"เอกชัย" เข้าแจ้งความหนังโดนละเมิดลิขสิทธิ์ พอเข้าฉายปุ๊บ ก็โดนดูดไปลงเว็ปต์ทันทึ งงว่าหลุดขั้นตอนไหน ขอรัฐมนตรีกระทรวงไอซีทีที่รับผิดชอบเรื่องนี้
วันนี้ (19 ก.พ.) เวลา 15.30 น. "เอกชัย ศรีวิชัย" นักร้องและผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง พร้อมด้วย "นางสาวมัณฑนา ฉางแก้ว" ทนายความ ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดี กรณีภาพยนตร์เรื่อง สรรพลี้หวน ถูกละเมิดลิขสิทธิ์ ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ) โดยเบื้องต้นพบว่ามี 7 เว็บไซต์ที่มีการกระทำความผิด
เอกชัย : "วันนี้ก็ถือว่าเป็นการเป็นวันแรกที่เรานําเอาข้อมูลต่างๆ ที่ถูกละเมิดสิทธิ์ในเว็บต่างๆ ก็ให้ทนายเป็นคนพูดดีกว่า"
ทนาย : "วันนี้ทางทนายนะคะ เป็นผู้รับมอบอํานาจของบริษัท มูฟวี่ สตูดิโอ วีไอพีนะคะ มาเป็นตัวแทนในการร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนค่ะ เพื่อให้ดําเนินคดีกับผู้ที่ละเมิดลิขสิทธิ์หนังเรื่องสรรพลี้หวนค่ะ"
เอกชัย : "คือวันที่หนังเข้าฉายวันแรกคือวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ก็เป็นวันที่เว็บต่างๆ ประมาณเกือบ 20 เว็บได้เอาหนังเราไปโพสต์ ซึ่งบางเว็บก็มีการจ่ายรายเดือน บางเว็บก็แปะลิงก์การพนัน ยอดวิวเกือบ 10 ล้านต่อเว็บ บางเว็บ 8-9 ล้านวิว ซึ่งมันเป็นผลเสียหายมากๆ เพราะว่ามันเป็นวันเดียวกับวันที่หนังฉาย ซึ่งมันไม่ใช่แต่ของสรรพลี้หวน ไม่ใช่แต่เรื่องของบริษัทของพวกผมนะครับ ผมว่าในประเทศไทยทุกค่ายเลยเจอเรื่องนี้หมดเลย แต่ก็เป็นปัญหาที่เหมือนถามว่าไข่กับไก่อะไรเกิดก่อน มันเป็นปัญหามาอย่างงี้มาตลอดระยะหนึ่ง ซึ่งวันนี้เรามาด้วยถูกที่ถูกจุดนะ ก็คือมาหาทางผู้การที่เขาดูแลรับผิดชอบเรื่องของคดีแบบนี้ตรงๆ ซึ่งผมว่าทางผู้การเองท่านก็ต้องมีข้อมูลแหละ ผู้การจะรู้น้อยกว่าผมเป็นไปไม่ได้"
ทนาย : "ตอนนี้ที่ตรวจสอบได้ประมาณ 7 เว็บค่ะ ทั้งเว็บที่เป็นสมัครสมาชิกรายเดือนเพื่อเข้าไปดู ซึ่งข้างในก็จะมีหนังประเภทอื่นด้วยค่ะ ก็มีหนังทุกบริษัท หนังของพี่เอกเขาก็เอาทั้งเรื่องเลยค่ะ เป็นเว็บเถื่อนค่ะ ตอนนี้เรายังอยู่ในขั้นตอนของกระบวนการสืบหาว่ามาจากไหน"
เอกชัย : "แต่ว่าจริงๆ ถ้าสมัครสมาชิกได้ผมว่ามันไม่น่าจะเถื่อนแล้วมั้ง อะไรคือเถื่อนอะไรคือไม่เถื่อนไม่รู้ ถามว่าเขาเอาหนังเราไปได้ยังไง นี่คือปัญหาใหญ่ เมื่อกี้ก็ถามกับทางสารวัตร ถามกับทางผู้กํากับ คือในการผลิตหนัง ผมเป็นผู้กํากับ ออกกอง ถ่ายหนัง ได้ฟุตมาเอาไปห้องตัด พอไปห้องตัด ตัดหนังเสร็จปุ๊บ เดี๋ยวจะได้ฝากไปถึงคนวิจารณ์หนังด้วยนะครับ เวลาวิจารณ์หนังจะได้รู้ขั้นตอนการทําหนังด้วย บางทีวิจารณ์แบบโง่ๆ มา อยากพูดอย่างงี้เลย คือไม่รู้ว่าขั้นตอนมันเป็นยังไง
หนังพอตัดมาเสร็จปั๊บ หนังยังไม่ได้เกรดสี เขาเรียกว่าเป็นหนังดิบ ส่งไป 2 ส่วน ส่วนหนึ่งส่งไปที่ห้องทําเสียง ทําซาวด์สกอร์ แล้วก็ซาวด์ดีไซน์ อีกส่วนหนึ่งส่งไปที่ห้องโพสต์ คือห้องที่ไปเกรดสี แล้วก็ส่วนหนึ่งส่งไปที่ซีจี แล้วรวมกันเมื่อเสร็จจากห้องเสียงหลุดมาได้มั้ย หลุดได้ แต่ภาพมันไม่ได้ เพราะภาพยังไม่ได้เกรดสี จากห้องโพสต์หลุดได้มั้ย หลุดได้ แต่เสียงไม่ได้ เพราะมันอยู่คนละที่ มันก็จะมาจากเสียง จากห้องโพสต์ แล้วก็จากซีจีมาแพ็ครวมกันในที่ที่หนึ่ง
พอแพ็ครวมกันเราเรียกว่าแพ็คดีซีพี กลายเป็นมาสเตอร์หรือกลายเป็นก็อปปี้เอ ซึ่งอยู่ที่นี่ แล้วก็อปปี้เอนี้จะถูกส่งไปตามโรงภาพยนตร์ เมื่อสมัยก่อนมันจะส่งผ่านฮาร์ดดิสก์ คือเอาฮาร์ดดิสก์มาดูดเอาไปตามโรง แล้วก็มีรหัสในการเปิด แต่ปัจจุบันนี้มันมีการส่งออนไลน์ด้วย มันจะส่งให้โรงเขาไปโหลดออกมาเลย มันมีรหัสอะไรต่างๆ คําถามของผมก็คือหนังที่มันไปอยู่ในเว็บเถื่อนพวกนี้ มันเป็น 4K ด้วย เห็นสิว เห็นขน ทุกอณูรูขุมขน คําถามของผมคือมันไปอยู่ที่นั่นได้ยังไง"
บอกถ้าเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนอย่างจริงจัง ยังไงก็ต้องเจอ
เอกชัย : "ถามว่าสงสัยใครมั้ย ไม่สงสัยครับ ไม่ใช่หน้าที่สงสัยเลย ก็ฝากทางเจ้าหน้าที่ตํารวจไปแล้ว ว่าในเมื่อข้อมูลเป็นอย่างนี้ ท่านลองดูว่ามันควรจะเป็นใคร มันจะหลุดไปได้ยังไง ท่านก็ยังไมได้ให้คําตอบ ผมมองว่าเวลาเขาฆ่าคนแล้วยัดโถส้วม แล่เนื้อจากตรงโน้นจากตรงนี้ มีดทิ้งตรงโน่นทิ้งตรงนี้ ตํารวจเขายังตามได้เลย อันนี้แค่เรื่องหนังมีที่มาที่ไปชัดเจน ถ้าเขาทําจริงทําไมจะไม่เจอ มันต้องเจอ แล้วนี้เป็นการเสียหาย นี่มันเสียหายไม่ใช่เฉพาะแต่บริษัทนี้ มันเสียหายทุกบริษัท คนทําหนังทุกคนเลย ไม่รู้แล้วว่ากว่ามันจะเสร็จออกมาเป็นหนังเรื่องหนึ่งเนี่ย มันใช้เงินไปกี่10 ล้าน แล้วคนพวกนี้มาทําแบบนี้ แล้วทําอยู่ในผืนแผ่นดินนี้ด้วยนะ ที่มีกฎหมายรองรับด้วยนะ แล้วเราเป็นคนจ่ายภาษีด้วย แต่อีพวกนี้ไม่จ่ายอะไรเลย มันมีผลต่อรายได้หนังอยู่แล้ว ยอดวิว 8-9 ล้านนะ 8-9 ล้านคนเอาร้อยคูณไปสิที่เท่าไหร่
แต่ก็ไม่ได้ระงับการฉายหนังนะครับ หนังฉายมันก็ต้องฉายไป เป็นเรื่องปกติก็ดําเนินการไป แต่ว่าอีคนละเมิดเนี่ยมันก็ละเมิดมาพร้อมกับที่หนังฉาย แต่เราก็เข้าใจเขานะ เราก็สงสารเขานะ เพราะเขาจะมาทําให้ตอนหนังออก แล้วมาฉายมันก็ไม่ตื่นเต้นไงในเว็บน่ะ เขาก็ทําของเขาถูกแหละ (หัวเราะ)"
ขอรัฐมนตรีกระทรวงไอซีทีช่วยออกมาดูแลเรื่องนี้
เอกชัย : "ถามว่าจะทํายังไงต่อไป หลังจากนี้ก็จะเกิดเป็นคดี เมื่อเกิดเป็นคดีก็จะมีการสืบสวนสอบสวน ก็เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตํารวจนะครับ ระยะเวลานานแค่ไหนไม่รู้เหมือนกัน เพราะว่าเจ้าหน้าที่เขาก็คงไม่ใช่มีเรื่องมานั่งสืบเรื่องหนังอยู่แค่เรื่องเดียว มันคงมีอีกเยอะ แต่ว่าถ้าถามผมนะ ผมว่าจับได้มั้ย ผมว่าไม่ได้มัน ไม่ได้ถอดใจนะ มันจะมีอะไรมาอีกเยอะ มันจะต้องเป็นเว็บไซต์ที่อยู่ต่างประเทศโน่นนี่นั่น มันทําไม่ได้ เพราะมันอยู่ไกล คือจริงๆ กฎหมายในประเทศไทยมันสามารถทําอะไรก็ได้แหละ แต่การทํางานของเจ้าหน้าที่ตํารวจมันมีข้อจํากัดของเขาน้อยมากเลย เอาจริงๆ นะเราไม่ได้ให้อํานาจเขาเยอะมาก
สมมุตินะ เราต้องเอาหลักฐานโน่นนั่นนี่มายื่น เวลาจะต้องไปขึ้นโรงขึ้นศาลเขาก็อปปี้ของเราไป เราต้องเอาก็อปปี้ของจริงมาให้ดู ต้องมาเปรียบเทียบ คือขั้นตอนมันเยอะกว่าคนทําผิด ทีนี้จริงๆ แล้วกระทรวงไอซีทีเป็นคนที่จะต้องรับผิดชอบเรื่องนี้โดยตรง ท่านรัฐมนตรีผู้เก่งกล้านะครับ อายุแค่ 30 กว่า (ยกมือไหว้) ท่านมีบารมีอยู่แล้วนะครับ ท่านไม่ได้มาจากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด เพราะว่าท่านเก่งด้วยของท่านเองนะครับ ท่านควรจะแก้ไขเรื่องนี้
เอาปัญญาของคนที่เป็นคนทําหนังแบบไม่ได้เฉลียวฉลาดอย่างผมเลยนะ เว็บไซต์ต่างๆ เขาใช้อะไร เขาใช้อินเทอร์เน็ตใช่มั้ย เมื่อใช้อินเตอร์เน็ต มันควรจะมีรหัสล็อกได้ใช่มั้ย ว่าเกิดคุณเอาอินเทอร์เน็ตไปใช้ในเพจของคุณ ไปใช้ในแพลตฟอร์มของคุณ แพลตฟอร์มของคุณถูกต้องตามกฎหมายมั้ย ควรจะใช้เน็ตในประเทศไทยมั้ย ทีอย่างอื่นทําไมล็อกได้ ทีอย่างนี้ทําไมทําไม่ได้ คําถามผมทําไมถึงปล่อยให้โจรมันอยู่ในบ้านในเมืองนี้แบบนี้ คําถามผมอีก แล้วรัฐมนตรีที่เก่งกาจขนาดนั้น ทําไมถึงไม่เอาผลงานตรงนี้มาแถลงบ้างว่าฉันทําได้แล้ว รออยู่ อย่ามองว่านี่คือความเสียหายเฉพาะคน มันเป็นความเสียหายขององค์กร แล้วก็ภาพรวมทั้งหมดคือเสียหายหมด
ผู้กํากับหนึ่งคน คนที่ทํางานกับผู้กํากับคน 200-300 ชีวิต มันก็คือความเสียหาย แล้วเราเป็นผู้จ่ายภาษีถูกต้อง ผมกล้าพูดย้ำเรื่องภาษีตรงนี้ เพราะผมจ่ายถูกต้องหมด เราจ่ายภาษี แล้วเราควรจะได้รับการดูแลอย่างนี้อย่างถูกต้องภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญมั้ย เราควรมั้ย เราควรจะได้ดูแลอย่างงี้มั้ย หรือเราจะต้องอยู่กับโจรร่วมกันเป็นอย่างงี้ตลอดเวลา หรือเราจะทํางานอะไรที่มาจากมันสมองของเรา แล้วมีคนมักง่ายก๊อปปี้ของเราไปใช้แบบนี้ เราต้องอยู่กันอย่างงี้เหรอโลกนี้หรือประเทศนี้"
วอนคนดู ขอให้ช่วยกันไปดูในโรงหนังกันเยอะๆ
เอกชัย : "ถามว่าเราไปบอกให้เขาลบได้มั้ย ก็ไม่รู้ สิ่งที่ผมอยากจะขอวิงวอนนักข่าวทุกคนนะ ช่วยเถอะ มันเป็นเรื่องของผลประโยชน์ที่มันเสียหายกับประเทศชาติมากเลยนะ ไม่ใช่เฉพาะตัวเรานะ ถ้าวันนี้เราได้กําไรจากการทํางานเต็มเม็ดเต็มหน่วยภาษี เราก็อิ่มเอิบ เพราะภาษีจากรายได้ก็ได้เก็บอีก ยกเว้นจากมีข้าราชการหรือว่ายกเว้นจากมีหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งที่ไปซัปพอร์ตกับคนพวกนี้ แล้วมันมีกินกันอยู่ใต้โต๊ะ มันได้คนบางกลุ่ม แต่ไม่ได้ภาษีนะ ซึ่งไม่รู้ผมพูดไปนี่ท่านผู้ชมก็อาจจะเดาออกแหละว่าผมหมายถึงอะไร ผมไม่รู้ แต่ในบ้านเรามันเป็นแบบนี้จริงๆ ซึ่งเราไม่สามารถทําอะไรได้ เราถึงต้องมาหาเจ้าหน้าที่ตํารวจครับ
กับผู้กำกับคนอื่นๆ ที่โดนเหมือนเราเหรอ คือหน้าที่ของผู้กํากับมันจะมีหน้าที่กํากับหนัง แล้วก็เสร็จในรับโปรดักชั่น แต่ของผมมีหุ้นส่วน มันก็เลยเป็นความเสียหายโดยตรงที่เกิดขึ้นกับตัวเองด้วย เพราะฉะนั้นมันเป็นเรื่องของบริษัท ก็ต้องสู้ต่อไป แล้ววิงวอนว่าท่านผู้ชมก็โปรดไปดูหนังในโรงกันนะครับ อุดหนุนเราทางในโรง เพราะไปดูในเว็บมันง่าย แต่ว่าดูแล้วสนุกไม่เหมือนกันครับ ในโรงสนุกกว่าครับ ถามว่าท้อมั้ย ผมมองว่าถ้าทุกอย่างเราทําอะไรแล้วกลัวโจร แล้วก็ท้อ มันจะจบลงเพียงแค่นี้ แล้วบันเทิงต่างๆ ก็เดินหน้าไม่ได้ ถ้าอย่างงั้นเจ้าหน้าที่ตํารวจถ้ากลัวโจร ก็อยู่แต่ในสํานักงานก็ไปไหนไม่ได้ มันเป็นไปไม่ได้ เรามีหน้าที่ เราต้องสู้กับมัน
เคยได้ยินมั้ยว่าพอมีระเบิดตรงนั้นตรงนี้ แล้วมีผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมืองมาบอกว่าเราขอประนาม มันฟังเหรอเวลาประณามน่ะ ไม่ต้องไปฝากเขา เพราะเขารู้อยู่ ประนามน่ะมันฟังเหรอ มันไม่ฟังอยู่แล้ว ประณามทําไมมันต้องจับ ต้องเอามาลงโทษ เอาคนพวกนี้มารับผิดตามข้อกฎหมายเท่านั้นเองอย่างอื่นทําไม่ได้ คือถ้าทําได้เสียงในหัวมีมากเลยนะ มีเยอะเลย แต่อย่าพูดเลยถ้าทําได้ ออกอากาศไม่ได้ เสียงในหัว อารมณ์ไม่ขึ้น เราพูดตามหลักความจริง"
ทนาย : "ตอนนี้ก็ถ้าทําได้ก็คืออาจจะแจ้งเตือนไปทางเว็บไซต์ แล้วก็มอบคดีให้พนักงานสอบสวนต้องช่วยดูแล เพราะว่ามันเป็นเรื่องในเว็บไซต์ทางอินเตอร์เน็ต พนักงานส่วนเขาจะเข้าถึงได้มากกว่า มันผิดทาง พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์อยู่แล้วค่ะ เพราะว่าเขามีการไปทําซ้ำ"
เอกชัย : "จริงๆ มันแจ้งความได้ทุกจังหวัดนะ"
ทนาย : "ใช่ค่ะ เพราะว่ามันเป็นออนไลน์"
เอกชัย : "ถ้าเรามีปัญญาไปขึ้นศาลนะ ไปแจ้งที่แม่สาย แล้วก็ไปแจ้งที่สุไหงโกลกโน่น ถ้ารู้ตัวแล้วน่ะ"
ทนาย : "แต่ว่าทีนี้มันเป็นอาชญากรทางเศรษฐกิจ มันดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะอยู่แล้วค่ะ โทษก็คือมีตั้งแต่ 4 เดือนถึง 6 ปีค่ะ แล้วก็มีทั้งปรับด้วยค่ะ ปรับจําคุกแล้วก็ปรับก็คือ 200,000 - 800,000 บาท"
เอกชัย : "แต่บางทีโจรมันก็น่าทํานะ มันได้มา 20 ล้าน แล้วมันปรับ 800,000 น่ะ"
ทนาย : "แต่เราก็เรียกความเสียหายทางแพ่งได้ เพราะต้องดูว่าการเข้าถึงเว็บไซต์ เขาเข้าได้มากน้อยแค่ไหน เราต้องขายหนังได้เท่าไหร่ ความเสียหายมันก็ตามความจริงที่เราเสียหายค่ะ"
เอกชัย : "แต่เชื่อไหมว่าจับไม่ได้ ถึงจับได้แล้วผมจะไปรู้ได้ยังไงว่าคนไหนเป็นคนทําเพจ แต่ก็อยากมารู้จักเขาเหมือนกันนะ ขอรู้ส่วนตัวก่อนได้มั้ย จะได้ชวนไปกินข้าว เลี้ยงมือใหญ่ (ยิ้ม)"


