xs
xsm
sm
md
lg

อาจเป็นเรื่องสุดท้าย! “เอ ศุภชัย” มัดมือชก “อั้ม พัชราภา” เล่นละคร ลั่นเซ็นสัญญาแล้วไม่เล่นโดนฟ้อง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“เอ ศุภชัย” มัดมือชก “อั้ม พัชราภา” รับละคร “เสน่ห์นาง” เผยไปเซ็นสัญญามาแล้ว ถ้าทำไม่ได้เดี๋ยวโดนฟ้อง ลั่นขำๆ ถ้าไม่ยอมจะตามไปเผาบ้าน ปัดครัวบ้านเอถึงช่วงขาลง ไปออกบูธแต่ไม่มีคนซื้อ ด้าน “อั้ม” เผยขอดูเวลาอีกที โอดกลายเป็นคนผิด โดนแซะไม่อยากเล่นก็นอนอยู่บ้าน ทั้งที่ไม่เคยรับปากแต่แรก เล่างานแต่ง “ไมค์-ปุ๊กลุก” เป็นงานภายใน ไม่ได้บอกใคร เพราะเอรู้ โลกรู้

ทำเอาผู้จัดละคร ที่พ่วงตำแหน่งผู้จัดการส่วนตัว อย่าง “เอ ศุภชัย ศรีวิจิตร”ถึงกับต้องมัดมือชก “อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ”ออกสื่อเลยทีเดียว ว่ายังไงก็ต้องยอมใจอ่อนรับเล่นละครพีเรียดฟอร์มยักษ์ “เสน่ห์นาง” ที่กำลังเตรียมโปรเจกต์อยู่ โดยล่าสุดเอและอั้ม ได้ให้สัมภาษณ์คู่กันถึงประเด็นนี้ หลังมาเปิดตลาด “A fair อร่อยเกรดเอ by A Supachai” ครั้งที่ 8 ณ ชั้น G เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า พร้อมเผยถึงโมเมนต์หวานในงานแต่งงานของ “ไมค์ ภัทรเดช สงวนความดี” และ ปุ๊กลุก ฝนทิพย์ วัชรตระกูล”ที่ทำเอาเซอร์ไพรส์สุดๆ เพราะแต่งกันไปตั้งแต่ปลายปี 67 แต่ปิดเป็นความลับ เพิ่งลงรูป

เอ : “ใช่ค่ะ มัดมือชก”

อั้ม : “จริงๆ อั้มไม่ได้รังเกียจรังงอนกับการเล่นละคร แต่ว่าที่ผ่านมาที่บอกว่าอั้มรับเล่น อั้มไม่รู้เรื่อง แล้วอั้มทำหน้าเสีย ทำหน้าปฏิเสธ กลายเป็นว่าอั้มเป็นคนเรื่องเยอะเหรอ ชาวเน็ตก็จะบอกว่าไม่เข้าใจว่าทำไมไม่อยากเล่นก็อยู่บ้านสิ คือฉันไม่ได้ตอบตกลง คุณไปคุยกันเอง แต่ก็บอกเขาว่าถ้าเวลาที่เหมาะสม

จริงๆ อั้มมีงานอื่นอยู่อีกช่วงเวลาเดียวกับพี่เอ พี่เอก็บอกไม่ได้ อ้าว ไม่ได้ แล้วไง แล้วอั้มก็ไปต่างประเทศก่อน เพราะอั้มขอพักผ่อนก่อน เพราะที่ผ่านมาน้องอั้มไม่สบายที่เขาเสียไป อั้มไม่ได้ไปไหนเลย อั้มก็ขอไปเที่ยวเล่นก่อน เขาบอกอุ้ยต้องเปิดกล้องแล้ว มันก็ทำให้เรารู้สึกเอ๊ะอ๊ะ ทำไมเขามัดมือชกมัดมือมัดปากเรา แต่สุดท้ายจริงๆ มันก็ดูที่จำนวน (หัวเราะ) จำนวนตอน ต่อตอน ถ้าตอนเยอะมากพอ หรือเปล่าอย่างนี้”

เอ : “ตอนเยอะมากพอค่ะพี่อั้มขา 15 ตอนเหมือนละครใหญ่

อั้ม : “ไม่เยอะเลยนะ ปกติ 15 ตอนของอั้ม ก็เท่ากับเพิ่มอีกสาม”

เอ : “อุ้ย เธอคิดทุกเม็ดนะ หมาเธอยังคิดเลย (หัวเราะ)”

อั้ม : “มีค่าพี่เลี้ยงมาด้วยตั้งเท่าไหร่ เอารถมาสองคันเพราะว่าใส่รถเข็น ค่าน้ำมันอีกเท่าไหร่”

เอ : “ทุ่มสุดตัวเลยค่ะ หมดตัวก็ว่าได้ เสน่ห์นางทุ่มทุกอย่างเลยค่ะ ทุ่มทั้งนางเอกทุ่ม ทั้งพระเอก ทุ่มหมดเลยค่ะทุ่มทั้งโปรดักชั่น”

อั้ม : “อั้มเคยถามเขาว่าทำไม ไม่ต้องเอาเอาอั้มก็ได้ ไปเอาคนอื่นสิ อั้มบอกรู้ว่าเจ๊งจะทำทำไม เขาบอกว่าอยากให้ละครมันดี เขาจะทุ่มทุกอย่างให้ประชาชนได้ดู เขาขาดทุนไม่ว่า แล้วจะทำทำไมถ้าขาดทุนเนาะ มันก็ต้องพอได้กำไรบ้างถึงจะทำ แต่เขาก็อยากทำ เพราะเขาอยากให้ละครเรื่องสุดท้ายของเขาเป็นอั้มเล่นด้วย เขาอาจจะไม่ทำแล้วก็ได้ เขาบอก

บอกเรื่องสปอนเซอร์ไม่เกี่ยว ทำเพราะอยากทำจริงๆ
เอ : “ไม่ค่ะ พี่เอไม่เกี่ยวสปอนเซอร์เลย”

อั้ม : “พวกเราไม่เกี่ยวไง แต่อั้มไม่รีเควส เขาเสนอเองว่า เขาจะย้ายโลเกชั่นมาใกล้บ้านอั้ม เหมือนขายฝันหมดเลยนะ”

เอ : “คือโลเกชั่นก็ไม่อยากให้ห่างบ้านเยอะ เพราะว่าพี่อั้มแกก็อยากอยู่ใกล้ๆ บ้านเพราะน้องหมาด้วย ตอนนี้ก็หาโลเกชั่นที่ใกล้ที่สุดค่ะพี่อั้มขา”

นาทีนี้ต้องรับเล่นเท่านั้น เพราะไปเซ็นสัญญามาแล้ว
เอ : “ไม่รู้แหละเมื่อวานไปเซ็นสัญญาเรียบร้อยแล้ว ไม่รับฉันก็โดนฟ้องแล้วแหละ

อั้ม : “บางทีก็งงกับเขานะ จริงๆ อั้มมีเวลา แต่ไม่ใช่ช่วงเวลาของเขา อันนี้เดี๋ยวต้องดูเวลากัน”

เอ : “ไม่เป็นไรน้องอั้ม เดี๋ยวพี่เอมีเวลารอน้องอั้มได้”

อั้ม : “อั้มทำงานทุกเดือนเลย ช่วงนี้อั้มยุ่งด้วย เดือนของเอ อั้มมีงานต่างหากอันหนึ่ง”

เอ : “พี่เอเปลี่ยนเดือนแล้วเพื่ออั้ม

อั้ม : “ไม่มีใครบอกอะไรอั้มเลย”

เอ : “เวลาจะคุยเธอก็วิ่งหนี จะคุยเรื่องค่าตัวเธอบอกไม่เอาอย่าคุยๆ นะ”

อั้ม : “ค่าตัวยังไม่อยากฟังเลย จะเพิ่มให้ยังไม่อยากฟังเลย

เอ : “เวลาจะคุยเธอก็วิ่งหนี เนี่ยต้องมาคุยต่อหน้านักข่าว ตอนนี้ฉันเลื่อนเดือนให้เธอแล้ว”

อั้ม : “คราวที่แล้วก็มัดมือชกต่อหน้านักข่าว ที่อั้มทำหน้าแปลกๆ คนจะหาว่าอั้มเล่นตัว ก็คือฉันไม่เคยตกลงแต่ต้นฉันผิดตรงไหนเล่า”

เอ : “แต่ตอนนี้เธอตกลงได้แล้วแหละนะ เพราะฉันเลื่อนเดือนให้เธอเรียบร้อยแล้วด้วย ค่าตัวเธอก็คุยกับพี่สุนะ เพราะว่างานมันจะได้เดินนะ พี่อั้มนะ นะๆๆ พระเอกก็เปิดตัวไปเรียบร้อยแล้วด้วย”

อั้ม : “เดี๋ยวคุยกันงานหน้า ถ้าอั้มอยากเล่นกับเธอ อั้มขอรีเควสอย่างเดียว อั้มไม่ได้ขออะไรเลย อยากให้พี่เอเล่นใส่ผ้าแถบ ได้ไหม เธอขอฉันแล้ว ฉันก็ขอเธอใส่ผ้าแถบ ทำไมไม่ได้”

เอ : “ช่วงแขนฉันใหญ่ เธอเข้าใจเปล่า”

อั้ม : “เราเป็นเจ้าของ เราก็ทำให้มันเล็กลงไง ก็เห็นแค่คนในกอง ประชาชนเขาก็เห็นว่าเธอแขนเล็ก”

เอ : “อ๋อ รีทัช โอเค พี่อั้มขอ พี่อั้มจะเล่น เดี๋ยวพี่เอใส่ผ้าแถบให้ โอเคเพราะฉะนั้นพี่อั้มยอมนะ”

อั้ม : “ขอรู้เดือนก่อน ถ้าเป็นเดือนที่เหมาะสม อั้มก็อาจจะได้ แต่อันที่ตอนแรกมันไม่ได้ ขอไปคุยกันหลังบ้าน”

เอ : “เลื่อนให้แล้วๆ ก็คือมัดมือชกเลย ว่าพี่อั้มเล่นแล้วนะคะ (หัวเราะ) แล้วเดี๋ยวเราจะเปิดตัวพระเอกคนที่สองกันนะคะ พี่อั้มอย่าเพิ่งอึ้งสิ (หัวเราะ)”

อั้ม : “เดี๋ยวขอรู้เดือนก่อน”

พี่เอ : “พี่อั้มอย่าอึ้งสิ พี่อั้มอย่าอึ้ง”

อั้ม : “ทุกอย่างมันกลายเป็นเพราะอั้มทำหน้าอึ้ง อั้มกลายเป็นคนผิด คนไม่เข้าใจ บอกอั้มไม่อยากเล่นก็นอนอยู่บ้าน ปฏิเสธไป เอ้า แต่จะมาว่าฉันได้ยังไง ฉันไม่เคยบอกว่าฉันเล่นตั้งแต่แรก”

เอ : “ทุกคนเขารักเธอ แล้วก็รักพี่เอ”

อั้ม : “พี่เอก็พยายามบิวต์ว่าเนี่ย ฉันดูเพลิงพระนางทุกวัน ฉันเห็นเธอเล่นละคร (หัวเราะ)”

เอ : “ตอนนี้หมาเธอฉันยังเอามาเล่นแล้วเลย ฉันยอมทุกอย่างแล้วนะเนี่ย แต่ละครมันย้อนยุคไป ร.5 หมาพี่อั้มมันเป็นปัจจุบันหมดเลย แต่ถั่ว (ชื่อหมา) น่าจะเป็นหมาย้อนยุค (หัวเราะ) เมื่อวานเพิ่งครบรอบ 9 ปี เพลิงพระนางเลยอยากเห็นเธอเล่นบทแนวแบบนั้นบ้าง เล่นเป็นตัวจริงมาก (หัวเราะ)”

อั้ม : “ถ้ากลับมารับละคร จะอยู่ในรอบ 3-4 ปีค่ะ

เอ : “เล่นเถอะพี่อั้มขา เพราะว่าในเรื่องนางเอกต้องมีลูกได้ เพราะอีก 3-4 ปี นางเอกจะไม่มีลูกไม่ได้แล้วนะ (หัวเราะ)”

อั้ม : “ตบปาก (หัวเราะ)”

เอ : “รับหรือเปล่าไม่รู้ แต่ฉันจะทำ แล้วฉันก็จะเอานางไปเล่น พี่อั้มคงเอ็นดูพี่เอแหละ อันนี้คือพูดกันจริงๆ ไม่เลย แกก็คงเห็นความตั้งใจของพี่เอที่พยายามทำทุกอย่าง อารมณ์เหมือนพ่อแม่ที่อยากให้ลูกได้เรียนหนังสือโรงเรียนใดโรงเรียนหนึ่ง หาครูสอนพิเศษมาให้ หาชุดนักเรียน หาอะไรทุกอย่างมาให้ แล้วลูกเขาก็คงเห็นความ... ไม่ใช่ว่าเปรียบเทียบพี่อั้มเป็นลูกนะ เปรียบเทียบเป็นว่า เออ…เหมือนกับเขาคงเห็นความตั้งใจของพี่เอมากๆ ที่อยากทำ

แล้วก็ไม่รู้ว่าวงการละครจะอยู่ยาวแค่นี้ ในคำว่าละครที่เป็นละครจริงๆ ที่เป็นละครแบบ 30 ตอนเล็ก 15 ตอนใหญ่ซึ่งเอว่ามันก็ทำให้สื่อมวลชน ทีม PR คนข้างหลังได้เดินต่อ แล้วเปิดตัวไป ว่าเอได้น้อง นาว (ทิสานาฏ ศรศึก) มาเล่น รับบทร้ายเรื่องแรก และได้เจนิส (เจณิสตา พรหมผดุงชีพ) ซึ่งมาช่อง 7 ครั้งแรก แล้วได้พี่อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม ซึ่งเป็นพระเอกที่ไม่เคยมาเล่นในช่อง 7 เลย

ส่วนพระเอกอีกคนหนึ่ง ช่อง 7 บอกว่าขอเขาเป็นคนพูดเองบ้าง เพราะเอพูดเองไปเยอะแล้ว แล้วได้พี่ตุ๊ก ดวงตา ตุงคะมณี ได้พี่โน้ต วัชรบูล, พี่พล, พี่ยุ้ย ปัทมวรรณ เค้ามูลคดี และอีกมากมาย คือทุกคนเป็นคนที่เอว่าทุกคนอยากดูการแสดงของคนเหล่านี้ แล้วบทนี้เวลาอ่านแล้วแบบ ไม่ได้หายใจค่ะ คือเหมือนกับเอคิดถึงละครตอนเราเด็กๆ ที่ทำไมเราดูละครแล้วฉี่แตก คือเราไม่อยากเข้าห้องน้ำ เพราะกลัวว่าละครมันจะแบบพลาดตอนสำคัญไป

ก็เอาพี่ชุนกับโอ๋มาเขียนบทด้วยกัน แล้วเขียนบทไปรอบหนึ่งแล้ว แล้วตอนแรกโปรเจกต์มันหายไป ก็มาทำใหม่ ก็แก้ใหม่ ก็เพิ่มไปอีก ตอนแรกเขียนไป 3 ล้าน แล้วตอนหลังเพิ่มมาอีก แก้ไปอีก ก็จ่ายมาอีกครึ่งหนึ่งค่ะ คือทุกอย่างเอก็ลงทุนไปหมดเลย แล้วก็ทีมผู้กำกับ แต่ละคนก็ตั้งใจมากๆ แล้วเอก็ว่าน้องๆ นักข่าวทุกคน สื่อมวลชนทุกคนก็คงอยากเห็น เพราะทุกวันนี้เราดูแต่ในโซเชียลที่เห็นพี่อั้ม เพลิงพระนาง ที่คนเอามารีแคปอะไรอย่างนี้”

โปรดักชั่นจัดเต็ม ทุ่มงบเพิ่มงบจากที่ช่องให้ไปแล้ว 15 ล้าน
เอ : “โปรดักชั่นมันก็จะลงทุนมากขึ้น เงินก็มากขึ้น อันนี้พูดตรงๆ นะคะ เงินตัวเลขที่ช่องให้มาเนี่ยเยอะมากแล้ว แต่เงินที่เราทำตอนนี้ มากกว่าตัวเลขที่ช่องให้มาประมาณ 15 ล้าน อันนี้ยังไม่รวมค่าตัวที่พี่อั้มจะขอเพิ่มส่วนตัวนะ นึกออกไหมคะ ซึ่งเรากำลังแบบพยายามทำยังไงก็ได้ให้มัน... คือนักแสดงอย่างเดียว สองหน้ากระดาษ A4 ค่ะ คือประมาณกี่คนไม่รู้ แต่เอนำเสนอช่องไปเมื่อวาน สองหน้ากระดาษ A4 เต็มๆ แล้วเป็นนักแสดงที่ทุกคนเห็นแล้วอาจจะเซอร์ไพรส์ เอก็เอาตามใจปาก คือตามใจที่ตัวเองชอบ”

ยอมลงทุนเยอะเพราะความรักในละคร
เอ : “ความรักในละคร เพราะว่าเราเกิดมาเราก็นั่งรถไฟสายใต้มาครั้งแรกก็เพื่อจะเป็นดาราตัวประกอบ แล้วเวลาเราเอา ป๋อ ณัฐวุฒิ สกิดใจ ไปแคสติ้งที่ช่อง 7 เราก็รู้สึกว่าอุ้ย ทำยังไงวะ เมื่อก่อนเราเป็นผู้จัดการดารา เราก็รู้สึกว่ามันก็เท่แล้ว ทุกอาชีพมันก็เท่เหมือนกันหมดแหละ แต่วันหนึ่งเหมือนเรารู้สึกว่าผู้จัดเขาดูเหนือกว่าผู้จัดการ แล้วเราก็เลยรู้สึกว่าเราเดินทางมาถึงการที่เป็นผู้จัดได้แล้ว เราก็เลยรู้สึกว่าไม่อยากทิ้งอาชีพนี้ แล้วก็รู้สึกว่าเรามีโอกาสเลือกด้วย จากที่ทุกคนเลือกเราในการที่เราเป็นผู้จัดการดารา แต่เวลาเรามาเป็นผู้จัดเนี่ย เราเลือกคนอื่น เราเลือกคนที่ดีกับเรามาทำงานกับเรา เราเลือกทีมงานที่เรารัก มาทำงานกับเราได้ เราก็เลยอยากทำ”

รู้อยู่ในยุคที่คนไม่ดูละครในทีวี แต่อยากลองดู เผื่อจะทำให้ลุกฮือขึ้นมาได้
เอ : “อันนั้นทราบ แต่ก็รู้สึกว่าขอดื้อแพ่งดูสักรอบ ว่าถ้าทำขึ้นมาเผื่อวงการทีวีอาจจะลุกฮือขึ้นมา เหมือนขนาดแค่เปิดตัวละครไป โซเชียลต่างๆ ก็ต้องมาเอื้อทีวี จากที่ทีวีเดี๋ยวนี้ต้องไปเอื้อโซเชียล นั่นคือเป็นนิมิตหมายที่ดี ว่ามันน่าจะกลับมา แล้วก็ถึงจะกลับมาไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็ทำไมประเทศเกาหลี ประเทศจีน ทีวีเขายังอยู่ได้ ทำไมประเทศเราทีวีถึงเริ่มปิดไปทีละนิดทีละช่อง

เราอาจจะเป็นแค่กลไกเล็กๆ ตัวหนึ่ง ที่ทำให้ทีวียังอยู่ได้ จากที่เราเป็นคนดูทีวีตั้งแต่ตอนอายุ 4 ขวบ ดูหนังละครแบบเจ้าหญิงแตงอ่อน วันนี้เราก็เลยอยากเดินทางต่ออีกนิดหนึ่ง อย่างน้อยพี่น้องนักข่าว ก็ได้สัมภาษณ์คนที่เป็นดาราจริงๆ ไม่ต้องคิดถึงอินฟลูฯ แต่ตอนนี้คิดว่าถ้าทุกคนตั้งใจมากๆ แล้วก็จริงใจต่ออาชีพ และบางทีต้องเอาเงินที่ตัวเองหาจากการทำอาชีพอื่นมาเติมลงไป แล้วไฟมันอาจจะเจิดจรัสขึ้นมาอีกรอบ แล้วก็อาจจะทำให้คนอื่นก้าวเดินต่อตามมาได้ อันนี้ไม่ได้พูดให้ตัวเองดูดี แต่ว่าเป็นความคิดของตัวเองจริงๆ ค่ะ”

ไม่เผื่อใจยังไง “อั้ม พัชราภา” ก็ต้องรับ ถ้าไม่รับจะตามไปเผาบ้าน!
เอ : “อ๋อ ถ้าพี่อั้มไม่รับ ก็บอกทุกคนว่าก็ไม่รู้ทำทำไม เพราะพี่อั้มเขารักเอแล้วเอจะเอาเงินแบบขาดทุน 15 ล้าน 20 ล้านไปให้คนอื่นทำไม เอาขาดทุนให้กับคนที่ตัวเองรักดีกว่า นี่แหละคือความรู้สึกจากใจจริงเลยค่ะ มั่นใจค่ะ เพราะมั่นใจ ทำทุกอย่างเพื่อแก ถ้าแกไม่รับเรื่องนี้แล้วแกไปรับเรื่องอื่น พี่จะตามไปเผาบ้าน (หัวเราะ) ก็พี่จริงใจขนาดนี้ นึกออกเปล่า เออ มีตรงไหนที่ไม่ดี เข้าใจเปล่า(หัวเราะ)

ตอนนี้เอก็บอกทุกคนว่า รอพี่อั้ม เราก็ต้องรอ แต่พี่อั้มก็ไม่ยอมคุยสักทีว่า คิวจะเป็นวันไหน แต่พี่เอคิดว่าอยากเปิดหลังเมษายน ให้คนเที่ยวสงกรานต์กันแล้ว หลังจากที่พี่อั้มรับงานอีกอันนึง ที่เอพอรู้มาว่าจะจบเมื่อไหร่ จะได้สบายๆ คือเอเข้าใจนะ ไม่ใช่ว่าอายุเยอะขึ้น เวลาเราเดินทางตอนนี้พลังมันไม่เหมือนตอนอายุ 19 ที่จะนอนเวลาไหนก็ได้ เราก็ต้องใส่ใจ คิดถึงใจเขาใจเราทุกๆ ตัวละครเลย พี่อนันดาก็เหมือนกันตอนนี้ แกก็เลี้ยงลูก เราก็เอ็นดู แล้วน้องนาวก็น่ารักมาก เจนนิสอีกตอนนี้ดังมาก เขาบอกแม่หนูเหนื่อยมากตอนนี้ หนูเพิ่งรู้เป็นซุป'ตาร์เป็นยังไง

แล้วก็บทละครที่เอามาทำใหม่ ที่เป็นน้ำจะตัดออกให้หมดเลย จะเหลือแค่เนื้อ คนดูจะได้ไม่ต้องหายใจ ก็แล้วแต่สไตล์คนดูที่ชอบดูอารมณ์แบบไปเรื่อยๆ จะดูละครเรื่องนี้ไม่ได้ มันต้องดูลุ้นตลอดเวลา เหมือนดูหนังที่สู้รบตลอด”

บอกแม่โอเค! หลังคนจับผิด “ครัวบ้านเอ” ออกบูธงานเกษตรแฟร์แต่ขายไม่ออก
เอ : “ไม่เป็นไรค่ะ แม่ขายไม่ออก แต่ขายได้วันละ 200,000 แม่โอเคแล้ว บางวันก็ 150,000 ถ้าขายได้น้อยที่สุดก็ได้ 90,000 หรือ 80,000 แม่ก็โอเคแล้วค่าเช่าแผงแค่ 20,000 บาท ก็ได้กำไรมาแล้ว มันก็คุ้ม ก็ขอบคุณน้องๆ ที่เป็นห่วง เขาเป็นห่วงเราว่าเราขายไม่ได้ แต่เราก็โอเคในราคาที่ขายได้ เขาก็อยากให้เอขายได้วันละล้าน

เอไม่แก้ตัว เพราะเอดูยอดเงินที่ได้รับ ก็รู้ว่าทุกคนเป็นห่วงเอ แต่เอได้ราคานี้ก็โอเค แล้วก็ได้ช่วยเหลือมหาวิทยาลัยด้วย ได้โปรโมต เอว่าการขายของ อย่าไปมองที่การขายของอย่างเดียว เราทำการแคสติ้งหลังร้าน เอว่าดาราที่เราได้ จะทำให้เอได้ร้อยล้านได้ เหมือนกับที่เราไปเจอน้องณเดชน์ คูกิมิยะ น้องเวียร์ ศุกลวัฒน์ คณารศที่มข. แต่ตอนนี้ก็คุยกับมหาวิทยาลัยว่า เราอาจจะเจอช้างเผือกที่ม.เกษตร ก็อย่ามองแค่หน้า 180 องศา ให้มอง 360 เวลาทำอะไร มอง 360 เดี๋ยวน้องรอดูดาราที่เอได้ สวยมาก มีอยู่คนหนึ่งชื่อน้องวิเวียน เด็กจุฬาฯ เดี๋ยวเอจะเอาเป็นนางเอก จะเอามาเล่นเสน่ห์นางด้วย เอว่ามันได้มากกว่าการขายของ”

ไม่ซีเรียสคนมองขาลงแล้ว
เอ : “ก็ไม่เป็นไรเลยค่ะ เอดีใจ ดีกว่าคนไม่รู้จักพะโล้ ถึงจะลงมันก็รู้จัก อะไรลงก็ได้แต่ขออย่าให้แม่ลงแล้วกัน (หัวเราะ) เอไม่ได้ซีเรียสเลย แม่เป็นคนรักทุกคน แล้วก็มองโลกในแง่บวก แม่ก็รู้สึกว่าอะไรก็แล้วแต่ที่เขาพูดถึง มันดีเสมอ อย่างน้อยคนก็รู้ว่าเราไปขายอยู่ที่ม.เกษตร ยิ่งใครมาว่าแม่เอ็นดูแม่ คนที่รักแม่เขาก็มาซื้อ เขาบอกว่าเห็นในติ๊กต๊อกก็เลยมาซื้อสงสารเอ เอน่าสงสารมาก ขอบคุณมากค่ะ เอ็นดูเอด้วยนะคะ เอต้องหาเงินไปทำละคร แม่ชอบเป็นคนดีไม่โกรธเขา

เล่าโมเมนต์งานแต่ง “ไมค์-ปุ๊กลุก” เป็นงานแต่งภายใน บอกแค่ไม่กี่คน
อั้ม : “เขาจัดเป็นภายในค่ะ แล้วเราก็ไม่ได้บอกใคร มีไม่กี่คนเองค่ะ”

เอ : “ขนาดพี่เอยังไม่บอกเลย เพราะถ้าบอกพี่เอก็โลกรู้ (หัวเราะ)

อั้ม : “ทุกคนช่วย ไม่มีข่าวหลุดออกมาเลยค่ะ อั้มก็อยากลงรูปบ้าง จนอั้มขี้เกียจลงแล้ว (หัวเราะ) ก็น่าจะปีนิดๆ แล้ว โมเมนต์วันนั้นก็ไม่ต่างหรอกค่ะ เพราะเขาหวานกันอยู่แล้ว เป็นคู่ที่น่ารักกันอยู่แล้ว และอั้มเห็นเขามาตั้งนานแล้ว ก็ไม่ได้พิเศษ แต่รู้ว่าน้องสวยมากที่สุด สวยกว่าทุกครั้งที่เราเห็นคนเป็นเจ้าสาวเขาสวยมากๆ วันนั้น น้องไมค์ก็หล่ออยู่แล้ว”

ขอให้เก็บไว้ก่อน ยังไม่ลงรูป
อั้ม : “ก็ประมาณนี้ค่ะ เราบอกว่าโอเคได้ เพราะเพื่อนเราก็ไม่ได้เยอะ มีแค่กลุ่มตัวเอง เราก็ไม่บอกใครเลยนะคะ แล้วก็ดีใจกับเขา เขารักกันช่วยเหลือกันในทางที่ดี เราก็ดีใจ”

ไม่ติดเรื่องหลาน ยังมีเวลาทำงานก่อนได้
อั้ม : “เห็นก็ได้ ไม่เห็นก็ได้ เพราะเขายังทำงานอยู่ อยากให้เขาทำงานไปก่อนสัก 2-3 ปี เขายังเด็กอยู่ ไม่เป็นไรหรอก ไม่ต้องรีบ (ของขวัญวันแต่งเป็นอะไร?) จำไม่ได้ คือยังงงๆ ว่าวันนั้นแต่งงานใช่ไหม (หัวเราะ) เดี๋ยวขึ้นบ้านใหม่ต้องให้อีก ก็ยังงงๆ อยู่ อั้มรู้ โลกไม่รู้ แต่ถ้าเอรู้ โลกรู้ ไม่มีใครเล่าให้พี่เอฟังอยู่แล้วเรื่องความลับ (หัวเราะ)”

พี่เอเผยไม่นอยด์ เพราะไม่งั้นต้องเครียดเรื่องแต่งตัว
อั้ม : “ไม่นอยด์หรอก”

เอ : ไม่ค่ะ ไม่เป็นอะไรเลยค่ะ (หัวเราะ)”

อั้ม : “ยิ่งไปงานแต่งพี่เอยิ่งเครียด เพราะพี่เอต้องแต่งตัว พี่เอเห็นยิ้มๆ พี่เอก็เหนื่อยแล้ว พี่เอก็อยากยิ้มให้ทุกคน

เอ : “ใช่ แล้วซองเอก็หนาด้วย (แล้วเรารู้ตอนไหน?) ก็รู้พร้อมนักข่าว (หัวเราะ) พี่อั้มเขารู้แล้วตอนนี้ ว่าเขาจะไม่เล่าอะไรให้พี่เอฟัง แต่ก็หลุดพูดมาว่าวันนี้ฉันไม่ว่างนะ ฉันต้องไปงานแต่ง เราก็ใครแต่งวะ วันนี้เธอไปงานแต่งใคร (หัวเราะ)”