xs
xsm
sm
md
lg

“ดู๋ สัญญา” ลั่นลูกไม่ใช่ทรัพย์สมบัติ เขาต้องมีอนาคตของตัวเอง แม่ไม่หวงเรื่องสาวๆ ห่วงแค่เรื่องขี่มอ'ไซค์ (คลิป)

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“ดู๋ สัญญา” เปิดใจพร้อมหน้าครอบครัว บอกลูกไม่ใช่สมบัติของผม เขาต้องมีอนาคตของตัวเอง ให้อิสระเต็มที่ รู้ว่าดูแลตัวเองได้ ด้าน “แม่อุ๋ย” เผยไม่หวงลูกชาย เรื่องสาวๆ เอาตามที่ลูกชอบ ทุกวันนี้ “น้องเอม” เป็นผู้ใหญ่กว่าแม่ ไม่เคยทำให้ต้องห่วง มีแค่เรื่องขี่มอเตอร์ไซค์



เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งครอบครัวตัวอย่างของวงการบันเทิง สำหรับครอบครัว “ดู๋ สัญญา คุณากร” ล่าสุดมีโอกาสดีได้เจอแบบพร้อมหน้าพ่อแม่ลูก หลัง “อุ๋ย อาทิตยา” ภรรยาคนสวยของดู๋ จัดแกลลอรีแสดงผลงานภาพวาดฝีมือของตนเอง ในชื่อ REMEMBER THE LIGHT By Athittaya Kunakorn ที่อาคารปรีดิ์สุวรรณ์ 51 เอกมัย 12 เลยไม่รอช้าที่จะขอสัมภาษณ์ทั้งครอบครัว ซึ่งงานนี้ลูกชายอย่าง “เอม สรรเพชญ์ คุณากร”ก็ถึงกับเอ่ยปากว่าแรร์มาก เพราะปกติคุณแม่ไม่ค่อยมาร่วมวงสัมภาษณ์ด้วย ด้านคุณพ่อดู๋และคุณแม่อุ๋ย ก็ได้เผยถึงลูกชาย ว่าเป็นเด็กน่ารักมาก ไม่เคยทำอะไรให้ต้องห่วงเลย

อุ๋ย : “ไม่ห่วงเขาเลยค่ะ เพราะว่าเขาโตกว่า”

ดู๋ : “ดูเป็นผู้ใหญ่กว่า”

อุ๋ย : “เรื่องของสมองค่ะ (หัวเราะ) คือเขาดูแลตัวเองได้ มีระเบียบวินัย ถ้าจะห่วงก็คืออยากให้เขาสบายๆ แบบมีอิสระ ไม่ต้องสตริกอะไรเยอะขนาดนี้ แค่นั้นเอง ไม่ได้ห่วงว่าเขาจะไปเป็นยังไง เขาน่ารักมาก ดูแลตัวเองได้”

เรื่องสาวๆ แล้วแต่ลูก แม่ไม่ติด
อุ๋ย : “อันนี้แล้วแต่ลูกเลย เอาที่ชอบ ยังไงได้ทุกอย่าง ทุกชาติ ทุกภาษา ทุกรูปแบบค่ะ

เอม : “โอ้โห...”

อุ๋ย : “ถามว่าหวงลูกชายไหม มันไม่ได้หวงค่ะ แต่ว่าเป็นความรู้สึกแบบเราก็ไม่อยากให้เขาเป็นทุกข์ ไม่อยากให้เขาเจ็บปวด แค่นั้นมากกว่า แต่ไม่ใช่การหวง”

ดู๋ : “เราโตจนเรามองชีวิตเป็นอีกแบบ ไม่มีใครเป็นของใคร เขาเป็นลูก แต่เขาไม่ใช่ทรัพย์สมบัติของผม เขาต้องมีอนาคตของตัวเอง เลือกเองเราจะให้อิสระเมื่อเรารู้ว่าเขามีวุฒิภาวะพอ ที่จะดำเนินการตัวเองได้ แล้วเราก็ดูแล้วว่าเขามี”

อุ๋ย : “มีมากกว่าเรา อันนี้แน่นอน เขายังต้องเป็นคอยเป็นห่วงว่าเราแบบ... อะไรอย่างนี้”

เอม : “ก็ดีครับ แฮปปี้ แต่ผมก็ต้องบาลานซ์ ผมก็ต้องมีความแม่มากขึ้นด้วย ความแบบฟรี ความแบบเอ็นจอยชีวิต แต่ว่าก็หาอยู่ครับ หาตลอด”

อุ๋ย : “แต่เป็นห่วงเรื่องขี่มอเตอร์ไซค์ เพราะว่าเวลาล้มไปมันเนื้อกับปูนนะคะ เจ็บ”

เอม : “แต่พ่อทำก่อนผม ก็โอเค ทุกอย่างก็ผ่านมาแล้ว ผมก็ต้องทำได้ดิ”

ดู๋ : “โอเค ทุกเรื่องมันมีเหตุจึงเกิดปัจจัยขึ้น ก็มันก็มีวิธีขี่ที่สร้างความปลอดภัยด้วย มันมีกลไกของมัน แต่ว่าแน่นอน ไม่ต้องมอเตอร์ไซค์ พาหนะทุกอย่างในโลกนี้ก็มีอันตราย ก็ถ้าคุณรู้ขีดจำกัดของมัน รู้ข้อกำหนดของมัน แล้วพิจารณาแล้วอย่าใช้อารมณ์ โอกาสที่จะเกิดมันก็น้อย น้อยแต่ไม่ได้บอกว่าไม่มี

ที่ผ่านมาไม่เคยทำอะไรให้ต้องเป็นห่วง
อุ๋ย : “ไม่มีค่ะ เรียบร้อยมาก”

เอม : “ผมเป็นคนเงียบๆ ขี่มอเตอร์ไซค์น่าจะเป็นสิ่งที่แบบเท่ที่สุดแล้วแหละ ที่ผมทำ

เผยที่มานิทรรศการภาพวาด REMEMBER THE LIGHT By Athittaya Kunakorn
อุ๋ย : “จริงๆ แล้ววาดภาพกันมา นั่งเรียนด้วยกันมาเนี่ยค่ะ 3 คน เกิน 10 ปีแล้ว แล้วเขาก็ไม่ได้วาดต่อ เขาก็ไม่ได้วาดต่อ เหลือเราคนเดียว”

ดู๋ : “เขาวาดมาเรื่อยๆ”

อุ๋ย : “จริงๆ เมื่อก่อนไม่ได้วาดภาพมาก่อนเลยค่ะ แต่ว่าเวลาวาดภาพแล้วมันทำให้หัวมันหยุดคิด ไม่งั้นหัวมันจะคิดไปเรื่อย”

ดู๋ : “คือมนุษย์จะฟุ้งซ่าน เวลาไม่มีอะไรทำ พอฟุ้งซ่านก็เกิดความทุกข์ จนเขาเจอวิธีที่จะทำให้จิตมันโฟกัสกับเรื่องบางเรื่อง คุณอยากจะนำเสนออะไร หรืออยากจะระบายอะไร ระบายลงไปในกีฬา ในงานศิลปะ แล้วแต่ละคนถนัดทางไหน แต่คราวนี้ภรรยาผมเขาก็เจอว่าเขาระบายในงานศิลปะ เขาก็เลยระบายทุกวันเลยคราวนี้ แบบเกือบ 10 ปี”

อุ๋ย : “โนๆ ไม่ใช่ เพิ่งมาวาดทุกวันเมื่อ 2-3 ปีหลังนี่เอง แต่จุดเริ่มต้นคือที่นั่งเรียนด้วยกันค่ะ”

ดู๋ : “เขาถนัดวาดภาพเหมือนครับ เรียลลิสติก (Realistic) มีแอ็บสแตรกต์ (Abstract Art) บ้างเป็นช่วงเวลา ผมว่ามนุษย์มันจะมีช่วงเวลา ว่าช่วงนี้อยากทำแอ็บสแตรกต์ แล้วเสร็จแล้วก็กลับมา สุดท้ายกลับมาเรียลลิสติก ก็คือภาพเหมือน แต่ส่วนมากเขาวาดสัตว์มากกว่าคน ไม่ค่อยวาดคน”

อุ๋ย : “ฟีลลิ่งของสัตว์มันซื่อตรงดีค่ะ แล้วมันอ่านความรู้สึกเขาง่าย อย่างที่เห็นเป็นม้า ก็ตั้งใจให้ปีนี้ค่ะ เราเกิดปีม้า ส่วนที่เป็นยูนิคอร์น ก็บางทีคนเรามันต้องมีเมจิกด้วยเนาะเราก็ต้องสร้างพลังให้ตัวเราบ้าง ให้กำลังใจตัวเอง อันนี้ก็เป็นการแสดงผลงานครั้งแรกเลยค่ะ ตอนแรกไม่ได้ตั้งใจนะ แต่วาดแล้วรูปมันเยอะ แล้วคุณสัญญาบ่น”

ดู๋ : “คือเชื่อไหม ผมเห็นไม่กี่รูป เพราะมันบังกันจน... เออ ไม่เคยมีใครเห็นเลยเอาอย่างงี้ดีกว่า มันรกอะ ช่วยไปแสดงหน่อยเหอะ”

อุ๋ย : “ก็จะจัดแสดงประมาณ 2 เดือนค่ะ แต่ละภาพก็ใช้เวลานานเหมือนกัน คือตอนวาดไม่ได้คิดหรอกค่ะ แต่ว่าพอวาดออกมาแล้วเรามานั่งดูภาพ เราถึงได้เข้าใจว่า อ๋อ ตอนนี้เรารู้สึกแบบนี้ อย่างภาพที่อยู่ด้านหลังนี้ ชื่อ When you know, you know. คือเมื่อเราเวิร์กออนตัวเองมาในระดับหนึ่งแล้วเราเกิดความรู้สึกสงบสุขและมีปีติสุข แล้วเราก็รู้สึกว่าอ๋อ ความสุขที่มันที่สุดเนี่ย มันคืออารมณ์นี้เอง แต่ภาพนี้บอกไม่ได้เลย ว่าใช้เวลาเท่าไหร่ เพราะสีน้ำมันเนี่ย คือมันวาดภาพนี้แล้วก็หยุด แล้วก็ไปวาดภาพอื่น บางทีเราก็ลืมไป ก็ไปวาดรูปอื่นเลย”

ดู๋ : “ถ้านับตั้งแต่ม้ารูปแรก นี่ข้ามปีนะ”

อุ๋ย : “เทคนิคพิเศษ คือความรู้สึกเท่านั้นเลยค่ะ ส่วนใหญ่จะใช้สีน้ำมัน”

ถ้ามีคนสนใจก็พร้อมขาย
ดู๋ : “ไม่ตัด ขายเลย อย่าใช้คำว่าตัดใจ ช่วยขายหน่อย (หัวเราะ)”

อุ๋ย : “เพราะว่าบ้านรก ที่บ้านยังมีอีกประมาณร้อยกว่ารูป แต่ว่าเป็นแบบอื่นหมดเลย แต่เฉพาะม้ามีแค่นี้ ที่เอามาแสดง มีประมาณ 24 ภาพค่ะ อันนี้มันเป็นเจอร์นีย์ ของการฮีลลิ่งของเราค่ะ จริงๆ ความดุดันของมนุษย์ คือความอ่อนแอเนาะ มันจะดุเมื่อมันเบ่งพลัง เบ่งพลังเพื่อที่จะบอกกับตัวเองว่า เฮ้ย You can do it มากกว่า มันไม่ใช่ดุดันแบบจะไปทำร้ายคนอื่นอันนี้ไม่เป็น แต่ดุดันแบบ...อื้ม เอาละเว้ย อะไรอย่างเงี้ย”

ไม่คาดหวังกับการแสดงผลงานครั้งแรก
อุ๋ย : “ไม่ได้คาดหวังอะไรเลย เราแค่อยากให้บางส่วนของอารมณ์ความรู้สึกที่เราเจอ ตอนที่เราเวิร์กออนตัวเอง ได้เป็นประโยชน์กับคนอื่น เพราะว่า At the end แล้วเนี่ย It's nothing really matters. ไม่มีอะไร ก็มีความสุขทุกๆ วันกันแค่นั้นเอง เราวาดหมด วาดม้า วาดแมว วาดกบ วาดกระต่าย”

ดู๋ : “เคยรับวาดด้วย”

อุ๋ย : “ใช่ มีบริษัทรับวาดสัตว์เลี้ยงชื่อ Love You To No End ชื่อสวีต”

ดู๋ : “เห็นรูปหมาแมวที่อยู่ชั้น 3 ไหม แบบนั้นมีเจ้าของนะ เขามาให้วาดหมาเขาที่จากไป ก็มีทำ แต่ว่าไม่ค่อยมีคนรู้ไง ถ้ามีเวลาเขาก็ทำ”

อุ๋ย : “ถามว่าเป็นศิลปินอาชีพไหม จะเรียกว่าอย่างนั้นหรือเปล่าไม่แน่ใจแต่ว่ามีความสุขทุกครั้งที่ได้วาดรูป แค่นั้นเองค่ะ”

เอม : “ภูมิใจแทนครับ เพราะตอนเขาเริ่ม ผมก็ไม่ได้นึกว่า…เขาเป็นคนที่เก่งนะ เก่งมาก แต่เขาเป็นคนที่ทำตามอารมณ์ เขาจะโฟลว์ และการที่มีคอลเลกชั่นเต็มตัวแบบนี้ครับ ผมภูมิใจแทนจริงๆ ครับส่วนตัวผมก็อย่างที่แม่บอกครับ ตอนเด็กๆ วาดเยอะ วาดไดโนเสาร์ ไม่วาดคนเหมือนกัน ตอนนี้ก็รู้สึกเหมือนผมเป็นคนที่ใจร้อนเกินไปหน่อย ที่จะตั้งใจลงมือวาดจนภาพเสร็จขนาดนี้”

ถ่อมตัวไม่ได้วาดรูปเก่งทั้งบ้าน
ดู๋ : “ไม่เรียกว่าเก่งหรอกครับ เรียกว่าชอบ พวกเราชอบวาด แต่เราไม่ได้บอกว่าเราเก่ง ของผมที่บ้านมี แต่ส่วนมากผมวาดคน พอร์เทรต (Portrait) เราวาดเพื่อให้เรารู้สึกดี แต่ตอนนี้ภรรยากำลังจะข้ามขีด ว่า สิ่งที่เรารู้สึกดี ถ้าทำให้คนอื่นรู้สึกดีได้ มันคือดีกว่าเดิมเยอะ”

ถ้ามีโอกาสจัดเอ็กซิบิชั่น ก็อยากทำ
ดู๋ : “ถ้ามี ก็อยากมี”

อุ๋ย : “ถึงจะไม่อะไรก็แล้วแต่ เราก็ยังจะวาดรูปต่อไปค่ะ เพราะทุกครั้งที่เราวาดรูป เรามีความสุขมาก มันหายไปอยู่ในรูป แล้วมันทำให้เราอยู่เฉยๆ ได้ ก็มีอาจารย์ที่วาดด้วยกัน คอยแนะนำทุกอย่าง จริงๆ จะบอกว่ามันไม่ใช่แค่ศิลปะ อะไรก็ตามที่เราเลือก ที่ทำให้เรามีความสุข เล่นดนตรี ร้องเพลง ออกกำลังกาย หรืออะไรก็ได้ที่ทำให้เรากลับไปจดจ่ออยู่กับตัวเอง แล้วเมื่อเราอยู่กับตัวเอง แล้วเรารู้ตัวเองจริงๆ เราจะรู้ว่าความสุขมันเกิดขึ้นได้ โดยที่เราไม่ต้องต้องการ คน สัตว์ สิ่งของ ข้างนอก อันนั้นคือคีย์ แล้วมันคือที่สุด”

ดู๋ : “ถามว่ามีให้กำลังใจไหม ผมว่าเขามีความสุขกับสิ่งนั้นแล้ว ไม่ต้องให้กำลังใจ ไม่ใช่แบบกำลังลำบาก”

อุ๋ย : “มีแต่เดินมาแล้วบอกว่า เฮ้ย นั่งอยู่ ทำไม 10 ชั่วโมงแล้ว ลุกมาเดินบ้างนะ

ดู๋ : “ปัญหาคือถ้าไม่บาลานซ์ มันจะเสียสุขภาพ”

อุ๋ย : “หรือถ้าเราวาดรูปเอาต์ดอร์ เขาก็จะบอกว่าวันนี้ PM เยอะนะ แดงแป๊ดเนี่ย ช่วยใส่หน้ากากด้วย”

ชื่อของแต่ละรูป มาจากความรู้สึกหลังวาด
อุ๋ย : “ขอให้ลองอ่านชื่อของรูปแล้วลองคิดว่า ความหมายในชื่อของรูปเนี่ย เราคิดถึงอะไร เพราะทุกคนมีความสำคัญหมดในเรื่องของความรู้สึกของตัวเอง อย่าลืมนะ เชื่อพี่แล้วเราจะเจออะไรบางอย่างว่า อ๋อ... เรารู้สึกอย่างนี้ นี่เอง เราเป็นอย่างนี้ นี่เอง เวลาตั้งชื่อรูป เราก็ดูรูปว่าวาดออกมาแล้วเรารู้สึกยังไงกับรูป ก็เขียนชื่อไปตามนั้น ไม่ได้ว่าแพลนไว้ก่อนว่าจะวาดรูปนี้ ชื่อแบบนี้ ไม่ใช่ค่ะ ทุกคนสามารถที่จะไปยืนดูรูปแล้วก็ทำความเข้าใจกับตัวเอง ว่าอ๋อรูปนี้แปลว่า The Now สำหรับเรามันคืออะไร หรือว่า Queen คือฉันมั่นใจ อะไรอย่างนี้ค่ะ

เข้าชมฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย
อุ๋ย : “จัดแสดงที่ เอกมัย 12 อาคารปรีดิ์สุวรรณ์ ชั้น 6 ค่ะ เปิดประมาณ 11.00 น. ถึง 19.00 น. ไม่มีค่าใช้จ่าย มาชมได้เลยค่ะ ชอบรูปไหนก็ติดต่อเจ้าหน้าที่ได้ เดี๋ยวจะมีเจ้าหน้าที่อยู่ที่นี่ค่ะ”

ดู๋ : “ขายเลยครับ รูปที่ผมชอบผมซื้อไว้แล้ว”

อุ๋ย : “มีเรื่องจะเม้าธ์ คือเราวาดรูปเสร็จ แล้วเขาเดินมา เราก็บอกว่าพ่อ เธอไม่อุดหนุนฉันหน่อยเหรอ แล้วเขาบอกว่า แล้วผมจะเอาไปติดที่ไหน บ้านผมไม่มีที่ พูดอย่างลืมไปว่าบ้านเดียวกัน (หัวเราะ) พออันที่สองทนไม่ไหว ก็เลยบอกว่า อืม... อาที่เล็กที่สุดกับถูกที่สุด”

ดู๋ : “ไม่ใช่ ไม่ถูกที่สุด ไม่บอก ก็คือมันจะดีกว่านี้ถ้ามีที่ติด”

อุ๋ย : “คุณพ่ออุดหนุนแล้วค่ะ ภาพยังไม่เสร็จทีเดียวก็อุดหนุนแล้ว

เอม : “(อุดหนุนแม่?) ยังครับ ยังไม่ได้จองเลยครับ (หัวเราะ)”

อุ๋ย : “ลูกชายดูแลคุณแม่เยอะค่ะ ดูแลคุณแม่ดีทุกเรื่อง”

เอม : “คือผมไม่ได้อยู่ตลอดครับ แต่ผมก็มาเดินวนเวียนมาเช็ก ว่าแม่ทำอะไรอยู่ทุกวัน”

ดู๋ : “คือเข้าใจใช่ไหม มันเป็นสีน้ำมัน มันต้องแยกออกไปหน่อย ถ้ามาอยู่ป้วนเปี้ยนตลอดอยู่ไม่ไหว(คุณพ่อกับคุณลูกอยากทำนิทรรศการบ้างไหม?) ไม่ครับ”

เอม : “ไม่ครับ”

ดู๋ : “คุณรู้ไหมกว่ามันจะเป็นอย่างเนี้ย โอ้ย...ไม่ได้นอน ไอ้ที่นี่ไม่ทัน ไอ้โน่นไม่เสร็จ ไอ้รูปนี้ต้องเอากลับมาแก้ แบกไปห่อกลับมา ไปทำกรอบ โอ้โห เหนื่อยมาก

อุ๋ย : “รูปสุดท้ายเสร็จเมื่อคืนค่ะ แต่ถ้าเอามือไปแตะนี่คือสีติดมาเลยนะคะ เพราะว่ายังไม่แห้ง”