xs
xsm
sm
md
lg

Wuthering Heights ความคลั่งไคล้อันร้อนแรงและเซ็กซี่อย่างถึงแก่น

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: อภินันท์ บุญเรืองพะเนา



เมื่อพูดถึงวรรณกรรมคลาสสิกอย่าง Wuthering Heights ของ “เอมิลี บรอนเต” ภาพจำที่หลายคนมีมักเป็นเรื่องราวรักต่างชนชั้นท่ามกลางบรรยากาศหม่นเศร้าของอังกฤษยุควิกตอเรียน แต่สำหรับ “เอเมอรัลด์ เฟนเนลล์” ผู้กำกับหญิงที่เคยทำให้ผู้ชมทั่วโลกสั่นสะเทือนมาแล้วจาก Promising Young Woman และ Saltburn เธอมองเห็นสิ่งที่ลึกซึ้งและดุเดือดกว่านั้น

ในโปรเจกต์ภาพยนตร์เรื่องใหม่ภายใต้ความร่วมมือกับวอร์เนอร์ บราเดอร์ส พิกเจอร์ส เฟนเนลล์ไม่ได้เพียงแค่หยิบเอาหนังสือเล่มโปรดมาปัดฝุ่นใหม่ แต่เธอกำลังกลั่นกรอง “ความรู้สึก” ที่รุนแรงจนแทบจะจับต้องได้ออกมาเป็นภาพยนตร์มหากาพย์แห่งตัณหา ความรัก และความคลั่ง ที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าตำนานรักบทนี้ไปตลอดกาล

เฟนเนลล์เปิดเผยว่าเธอถูกเรื่องราวที่ดิบเถื่อนและเร้าอารมณ์นี้ตามหลอกหลอนมาตั้งแต่อายุ 14 ปี สำหรับเธอแล้ว Wuthering Heights มีมิติของกามารมณ์ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความแค้นและความตาย ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธออยากสร้างเวอร์ชันที่แม้แต่แฟนตัวยงของหนังสืออย่างเธอก็ต้องยอมรับ


การดัดแปลงครั้งนี้จึงไม่ใช่การเล่าเรื่องตามลำดับขั้นตอนในหนังสือ แต่เป็นการนำเสนอผ่านเลนส์ที่เน้นปฏิกิริยาทางสัญชาตญาณ เธอเลือกที่จะสำรวจพลวัตของอำนาจและความสัมพันธ์ที่น่ากระอักกระอ่วน โดยตั้งคำถามถึงสิ่งที่มนุษย์ทำยามไร้คนมอง ความตั้งใจของเฟนเนลล์คือการสร้างภาพยนตร์ที่ “เซ็กซี่อย่างถึงแก่น” และกระตุ้นให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนมีไฟฟ้าวิ่งผ่านร่างกายเมื่อก้าวออกจากโรง

หัวใจสำคัญที่ทำให้โปรเจกต์นี้น่าจับตามองที่สุดคือการคัดเลือกนักแสดงนำ โดยได้ “มาร์โกต์ ร็อบบี้” มารับบทเป็น “แคธี” และ “เจคอบ เอลอร์ดี” มารับบทเป็น “ฮีธคลิฟฟ์” ซึ่งทั้งคู่ถือเป็นไอคอนของยุคสมัย เฟนเนลล์อธิบายว่าแคธีในเวอร์ชันนี้คือ “ฝันร้ายที่เป็นสัตว์ประหลาดตัวน้อยในทุ่งมอร์” เธอเอาแต่ใจ มีความซาดิสม์ และทำร้ายคนอื่นเพียงเพื่ออยากลองดี

ในขณะเดียวกัน มาร์โกต์ ร็อบบี้ ก็สามารถถ่ายทอดหัวใจที่เปี่ยมด้วยพลังชีวิตและอารมณ์ขัน จนทำให้ผู้ชมไม่อาจเลิกหลงรักเธอได้ ในขณะที่ เจคอบ เอลอร์ดี ก้าวเข้ามาสวมบทบาทวีรบุรุษแบบไบรอนิก (Byronic Hero) ที่ทั้งเปราะบาง เจ็บปวด และโหดร้ายได้อย่างน่าอัศจรรย์ ทำให้ฮีธคลิฟฟ์ผู้ไม่น่าให้อภัย กลายเป็นตัวละครที่ผู้ชมห้ามใจไม่ให้รักไม่ได้


ความสัมพันธ์ระหว่างแคธีและฮีธคลิฟฟ์ในภาพยนตร์เรื่องนี้ถูกนิยามว่าเป็น “คู่แท้ทางจิตวิญญาณ” ที่ทั้งอ่อนโยนและโหดร้ายต่อกันอย่างสาหัส มาร์โกต์ ร็อบบี้ ในฐานะผู้อำนวยการสร้างและนักแสดงนำ เล่าว่าบทภาพยนตร์ของเฟนเนลล์ทำให้เธอร้องไห้ไม่หยุด มันเป็นความรักที่เป็นพิษ รุนแรง และอันตราย แต่ก็น่าหลงใหลจนเธอต้อง “โยนหมวกลงสังเวียน” เพื่อขอรับบทนี้ด้วยตัวเอง ร็อบบี้ยังย้ำว่านี่คือภาพยนตร์สำหรับผู้ชมในยุคปัจจุบันที่แม้จะย้อนยุค แต่ก็สะท้อนความเป็น “ตอนนี้” ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ผ่านการขับเคลื่อนของตัวละครที่ไม่ได้ล่องลอยไปตามโชคชะตา แต่เป็นผู้กำหนดเส้นทางและผลกระทบที่รุนแรงต่อโลกด้วยตัวเอง

ในด้านงานสร้าง เฟนเนลล์เลือกใช้เทคนิคแบบ “โอลด์สคูล” เพื่อสร้างความสมจริงและจับต้องได้ในทุกรายละเอียด เธอร่วมงานกับทีมงานมือรางวัล อาทิ ลินุส แซนด์เกรน ผู้กำกับภาพที่ถ่ายทำด้วยฟิล์มเพื่อจับภาพเหงื่อ และหยดฝนบนใบหน้าให้กลายเป็นมิติทางกายภาพที่ทรงพลัง และแจ็กเกอลีน เดอร์แรน นักออกแบบเครื่องแต่งกายที่สร้างสรรค์ชุดของแคธีด้วยแรงบันดาลใจจากโอต์กูตูร์ไปจนถึงภาพวาดฮอลลีวูด แม้แต่การออกแบบฉากบ้าน Wuthering Heights ที่ยอร์กเชียร์ ทีมงานก็ได้สร้างสรรค์ให้ดูราวกับว่าธรรมชาติรุกล้ำเข้ามาในบ้าน มีหินและเชื้อราโผล่ทะลุผนัง เพื่อให้ผู้ชม “รู้สึกถึงสภาพอากาศ” และบรรยากาศที่ไม่อาจหลบหนีได้


สิ่งที่น่าเซอร์ไพรส์ที่สุดคือการคว้าตัวป๊อปสตาร์ระดับโลกอย่าง “Charli XCX” มารับหน้าที่ทำดนตรีประกอบ ซึ่งเธอไม่ได้ทำเพียงไม่กี่เพลง แต่ตัดสินใจทำ “ทั้งอัลบั้ม” หลังจากที่รู้สึกถึงอารมณ์ในบทภาพยนตร์ ดนตรีของเธอจะถูกนำมาใช้เพื่อกระตุ้นปฏิกิริยาทางกายภาพของผู้ชม ทำให้ภาพยนตร์ย้อนยุคเรื่องนี้ดูใหม่ สด และเซ็กซี่ขึ้นไปอีกระดับ ทั้งหมดนี้คือส่วนผสมที่จงใจให้เกิดแรงเสียดทานและการยั่วยุ

Wuthering Heights ฉบับปี 2026 นี้จึงไม่ใช่เพียงแค่ภาพยนตร์รักย้อนยุคเฉพาะกลุ่ม แต่เป็นงานระดับมหากาพย์ที่จะมอบหนทางให้ผู้ชมได้ปลดปล่อยอารมณ์ที่เคยกดทับเอาไว้ ดังที่มาร์โกต์ ร็อบบี้ ได้กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า แม้ผู้คนจะคาดหวังความมืดหม่นและตลกร้ายตามสไตล์ของเฟนเนลล์ แต่สิ่งที่เหนือความคาดหมายที่สุดคือ “ความรัก” ในเรื่องนี้ที่จะกระแทกหน้าท้องคุณอย่างจังและจะถาโถมใส่คุณตลอดทั้งเรื่อง สัมผัสความคลั่งไคล้อันร้อนแรงนี้ได้ในโรงภาพยนตร์ตั้งแต่วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2026 เป็นต้นไป