xs
xsm
sm
md
lg

ไขข้อสงสัย บัตร Platinum กับ Visa/Master ต่างกันไหม ?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



บัตร Platinum กับ Visa/Master ต่างกันไหม เป็นคำถามยอดฮิตของคนที่กำลังมองหาบัตรเครดิตที่คุ้มค่าและตอบโจทย์การใช้งาน ไม่ว่าจะใช้เพื่อการเดินทาง ชอปปิง หรือสะสมคะแนน คีย์เวิร์ดอย่างบัตร platinum มักทำให้หลายคนสับสนเมื่อเห็นชื่อบัตรควบคู่ไปกับโลโก้ Visa หรือ Mastercard อยู่บนหน้าบัตรเดียวกัน ทั้งที่จริงแล้วทั้งสองคำนี้มีความหมายต่างกัน แต่ทำงานร่วมกันเพื่อให้บัตรเครดิตใบหนึ่งใช้งานได้อย่างสมบูรณ์

เพื่อให้เลือกบัตรได้คุ้มค่าและเหมาะกับไลฟ์สไตล์มากขึ้น บทความนี้จะแยกอธิบายอย่างเป็นข้อ ๆ เพื่อให้เข้าใจง่ายและนำไปใช้ตัดสินใจได้ทันที

1. บัตร Platinum คือระดับบัตร ไม่ใช่เครือข่ายการชำระเงิน
หลายคนเข้าใจผิดว่าบัตร Platinum คือประเภทเดียวกับ Visa หรือ Mastercard แต่ความจริง “Platinum” คือระดับของบัตรเครดิตที่ธนาคารใช้แบ่งกลุ่มลูกค้า บัตรระดับนี้จะให้สิทธิประโยชน์มากกว่าบัตรคลาสสิก เช่น วงเงินสูงขึ้น คะแนนสะสมเร็วกว่า ส่วนลดร้านค้า และสิทธิพิเศษด้านการเดินทางต่าง ๆ ธนาคารเป็นผู้กำหนดสิทธิ์เหล่านี้ทั้งหมด ไม่เกี่ยวกับ Visa/Master

2. Visa และ Mastercard คือเครือข่ายการชำระเงินระดับโลก
ในขณะที่ชื่อ Visa และ Mastercard ไม่ใช่ระดับของบัตรเครดิต แต่เป็น “Payment Network” ที่ทำให้บัตรสามารถรูด ซื้อออนไลน์ หรือใช้จ่ายต่างประเทศได้ ระบบของทั้งสองค่ายทำหน้าที่เชื่อมโยงร้านค้า ธนาคาร และผู้ถือบัตรเข้าหากัน เพื่อให้ธุรกรรมสำเร็จอย่างปลอดภัย ดังนั้นบัตร Platinum หนึ่งใบสามารถเป็นได้ทั้ง Visa Platinum หรือ Mastercard Platinum ขึ้นอยู่กับการจับมือของธนาคารผู้ออกบัตร

3. สิทธิประโยชน์หลักขึ้นอยู่กับธนาคารมากกว่าเครือข่ายบัตร
ความคุ้มค่าที่ผู้ใช้งานรู้สึกได้จริง เช่น คะแนนสองเท่า เครดิตเงินคืน ส่วนลดร้านอาหาร หรือโปรโมชันเฉพาะหมวด มักเป็นสิทธิ์ที่“ธนาคาร” เป็นผู้กำหนด ไม่ใช่ Visa หรือ Mastercard ดังนั้น หากต้องการสิทธิพิเศษแบบจัดเต็ม ควรเปรียบเทียบตามธนาคารเป็นหลักแทนการเลือกที่เครือข่าย

4. Visa/Mastercard มีความแตกต่างเล็กน้อยในโปรแกรมระดับโลก
แม้ว่าชีวิตประจำวันจะไม่รู้สึกถึงความต่างมากนัก แต่ทั้งสองค่ายก็มีโปรแกรมสิทธิประโยชน์ระดับโลกของตัวเอง เช่น ส่วนลดโรงแรม บริการร้านอาหาร สิทธิพิเศษสนามบิน หรือโปรโมชันท่องเที่ยวบางช่วงเวลา อย่างไรก็ตาม สิทธิ์ระดับค่ายมักเป็นเพียงส่วนเสริม เพราะสิทธิ์หลัก ๆ มักมาจากธนาคารผู้ออกบัตร

5. การยอมรับบัตรทั้งสองค่ายแทบไม่ต่างกันในระดับสากล
ปัจจุบันทั้ง Visa และ Mastercard มีเครือข่ายร้านค้าที่รองรับครอบคลุมทั่วโลกเกือบเท่า ๆ กัน ไม่ว่าจะร้านค้าทั่วไป หรือแพลตฟอร์มออนไลน์ ทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องกังวลว่าค่ายใดจะใช้ไม่ได้ในต่างประเทศ ความแตกต่างจะพบในบางประเทศหรือร้านค้าพิเศษเท่านั้น

6. เวลาจะเลือกบัตร Platinum ต้องดูที่ไลฟ์สไตล์ตัวเองเป็นหลัก
การเลือกบัตรเครดิตไม่ควรดูแค่ชื่อหรือโลโก้ แต่ควรพิจารณาว่าเข้ากับพฤติกรรมการใช้จ่ายหรือไม่ เช่น
• หากเดินทางบ่อย ควรเลือกบัตรที่มีประกันเดินทางและสิทธิเลานจ์
• หากเป็นสายกิน ช้อป ควรดูสิทธิ์ส่วนลดร้านอาหารและเครดิตเงินคืน
• หากต้องการสะสมคะแนนเร็ว ควรดูอัตราแลกคะแนนและโปรโมชันเฉพาะหมวด
ควรดูทั้งค่าธรรมเนียมรายปี เงื่อนไขยกเว้น วงเงิน และความคุ้มค่าในระยะยาว


เมื่อแยกให้ชัด บัตร Platinum กับ Visa/Master ไม่ได้เป็นสิ่งเดียวกัน แต่เป็นองค์ประกอบสองส่วนที่เติมเต็มกัน บัตร Platinum บอกระดับสิทธิประโยชน์ที่ธนาคารกำหนด ส่วน Visa/Master คือเครือข่ายที่ทำให้บัตรใบนี้ใช้จ่ายได้ทั่วโลก 

ดังนั้นการเลือกบัตรที่ดีที่สุดจึงต้องดูทั้งสิทธิจากธนาคารและฟีเจอร์จากเครือข่ายร่วมกัน หากเข้าใจความต่างและเลือกตามไลฟ์สไตล์ของตัวเอง คุณจะได้บัตรเครดิต Platinum ที่คุ้มค่าที่สุด ใช้งานได้จริงในทุกสถานการณ์ และตอบโจทย์เป้าหมายทางการเงินในระยะยาว