ในอดีต เมื่อเราพูดถึงระบบไฮบริด ภาพจำที่เกิดขึ้นมักเป็นรถยนต์ที่เน้นความประหยัดแต่ขาดความเร้าใจ มีจังหวะการทำงานที่หน่วงหรือเสียงเครื่องยนต์ที่ครางขณะเร่งแซง แต่การมาถึงของระบบ e:HEV คือ การปฏิวัติโครงสร้างทางความคิดเหล่านั้นให้หมดไป เพราะนี่ไม่ใช่ระบบที่ใช้เครื่องยนต์เป็นตัวหลักแล้วมีไฟฟ้ามาเสริม แต่มันคือระบบที่ใช้ "มอเตอร์ไฟฟ้า" เป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเกือบตลอดเวลา ให้ฟีลลิ่งเดียวกับรถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการหาที่ชาร์จ
ถอดรหัสกลไก ทำไม e:HEV ถึงแตกต่างจากไฮบริดทั่วไป ?
ความอัจฉริยะของ e:HEV คือ การบริหารจัดการพลังงานผ่านมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ที่ทำงานสอดประสานกันอย่างอิสระ มอเตอร์ตัวแรกทำหน้าที่เป็น "ตัวกำเนิดพลังงาน" (Generator) คอยเปลี่ยนแรงหมุนจากเครื่องยนต์ให้เป็นกระแสไฟฟ้า ส่วนมอเตอร์ตัวที่สองคือ "ตัวขับเคลื่อน" (Drive Motor) ที่ส่งกำลังลงสู่ล้อโดยตรงด้วยแรงบิดมหาศาล
1. แรงบิดมหาศาลตั้งแต่วินาทีแรกที่เหยียบคันเร่ง
ในขณะที่รถน้ำมันต้องรอรอบ และไฮบริดยุคเก่าต้องรอการผสานพละกำลัง แต่ระบบ e:HEV ให้การตอบสนองที่ฉับไวในโหมด EV Drive และ Hybrid Drive การออกตัวจะเงียบสนิทแต่ทรงพลัง เพราะมอเตอร์ไฟฟ้าสามารถจ่ายแรงบิดสูงสุดได้ทันที ช่วยให้การเร่งแซงในระยะกระชั้นชิดบนถนนเลนสวน หรือการออกตัวจากสี่แยกทำได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยกว่าเดิม
2. การสลับโหมดที่ไร้รอยต่อจนผู้ขับขี่ไม่รู้สึกตัว
สิ่งที่น่าทึ่งที่สุดของ e:HEV คือ สมองกลอัจฉริยะ (PCU) ที่คำนวณสภาวะถนนในทุกวินาที เมื่อใช้ความเร็วต่ำในเมือง ระบบจะใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ขับเคลื่อนมอเตอร์เพียงอย่างเดียว เมื่อต้องการความเร็วเพิ่มขึ้น เครื่องยนต์จะติดขึ้นมาเพื่อ "ปั่นไฟ" ส่งให้มอเตอร์ขับเคลื่อนต่อ โดยที่เครื่องยนต์ไม่ได้เชื่อมต่อกับล้อโดยตรงในจังหวะนี้ ทำให้ไม่มีอาการกระตุกจากการเปลี่ยนเกียร์ และไม่มีเสียงรบกวนที่น่ารำคาญใจ
3. Lock-up Clutch จุดเปลี่ยนสำคัญในย่านความเร็วสูง
นี่คือไม้ตายที่ทำให้ e:HEV เหนือกว่าระบบไฟฟ้าล้วนในบางสถานการณ์ เพราะเมื่อวิ่งด้วยความเร็วสูงคงที่บนทางหลวง ซึ่งเป็นช่วงที่มอเตอร์ไฟฟ้าจะใช้พลังงานสูงมาก ระบบจะสั่งให้"คลัตช์" ล็อกตัวเพื่อให้เครื่องยนต์ส่งกำลังตรงไปยังล้อโดยตรง (Engine Drive) เพราะในย่านความเร็วนี้ เครื่องยนต์ทำงานได้มีประสิทธิภาพและประหยัดพลังงานมากกว่ามอเตอร์ไฟฟ้า นี่คือการดึงจุดแข็งของทั้งสองระบบมาใช้ในเวลาที่ถูกต้องที่สุด
ผลลัพธ์ที่ได้มากกว่าแค่ความประหยัด
การเลือกใช้รถยนต์ระบบ e:HEV คือ การเลือกไลฟ์สไตล์การขับขี่ที่อิสระ คุณจะได้สัมผัสความนุ่มนวล แรงบิดที่ต่อเนื่อง และความเงียบในห้องโดยสารระดับพรีเมียม ในขณะที่อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันลดลงอย่างน่าตกใจ ซึ่งไม่ใช่แค่การประหยัดเงินในกระเป๋า แต่คือการลดมลพิษในทุกกิโลเมตรที่ขับเคลื่อน โดยที่ยังสามารถเดินทางไกลไปได้ทุกที่โดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องสถานีชาร์จไฟมาเป็นตัวกำหนดตารางชีวิต
e-HEV คือเทคโนโลยีที่พิสูจน์แล้วว่า พละกำลังและความรักษ์โลกสามารถเดินไปพร้อมกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ เปลี่ยนทุกการเดินทางที่เคยจำเจให้กลายเป็นความสนุกที่สัมผัสได้จริงในทุกครั้งที่กดคันเร่ง


