แม้เปิดตัวในเทศกาลหนังระดับโลกและได้สองนักแสดงแถวหน้าอย่างฮันโซฮีและ Jeon Jong-seo นำทัพ แต่ Project Y ทำยอดตั๋วเพียง 140,000 ใบ ต่ำกว่าจุดคุ้มทุนหลายเท่า สุดท้ายผู้จัดจำหน่าย Plus M Entertainment ตัดสินใจเร่งย้ายลง VOD หวังกู้สถานการณ์ สะท้อนความจริงโหดของตลาดหนังเกาหลีปี 2026 ที่ชื่อดาราอย่างเดียวอาจไม่พอพยุงรายได้อีกต่อไป
ภาพยนตร์นัวร์เกาหลีใต้เรื่อง Project Y ที่นำแสดงโดย Han So-hee และ Jeon Jong-seo กำลังเผชิญบททดสอบสำคัญทางการตลาด หลังทำรายได้ในโรงภาพยนตร์ต่ำกว่าความคาดหมายอย่างมาก ก่อนตัดสินใจเปลี่ยนกลยุทธ์เร่งนำภาพยนตร์ลงสู่แพลตฟอร์ม VOD ภายในเวลาเพียงสองสัปดาห์หลังเข้าฉาย
แม้ก่อนหน้านี้ภาพยนตร์จะได้รับกระแสความสนใจสูงจากการจับคู่สองนักแสดงหญิงชื่อดังในบทนำ และถูกวางตัวเป็นหนึ่งในผลงานเกาหลีที่น่าจับตาในช่วงครึ่งปีแรก 2026 แต่ผลตอบรับในเชิงพาณิชย์กลับสวนทาง โดยยอดจำหน่ายตั๋วอยู่ที่ราว 140,000 ใบ ห่างไกลจากจุดคุ้มทุนซึ่งประเมินไว้ราว 1 ล้านที่นั่ง
ผู้จัดจำหน่าย Plus M Entertainment ยืนยันว่า ภาพยนตร์เริ่มเปิดให้รับชมผ่านระบบวิดีโอออนดีมานด์ตั้งแต่วันที่ 6 กุมภาพันธ์ บนแพลตฟอร์ม OTT หลักของเกาหลีใต้ อาทิ IPTV, Home Choice, KT Skylife, Wavve, Apple TV และ Coupang Play การตัดสินใจย้ายลงสตรีมมิงอย่างรวดเร็วเช่นนี้ถือเป็นกรณีไม่ปกติสำหรับภาพยนตร์เกาหลีที่เพิ่งเข้าฉาย และสะท้อนถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการลดความเสียหายทางการเงิน
ก่อนเปิดตัวเชิงพาณิชย์ Project Y เคยได้รับเกียรติฉายในรอบพิเศษของเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโตรอนโตครั้งที่ 50 (TIFF) คว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจาก London East Asia Film Festival ครั้งที่ 10 และได้รับเชิญอย่างเป็นทางการจากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปูซานครั้งที่ 30 ความสำเร็จในเวทีเทศกาลทำให้ภาพยนตร์ถูกจับตาในฐานะงานคุณภาพสายอาร์ต-นัวร์
ทว่าเมื่อเข้าฉายในประเทศ เสียงตอบรับกลับแตกออกเป็นสองขั้ว ผู้ชมจำนวนไม่น้อยวิจารณ์บทภาพยนตร์ว่าขาดความสมเหตุสมผลและพัฒนาการทางอารมณ์ที่ชัดเจน บางส่วนมองว่าหนังพึ่งพาฉากช็อกและความรุนแรงมากกว่าการเล่าเรื่องอย่างมีชั้นเชิง ปัจจุบันภาพยนตร์มีคะแนนเฉลี่ย 6.57 เต็ม 10 บนแพลตฟอร์ม Naver สะท้อนความคิดเห็นที่แตกแยก
เนื้อเรื่องของ Project Y ดำเนินในย่านกังนัม กรุงโซล เล่าเรื่องสองเพื่อนสนิทที่วางแผนขโมยทองคำมูลค่า 8 พันล้านวอน ตัวละคร “มีซอน” ที่รับบทโดยฮันโซฮี เป็นหญิงสาวที่ต้องดิ้นรนทำงานหลายอย่างหลังสูญเงินเก็บจากการถูกหลอกลวง ขณะที่ “โดคยอง” ของจอนจงซอ เป็นเพื่อนที่ขับเคลื่อนด้วยสัญชาตญาณและความหุนหันพลันแล่น
นอกเหนือจากเสียงวิจารณ์ด้านบทภาพยนตร์ กระแสดราม่าเกี่ยวกับตัวนักแสดงนำยังถูกมองว่าอาจส่งผลต่อภาพลักษณ์ของหนัง ฮันโซฮียังคงอยู่ท่ามกลางกระแสข่าวความสัมพันธ์ส่วนตัวก่อนหน้า ขณะที่จอนจงซอเคยเผชิญข้อถกเถียงด้านพฤติกรรมในอดีต การที่ทั้งสองมารับบทในภาพยนตร์เรต R ที่แตะประเด็นอ่อนไหวเกี่ยวกับผู้หญิงและโลกใต้ดิน จึงยิ่งจุดคำถามจากสังคมออนไลน์เกาหลี
เสียงวิจารณ์บางส่วนตั้งข้อสังเกตว่า โครงเรื่องเกี่ยวกับหญิงสาวในแวดวงผู้ใหญ่และโลกอาชญากรรมอาจซ้ำซากและจงใจยั่วยุ ขณะที่อีกฝ่ายมองว่าคาแรกเตอร์ที่ดิบและเปราะบางนั้นสอดคล้องกับศักยภาพการแสดงของนักแสดงทั้งสอง และการได้รับเชิญฉายในเทศกาลระดับนานาชาติย่อมสะท้อนคุณค่าทางศิลปะในอีกมิติหนึ่ง
สำหรับฮันโซฮี นี่คือผลงานนำแสดงในภาพยนตร์ยาวเต็มรูปแบบเรื่องแรก หลังสร้างชื่อจากซีรีส์โทรทัศน์หลายเรื่อง ความคาดหวังจึงสูงเป็นพิเศษ การสะดุดทางรายได้ครั้งนี้แม้เป็นความผิดหวังเชิงพาณิชย์ แต่ก็ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในเส้นทางอาชีพที่เธอกำลังเปลี่ยนผ่านจากจอเล็กสู่จอใหญ่
คำถามสำคัญขณะนี้คือ ตลาด VOD จะช่วยให้ Project Y ค้นพบผู้ชมกลุ่มใหม่และฟื้นกระแสได้หรือไม่ ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดของคอนเทนต์เกาหลีในปี 2026 ในยุคที่อุตสาหกรรมภาพยนตร์ที่ไม่อาจพึ่งพากระแสก่อนฉายหรือชื่อเสียงนักแสดงเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป


