xs
xsm
sm
md
lg

“ปู กนกวรรณ” แหลกสลายไม่เหลือชิ้นดี เพิ่งรู้ความจริงก่อนอัดรายการ เขาจดทะเบียนสมรสกันแล้ว! เผยคำพูดสุดซึ้งของ “น้องปราย”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“ปู กนกวรรณ” เปิดใจทั้งน้ำตา ถูก “เด๋อ ดอกสะเดา” ซ่อนโลกอีกใบมานาน 29 ปี เจ็บซ้ำเพิ่งรู้ความจริงว่าเขาจดทะเบียนสมรสกับผู้หญิงอีกคนแล้ว ลั่นรู้เรื่องผู้หญิงครั้งแรก หลังออกรายการสี่ทุ่มสแควร์อวดหวานได้แค่วันเดียว จะเลิกก็สับสน 

ออกมาเปิดใจผ่านรายการคลับฟรายเดย์ เล่าความเจ็บช้ำ กับการถูกหักหลัง เหยียดหยาม จากสามีตลกอย่าง “เด๋อ ดอกสะเดา” หลังมีโลก 2 ใบซ้อน 29 ปี “ปู กนกวรรณ บุรานนท์”เล่ารายละเอียดหลายๆ เรื่องทั้งน้ำตา ก่อนเผยว่า เพิ่งรู้ความจริงก่อนอัดรายการวันนี้ เขาจดทะเบียนสมรสกันแล้ว

“ที่อยากคุยกับพี่อ้อย-พี่ฉอด เพราะในวันที่เราดิ่ง เราอยู่คนเดียว เราได้ยินเสียงพี่สองคนมันเหมือนเป็นพี่สาวเรา บางเคสใกล้เรา คล้ายเรา เราก็ฟังที่พี่สองคนสอน บางทีฟังแล้วหลับไปเลย

คำว่าหมดบุญที่ปูโพสต์ ก็เหมือนหมดวาสนาไปแล้ว (ร้องไห้) วันที่ 22 พ.ย.วันเสาร์เวลา 10 โมงเศษ ไปหาพี่เด๋อที่ศูนย์ ไปเจอโลกอีกใบที่เขาซ่อนไว้ 29 ปี เฝ้าอยู่ เราพูดเรื่องนี้ไม่ได้ ความเป็นเด๋อ ดอกสะเดามันค้ำคอเราอยู่ คนรักพี่เขาเยอะ

ตั้งแต่ป่วย ก็ไม่มีภาพเขาออกมาเลย เพราะมันไม่น่าดู ตอนแรกเราจะปิดเป็นความลับ ให้มันตายไปกับตัวเลย แต่พอเราได้เจอผู้หญิงคนนั้น วันที่ 22 พ.ย. ปูไม่ไปอีกเลย จบคือจบเลย คนไปเยี่ยมก็ไม่เจอปู ปูไม่โพสต์ถึงพี่เด๋อเลย เขาเลยบอกว่าปูไม่ดูแลและทิ้ง แล้วปูจะพูดเรื่องนี้กับใครได้ ที่ร้องไห้กับพี่อ้อย ปูแค่ดีใจที่มีคนฟัง

คนที่พูดว่าทิ้งเขาไม่รู้เรื่อง ไม่รู้เหตุผล ว่าปูเจอผู้หญิง ปกติปูไปหาพี่เด๋อทุกวันพุธ แต่พุธนั้นออกจากบ้านไม่ได้ หมู่บ้านเขาทำถนน นั่งกินข้าวอยู่แล้วคิดว่าไปหาพี่เด๋อดีกว่า ไปอัปเดตเรื่องลูกให้ฟัง พอไปเจอเราก็ช็อก ผู้หญิงก็พูดกับปูว่าที่ผ่านมา ต้องขอโทษด้วยนะ ไม่โกรธกันแล้วเนอะ แก่ๆ กันแล้ว มันคือการเฉลยทุกอย่าง ปูพูดไม่ออก (ร้องไห้)

วันนั้นเขาไม่ได้ไปเยี่ยม ปูเปิดไปเจอผู้หญิงคนนี้นั่งกินข้าวอยู่ เจอผ้าห่มซึ่งไม่เรียบร้อย มานอนเฝ้า ปูก็ถามเพื่อความแน่ใจว่าขอโทษนะคะ ชื่ออะไรคะ คนที่เคยคุยกับปูใช่ไหม เขาก็ตอบว่าใช่ ผู้หญิงคนนี้คือคนที่จับได้ พี่เด๋อยังคุยอยู่ตอนคุยกับปูใหม่ๆ เมื่อ 29 ปีที่แล้ว เพิ่งไปอัดรายการด้วยสี่ทุ่มสแควร์ เราไปออกรักหวานชื่น กลับบ้านเขาก็มาส่งปู แล้วบอกต้องไปซ้อมตลก เราก็เอ๊ะนิดนึง การเล่นตลกคาเฟ่ไม่มีการซ้อม เราก็ตามไป เจอรถเขาจอดอยู่ข้างอพาร์ตเมนต์แห่งนึง จะเลิกกันหรือกลับบ้าน เขาก็รีบกลับบ้าน ปูบอกออกไปเลย เลิกกันเลย ปูไม่เอาแล้ว เขามาอยู่บ้านปูนะคะ เขาบอกเป็นเด็กของลูกน้องในคณะ มันไม่ใช่ ถ้าเป็นเด็กของลูกน้องในคณะเขาจะขึ้นไปทำไม ปูจะเลิกอยู่แล้ว แต่ข่าวเพิ่งออกวันนี้ว่าคบกัน พรุ่งนี้จะเลิกแล้ว มันก็สับสน (ร้องไห้)
พี่เด๋อเคยมีครอบครัวมาก่อน อันนั้นเราทราบ เขาหย่ากันแล้ว ตลอดทางที่บอกจะไปเคลียร์ ก็ยังวนเวียน มีโทรศัพท์ มีอะไรรุรงรังเข้ามาในชีวิตตลอด เราคิดว่าถ้าผู้หญิงโทร.มาแสดงว่าคนของเราไม่ไป คิดว่าเขาโทร.มาขอเงินค่ะ พอเราถามเขาก็จะมีเหตุผลต่างๆ นานา จนหลังๆ ถ้ามีโทรศัพท์เขาก็เดินออกไปคุยนอกบ้าน หรือทำเป็นไม่ได้ยินแล้วกดสายทิ้งไปเลย

เราไม่ตาม ปูเป็นคนไว้ใจ เชื่อใจ และคิดว่าคนจะไป ล่ามโซ่ไว้เขาก็ไป ตอนนั้นคิดว่าเขาขอเงินเท่านั้น เราคิดว่าถ้าเขาไป ผู้หญิงไม่โทร.มาหรอก แต่ผู้หญิงโทร.มาคนของเราไม่ไป แสดงว่าคนของเราขาดแล้ว

ตอนทำลูกชิ้นมีเบอร์บ้านติดอยู่ที่ถุงลูกชิ้น เขาโทร.เข้าบ้าน เราไม่รู้ เราก็รับ เขาตามแต่พี่เด๋อ เราไม่แผลงฤทธิ์ขนาดนั้น แต่บอกว่าเบอร์โทร.รู้นะ อย่าหนีนะ วันใดที่พี่เขาไม่สบาย จะเอาเบอร์นี้ให้รพ. แล้วแจ้งว่าเป็นเจ้าของไข้

ปูเห็นหน้าเขาสองปีเศษได้ เที่ยงคืนโทร.มา พี่เด๋อเข้าห้องน้ำ ไลน์ก็ดัง ปูก็กดไป เขาก็บอกเรียกพี่เด๋อมาคุยหน่อย แต่พี่เด๋อยังไม่ออก ปูก็ตัดสายทิ้งไป ก็เห็นหน้าเขาผ่านโปรไฟล์ไลน์”

ร่ำไห้บอกลูกเรื่องผู้หญิงอีกคน ลูกบอกอยู่ข้างแม่เสมอ
“วันที่ 22 พ.ย. ปูจับราวเตียง ทำอะไรไม่ถูก (ร้องไห้) ปูพูดกับเขาว่าคุณทำอะไรกับปูไว้ คุณรู้อยู่แก่ใจ ให้คุณหายเร็วๆ แต่ปูไปแล้วนะ ตั้งแต่วันนั้นก็ไม่ไปอีกเลย (ร้องไห้) ไม่ไปแล้ว เลิกตั้งแต่ 22 พ.ย. วันนั้นเขาขอกระดาษกับปากกาเขียนว่าอยากไปหาลูกด้วย เพราะเขารู้ว่าปีนี้ลูกจะจบ ก็บอกว่าให้รักษาตัวให้หายเร็วๆ สิ แต่ปูก็ไม่ได้สนใจแล้ว ปูเดินออกไปไม่หันมอง พอถึงรถปูก็ร้องไห้ แล้วโทร.หาลูก ปราย แม่เจอแบบนี้นะ ผู้หญิงพูดกับแม่แบบนี้นะ (ร้องไห้) ลูกก็ตกใจ ห๊ะ! ถามว่าลูกรู้สึกยังไง ปรายก็บอกว่าหนูก็ไม่อะไรนะคะแม่ แต่เรื่องมันเกิดขึ้นแล้ว หนูอยู่ข้างแม่เสมอค่ะ ปูก็โอเคจบ ขอบคุณมาก ไปเรียนต่อได้”

ยันลูกเด๋อ ไม่ได้กีดกัน ที่ผ่านมาแบ่งหน้าที่กันทำตลอด ส่วนเรื่องผู้หญิงอีกคน ลูกเด๋อขอให้ตนอโหสิให้
“ลูกไม่ได้กีดกันค่ะ ช่วงแรกๆ เราคู่ขนาน ดูแลไปด้วยกัน เราแบ่งแยกหน้าที่กันแล้ว ตอนพี่เด๋อแข็งแรง วันนึงถ้าพ่อไม่สบาย เราจะทำยังไง ลูกบอกต้องช่วยกันดูแล ปูบอกว่าเรื่องรพ.เธอไปจัดการนะ เพราะพี่ไม่เป็นลูกเขาจัดการหมดเลย เรามีหน้าที่แค่ว่ารีบมารับพ่อเดี๋ยวนี้ วันนี้พ่อผิดปกติ

เราไม่จดทะเบียน เพราะเป็นความต้องการของปูอยู่แล้ว เราแบ่งหน้าที่กันแบบนี้เราหนุนการเงิน มีค่าใช้จ่ายอะไรเราก็จะโอนๆ อย่างเดียว เรื่องนั้นก็ให้ลูกเขาไป มันเป็นลักษณะช่วยกันดูแล

ตอนรู้ว่ามีโลกอีกหนึ่งใบก็บอกเขา เพราะตอนพี่เด๋อเข้ารพ. ปูต้องไปเลื่อนรถเขา ปูก็จะเจอสติ๊กเกอร์คอนโด ติดอยู่หน้ากระจกรถ พอเราเห็นปุ๊บ มันก็ทราบได้โดยปริยาย ว่าเป็นคอนโด ก็ไปบอกลูกเขาว่า พี่เจอสติ๊กเกอร์คอนโดติดอยู่ที่รถพ่อนะ ลูกเขาก็ตอบกลับว่า พี่ต้องอโหสิให้พ่อ (ร้องไห้)เราก็เลยเงียบ เพราะรู้ว่าพูดต่อไม่ได้

(คำนั้นแปลว่าลูกรู้?) หรือลูกอาจจะรักพ่อ แล้วตัดจบก็เป็นได้ ก็ใจเขาใจเรา เหมือนเรารักพ่อ แล้วใครมาพูดแบบนี้ในขณะที่พ่อไม่สบายอยู่ เราก็ไม่อยากรู้เรื่องอะไรแบบนี้ แต่มุมของเรา เรารู้สึกว่าไม่มีใครฟังเรา มันไม่ได้คิดไปไกลว่ามันเฉลยแล้ว แต่คิดแค่ว่าเราไม่มีพวก (ร้องไห้) เราก็เฉยไว้ ก็แค่นั้น

เคยถามพี่เด๋อตรงๆ เวลาถามเขาก็เดินหนี เบี่ยงเบน อายุก็เยอะแล้ว ใครจะมาเอา ประมาณนี้ค่ะ พูดให้เราหยุด วันนี้เจอตัวตนจริง ไม่คิดกลับไปถามอีกค่ะ ปูชัดเจนแล้วว่าปูเลิก แต่พี่เด๋อเขาคิดได้ไหม ว่าคำนั้นคือปูเลิกแล้ว หรือเขาคิดว่าปูกลับบ้าน ตอนแรกคิดอยากกลับไปเคลียร์กับเขาให้รู้เรื่องไปเลย แต่คิดอีกทีจะเป็นการไปตอกย้ำเขาหรือเปล่า เขาก็ไม่สบายอยู่ ฉะนั้นเราไปดีกว่า เราหายไปดีกว่า”

เล่านาทีเด๋อสโตรก รีบโทรหาลูกเด๋อให้มารับพ่อไปรักษา ส่วนตนดูแลฟูลไทม์
“วันเกิด 21 มี.ค. เขาไปสังสรรค์ พอรุ่งขึ้น วันที่ 23 เขาเดินลงบันไดมา เขาเดินทิ้งขาปึ้งๆ เหมือนเป็นเหน็บชา ก็ถามว่าคุณ ทำไมเดินบันไดดัง เขาก็บอกว่าไม่รู้ อุ้ย เสียงผิดปกติแล้ว มันพูดไม่ชัดแล้ว ก็เลยโทร.หาลูกเขา มารับพ่อเดี๋ยวนี้ พ่อผิดปกติ เข้ารพ.สองอาทิตย์ก็ออกมาแล้วดูแลที่บ้าน ตอนนั้นเส้นเลือดตีบ แต่มากายภาพที่บ้าน ลูกเขาก็มาทุกวัน มาช่วยดึง ลูกเขาก็ดูแล เอาคอมฟอร์ดไปทิ้ง ไปอะไร เพราะพี่เด๋อเขาจะไม่ค่อยให้ปูทำ เขาบอกจะให้ลูกเขาทำจนเกือบเดือนร่างกายกลับมา 90 เปอร์เซ็นต์ ปูอัดคลิปไว้ด้วยค่ะ แต่ปูไม่เคยเปิดที่ไหน เพราะเขาไม่เต็มร้อย รอให้หายดีเต็มร้อยก่อนค่ะ เดี๋ยวโพสต์แน่นอน ตอน 90 เปอร์เซ็นต์ เขายังเซอยู่ค่ะ ปูอัดไว้แต่ไม่โพสต์

วันนึงก็กลับมาพูดไม่ชัดอีก ก็ไลน์หาลูกเขาว่าพ่อเป็นอีกแล้ว คราวนี้สโตรกซ้ำสองก็เป็นเยอะขึ้น ใส่เครื่องช่วยหายใจ ลิ้นแข็ง ต้องเจาะคอ เพราะต้องดูดเสมหะ แล้วเขาจะเจ็บ ทุกอย่างลูกเขาตัดสินใจและเซ็น ค่าใช้จ่ายลูกเขาทำสิทธิ์ทำอะไรให้พ่อเขา อันนี้ปูไม่ทราบ เดินเรื่องอะไรเราไม่เป็น กลับมาที่บ้าน 3 มิ.ย. ลูกเขาไลน์มาบอกว่าเราต้องเตรียมเตียงไฟฟ้า ออกซิเจน ส่งรายการมา ล็อตแรก 4 หมื่นกว่าบาท ปูก็โอนไป 4 หมื่นกว่าบาท พี่ต้องซื้อนี่ๆๆ นะ 3 หมื่นกว่าบาทปูก็โอนไป 3 หมื่นกว่าบาท ค่าคนดูแล เขาหามาจากไหนก็ไม่ทราบวันละพัน ปูก็จ่าย ยิบย่อยทุกวันปูก็จ่าย

ค่าสำลี ค่าสายยางดูดเสมหะ คนแรกดูแลได้เดือนนึง พี่เด๋อก็ไม่ชอบใจ เขาก็เปลี่ยน เอาคนที่สองมาอีก อยู่ได้เดือนนึง ก็ไม่ชอบใจอีก ปูก็ถามว่าแล้วจะให้ใครดู เขาก็ชี้มาที่ปู ปูบอกว่าปูดูได้ แต่ปูทำได้เท่าที่ปูทำได้นะ เพราะตอนนั้นลูกปิดเทอม ปูอยู่กับลูกสองคน การดูแลผู้ป่วยติดเตียง ปูทำมาหมดแล้วค่ะ เช็ดหนัก เช็ดเบา ปูทำกับลูกมาหมดแล้ว เอาแพมเพิสไปทิ้ง ลูกเช็ดตัว ดูดเสมหะจากทำไม่เป็น แล้วก็ไม่ชอบเสียง ก็ทำได้ ลูกสาวเขาจะเป็นคนปั่นอาหาร เอามอเตอร์ไซค์มาส่ง เราก็ฟรีซไว้แล้วเอามาอุ่น เราต้องให้ 7 โมง เที่ยง บ่ายสาม ทุ่มนึง ต้องให้ 4 มื้อ เราอยู่ฟูลไทม์เลยค่ะ แล้วปูก็มีคลิปมาให้ดูด้วยนะคะว่าพี่เด๋อนอนเตียงนี้ แล้วปูนอนเตียงปู

พี่เขาจะเรียกให้ยกตัว ดึงขึ้นให้เข้าที่ ปูก็ช่วยกับลูกเขาสองคน กายภาพยกขาก็ต้องปูยก จนหลังมันเสียเลยค่ะ ไหล่ก็ปวด งานการตอนนั้นก็ไม่ทำอะไรเลยค่ะ

ไปอยู่ศูนย์เพราะวันนึงเสมหะเขาไม่ใช่สีปกติ ลูกเขาก็ให้รถรพ.มารับไป อาจเพราะเราดูแลไม่ดี ช่วงนี้เขาเข้ารพ.แล้ว ลูกเขาดูแล้ว ปูก็มีเวลาไปกายภาพ รักษาหลัง ช่วงนี้เป็นภาพที่เขาหลุดมา เพราะตลกไปเยี่ยมแล้วถ่าย แต่เราว่ามันไม่น่าดู เพราะมีการเจาะคอ เราก็ไลน์ถามลูกเขาว่ามีรูปหลุดออกไปได้ไง ลูกเขาก็บอกว่าห้ามไม่ได้ คนเข้าไปก็ถ่าย”

เริ่มมีข่าวหลุดว่าตนไม่ดูแล เพราะตนไม่ไปเลย
เพราะปูไม่ไปไงคะ ปูรักษาหลัง พออกจากรพ. ลูกเขาคงเห็นใจ ว่าเราปวดหลัง คงดูแลได้ไม่ดีเต็ม 100 ลูกเขาก็เลยบอกว่าจะเอาพี่เด๋อไปไว้บ้านญาติ ให้ญาติดู เราก็โอเค ขอบคุณที่เข้าใจพี่นะ เราไม่ไหวแล้ว ร่างพัง ก็ให้ญาติเดือนละหมื่นพิเศษ โอนไปหมื่นนึง

พอรุ่งขึ้นขอดูบ้านญาติหน่อย อยู่ที่ไหน ลูกเขาส่งคลิปที่ศูนย์มาให้ ก็ได้รู้วันนั้นว่าอยู่ศูนย์ พอรุ่งขึ้นปูไปที่ศูนย์ถามลูกเขาว่าใครเป็นคนออกค่าใช้จ่าย ลูกเขาบอกว่าเพื่อนพ่อช่วย พี่เด๋อเขาเป็นคนดีมีน้ำใจ เขาช่วยเหลือคนเยอะมาก มันก็เป็นเรื่องปกติ วันนึงคนเหล่านั้นย้อนกลับมาช่วยเขา เราก็เริ่มกลับมาขายของใหม่และรักษาหลัง รักษาไหล่ ทำให้เราไปหาพี่เขาได้อาทิตย์ละวัน ทุกวันพุธ”

สะเทือนใจ “เงินจางนางจร”
“พี่เด๋อเขาจางมานานแล้วค่ะ เขาจางมาหลายปีแล้วค่ะ อายุเยอะ งานก็ไม่ค่อยมี ปูเป็นหัวหน้าครอบครัวนะคะ ปูหาเลี้ยงทุกคนหมดเลย น้ำไฟในบ้านดูแลพี่เด๋อ เห็นคลิปทำกับข้าวไหมคะ ปูจ่ายหมดเลยนะคะ เช้าพันเย็นพัน เวลาเขาไปไหนก็เติมน้ำมันสามพัน ปูก็จ่าย ค่าเทอมลูกตั้งแต่เดย์วันจนลูกเรียนจบปริญญาตรี เงินปูคนเดียวนะ ปูหาส่งลูกคนเดียวเลย

ตอนทำลูกชิ้นก็เป็นปู ปูเป็นคนคิด เป็นคนทำ อยากหาธุรกิจที่ยั่งยืน เราอยากหาธุรกิจอะไรที่มันมั่นคงเพื่อเอาไว้เลี้ยงลูก ตอนท้อง 6 เดือนครึ่ง มีคนชวนไปงานกาชาด ไปเปิดบูธขายของ ปูรับลูกชิ้นไปขาย 9 วันปูขายได้ 4 แสน เราเอาเงินไปซื้อเครื่องหมดเลยค่ะ ลองผิดลองถูก ทำอยู่ 8 เดือน ก็โทร.หาพี่เด๋อให้มาชิม เขาบอกว่าไปซื้อที่ไหนมา เราก็บอกว่าไม่ได้ซื้อ เราทำอย่างนี้ได้ เขาก็บอกว่าเราจะรวยกันแล้ว (ร้องไห้)

โรงงานตอนแรกเราเช่าที่เขาก่อนค่ะ แต่วันที่เราทำส่งทั่วประเทศ มันทำเยอะขึ้น มันก็เริ่มอยู่ที่เล็กๆ ไม่ได้แล้ว เราเลยเริ่มหาที่ ที่ซื้อเงินสด คือเงินปู แต่สร้างโครงสร้างเราส่งลูกชิ้นไปแล้วให้ผู้รับเหมาเป็นงวดๆ จนเสร็จค่ะ”

ถูกทำร้ายจิตใจ เลยทำให้พังหนัก
“คนนอกเขาไม่รู้ไงคะ ปูก็ทำทุกอย่าง ตอนท้องที่เขาฮิตอัดซีดีตลก ปูก็ทำค่ะ เพราะปูเห็นคนอื่นทำแล้วขายได้ เราก็โทรไปเลยซีวีดี เขาก็รับแล้วกระจายให้เรา พอคลอดลูกก็ทำหนังสั้น เขียนบทเอง กำกับเอง แทบขึ้นรถโอบีไปสวิตฯ เองเลยค่ะ เราเป็นคนคิด เป็นคนทำ เราเป็นทุน พี่เด๋อบอกว่าคุณทำสิ แว็บนึงเราก็คิดว่า (ร้องไห้) ที่ผ่านมาเขาเห็นเราเป็นคู่ชีวิตหรือม้าใช้ (ร้องไห้) อะไรๆ ก็ปู (ร้องไห้)

(แต่ก็มีช่วงเวลาที่สวยงาม?) อยู่กับพี่เขาแล้วสบายใจ เขาเป็นคนน่ารัก ตลก มุมน่ารักเขาก็มีนะคะ วันเกิดปู เขากลับจากคาเฟ่ตี 2 ซื้อปลากระป๋อง ผลไม้ กลับมาบ้านหุงข้าว ตีห้าเขาปลุกปู ขับรถพาปูไปใส่บาตร ไม่ต้องซื้ออะไรให้ปู แค่นี้ก็พอแล้ว (ร้องไห้) ก็มาจากความรัก แต่ก็มีแว็บนึงนะคะ (มาจากความน้อยใจ)”

ไม่เคยสืบเพราะเชื่อใจ คนจะไปถึงล่ามโซ่ก็ไป
“ไม่ค่ะ ปูเป็นคนเชื่อใจ ไว้ใจ คนจะไปล่ามโซ่ก็ไป บางทีนั่งกินข้าวเช้ากันอยู่ เขาบอกเดี๋ยวต้องไปต่างจังหวัดสามวัน เขาก็เก็บเสื้อผ้าออกไปเลย เขาไปจันทร์-พฤหัสฯ แล้วอังคาร-พุธไม่โทร.มาหาปูเลย จะโทรวันกลับมาว่าเอาอะไรไหม อยู่จุดพักรถแล้ว เป็นแบบนี้มาหลายปี ปูก็ไม่ตามไม่สืบ รู้ว่าเขาเป็นคนสังคม ไม่เหมือนปู ปูชอบอยู่บ้าน”

ออกจากวงการเพราะชีวิตไม่แน่ใจ อยากอยู่กับลูก
“ก็มีลูกไงคะ พี่เด๋อไปแล้วปูไปด้วย ลูกปูจะอยู่กับใคร ความเป็นแม่หาใครแทนไม่ได้ แม่เราตายตั้งแต่เล็ก เรารู้ว่าการไม่มีแม่มันไม่อุ่น เราก็หยุดเลย เพราะอยากอยู่กับลูก ตอนนี้ลูกโตแล้ว อายุ 21 ปีแล้ว ตอนนี้ติดต่อก็ไม่เล่นแล้วค่ะ ชีวิตไม่แน่นอน แม่ปูตายตั้งแต่ 8 ขวบ ปูก็อยากใช้ชีวิตอยู่กับเขา ดูการเติบโตของเขาให้นานที่สุด ปูไม่ต้องแสดงก็ได้ ปูหาอะไรทำที่บ้านก็ได้ ปูเย็บที่มัดผมก็ได้ ชิ้นลิ 39 บาท คนสั่ง 100 ชิ้นก็ 3,900 เรายังได้มาซื้อกับข้าว จ่ายค่าไฟได้ทำทุกอย่างเพื่อให้เราอยู่กับลูก

อนาคตก็ให้เป็นไปตามธรรมชาติ เราต้องยอมรับความจริง พอเรายอมรับความจริงเราก็ก้าวเดินออกมา พี่เขาเจ้าของเยอะมาก ไม่เคยมีใครมาถามปูว่าเหนื่อยไหม กับการดูแลผู้ป่วยติดเตียงมาเกือบเดือน เขาก็จะพูดว่าหนูก็แค่บอกว่าพี่ดูพ่อมา 26 วัน ไม่มีใครถามปูเลยว่าจ่ายเงินไปเท่าไหร่แล้ว (ร้องไห้)มันคือหน้าที่ ไม่มีใครถามเราว่าทำไมปูต้องไปหาพี่เด๋ออาทิตย์ละวัน (ร้องไห้) นั่นเพราะเธอทิ้งและไม่ดูแล แว็บนึงมีโกรธบ้าง เหมือนเราโดนหักหลัง ความเชื่อใจ ความไว้ใจอยู่ในลูกโป่ง แล้วมีคนมาเจาะแตกไปเลย เราดูแลเลี้ยงดูอย่างดีด้วยนะ”

อนาคตเดินด้วยกันไม่ได้อีกแล้ว เพิ่งทราบเขาจดทะเบียนสมรสกัน เหยียดหยาม หักหลัง เลือดเย็น ใจร้ายเกินไป
“ไม่ค่ะ ปูไม่แล้ว ปกติเป็นคนแบบนี้ เป็นคนชัดเจน คำไหนคำนั้น หลอกเงินปูก็ได้ แต่เรื่องนี้มันใหญ่มาก มันเหมือนเหยียดหยาม หักหลัง มันเลือดเย็นและใจร้ายมาก (ร้องไห้)ถ้าปูเจอผู้หญิงซึ่งหน้าแบบนั้น พูดจากับปูแบบนั้น ในวันที่พี่เขาแข็งแรงและโด่งดัง ปูก็ไปค่ะ ปูติดใจอยู่นิดนึงทำไมเขาออกมาช้า ทำไมเขาไม่ให้ปูเห็นหน้าเร็วๆ หน่อย ปูจะได้ไม่ต้องโดนคนต่อว่า ว่าทิ้งตอนไม่สบาย

เหตุการณ์ตั้งแต่ 2 พ.ย. จะสามเดือนที่ปูไม่พูดกับใครเลย ปูเก็บ ก่อนมาอัดรายการ เพิ่งทราบอีกอย่าง (ร้องไห้) เขาจดทะเบียนสมรส (ร้องไห้) กับคนที่ไม่ใช่แม่ของลูกเขา อันนั้นเขาเลิกไปแล้ว เขามีทะเบียนสมรส และจดก่อนปูค่ะ (ร้องไห้) แล้วพี่คิดว่าปูต้องทำยังไง ปูเพิ่งรู้ตอนมาค่ะ (ร้องไห้)”

ฝากถึงเด๋อ เลือกเส้นทางให้เป็นแบบนี้เอง จึงต้องแยกทางกัน ยกที่ 4 ไร่ให้ ขอเอาแค่ลูก ซึ้งคำพูดน้องปราย แม่ไม่ต้องเข้มแข็งอยู่คนเดียว
“วันนี้อยากบอกพี่เด๋อว่า เราอยู่ด้วยกันมานาน เราผ่านทุกเหตุการณ์มาหมดแล้ว แต่พี่เขาเลือกเส้นทางกำหนดให้เป็นแบบนี้ แล้วปูไปเดินกับพี่เขาไม่ได้ มันเลยต้องแยกทาง แต่ ณ วันนี้ปูรู้อะไรหลายอย่างมาหมดแล้ว ปูเห็นผู้หญิงแล้ว ปูรู้ว่าพี่มีทะเบียนสมรสแล้ว อยากจะบอกพี่เด๋อเลยว่า ที่ดิน 4 ไร่ที่เป็นชื่อพี่เด๋อ เขามาขอเงินปูไปซื้อนะคะ ตอนปูท้อง 8 เดือน เมื่อ 21 ปีที่แล้ว ปูก็ให้น้องขับรถไปแบงก์เบิกเงินไปให้เขา ถึงแม้เป็นเงินปู แต่ชื่อเป็นชื่อเขา ปูยกให้หมดเลยค่ะ ให้ทุกคนเป็นพยานได้เลยค่ะ ปูยกให้ ปูเอาแค่ลูกพอ

ลูกชอบพูดทุกครั้ง ชอบพูดบ่อยๆ ว่า ขอบคุณที่ทำให้หนูเกิดมา ปูก็อยากบอกปรายว่าขอบคุณปรายที่เกิดมาเป็นลูกแม่ อยู่เคียงข้างแม่ ตราบเท่าที่แม่มีลมหายใจ แม่จะอยู่เคียงข้างปราย และเป็นลมใต้ปีกให้ปรายเสมอ

(รายการเปิดคลิปที่น้องปรายพูดความในใจถึงพ่อแม่ ระบุว่ามีหลายอย่างที่อยากพูด แต่ไม่เคยมีโอกาสได้พูด พ่อแม่เป็นพ่อแม่ที่อบอุ่นมากๆ คุณแม่เป็นคนเข้มแข็ง ใจดี ดูแลในทุกๆ เรื่อง รู้เสมอว่าคุณพ่อกับคุณแม่รักและห่วงมากๆ อยากบอกคุณแม่ว่าไม่ต้องเข้มแข็งคนเดียวนะคะ จะอยู่เคียงข้างคุณแม่เสมอ และจะดูแลแม่ให้ดีที่สุดเลยค่ะ รักและคิดถึงคุณแม่มากๆ ถึงแม้จะอยู่ไกล แต่ความรักที่มีให้พ่อก็ไม่เคยห่างไปไหน จะรีบเรียนให้จบ กลับไปหาคุณพ่อคุณแม่)

ลูกคือสิ่งมีค่าที่สุดในชีวิต ถ้าใครที่เจอความสัมพันธ์แบบนี้ อย่าเชื่อแค่คำพูด เพราะการใช้ชีวิตคู่ไม่ใช่ใช้ประเดี๋ยวประด๋าว มันเป็นการเอาใจไปอยู่รวมกัน แล้วต้องร่วมเดินกันมา ตลอดชีวิตเลยก็ว่าได้ อย่าเชื่อแค่คำพูด เราต้องละเอียดและรอบคอบกว่านี้ ต้องย้อนกลับไปว่าวันนั้นไม่น่าโทร.ติด (ร้องไห้)”