พีกมาก! “เปิ้ล นาคร” พาคนขับรถมาแจ้งความสินค้าหาย ก่อนแฉกลางวงสื่อ หลังขโมยแกงหม้อแม่จูน เสียหายหลักแสน โชว์หลักฐานสลิปเงินมัดตัวแน่น สุดท้ายจนมุมก้มกราบเท้าสารภาพผิด เปิ้ลรับเสียแรงรักและไว้ใจ ไม่น่าทำเลย
เรียกว่านอกจากจะขายดิบขายดี จนเป็นที่ชื่นชอบของลูกค้าแล้ว ก็ยังเป็นที่ชื่นชอบของมิจฉาชีพด้วย สำหรับแกงไก่ “หม้อแม่จูน” ธุรกิจของ “เปิ้ล นาคร ศิลาชัย”และ “จูน กษมา ศิลาชัย” ที่มักจะถูกมิจฉาชีพเอาชื่อไปแอบอ้างหลอกลูกค้าให้โอนเงินอยู่บ่อยๆ จนต้องแจ้งลูกค้าและเป็นกฎในบริษัท ว่าห้ามให้ลูกค้าโอนเงินเข้าบัญชีอื่น ที่ไม่ใช่บริษัทของบริษัทเด็ดขาด เพื่อป้องกันมิจฉาชีพ
แต่ล่าสุดวันนี้ (18 ก.พ.) ก็มีเรื่องให้ต้องมาแจ้งความอีกจนได้ เพราะสต๊อกสินค้าที่ต้องเอาไปส่งขายตามบูธในห้างเกิดหายไป รวมมูลค่าความเสียหายหลักแสนบาท โดย เปิ้ล และ จูน ได้เดินทางมาแจ้งความที่ สน.โคกคราม แต่ก่อนที่จะเข้าไปพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ เปิ้ลได้ให้สัมภาษณ์สื่อ พร้อมกับคนขับรถ ผู้ทำหน้าที่ดูแลสต๊อกสินค้า โดยให้เจ้าตัวเล่าเหตุการณ์ ว่าสินค้าหายไปได้ยังไง และสงสัยใคร
ก่อนจะจบแบบพีกมาก เพราะเอาหลักฐานมาเปิดกลางวงสัมภาษณ์ ว่าผู้ต้องสงสัยก็คือเจ้าตัวนั่นแหละ เพราะมีการโอนเงินเข้าบัญชีเจ้าตัว 7 หมื่นบาท และยังไม่มีการโอนคืนเข้าบริษัทแต่อย่างใด ซึ่งงานนี้เปิ้ลก็ยังไม่ได้ฟันธงเจ้าตัวว่าเป็นคนผิด ให้ไปอธิบายกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเอง แต่สุดท้ายหลังเข้าพบเจ้าหน้าที่ เจ้าตัวยอมสารภาพ พร้อมก้มกราบขอโทษเปิ้ล ทั้งที่ตอนแรกไม่ยอมรับ และยืนยันว่ามีหลักฐาน
เปิ้ล : “ชีวิตกำลังดีเลยนะ กำลังจะเข้าไปเปิดร้านขายครั้งแรกที่สนามบินดอนเมือง โอ้โห ดีใจกันได้แค่ 2 ชั่วโมงเอง เมื่อคืนนี้ปรากฎว่าพอโพสต์ไปว่าดีใจ ทีมการโทรศัพท์มาบอกพี่ของโดนขโมย หาย ก็คือมีพนักงานนี้แหละ เขาก็บอกว่าของหายเราก็เช็กสต็อกบอกก็คงไม่เป็นไรหรอก สองหม้อ สามหม้อ แต่เขาบอกพี่ เป็นแสนค่ะ คืองานนี้เป็นแสนเลย เราก็ ห๊ะ โดนอีกแล้วเหรอ คราวที่แล้วเพิ่งโดนไป ปีที่แล้วเพิ่งโดนไป แล้วก็ยังไม่ได้เงินคืนเลยเนี่ย
เรารู้สึกว่าเฮ้ย อีกแล้วเหรอวะ เขาไม่ได้ยินข่าวเลยเหรอ ว่าถ้าโดนนี่มันติดคุกนะ เราก็ยังไม่รู้หรอกว่ายังไง เสร็จแล้วก็เรื่องมันก็คือบอกว่ามีของหายไป คือเวลาเราไปขายของในห้างต่างๆ ไปหาดใหญ่ เชียงใหม่ ภูเก็ต สงขาอะไรทั้งหลาย ไปปุ๊บเนี่ยเราก็จะมีของที่มาเช็กสต็อก ก็ปรากฎว่าพี่ของหาย หายไปไหนก็ไม่รู้ คนขับรถก็บอกว่าเนี่ยของมันหาย ก็คือแกงเนี่ยแหละ พูดง่ายๆ สินค้า
เราก็เฮ้ย หายเหรอ แล้วเท่าไหร่ เขาบอกน่าจะเป็นแสนเลยพี่ เราก็แบบเฮ้ย มันเยอะขนาดนั้นเลยเหรอ มันอาจจะน้อยสำหรับคนรวยนะ แต่สำหรับคนทำอาหารกินอย่างเรา มันก็ถือว่าเยอะนะ เราก็เลยถามไปถามมา ก็สงสารเหมือนกันนะ อยากทราบไหมว่าเรื่องมันเป็นยังไง เรื่องแบบนี้เราไม่อยากให้มันเกิด เดี๋ยวให้คนขับรถมาเล่า ว่าของในรถมันหายไปได้ยังไง อันนี้คือเป็นคนขับรถ แล้วก็ช่วยขายด้วย”
คนขับรถ : “เป็นแกงครับ คือสินค้าของเรา ที่เราเก็บสต๊อกไว้อะครับ คือผมเก็บแยกสินค้าไว้เป็นส่วนๆ แล้วก็ในส่วนที่เก็บแยกไว้ ซึ่งเป็นส่วนที่เราจะนำไว้ขาย สินค้าตัวนั้นคือเราก็ไม่ได้สนใจในมุมนั้นแล้วครับ เราคิดว่ามันปลอดภัยแล้วอยู่บนรถ ซึ่งตอนที่เก็บแยกไว้เนี่ย พนักงานที่เป็นพนักงานฝ่ายสต๊อก ก็คือไปออกจากตรงนั้นใช่หมดแล้วครับ แล้วก็ไม่ได้สนใจในมุมนั้นแล้วครับ ไปสนใจอีกมุมหนึ่งอยู่ แล้วหลังจากนั้นคือเราไม่แน่ใจว่าของมันไปในรูปแบบไหนหรืออะไรยังไง”
เปิ้ล : “แล้วสต๊อกหายถูกไหม หายไปเยอะไหม”
คนขับรถ : “ใช่ครับ หายเยอะครับ รวมๆ นี่เป็นแสนได้ครับ (ตรงนั้นไม่มีคนอยู่เลยเหรอ?) ในความเป็นปกติ คือแต่ละคนก็จะบอกไม่เห็น เรื่องกล้องวงจรปิดสอบถามแล้วครับ เขาก็แจ้งมาว่ากล้องไม่มีบางคนก็บอกว่ากล้องเสียครับ ส่วนตัวเราก็มีสงสัย แต่ตรงนั้นคิดว่าไม่ได้มีหลักฐานบ่งบอกชัดเจนครับ”
เปิ้ล : “คือบอมเขาเป็นคนขับรถ แล้วก็ดูแลพวกสินค้าสต๊อกนี้อยู่ เพราะฉะนั้นนั้นบอมก็จะใกล้ชิดสินค้ามากที่สุด ของหายไปเป็นแสนเลย”
คนขับรถ : “เป็นแสนเลย แล้วก็เงินเยอะด้วย (อันนี้คือครั้งแรกไหม?) คือถามว่าครั้งแรกไหม มันไม่ใช่ครั้งแรกครับ ซึ่งมันมีครั้งก่อนๆ ด้วย แต่ครั้งก่อนๆ คือจำนวนมันไม่ได้เยอะครับ”
เปิ้ล : “ไม่ได้เยอะ แต่มันอาจจะหลายครั้ง เวลาเราไปขาย เราก็จะไปขายในเซ็นทรัลหาดใหญ่ เซ็นทรัลนครศรีฯ เซ็นทรัลภูเก็ต ตามห้างต่างๆ อะไรอย่างนี้ มันก็ทยอยหายไปทีละนิดทีละหน่อย ก็หลายแสน”
คนขับรถ : “รถเป็นรถตู้ปกติครับ (เกิดจากจุดที่ดรอปของ?) ใช่ครับ ซึ่งมันไม่ได้มีปัญหาแค่ร้านเราร้านเดียว ร้านอื่นก็อาจจะเจอแบบเรา ถามว่ารถมันล็อกไม่ได้เหรอ ในจุดนั้นคือความบกพร่องของแต่ละคนมันมี ซึ่งในส่วนของผม คือตอนนั้นในส่วนของงานด้วย ในส่วนของลูกค้าด้วย เราก็ต้องเลือกไปดูลูกค้าก่อน ตอนนั้นที่ต้องไปเลยด่วนจี๋เลยเพราะของไม่พอครับ
(หายหลายครั้งเรามีเช็กไหม?) คือในกรณีที่หาย ก็มีการรีเช็กก่อนประมาณรอบถึง 2 รอบ หลังจากนั้นเราก็จะไล่ตั้งแต่ต้นคั่วลงมาถึงข้างล่าง แล้วก็จะไปจับจุดต้นทางที่ส่งมา ถ้าสงสัยในส่วนของผม ผมก็คิดว่าอาจจะเป็นคนแถวนั้น หรืออาจจะเป็นคนที่รู้ว่าเรามีความเคลื่อนไหวอย่างไร ตั้งจากวันแรก(เป็นคนในหรืออดีตพนักงานที่รู้ความเคลื่อนไหวหรือเปล่า?) ผมมาทำได้ประมาณ 6 เดือนครับ”
ก่อนหน้านี้ไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน
เปิ้ล : “ไม่มี”
คนขับรถ : “สำหรับตัวผม ผมไม่ได้สงสัยคนใน ในส่วนของผมเอง ผมจะสงสัยพวกที่ดูแลระยะกลางคืนครับ หรือว่าพวกที่รู้ความเคลื่อนไหวในตอนช่วงเช้าที่เราเข้าหรือว่าจะเป็นเวลาที่เราเอาของขึ้นหน้าบูธ”
เปิ้ล : “เป็นแสนนี่ ก็น่าจะประมาณ 200-300 หม้อ เป็นหลายร้อยหม้อ แล้วไม่รู้กี่แสนด้วยนะ แล้วบอมไม่สงสัยใครเลยเหรอ”
คนขับรถ : “ผมไม่ได้บอกว่าไม่ได้สงสัยใคร มันมีข้อสงสัยครับ แต่เราไม่ได้มีหลักฐาน ที่จะมุ่งประเด็นไปหาเขาเลย (จุดนั้นมันเงียบเหรอ?) มันเป็นช่วงเวลาครับ เราแต่เวลา ระหว่างคนเดินเงียบ กับไม่มีคนเฝ้าเลย คือมันหลายครั้งครับ ช่วงเวลาเราจะกำหนดไม่ได้เลย เพราะสินค้าของแต่ละคน ถึงเวลาทุกคนจะไม่ได้อยู่ตรงจุดดรอป ในรถขนส่งมีผมคนเดียวครับ ในทีมจะเป็นผม(แต่มันต้องใช้เวลาในการขน แสดงว่าตัวเราก็ไม่ได้อยู่กับรถนาน?) ถ้าผมขึ้นหน้าบูธที ก็จะอยู่หน้าบูธประมาณของเกือบหมดครับ ถ้าหน้าบูธเหลืออย่างละ 3 อย่างละ 2 ผมถึงจะลง”
เปิ้ล : “จริงๆ แล้วคือน่าจะหายบ่อย ทำแบบนี้บ่อย บอมไม่รู้จริงๆ เลยเหรอว่าใคร”
คนขับรถ : “ครับ”
เปิ้ล : “(โชว์เอกสาร) อันนี้เป็นใบโอนเงิน โอนให้…อันนี้ชื่อใคร”
คนขับรถ : “ชื่อผมครับ แต่อันนี้ผมยืนยันได้ครับ ว่าเกิดจากอะไรครับ ตัวนี้นะครับ”
เปิ้ล : “70,000 บาทเลยนะ ทั้งหมดเป็นชื่อบอมหมด”
คนขับรถ : “ใช่ครับ พี่เขาติดต่อเข้ามาหาผม ซึ่งเงินตัวนี้ผมก็มีหลักฐาน ที่ว่าผมทำการจำแนกให้กับเขาด้วย ความหมายคือพี่เขามาซื้อที่ผมใช่ไหมครับ แต่ผมไม่ได้เอาจากที่เขามานะครับ คือผมเอาเงินไปให้กับทางหน้าบูธคือตัวนี้พี่เขาไม่ได้เอาเงินมาให้ทางผมเลย”
เปิ้ล : “แล้วทำไมให้เขาโอนเข้าหา ทำไมไม่ให้เขาโอนเข้าบริษัท เพราะกฎของเราคือโอนเงินเข้าบริษัทเท่านั้น ใครก็ตาม มันเหมือนมิจฉาชีพที่พี่ประกาศไปในสื่อบ่อยๆ ว่าให้โอนเข้าบริษัท มาดามอร่อย เท่านั้น ถ้าโอนเข้าชื่อคนอื่น คนนั้นคือมิจฉาชีพ ทำไมทัพบอมไม่รู้เรื่องนี้เหรอ”
คนขับรถ : “ผมมีหลักฐาน คืออย่างนี้ครับ ผมแจ้งเข้าไปแล้วด้วย ว่าไม่สามารถโอนเงินให้ผมได้”
เปิ้ล : “แล้วทำไมถึงโอนให้ 70,000 เลยนะ”
คนขับรถ : “เขาบอกว่าพี่ฝากหน่อย แต่ตรงเคสนี้ผมก็มีหลักฐาน ที่ว่าผมเอาเงินไปให้หน้าบูธครับ”
เปิ้ล : “ให้หน้าบูธหรือเปล่า ไม่มี ไม่มีเงินเข้าบริษัท เอางี้ คือพี่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นนะ อันนี้เรายังไม่กล่าวหานะว่าบอมเป็นคนทำ เพราะฉะนั้นตอนนี้เดี๋ยวเรากำลังจะให้บอมไปคุยกับพี่ตำรวจเอาแล้วกัน”
คนขับรถ : “ได้ครับ”
เปิ้ล : “เพราะว่าเรื่องนี้มันก็เป็นคดีอาญา เพราะว่ามันคือลักทรัพย์ของบริษัท ของเจ้าของบริษัท เพราะฉะนั้นเนี่ยคือบอม คืออย่างนี้ คือบอมต้องเข้าใจก่อนว่าบริษัทเรา เรารักพนักงานทุกคน โบนัสก็ให้ เงินเดือนให้ เงินพิเศษให้ ค่าล่วงเวลาทุกอย่างเราให้ เราดูแลทุกคน อาหารการกินเราดูแลหมด”
คนขับรถ : “พี่ครับ ผมมีหลักฐาน (เปิดแชตในโทรศัพท์ให้ดู) ผมแจ้งด้วยครับ ว่าไม่สามารถโอนให้ผมได้นะ”
เปิ้ล : “คืออย่างนี้ เอาแค่นี้ก่อนแล้วกัน เดี๋ยวเอาไปให้ตำรวจเขาดู ถ้าเกิดตรงนี้ ถ้าเกิดไม่มีปัญหาเราก็จะสืบหาคนที่เอาเงินนั้นต่อไป เพราะฉะนั้นตอนนี้บอมยังไม่ใช่เพียงแต่แค่เงินที่โอนเนี่ย 70,000 บาท เป็นชื่อบอม ซึ่งเราไม่มีนโยบายที่จะให้โอนใครทั้งสิ้น พวกเรารักบอมนะเว้ย เราดูแลบอมมาตลอด พวกพี่ดีกับบอมมาก”
คนขับรถ : “ผมคิดไว้แล้วว่ามันจะต้องมีปัญหา ผมเลยไม่ลบแชตเขา เพราะว่าวันที่ผมบอกเขาไป…”
เปิ้ล : “แล้วยังมีอีกนะ”
คนขับรถ : “ไม่มีครับ มีพี่คนนี้ครับ ที่เขาฝากผมมา แล้วผมก็เอาเงินตัวนี้ไปให้กับทางหน้าร้าน”
เปิ้ล : “แล้วเดี๋ยวมันจะมีเรื่องหักหัวคิวพนักงานด้วยกัน อะไรอีกนะ เยอะแยะไปหมด”
คนขับรถบอกมั่นใจในความบริสุทธิ์
คนขับรถ : “ผมมั่นใจครับ เพราะว่าผมมาคุยกับเขาแล้ว ผมบอกว่าไม่สามารถโอนให้ผมได้นะ เขาก็แจ้งว่าพี่ฝากหน่อย อันนี้เรื่องแรกครับ (แล้วโอนกลับให้บริษัทหรือยัง?) คือในวันนั้นมันมีทั้งเงินสดด้วย มันมีทั้งเงินสดที่เขาฝากมาให้ ผมเอาเงินสดให้กับทางบริษัทด้วยครับ เพราะวันนั้นผมไปมันจะมีบิลออกมาให้เรา เวลาเอาของอะไรอย่างนี้ครับ ผมก็จะให้เด็กที่อยู่ข้างหน้าครับ ทำบิลมาให้”
เปิ้ล : “มันตั้งแต่เดือนธันวาฯ แล้วเนอะ”
คนขับรถ : “ใช่ครับ แล้วเขาก็ปริ้นต์บิลมาให้”
เปิ้ล : “เอาอย่างนี้ บอมอาจจะไม่ได้เป็นคนทำ เดี๋ยวไปให้ความที่ตำรวจก็แล้วกัน เพียงแต่พี่สงสัยแค่เรารู้อยู่แล้ว ว่าห้ามโอนในชื่อพนักงาน เพราะคนล่าสุดที่เพิ่งออกไปจากบริษัท ก็ทำวิธีนี้”
คนขับรถ : “ครับ ได้ครับ อันนี้ผมก็จะโทร.หาเขาด้วย เพราะว่าผมก็ยืนยันกับเขาได้”
เปิ้ล : “มันเป็นกฎของบริษัทเลยว่าห้ามโอน แล้วคราวที่แล้วโอนก็โดนแบบนี้ แล้วทุกวันนี้ก็ยังไม่ใช้เงินคืนพี่เลย แล้วก็โทร.มาขอบคุณพี่เปิ้ลกับจูนตลอด ว่าเมตตาเขาไม่เคยทวง แต่เราไปแสดงความบริสุทธิ์ใจให้กับตำรวจเขา ถ้ามันไม่ใช่นะ ก็ไปอธิบายว่าทำไมถึงโอนชื่อนี้”
คนขับรถ : “ได้ครับ แล้วผมก็กล้าโทร.หาเขาด้วย ผมแจ้งข่าวแล้วด้วย”
เปิ้ล : “แต่ถ้ามันใช่ เราก็ต้องรับกรรม”
คนขับรถ : “ครับ ได้ครับ”
เปิ้ล : “บริษัทดีกับบอมเปล่า”
คนขับรถ : “ดีครับ”
เปิ้ล : “เออ เดี๋ยวออกมาให้ตำรวจเขาสรุป เพราะต้องให้เขาแสดงความบริสุทธิ์ใจ แล้วก็ให้ตำรวจตัดสินด้วย ว่าอันนี้มันถูกเปล่า (น้องบอกโอนเงินเข้าบริษัทแล้ว มีเงินเข้าหรือยัง?) นี่ไง ไม่มีไง ทางทีมบอกไม่มี เอางี้เราไปให้ตำรวจเขาดู เพราะตรงนี้เราไม่โทษน้องเขา ตอนนี้เอาแค่หลักฐานที่มีตรงนี้อยู่ การตัดสินก็คือต้องไปให้ทางพิสูจน์ให้ตำรวจเขาอยู่ในขั้นตอนของการดูซึ่งบอมอาจจะไม่ผิดก็ได้ แต่ถ้าบอมผิด บอมมันคือคดีอาญา ไม่น่าเลย บอมเอ้ย อุตส่าห์บอกทุกคนบอกบอมแม่งน่ารัก”
คนขับรถ : “ได้ครับ เดี๋ยวผมขึ้นไปได้เลยครับ”
ภายหลังเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ “เปิ้ล” และ “บอม” คนขับรถ ก็ได้ออกมาเปิดใจอีกรอบ โดยบอมยอมรับสารภาพ และก้มกราบขอโทษ
เปิ้ล : “ก็…น้องเขาก็รับแล้วนะครับ ว่าเขาทำผิดจริง บอมมึงพูดเองดีกว่า…”
บอม : “ผม...ทีแรกผมคิดน้อยไปครับ แล้วมันก็มีปัญหาหลายๆ อย่างครับ (เสียงสั่น) มีปัญหาส่วนตัวครับ เรื่องเงิน เป็นภาระส่วนตัวครับ (ไม่ได้เอาไปเล่นการพนันใช่ไหม?) ไม่มีครับ เป็นภาระส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับทางบ้าน เพราะว่าผมไม่ถูกทางบ้านเลี้ยงดูมาครับ เป็นภาระส่วนตัวทั้งหมดครับ”
ยอมรับคิดน้อย กลัวโดนจับได้ แต่ก็ทำไปแล้ว
บอม : “ใช่ครับ ก็คิดว่าเขาจะจับได้ครับ (เสียงสั่น) คือในช่วงเวลานั้นที่ผมคิด ผมไม่คิดว่ามันจะถึงวันนี้ครับ มีฉุกคิดถ้าโดนจับขึ้นมา จะหมดอนาคตครับ คือหลังจากที่ทำไปวันนั้น ผมก็ไม่ได้กลับมาทำอีก เนื่องจากว่าสิ่งที่ผมได้รับจากพี่เปิ้ลและพี่จูน มันไม่ใช่สิ่งที่ผมต้องมาตอบแทนเขาแบบนี้”
ทำไป 2 ครั้ง รอตำรวจรวมยอดความเสียหายอยู่
บอม : “ทั้งหมด 2 ครั้งครับ ถ้าเป็นยอดจริงๆ รอทางตำรวจเขารวบรวมอยู่ครับ ถ้าอยู่ที่ผมไม่ถึงแสนครับ ครั้งสุดท้ายที่ทำ ถ้าเป็นวันและเวลาที่แน่ชัด ไม่แน่ใจครับ แต่ปลายปีที่แล้วครับ (เรามั่นใจในหลักฐานว่าสิ่งที่เราพูดมาคือไม่ได้ปิดบังอะไรอีก?) ครับ”
ยืนยันทำคนเดียวไม่ได้มีกระบวนการ
บอม : “ครับ จะมีแค่ที่ให้น้องเอาไปให้ลูกค้าครับ (เงินเดือนเราสองหมื่นแต่ว่าเงินหมุนเวียนในบัญชีเดือนละสองแสน?) อันนี้เป็นเงินที่เข้าออกจากบัญชีครับ บางทีในระยะเวลาใน 1 เดือน ผมจะได้ทั้งค่าข้าว ค่าอะไรตรงนี้มาด้วย แล้วก็จะเป็นเงินที่หยิบยืมมาจากคนโน้นคนนี้ครับ
(ตอนสัมภาษณ์ก่อนเข้าไปพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ เราบอกว่าเอาเงินส่วนนั้นที่ลูกค้าโอนเข้าบัญชีเรา คืนให้ทางบริษัทแล้ว?) ใช่ครับ คือมันไม่ได้เป็นทั้งหมดครับ คือหมายความว่าในส่วนที่คืน มันไม่ได้เกิดจากคำว่าคืนครับ คือเป็นการที่ว่าลูกค้าไปชำระเงินเอง อย่างนี้ดีกว่าครับ”
เปิ้ล : “ดีเทล เดี๋ยวให้เขาไปให้รายละเอียดกับตำรวจอีกครั้งหนึ่งดีกว่านะ เพราะว่าพูดไปเขาก็ยอมรับแล้วล่ะ ว่ามันผิดจริง บอมเป็นคนที่แบบขยันมากนะ เปิ้ลชอบเลย เปิ้ลบอกพนักงาน ว่าเฮ้ย…เอ็งดูอย่างไอ้บอม เวลาทำงานอะ ทำแบบไอ้บอม แล้วก็รักมันด้วย...”
บอม : “ผม...ผมผิดครับ (เสียงสั่น) แล้วพี่เปิ้ลพี่จูนให้โอกาสผมมา 2-3 รอบแล้วในเรื่องการทำงานด้วย ในเรื่องซัปพอร์ตด้วย ถ้าถามว่าผมผิด...ใช่ครับ และในส่วนที่เขาซัปพอร์ตมาตลอด (เสียงสั่น) ก็เป็นการซัปพอร์ตของพี่เขาจริงๆ ที่มาจากใจ (ก้มกราบเท้าเปิ้ล หลังก่อนหน้านี้ก้มกราบเท้าจูน)”
เปิ้ล : “ไม่เป็นไร ไม่ต้องๆ ไม่ต้องกราบ ไม่ต้องๆ (ห้ามไม่ให้กราบ)”
จูน : “บอม…ไม่ต้องกราบขนาดนั้น ไม่เป็นไร เดี๋ยวจัดการให้ ไม่ต้องกราบ”
เปิ้ล : “คือครอบครัวเรารักพนักงานทุกคนนะ เราให้ทุกคน พอเวลาเรามีความสุข เราลืมตาอ้าปากได้ เราก็ไม่เคยลืมพนักงานทุกคน แล้วเรารักทุกคนด้วย คนที่ทำผิดเราก็ให้อภัย แล้วเราก็หวังว่าพนักงานจะได้เห็นเป็นตัวอย่าง แต่เขาอาจจะใหม่ เข้ามาแล้วก็อาจจะไม่ได้ซึมซับมาก เขาถึงได้เผลอที่จะทำไปซึ่งตรงนี้ เราก็อยากจะให้พนักงานของเราก็ดูเป็นตัวอย่างด้วย แล้วก็คนที่ตั้งใจทำมาหากินสุจริต ก็ดูเอาเป็นตัวอย่างด้วย ก็อย่าเผลอตัวเองที่ไปตกหลุมแบบนี้
สุดท้ายเราก็คงต้องปล่อยให้มันเป็นหน้าที่ของตำรวจเขาดำเนินคดีต่อไปนะ คือเขาคงไม่มีปัญญาที่จะเอาเงินคืนมาให้เราได้หรอก เพราะว่าคนก่อนๆ ที่ผ่านไป เราก็ให้โอกาส บอกว่าทยอยเอาเงินคืนมา แต่ทุกวันนี้ก็ยังเงียบหายไป แต่เขาก็ติดต่อมาเป็นคำอวยพรให้กับเรา ขอบคุณเราที่เมตตาเขา วันนี้เราไม่อยากเห็นอะไรแบบนี้เลย เพราะเราช่วยเหลือคนมาเยอะ แต่ถ้าแบบนี้แล้วเราต้องช่วยเหลือเขาขนาดไหน เรา...ก็หวังว่าเอาให้ทุกคนดูเป็นตัวอย่างก็แล้วกันนะ ใครที่คิดจะทำอะไรที่มันไม่บริสุทธิ์นะ ที่มันไม่โปร่งใส”
เผยเป็นคดีอาญาลักทรัพย์นายจ้าง ไม่สามารถยอมความได้ คงเป็นแผลในใจ อุตส่าห์ไว้ใจไม่น่าทำ
เปิ้ล : “อย่างคดีอย่างนี้ถือว่าเป็นลักทรัพย์นะ มันเป็นคดีอาญา เป็นคดีลักทรัพย์นายจ้าง ซึ่งมันเป็นคดีอาญาที่มันก็ยอมความไม่ได้ ที่ตำรวจเขาบอกนะ แล้วมันก็ต้องติดคุกเท่านั้น ซึ่งตรงนี้เขาก็ยอมรับสารภาพ แต่ที่เหลือก็คงต้องให้ตำรวจเขาจัดการต่อไป ให้เขาทำตามกฎหมายต่อไป มันเป็นแผลในใจของเราแน่ๆ เพราะว่าอืม…เงินหลักแสนมันอาจจะน้อยสำหรับคนมีเงินเยอะๆ นะ แต่มันก็เยอะสำหรับคนมีเงินน้อยๆ เพราะฉะนั้นมันยังไงก็แล้วแต่มันไม่ควรทำ เดี๋ยวคงเสร็จสิ้นแล้ว เพราะเขาก็สารภาพแล้ว ก็เดี๋ยวค่อยว่ากัน ให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเขาดำเนินการต่อ ก็อุตส่าห์ไว้ใจนะ อุตส่าห์รักมันนะ เอ็งก็ไม่น่าทำเลย
ในฐานะที่เราก็เป็นคนดูแลพนักงาน เราก็ให้ทั้งชีวิต ให้ความรัก ให้ความอบอุ่น ให้เงิน ให้งาน ที่สมัยนี้มันก็หายากกันเหลือเกินนะ ใครที่มีงานที่ดีก็กอดงานไว้เลยนะ แล้วก็ทำให้องค์กรมันประสบความสำเร็จได้ องค์กรเขาก็ให้เอง ไม่จำเป็นต้องมาทำอะไรแบบนี้ เพราะฉะนั้นเราว่ามันก็คงเป็นตัวอย่างแหละนะ ให้ทุกคนดูเอาแล้วกัน ว่าถ้าเราไม่ซื่อสัตย์มันก็ไม่มีอะไรดี ส่วนตัวเราก็รู้สึกแย่ ถ้าต้องเห็นเขาไปโดนดำเนินคดีอะไร รู้สึกแย่จริงๆ ไม่อยากเห็นใครเป็นแบบนี้ แต่ก็ต้องเป็นไปตามที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเขาดำเนินการแล้วกัน
ก็เอาเป็นว่าทุกคนดูเป็นตัวอย่างก็แล้วกัน อย่างที่บอกนะ คนที่จะโอนเอง เราก็บอกออกสื่อไปหลายรอบแล้วนะ ว่าการโอนเงินเนี่ย มันต้องโอนให้เข้ากับบัญชี มาดามอร่อย ของหม้อแม่จูน ชื่อบุคคลส่วนตัวคือมิจฉาชีพหมดเลย เพราะฉะนั้นการที่ใครจะมาบอกว่าโอนเข้าบัญชีผมเลย เราเตือนไปแล้วนะ ก็ยังโอนเข้ามาอีก โชคดีนะเขาได้หม้อแม่จูนกลับไปด้วย แต่บางคนโอนไปแล้วไม่ได้หม้อแม่จูนกลับมา ก็เป็นหลายล้านแล้วนะ ไม่ว่าจะเป็นแพลตฟอร์มต่างๆ ติ๊กต๊อกก็ปลอม เฟซบุ๊กก็ปลอม ไอจีก็ปลอม ตอนนี้คนเสียหายไปหลายล้านมาก ตำรวจไซเบอร์เองก็ตามจับกัน คนนอกก็ยังโดน คนในก็ยังมาเล่นเราเองอีก เพราะฉะนั้นก็ขออย่าให้เกิดขึ้นกับทุกคนก็แล้วกันนะ”
อัปเดตเคสก่อนหน้านี้ ถูกมิจฉาชีพขู่ว่าจะตามมาเก็บถึงบ้าน ก็โดนตำรวจจัดการไปเรียบร้อยแล้ว
เปิ้ล : “สำหรับไอ้คนที่บอกว่าจะตามไปเก็บถึงบ้าน ตอนนี้ก็โดนตำรวจเก็บเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้กำลังสาวอยู่ สาวเอาเยอะๆ อยู่ สาวทั้งยวงอยู่ ก็รอแป๊บหนึ่งนะ แต่อันนี้เป็นคนในเรากันเอง คนที่เราอุตส่าห์ชมมันให้คนอื่นฟังด้วย ไม่น่าเลยนะ”


