บอกว่าน้องโมเนี่ยเป็นแบบนี้นะ จะทำยังไงดีนะอะไรแบบนี้ค่ะ ทุกวันนี้ก็ระลึกถึงน้องโมตลอดเวลาทำบุญค่ะ
แต่ปีนี้เอยังไม่ได้จัดพิธีเลยค่ะ แต่ก็ระลึกถึงอยู่ในใจตลอดไปค่ะ เรื่องฝันเอจำฝันไม่ได้เลย จำความฝันไม่ค่อยได้ ตื่นขึ้นมายังไม่รู้เลยเรื่องจริงหรือฝัน แต่เมื่อวานนั่งดูคลิป นั่งดูรูปแล้วมันเป็นที่เดิมที่บ้านที่เรายังอยู่ แต่เขาไม่อยู่ตรงนี้แล้ว เราก็คิดถึง เอว่าทุกคนก็คงเป็นเหมือนเอ พี่ๆ นักข่าว หรือว่าดารา นักแสดงทุกคน ก็เวลาที่มีมุมที่ไปเจอตรงนี้เราเคยมากินกับน้องโม เหมือนทุกปีเราก็จะไปเชียงใหม่กับน้องโม เราก็จะคิดถึง ถามว่ายังมีร้องไห้ไหม มันผ่านจุดนั้นไปแล้วค่ะ แต่ความคิดถึงมันยังอยู่ เป็นความทรงจำที่ดี”


