“ต้าห์อู๋” เดือดจัด ซัดคนโกงภาษีประชาชน ลั่นน้ำพักน้ำแรงเราอย่าเอาไปใช้ผิดๆ ฟาดเจ็บอย่าคิดว่าเด็กรุ่นใหม่ไม่รู้เรื่อง พร้อมเอาผิดร้านค้าก๊อปปี้แบรนด์ที่ทำเหมือนทุกอย่าง
ทำเอาแฟนๆ ตกใจเมื่ออยู่ๆ นักแสดงหนุ่ม “ต้าห์อู๋ พิทยา แซ่ฉั่ว” ก็ออกมาโพสต์รัวๆ ในแอปฯ X เกี่ยวกับเรื่องภาษี แถมยังใช้คำเดือดบอกว่า ใครใช้ภาษีกูเพื่อประโยชน์ส่วนตัว ขอให้มันฉิxหาย โดยล่าสุดเจ้าตัวพร้อมกับหนุ่มคู่จิ้น “ออฟโรด กันตภณ จินดาทวิผล”ได้มาร่วมงาน Krungthong Plaza Thank You Party 25th Anniversary ณ โรงแรมอมารี กรุงเทพ เจ้าตัวก็เผยถึงเรื่องนี้ว่า
ต้าห์อู๋ : “เกี่ยวกับเรื่องภาษีใช่ไหม ผมว่าเป็นเรื่องทั่วไปเนอะ เพราะว่าทุกคนตรงนี้เสียภาษี แล้วก็ผมเชื่อว่าทุกคนประชาชนคนไทยที่มีรายได้เพราะว่าเสียภาษี แล้วผมก็เสียภาษีเยอะมาก อยากจะกรี๊ดออกมาตอนนี้ในแต่ละปีนะครับ ก็เลยแค่รู้สึกว่าอยากจะพูดออกไปเฉยๆ ว่าทุกคนจะเสียภาษีหมด เพราะจริงๆ แล้วภาษีเนี่ยมันต้องใช้เพื่อประชาชนคนไทยทุกคนอย่างถูกต้องไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม
งบจากทางรัฐบาล รัฐวิสาหกิจทุกอย่างนะครับ แม้กระทั่งเด็กเล็กเด็กประถมทุกอย่างมันถูกใช้ภาษีเพื่อไปทำเป็นงบแผ่นดินทั้งหมด ผมก็รู้สึกว่าอยากให้มันไปใช้อย่างถูกต้อง ในเมื่อเราหาเงินมาแล้วก็อยากให้มันเกิดประโยชน์กับทุกๆ คนในประเทศ ผมว่าคำนี้มันมีมานานแล้ว มันมีตั้งแต่สมัยยุคอยุธยา มันเหมือนเอาเงินแผ่นดินไปใช้ มันคือการโกงกิน มันคือการทุจริต คอรัปชั่น ผมแค่รู้สึกว่าการทำแบบนี้มันเหมือนการทำชั่วเหมือนกันนะครับ
ผมก็เลยอยากจะพูดออกไป เพราะมันคือน้ำพักน้ำแรงเรา ไม่ใช่แค่นั้น มันคือเงินที่แฟนคลับกับลูกค้าหามาให้เราอย่างถูกต้อง เพราะฉะนั้นเราเลยรู้สึกว่าถ้าอยากจะเอาไปใช้ แล้วรู้สึกว่าเราไม่เสียดายก็อยากไปใช้ให้มันถึงทุกๆ คนจริงๆ ถามว่ามันเชื่อมโยงกันกับการเลือกตั้งไหม ไม่ได้มีอารมณ์ส่วนตัวครับ แค่พูดกว้างๆ ไม่ว่าผลสุดท้ายจะเป็นยังไงผมว่าทุกคนรู้อยู่แล้วว่ามันเป็นยังไง
ส่วนที่เพจออฟฟิเชียลลง ผมว่ามีความเป็นห่วงแหละ ว่าเราออกมาใช้คำรุนแรงเกินไปหรือเปล่า หรือว่าเราฝักใฝ่หรือเปล่า สำหรับเรารู้สึกว่ามันคำพูดที่เราพูดไป มันไม่รุนแรงเท่ากับการกระทำที่มันโกงกิน คำนี้ยังไงมันก็รุนแรงกว่าคำพูดผมอยู่แล้ว ทุกคนยอมหรือครับ เงินในกระเป๋าที่ทุกคนเจียดไปแต่ละวัน เอาไปใช้ทำอะไรก็ไม่รู้ ผมว่ามันไม่แฟร์อยู่แล้ว ไม่ว่าคนจะเสียมากเสียน้อย สุดท้ายมันควรจะวนกลับไปให้พี่น้องเราหรือเปล่า ให้คุณยายเราที่จะต้องเกษียณหรือเปล่า ให้เด็กๆ ที่กำลังเรียนขึ้นมาใหม่เพื่อจะเป็นแรงงานในอนาคต เป็นหัวแรงของประเทศชาติหรือเปล่า มันควรจะต้องเอาไปทำให้ชีวิตเราทุกคนในทุกจังหวัด ทุกๆ พื้นที่มีชีวิตที่ดีมากขึ้นกว่านี้หรือเปล่า ไม่ใช่ว่า 10 ปี 20 ปีมันยังเดินไปทีละนิดทีละหน่อย”
บอกคำที่บอกว่าเด็กรุ่นใหม่จะไปรู้เรื่องอะไร อาจจะไม่รู้เท่า แต่ไม่ใช่ไม่รู้ไปซะทุกเรื่อง
ต้าห์อู๋ : “มันก็เข้าใจคำนี้ได้ คำนี้มันก็ค่อนข้างวัดกันได้ยาก เพราะว่าวิธีการมองมันผ่านเลนส์มันไม่เหมือนกัน แต่ละเจนที่ผ่านประสบการณ์มามันคงไม่เหมือนกัน ผมเชื่อว่าจะไปรู้อะไร ผมว่ามันคงไม่ได้รู้ในสิ่งที่อีกเจนหนึ่งเขารู้แล้วกัน แต่เชื่อว่าไม่ได้ไม่รู้ไปซะทุกเรื่อง แล้วก็มองกันคนละแบบแน่นอน เพราะฉะนั้นจริงๆ มันก็เป็นความแตกต่างแหละ ผมว่าเถียงกันไปก็เท่านั้น พูดกันไปก็เท่านั้น สุดท้ายแล้วเรารู้อะไรบ้างดีกว่า แล้วเราไม่รู้อะไรบ้างดีกว่านี่คือสิ่งที่สำคัญที่สุด ไม่รู้ควรหาข้อมูลให้รู้ ถ้ารู้แล้วทำยังไงกับมันต่อ
ถามว่าที่ออกมาพูดแบบนี้มีผลกระทบไหม ผมไม่ได้ไปมองตรงนั้นเลย แค่รู้สึกว่าเราพูดในฐานะประชาชนคนหนึ่ง และผมก็เป็นศิลปิน เป็นดารา แต่ที่ผมพูดไปมันในฐานะต้าห์อู๋เลยนะ ฐานะประชาชนคนหนึ่ง ผมว่ามันมีสิทธิ์พูดได้นะ สมมติมีคนเอาเงินในกระเป๋าพี่ไป บอกขอยืมหน่อย 20 บาท ไปนั่งรถได้ แต่ถ้าเอาไปซื้อขนมกูด่านะ ก็จะเป็นเรื่องแบบนี้ไง”
ออฟโรด : “จริงๆ ขอกลับไปเรื่องของภาษีนะครับ มันเป็นช่วงนี้อยู่แล้วที่ทุกคนก็จ่ายกันใช่ไหมครับ อย่างที่พี่อู๋บอกเลยครับมันก็คือการนำเงินของประชาชนไปพัฒนาประเทศต่อแล้วรู้สึกว่าถ้านำมันได้เอาไปใช้อย่างถูกต้องจริงๆ แล้วไปถึงทุกคนจริงๆ ผมก็คิดว่าถ้าเป็นประโยชน์ร่วมกัน ผมยินดีจ่ายอยู่แล้ว”
ต้าห์อู๋ : “จริงๆ บ้านผมอยู่อู่รถเมล์สาย 7 เชื่อไหม คันเดิม”
ออฟโรด : “ใช่ ผมแค่เห็นคุณภาพชีวิตมันดีขึ้นขนาดนั้นเอง”
ต้าห์อู๋ : “18 ปี มันก็อเมซิ่งเหมือนกัน”
ออฟโรด : “บางคันอยู่มากกว่าอายุผมอีก รู้สึกว่าอาจจะต้องเปลี่ยน”
ต้าห์อู๋ : “อยากให้น้องๆ หนูได้นั่งคันนี้ใหม่ๆ บ้าง มันก็มีพยายามเข้ามาเปลี่ยน มันคงเปลี่ยนได้ทั้งหมด แต่ว่าเปลี่ยนหน่อย”
ออฟโรด : “ก็เป็นเสียงสะท้อนของคนรุ่นใหม่ แล้วผมแค่คิดว่าทุกคนมีหนึ่งสิทธิ์หนึ่งเสียง รู้สึกว่าไม่ต้องไปด่าใครหรอกเหมือนถ้าสมมติเราเปลี่ยนเขาไม่ได้ เขาก็เปลี่ยนเราไม่ได้ เรารับรู้ข้อมูลมาแค่ไหน เรามีสิทธิ์ที่จะออกตรงนั้น แค่นี้รู้สึกว่ามันก็พอแล้วครับ สุดท้ายแล้วความคาดหวังจริงๆ ก็คืออย่าโกงเงินก็พอ”
เผยธุรกิจ โกโก้ในตำนาน และ เครปในตำนาน ผลตอบรับดีมาก เตรียมขยายสาขา
ต้าห์อู๋ : “ผมมีความสุขมากครับ จริงๆ ร้านนี้เป็นพาร์ตเนอร์กับรุ่นพี่ผมที่รู้จักมาเป็น 10 ปีแล้ว ก็ให้เขาทำแบบเราไม่ออกหน้า ก็คือโกโก้ในตำนานทำมาปีนึงแล้ว ค่อนข้างมีกระแสเลย เพราะว่าแรกๆ ก็มีดรามาเรื่อง Food waste เพราะว่าเราเป็นโกโก้ขูดอะไรใหม่ๆ ก็จะมีบอกว่าไปก็อปใครมาหรือเปล่า เพราะแรกๆ เป็นเด็กนักศึกษาทำ มันก็มีความเหมือนมาก แต่ว่าเราก็ปรับจนมันเป็นเอกลักษณ์ของเรา มีความสีแดง จนร้านก็ขายได้ของมันโดยที่ผมไม่ได้ออกไปเลยนะ งานกาชาดก็ขายไปเกือบสองหมื่นแก้วนะ แล้วก็ร้านก็อปขึ้นมาเต็มเลย แสดงว่าประสบความสำเร็จมากเลย เขาก็อป
เราดีใจมาก โกโก้ในตำนานเนอะ มันมีโกโก้ปัจจุบันมีอะไรขึ้นมาเต็มไปหมดเลย ก็ขอบคุณแล้วกัน ไม่เป็นไร ผมว่ามันก็เป็นไอเดียที่ดี ผมก็คุยกับพี่เขาว่างั้นเดี๋ยวเราก็ค่อยๆ หาไอเดียแล้วก็ทำต่อไป ส่วนคนที่มันเหมือนเรามากๆ หรือเอาของเราไปใช้มากๆ ก็ต้องคุยกันหน่อย ขอค่าเหมือนหน่อยแล้วกัน มันก็ต้องมีค่าเหมือนนะ บางอย่างเราจดในรูปแบบบริษัท เผื่อไม่รู้ไงเราทำธุรกิจตรงนั้นเราก็รอบคอบ เราอุตส่าห์ผ่านดรามากระแสมาแล้ว การเคลมให้มันดูว่าเป็นร้านนั้นมันก็ผิดนะ แต่ว่าถ้าเอาคอนเซปต์ไปเปลี่ยนเลย บางคนบอกว่าแล้วฉันขายไม่ได้เหรอ ขายได้ แต่ว่าเปลี่ยนหน่อย เช่น สี ฟร้อนต์ ชื่ออะไรอย่างนี้เปลี่ยนได้ บางคนเอารูปที่เราจ้างวาดมือไปเลย หรือคำว่าร้านดังในติ๊กต๊อกที่เราสร้างขึ้นมาเองโป๊ะเอาไปเลยคือ เฮ้ย ใจเย็นนะพี่
ถ้าเห็นตอนนี้จะมีอยู่ที่นครสวรรค์ อยุธยา แล้วก็จะมีขึ้นมาเต็มไปหมด แต่เดี๋ยวจะมีปักหลักในกรุงเทพฯ สักที่หนึ่ง เพราะว่าอยากจะทำให้ได้กิน มันเป็นรสชาติโกโก้แบบใหม่เข้มข้นมากครับ ให้น้อยอร่อยนาน คือมันเข้มข้นมาก ไม่ได้ให้มากจริงๆ แต่ว่ามันจะค่อยๆ ละลายไปกับน้ำแข็ง มันเป็นคอนเซปต์ที่คนเดินแล้วดูดไปเรื่อยๆ อร่อยนานจริงๆ อร่อยจนหยดสุดท้ายเลย ถ้ามันดูดไม่ขึ้นก็รอมันละลายแป๊บนึง มันข้นแล้วมันกำลังละลายลงไป รอแป๊บนึง คุ้มค่า
ส่วนน้องเครปก็เพิ่งเกิดมาเลยปีนี้เหมือนกัน ก็นั่งน้ำหูน้ำตาแตก คือทำงานกันก็เหนื่อยแล้ว เราก็ไปนั่งประชุมกันว่าเราทำอะไรดี ไม่รู้เขาไปนั่งยานมาจากไหนบอกมันมีเมนูแบบนี้ อยากทำให้เหมือนสปาเกตตี้ แต่ใช้เครป เราก็เลยลองๆ กัน แล้วก็ลองหาสูตรมาทำกัน มันอร่อยดี ผมเป็นเด็กอ้วนที่ชอบกินของหวาน ก็เลยลองมาทำกัน เราอยากขายประมาณนี้อยู่แล้ว แค่คิดว่าถ้าขนมแบบนี้ ขายในตลาดแบบนี้ ราคาเข้าถึงง่ายมีผลไม้ให้เต็มไปหมดเลยมันคงน่ากินเนอะ แล้วมันได้เสียงตอบรับที่ดีมากๆ บางคนบอกว่าพี่กินอาทิตย์นึง 9 วัน น้ำหนักขึ้นมา 2 กิโล มันก็ต้องขึ้นอยู่แล้วพี่ ไม่กินข้าว พี่วนเจอผมประมาณ 5 รอบ แล้วพี่เอาไปประมาณ 10 กล่อง จริงๆ ให้กินนิดๆ หน่อยๆ แต่มันอร่อยครับ
ยินดีช่วย “จอห์น ม๊กจ๊ก” เพราะตอนนี้กำลังลำบากมาก
ต้าห์อู๋ : “พี่จอห์นที่สามีเขาถูกขว้างหิน พี่ที่เป็นตลก อันนั้นเราก็ได้ตามข่าว แล้วพี่จอห์นเขาก็จะมาขายทุกเทศกาลอยู่แล้ว ก็ได้คุยบ้าง เป็นกำลังใจแล้วกัน บอกว่าถ้าไม่หมดขอเหมานะแม่ มีอะไรคุยได้นะ แล้วก็ต้องขอโทษเขาด้วย เพราะว่าจริงๆ แถวมันยาว กลัวว่าจะไปปิดเขา แต่ก็ต้องขอบคุณแฟนคลับจริงๆ ที่อุดหนุนพี่จอห์น เขาบอกตลอดเลยว่าตั้งแต่ใน x มันมีทวีตฯ ที่แมสไปแล้วมันดันไปติดคิวอาร์โค้ด เขาบอกว่ามีคนสนับสนุน มีคนโอนให้เขา แล้วก็ฝากเป็นกำลังใจด้วย พี่จอห์นตอนนี้เดินไม่ไหวแล้ว เพราะว่าด้วยร่างกายเขาเนอะ แล้วเขาต้องแบบทำงานคนเดียว ร่างกายเขาเดินไม่ค่อยไหวแล้วครับ ใครว่ามีจิตใจที่ดีนะครับ ก็อุดหนุนได้ น้ำพริกแค่ถ้วยละ 20 บาทเองนะ มันถูกมากๆ ก็ดีใจที่มีแฟนครับไปช่วยซื้อ เราแค่รู้สึกว่ามันแชร์กัน อยากให้ทุกคนได้ไปทั้งหมด ร้านข้างๆ ก็ไม่ยอมปิด ร้านคุณป้าข้างๆ เราขายกันถึงเที่ยงคืน เขาก็อยู่ถึงเที่ยงคืน คือเขาก็บอกว่าป้าก็อยู่กันหนูล่ะค่ะ”
เผยโมเมนต์วันเกิด “ออฟโรด”
ต้าห์อู๋ : “ผมเตรียมไว้แล้ว ก็ซื้อของโปรดที่สุดให้เขา เป็นเสื้อแมนยู”
ออฟโรด : “ถูกใจมากเลยครับ ก็เซอร์ไพรส์ครับ คือผมอะไรก็ได้อยู่แล้ว เพราะของขวัญที่มีมูลค่าผมไม่เคยคาดหวัง รู้สึกว่าเขาอยากให้อะไร ผมก็ดีใจหมดเลย ของขวัญตั้งแต่ปีแรกจนปีล่าสุดผมก็เก็บทุกชิ้น รู้สึกว่ามันเป็นคุณค่าทางดีใจมากกว่ามูลค่าทางการเงิน ก็ดีใจมากๆ เขาก็พาเราไปกินข้าวดินเนอร์ที่ปกติผมแทบจะไม่ค่อยได้ไปกินแบบนั้นเลย ผมพูดกับเขาว่าครั้งแรก เพราะเขาพาไปกินหรูมาก”
ต้าห์อู๋ : “ปกติกินแต่อาหารข้างทางกัน”
ออฟโรด : “เราสองคนเป็นอะไรที่กินอะไรกันง่ายๆ อยู่แล้ว ข้างทางเราก็กิน แต่อันนี้เนื่องในโอกาสพิเศษก็ดีใจ”
ต้าห์อู๋ : “ลองหน่อย ลองบ้าง แต่ก็คิดถึงกะเพราเหมือนกันครับ แต่ไปอย่างนั้นมันก็เป็นอีกฟีลหนึ่ง”
ออฟโรด : “เพราะส่วนมากเวลาเราทำงานเราก็จะเน้นกินง่าย เน้นไว แต่ปีนี้ก็ถือว่าพิเศษๆ จริงๆ ครับ”
ต้าห์อู๋ : “ผมก็เขียนอวยพรว่า มันเป็นคำที่ผมอวยพรมาเขามาตลอด คือขอให้เขามีความสุข ใช้ชีวิตมีความสุข ขอให้ได้ทำในสิ่งที่อยากทำ แล้วก็บอกเขาว่าเราพร้อมอยู่ตรงนี้เสมอในทุกๆ เรื่อง ในทุกๆ อย่าง ทุกๆ วัน ทุกๆ เวลา ทุกๆ วินาที ทุกๆ เสี้ยววินาทีต่อจากนี้”
ออฟโรด : “เอาจริงๆ นะ นับประโยคนี้เป็นพันกว่าประโยคนี้แล้วนะ คือพูดเก่งมากพี่อู๋ เป็นคำชม ปีนี้ก็รู้สึกโตขึ้นครับ รู้สึกว่าชีวิตคนเรามันก็แค่การเรียนรู้ มันมีผิดถูกได้อยู่แล้ว สิ่งสำคัญที่สุดเลยการใช้ชีวิตให้มีความสุขแค่นั้นเองไม่ว่าจะทำอะไรก็แล้วแต่ เราไม่ได้เบียดเบียนใครแล้วเรามีความสุข แค่นี้เลยชีวิตมันง่ายแค่นี้ครับ ยังไม่ได้ซื้ออะไรให้ตัวเองเลยครับ มีแค่ลงทุนครับ ช่วงนี้ลงทุนเยอะ ตอนนี้บวกเยอะมากเลยนะ เพิ่งลงทุนแบบแค่ 1-2 ปี ปีเดียวด้วยซ้ำ”
ต้าห์อู๋ : “บวกก็เยอะ เสียก็มี”
ออฟโรด : “ทุกวันนี้ผมต้องถามความรู้จากเขาแล้วครับ ว่าพี่อู๋ลงทุนอะไรอยู่”
ต้าห์อู๋ : “ก็หาไปเรื่อยๆ ครับ คุณพ่อคุณแม่แก่แล้ว อาม่าอีก คนแก่เยอะที่บ้าน มีหลานด้วย แต่ถ้าน้องมาขอยืมก็ให้อยู่แล้ว แต่เขาไม่ลำบากหรอก เขาวางแผนเรื่องการเงินดีมากๆ อยู่แล้ว ที่ผมซื้อของให้เขาเพราะรู้ว่าเขาจะเป็นคนที่ดูแลรักษามันได้ดีมากๆ”
ออฟโรด : “ดีเลยนะ ผมชอบคนทำงานเก่งอยู่แล้ว”
ต้าห์อู๋ : “ผมชอบทำงาน ผมทำงานเก่งมาก ยังจ้างเข้ามาได้ ซ้อนเข้ามาได้เรื่อยๆ วิ่งเก่งครับ”


