"มายด์ ณภศศิ" แจงแจงดรามานั่งงาช้างทรมารสัตว์ ยันควาญบอกให้นั่งเอง หลังโดนด่าเครียดมากต้องกลับไปถามซ้ำ
"มายด์ ณภศศิ สุรวรรณ" เจอทัวร๋ลงหลังจากไปทำคลิปนั่งบนงาช้าง หาว่าทรมารสัตว์ งานนี้มายด์ชี้แจงว่า เป็นกังวลเรื่องนี้อยู่แล้ว จึงได้ถามควาญช้างก็ได้รับการยืนยันว่านั่งไดั
"อ่านอยู่ค่ะ จริงๆ ตอนเกิดขึ้นตอนแรกก็ตกใจ เพราะว่าเจตนาแรกของหนูที่ไปคือรู้สึกว่าเรามีแพลนที่อยากจะไปสุรินทร์อยู่แล้ว ซึ่งช่วงนั้นเป็นเทรนด์ชุดไทยพอดี เราก็เลยไปเตรียมชุดเพื่อไปทําคอนเทนต์ค่ะ ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคือมันมีช็อตที่นั่งตรงงาช้างใช่ไหมคะ คือเราก็เคยเจอเรื่องดรามามาบ้างในเรื่องการทําคอนเทนต์ ก็พยายามคิดอย่างรอบคอบแล้ว จริงๆ มายด์ก็มีการปรึกษากับทางควาญช้างจากพี่ๆ ที่สุรินทร์ แล้วก็ถามจากผู้รู้ที่อยู่ที่นู่น ซึ่งทุกคนบอกว่าถ้าในมุมควาญช้างเขาก็นั่งงาช้างเป็นปกติอยู่แล้ว แต่ว่าทั้งนี้ทั้งนั้นมายด์ก็ได้อ่านทุกคอมเมนต์เลยค่ะ แล้วก็เข้าใจในการตักเตือนของทุกๆ คนนะคะ หนูก็น้อมรับค่ะ ก็คือเข้าใจว่ามันอาจจะเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีถ้าคนอยากจะไปทําตามเยอะๆ"
"คนที่เป็นควาญช้างเขาก็จะบอกว่านั่งได้ คือจริงๆ เขาเป็นคนแนะนําว่านั่งไหมด้วยซ้ำ เพราะตอนแรกมายด์คิดว่าจะไปถ่ายกับน้องช้างเฉยๆ จริงๆ เรามีไปอาบน้ำให้ช้างด้วยค่ะ แต่ยังไม่ได้ตัดคลิปลง พี่ๆ เขาเป็นคนแนะนําให้นั่ง แต่ว่าเขาบอกว่าทั้งนี้ทั้งนั้นก็คือต้องอยู่ภายใต้การดูแลของควาญช้าง เพราะว่าถ้าน้องช้างขี้ดุก็อาจจะมีการเกิดอันตรายได้"
น้อมรับทุกคำติติง แต่ก็แอบนอยด์ไม่น้อย
"ที่คนบอกว่าไปนั่งบนงาช้างเป็นการทรมานเขา คือก่อนที่มายด์จะขึ้น มายด์ก็ถามพี่เขาว่าน้องจะหนักไหม เพราะเราก็รู้สึกเหมือนกันตอนแรก คือมายด์ถามย้ำพี่ควาญช้างจริงๆ ค่ะ แล้วพี่เขาก็บอกว่าไม่ ควาญช้างเขานั่งน้องกันเป็นปกติ เราก็รับข้อมูลมาในจุดนั้น ก็เลยรู้สึกว่าโอเค ไม่ไม่คิดจริงๆ ว่าออกไปแล้วจะเกิดมีกระแสอย่างนั้นนะคะ จริงๆ เราป้องกันแล้ว เพราะว่ามายด์ถามแบบมั่นใจเลย แต่ว่าทั้งนี้ทั้งนั้นเขาก็บอกว่าเราไม่สามารถนั่งน้องได้ทุกตัว ต้องเลือกตัวที่ควาญช้างเขาฝึกมา แล้วก็เชื่องค่ะ เพราะว่ามันก็มีโอกาสที่จะเกิดอันตรายได้ แต่เหมือนเขาบอกว่าน้องไม่เจ็บ แต่อันนี้เราก็ไม่ทราบจริงๆ ค่ะ
"แต่ก็น้อมรับค่ะ ตอนแรกก็มีนอยด์นิดนึง แล้วพอเกิดเหตุการณ์ขึ้นหนูก็ทักไปถามที่สุรินทร์อีกรอบนึง ว่ามันโอเคจริงๆ ใช่ไหมคะ หนูเครียด หนูเห็นคนคอมเมนต์ เขาก็บอกว่าน้องมายด์จริงๆ นั่งได้ เราก็มีถามเพื่อนๆ ที่เขามีญาติอยู่ที่นู่น แต่สุดท้ายก็ไม่เป็นไรค่ะ แปลว่ายังมีคนให้ความสนใจเราอยู่เนอะ จริงๆ เราตั้งใจที่อยากจะไปทําคอนเทนต์หลายๆ จังหวัดในเมืองไทย มีแพลนไปอุดรฯ ไปสุรินทร์ เดี๋ยวกําลังจะไปลําพูนเชียงใหม่ ก็อยากจะช่วยผลักดันการท่องเที่ยวไทยในปีนี้ อยากไปนําเสนอในภาพดีๆ ในมุมมองดีๆ แต่ว่าอันนี้อาจจะเป็นหนึ่งในข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น ก็ขอโทษ แล้วก็น้อมรับ มันก็เหมือนเป็นการแก้ตัวเหมือนขอโทษอีกแล้ว แต่ยังไงก็จะระมัดระวังมากขึ้นค่ะ"
การทำคอนเทนต์ทุกครั้งจะมีการหาข้อมูล และถามจากคนพื้นที่ก่อนทุกครั้ง
"หนูเชื่อว่าทุกอย่างมันมีสองด้านเสมอ มันไม่มีทางที่อะไรจะมีด้านเดียวหรอก คนเรามันมีหลากหลายความเห็นนะ ซึ่งมายด์ก็รู้สึกว่าเราน้อมรับ แต่เราอาจจะรู้อยู่ที่ตัวเราว่าสิ่งที่เราทํามันไม่กระทบถึงใคร หรือว่ามันไม่ได้ทําให้ใครเดือดร้อนค่ะ แต่ถามว่านอยด์ไหม ก็ไม่ค่ะ ก็มีอ่านบ้างแหละนิดๆ หน่อยๆ แต่สุดท้ายแล้วเราก็ต้องข้ามในบางจุด เพราะว่าถ้าเราแคร์ทุกอย่างเราก็จะไม่มีความสุข แล้วที่จริงหนูอาจจะเป็นคนโชคดี เป็นคนค่อนข้างมองโลกในแง่บวก ไม่ค่อยเก็บมาคิด"
"คือมายด์รู้สึกว่าบางทีการถูกติหรือการมีคําแนะนํา คือบางอย่างที่เราอ่านมันทําให้เรามานั่งคิดแล้วรู้สึกว่าถ้ามันจริงเราก็แก้ไขให้ตัวเราดีขึ้นสิ แล้วก็ฟังทุกคน เพราะว่าบางทีเราอาจจะคิดในมุมมองเรา เราเชื่อแค่ตัวเราคนเดียวหรือแค่คนรอบตัว ซึ่งบางทีการที่มองในมุมกว้าง แล้วทําให้เราเห็นข้อบกพร่องหรือว่าข้อไม่ดีของตัวเรา แล้วเรามาทําให้ตัวเองเป็นคนที่ดีขึ้น มันก็ดีค่ะ"
"การทำคอนเทนต์ในแต่ละครั้งจริงๆ ก็พยายามหาข้อมูล ส่วนใหญ่เวลาไปก็จะไปหาพี่ๆ หาเพื่อนๆ ที่เป็นคนจังหวัดนั้น ที่เขาจะมีใครที่เป็นผู้รู้หรือเป็นคนที่ให้ข้อมูลได้ถูกต้อง แล้วส่วนใหญ่มายด์ก็จะรับข้อมูลตรงนั้นมาก่อนที่จะมาเล่าอยู่แล้ว ก็จะระมัดระวังมากขึ้น ถ้าเรื่องไหนที่มันเป็นเรื่องแบบค่อนข้างเซนซิทีฟนะคะ"
ส่วนกับแฟนหนุ่ม "สงกรานต์ เตชะณรงค์" ที่มักจะไมาค่อยหวานเหมือนคู่อื่นๆ มายด์บอกว่า เป็นเรื่องปกติขอให้ใส่ใจกันก็พอ
"วาเลนไทน์ของเราเอาจริงๆ เหมือนวันปกติค่ะ สําหรับมายด์เราก็เหมือนอยู่คุยกัน ไปทานข้าวกันปกติ อาจจะมีคอนเทนต์บ้างนิดหน่อยให้ทุกคนได้เห็นแบบน่ารักๆ แต่ว่าความจริงก็คือต่างคนต่างทํางานอยู่เลยค่ะ แต่ต่างจากปีแรกๆ ก็คือเรารู้แล้วว่าคนของเราเป็นยังไง ปีนี้เราก็เอาดอกไม้ยื่นให้เลย ที่เราทําคอนเทนต์บนรถ (หัวเราะ) คือเป็นช่อเดียวที่ได้รับวาเลนไทน์ค่ะ แตก็เป็นอะไรสนุกๆ ค่ะ เราไม่ได้คาดหวังกัน ทําทุกวันให้ดีที่สุด ซึ่งทุกวันนี้มายด์ว่าเราอยู่ด้วยกัน เราไม่มีปัญหากัน มีปัญหาก็ช่วยกันแก้ปัญหาไป เป็นที่ปรึกษาที่ดีเหมือนเป็นเพื่อนไปด้วย มายด์ว่าโอเคค่ะ"
"มายด์เชื่อว่าคลิปนั้นก็น่าจะตรงใจกับหลายๆ คน เพราะว่ามายด์ก็ตามอ่านทุกคอมเมนต์ทุกช่องทาง ทุกคนก็จะบอกว่าเหมือนคู่เราเลย แล้วก็เห็นเขาแท็กไปหาแฟนไร มันก็เป็นเรื่องจริงซึ่งผู้ชายบางคนเขาอาจจะเป็นแบบนั้นจริงๆ คือการที่เขาไม่ได้แสดงออกหรือว่ามีอะไรให้มันไม่ได้แปลว่าเขาไม่ได้รัก บางทีเรารู้กันสองคนแหละในเรื่องความใส่ใจ มันก็เลยอาจจะเป็นหนึ่งตัวอย่างของผู้หญิงที่เราอาจจะไม่ต้องคาดหวังกัน มีความสุขได้ด้วยตัวเอง แล้วก็ให้เขาทําอย่างงั้นให้กับเรา แล้วก็รู้สึกว่ามีความสุขแล้วค่ะ"
บอกแฟนหนุ่มแอ็คติ้งเก่งขึ้นเรื่อยๆ
"ความหวือหวาเหรอ สําหรับมายด์ว่าอาจจะเป็นเรื่องของอายุของเราด้วยมั้ง เอาจริงๆ ปีนี้ 35 แล้วค่ะ เราก็มองระยะยาว การที่เราใส่ใจกันในทุกๆ วันมันดีกว่าการที่เราจะไปคาดหวัง หรือว่าบางทีเราคาดหวังแล้วเราไม่ได้รับ มันก็จะรู้สึกผิดหวังเนอะ อย่างมายด์รู้สึกว่าทําทุกวันให้มันเต็มที่ แล้วก็บางอย่างที่มันสําคัญกว่าคําพูด คือการกระทําในวันที่มันมีปัญหา มันไม่ใช่วันที่เรามีความสุข ซึ่งมายด์รู้สึกว่าทุกวันนี้มันก็เป็นกราฟที่ค่อนข้างไปเรื่อยๆ ค่ะ"
"กับพี่กานต์มีแต่ความคาดไม่ถึง บางทีอย่างงานสําคัญหรือในพาร์ทของการทํางาน เขาก็จะคอยซัปพอร์ตอยู่ข้างหลัง พี่กานต์จะเป็นแนวแมนมากๆ เวลาเขาปลอบหรือเวลาที่เขาจะให้กําลังใจ มันอาจจะไม่ได้มาแบบโอ๋ แต่ว่าเขาจะทำให้เราเข้มแข็งขึ้น มายด์ว่ามันจะทําให้เราสามารถผ่านปัญหาได้ในการที่เห็นมุมมองที่โตขึ้นมากกว่าค่ะ ไม่ค่อยหวาน บางทีก็จะไปทําแบบแมนๆ ด้วยซ้ำ แต่ทุกคําที่พูดคือความจริงที่เหมือนเขาผ่านประสบการณ์ในการทํางานมาแล้ว"
"อย่างมายด์บางทีก็อาจจะทํางานเครียด พอเจอเราเขาก็อาจจะรู้สึกว่าอะไรเนี่ย (หัวเราะ) ก็อาจจะมอบรอยยิ้ม เสียงหัวเราะให้ หรือบางทีการทําคอนเทนต์ มายด์ว่าบางทีเหมือนเขาจะไม่เต็มใจ แต่บางทีอยู่ในสถานการณ์มันก็มีความสนุก แต่เขาแอ็คติ้งเก่งนะ ส่วนใหญ่คืออย่างละหนึ่งเทค คือพี่กานต์เขาจะไม่ได้แบบเหมือนเรา มายด์ก็ต้องแบบคิดว่ามายด์ต้องทําอะไร เพราะว่าถ้าผ่านเทคนั้นไปแล้ว มายด์ไม่ได้ มายด์ก็จะอดได้เหมือนกัน"
ไม่ต้องหวาน แค่ใส่ใจถามไถ่กันก็พอ
"พอบังคับบ่อยๆ ก็อาจจะเป็นสิ่งที่เคยชินและทําด้วยความสมยอมหรือเปล่า (หัวเราะ) อย่างคอนเทนต์วันวาเลนไทน์ล่าสุดก็มีถามว่าทำอะไร แต่ก็หลักๆ คือมายด์จะมีการดีล คือเราจะต้องมีการตกลงสําหรับผู้ชายที่เขาอาจจะไม่ค่อยชอบ คือต้องมีตัวอย่างให้เขาเลย แล้วคุณทําแบบนี้แบบนี้ๆ นะ แต่หนูให้คะแนนเขาในการแอ็คติ้ง หนูว่าเขาแอ็คติ้งเก่งกว่าหนูอีก ซึ่งบางทีพอเขาเก่งเราก็เซอร์ไพรส์ พอมันมีอารมณ์ร่วม คนดูก็จะเห็น คือตอนที่หนูโยนดอกไม้ไปหนูก็ไม่คิดว่าพอกลับไปดูกล้องเขาจะทําหน้าแบบเป็นงาน อยู่เป็น"
"ไม่มีความหวานจริงๆ แค่หนูรู้สึกว่าบางทีเราไม่ได้คาดหวังมาก แค่รู้สึกว่าเขายอมทําคอนเทนต์กับเราก็มีความสุขแล้ว พาไปกินของอร่อยๆ หนูไม่ได้คาดหวังว่าผู้ชายจะต้องหวานเลย หนูอาจจะเป็นผู้หญิงที่แปลกหรือเปล่า เพราะเขาใส่ใจ อาจจะเป็นมุมในเรื่องของใส่ใจดีกว่า มันอาจจะไม่ได้หวานด้วยสิ่งของหรือวัตถุ แต่ว่าเป็นเรื่องของใส่ใจหรือแค่ถามว่าทํางานวันนี้เป็นยังไง อาจจะไม่เชิงคําว่าเหนื่อยไหมด้วยซ้ำ แต่เหมือนเป็นการถามภาพรวม ซึ่งเรารู้ว่าอันนี้คือความใส่ใจและความเป็นห่วงค่ะ"


