เปิดใจ “ต้าวหยอง ระเบียบวาทะศิลป์” สู้ชีวิตพระเอกหนังป้ายแดง ทำงานหนักจนน็อก เสียดายพลาดชีวิตช่วงวัยรุ่น เคยหลงระเริงใช้เงินเพลินเดือนละหลายหมื่น จนพ่อต้องเข้ามาคุมบัญชี พร้อมประกาศข่าวดีจัดแฟนมีตติ้งในรอบ 5 ปี
แรงไม่หยุดฉุดไม่อยู่ สำหรับ “ต้าวหยอง ระเบียบวาทะศิลป์” หรือ “ยุคลเดช ปัจฉิม”ที่ล่าสุดขึ้นแท่นเป็นพระเอกภาพยนตร์เต็มตัวในเรื่อง “อ้ายต้าว เอวหวาน” ซึ่งเจ้าตัวเปิดใจถึงการทำงานสุดหิน ที่ต้องสู้ชีวิตทั้งหน้าจอและหน้าเวทีหมอลำ จนแทบไม่มีเวลานอน
“หนังเรื่องแรก ผมก็ทำเต็มที่ครับที่เคยเรียนมาครับ มีผู้ใหญ่แนะนำไปเรียนเป็นคอร์ส ก็พยายามที่จะนำมาใช้กับหนังเรื่องนี้มากๆ เรื่องนี้เราไม่ต้องพูดภาษากลาง มันเป็นภาษาอีสานอยู่แล้ว ก็เลยถนัดหน่อย ได้เป็นพระเอกก็กดดันครับ เพราะว่าครั้งแรกด้วย ตั้งแต่อีสานตุ๊ดซี่แล้ว เรื่องนั้นแต่งหญิง แต่พอมาเรื่องนี้ก็โอเคขึ้น ถามว่าเปลี่ยนคาแรกเตอร์เปลี่ยนไหม ก็เปลี่ยนครับ เพราะว่าพระเอกมันทำหลายอย่างมาก บทเยอะด้วย ต้องทำการบ้านให้ดี เรามากองถ่ายบางทีผมไม่ได้นอนเลยมันก็เบลอบ้าง พูดแบบลิ้นรัวบ้าง วันนั้นถ่ายตั้งแต่ 3 ทุ่ม จนถึง 6 โมงเช้า ผมได้นอนประมาณ 3-4 ชั่วโมง แล้วกลับมาถ่ายต่อตั้งแต่ 10 โมง จนถึงเที่ยงคืนตีหนึ่ง
มันก็กระทบสุขภาพ ผมถึงบ้านก็น็อกเลย (หัวเราะ) ผมปรับตัวตั้งแต่เริ่มมาเป็นหมอลำแล้วเพราะว่าผมทำงานกลางคืนตอนเช้าก็นอน พอมาถ่ายหนังกลางคืนมันก็ไปตามสถานการณ์แต่ละวัน”
ฝันเป็นจริงจากเด็กบ้านนอก ได้อยู่ในจอภาพยนตร์ ได้งานแสดงมากขึ้น น้อมรับพลาดชีวิตวัยรุ่น
“ก็ชอบครับ มันก็เป็นอีกประสบการณ์หนึ่งเป็นความใฝ่ฝันหนึ่งที่เราได้อยู่บนจอ จากเด็กบ้านนอกแล้วเข้าไปอยู่ในจอ พ่อแม่ก็ได้ดู คนรู้จักก็ได้ดู มันเกินฝันมาก คือตั้งแต่ผมยังไม่ได้เข้ามาเป็นแดนเซอร์ ผมก็เล่นกับเพื่อนตามประสาเด็กบ้านนอกไม่ได้คิดอะไรมาก จู่ๆ ได้ไปเล่นซีรีส์ หนังบ้าง เอ็มวีเพลงบ้าง เยอะขึ้นเรื่อยๆ ก็เลยรู้สึกว่ามันพลาดชีวิตวัยรุ่นไปหรือวัยเด็กไปกับเพื่อนๆ ก็เลยมีพ่อคอยบอกคอยสอนว่าเราทำงานไปเลย
ถามว่าเสียดายไหม ผมก็เสียดาย เพราะว่าผมยังเที่ยวไม่สุดเลย แต่พอมีพ่อนี่แหละมาบอกมาสอน เราอาจจะพลาดชีวิตวัยรุ่นไป หรือวัยเด็กไปได้เที่ยวกับเพื่อน เราเริ่มมาหาเงินดีกว่า เก็บเงินดีกว่า ค่อยไปสบายตอนแก่ ตอนอายุเยอะแล้ว ก็เลยทำงานก็ทำ แต่ผมก็ไม่ได้ขัด บอกอะไรผมก็ทำ”
ยังแบ่งเวลาขึ้นเวทีหมอลำ
“อย่างวันนี้มีบวงสรวง ผมก็แสดงตามปกติ พอจบบทของผมเล่นเสร็จก็กลับมาอาบน้ำแล้วขึ้นเครื่องมางานนี้เลย พอเสร็จงานนี้ก็จะบินกลับไปทำงานต่อตำแหน่งบอสน้อยที่พ่อเอ๊ะยกให้ เป็นแค่ชื่อ อาจจะไม่ได้รับบท เพราะว่าผมยังบริหารอะไรไม่เป็น ได้แค่แบบคนโน้นคนนี้ทำแบบนี้ ก็ไปบอกพ่อ พ่อก็จะได้ไปบอกในกลุ่มพี่ๆ แดนเซอร์ศิลปิน”
พ่อเตือนสติเรื่องการใช้เงินของเรา เพราะจับเงินไม่อยู่
“ใช่ (หัวเราะ) มีหมอดูทักผมเยอะมาก ผมจับเงินข้างซ้ายอยู่ จับมือข้างขวาไม่อยู่ มันจริงเหรอ บัญชีผมให้พ่อเก็บ แต่ว่าอีกบัญชีหนึ่งเผื่อจะมีคนโอนมา เป็นบัญชีเอาไว้ใช้ ได้มาผมก็สั่งของบ้าง อาจจะเติมเกมนิดนึง เราก็พิสูจน์แล้วว่าเก็บเงินไม่อยู่จริง (หัวเราะ) ปกติถนัดซ้าย”
เคยหลงระเริง ใช้เงินมือเติบ แค่ 3-4 หมื่นต่อเดือน ไม่ถึงล้าน
“ใช่ๆ ใช้ไปเยอะมาก ถ้าพ่อไม่รู้ผมก็ใช้ไปเรื่อยๆ เดือนนึงก็เยอะ แต่ไม่ถึงล้าน ล้านมันเยอะไป ก็ประมาณ 3-4 หมื่น สำหรับผมมันเยอะนะ ผมไม่ติดแบรนด์ ใส่ได้หมด ส่วนมากจะหมดไปกับสั่งของมากกว่า พวกของเล่นกระจุกกระจิกในติ๊กต๊อก”
เตรียมจัดแฟนมีตติ้ง ในรอบ 5 ปี ตามคำเรียกร้องเอฟซี บอกอยากเห็นด้วยตาเนื้อ คนกรูมางานเยอะๆ
“แฟนมีตก็มีผู้ใหญ่ใจดีอยากจัดให้ ก็เลยมาบอกพ่อ ก็มีแม่ๆ พี่ๆ เอฟซี แต่ละปีถามเมื่อไหร่พ่อจะจัดแฟนมีต แต่มันเลยมาแล้ว 5 ปี มาปีนี้แหละ เร็วๆ นี้ได้ไปถ่ายเป็นโปสเตอร์เก็บไว้ เอะใจกับพ่อ ทำไมต้องได้ไปถ่ายอีก ซึ่งเป็นพรีเซ็นเตอร์ที่เขาอยากได้รูปเหรอ คิดในใจแต่ว่าไม่ได้บอกพ่อ พอไปถ่ายเสร็จแล้วพี่เขามาสัมภาษณ์ผมมีความรู้สึกยังไงจะได้จัดแฟนมีต อ้าว ทำไมพ่อไม่บอก พ่ออุบเก่งมาก(หัวเราะ)
ก็ดีใจครับ เพราะว่า 5 ปีเลยที่ทุกคนรอคอยแฟนมีต ก็อยากให้ทุกคนมาดู เพราะว่าอยากมีวาสนามีคนมาดูเยอะๆ ตอนนี้ก็รอแค่เรื่องที่เขาทำจองบัตรอยู่ แต่งานจริงๆ วันที่ 25 เมษายน จองบัตรวันที่ 18 กุมภาพันธ์นี้ ตื่นเต้นครับ อยากเห็นภาพจริงด้วยตาเนื้อของเรา (หัวเราะ) แขกรับเชิญน่าจะยังไม่มี ส่วนมากเป็นผมก็ 18 ก.พ นี้ อยากให้พี่น้องชาวกรุงเทพฯ อาจจะเห็นคลิปนี้ อยากให้ทุกคนแวะมาดูจองบัตร วันที่ 18 ก.พ. นี้ งานแฟนมีตวันที่ 25 เม.ย. ไปเจอกันนะครับ”


