“ปู กนกวรรณ” เปิดใจทั้งน้ำตาเลิก “เด๋อ ดอกสะเดา” ช็อกเพิ่งรู้เป็นน้อยมา 29 ปี ตั้งใจเก็บเรื่องนี้จนตัวตาย ทนถูกตราหน้าทิ้งผัวป่วย ทั้งที่ตนเป็นเสาหลักหาเลี้ยงครอบครัวมาตลอด ไม่เคยใช้เงินสามีแม้แต่บาทเดียว ร่ำไห้ที่ผ่านมาเหมือนเป็นแค่ม้าใช้ ประกาศยกที่ 4 ไร่ให้
เป็นข่าวช็อกต้อนรับเดือนแห่งความรักอยู่ไม่น้อย หลังจากที่ “ปู กนกวรรณ บุรานนท์”ปรากฎตัวออกรายการ Club Friday Show ซึ่งเป็นการเปิดใจครั้งแรกหลังมีข่าวลือเรื่องสถานะกับสามีตลกรุ่นใหญ่ “เด๋อ ดอกสะเดา”โดยเจ้าตัวปล่อยโฮกลางรายการ แฉ เด๋อ มีโลก 2 ใบ คบซ้อนมา 29 ปี ถ้ารู้แต่แรกจะได้ไม่คบ
“ปูเลิกกับพี่เด๋อตั้งแต่วันที่ 22 พ.ย. ปีที่แล้ว สาเหตุในการเลิกเป็นเพราะว่าไปเจอโลกอีกใบที่เขาซ้อนไว้ 29 ปีมาเฝ้าเขาที่ศูนย์ดูแลคนป่วย
ที่ผ่านมาผู้หญิงคนนี้เขาวนเวียนมาในชีวิตตั้งแต่ 29 ปีที่แล้ว เราจับได้ว่าพี่เด๋อมีคนนี้ ตอนนั้นจะเลิกกันแล้วไปอัดรายการ เราก็ผิดสังเกต เห็นเขาไปจอดรถข้างๆ อพาร์ตเม้นต์ผู้หญิงคนนี้ เลยโทร.ไปบอกว่าจะกลับบ้านหรือจะเลิกกัน พี่เด๋อก็รีบกลับบ้าน เราถามเขาว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร เขาก็บอกว่าเป็นเด็กของตลกในคณะ เรารู้สึกว่ามันไม่เมกเซ้นส์ เลยบอกว่าเลิกออกจากบ้านของปูไปเลย (เด๋อมาอาศัยอยู่บ้านของปู) เขาก็ขอโทษ ขอโอกาส เขาบอกว่าเขาจะไปเคลียร์”
ที่ผ่านมาผู้หญิงคนนั้นโทร.หา “เด๋อ ดอกสะเดา” อยู่เรื่อยๆ แต่ตนเลือกจะปล่อยผ่าน
“ตอนนั้นรู้สึกจะเอายังไงดี เพิ่งไปออกรายการว่าเพิ่งจะคบกันแล้วนี่จะเลิกกันแล้วเหรอ ก็เลยให้โอกาสเขา ผู้หญิงคนนี้จะโทร.มาเรื่อยๆ ตลอดแต่เราก็คิดในทางที่ดีว่าถ้าคนของเราไม่ไปไง เขาถึงโทร.มา นี่คือคนของเราไม่ไปไง
จนมาทำธุรกิจลูกชิ้น ก็จะมีเบอร์บ้านติดอยู่ที่ถุงลูกชิ้น เขาก็โทร.เข้ามาที่บ้าน ขอสายพี่เด๋อหน่อย เราคิดมาตลอดว่าเขาโทร.มาขอเงิน เราคิดว่าเหมือนผู้ชายไปยุ่งกับผู้หญิงคนนึงแล้วเอาชีวิตเขามาผูก ผู้ชายก็ต้องรับผิดชอบ เขาอาจจะมีความจำเป็นต้องใช้
เคยคุยกับผู้หญิงคนนี้ทางโทรศัพท์ แต่ไม่ได้คุยถึงสถานะชัดเจนว่าเขาเป็นอะไรกัน เขาจะตามแต่พี่เด๋อ เขาพูดอะไรเขาจะไม่ตอบ แต่พี่เด๋อเขาไม่คุย ตอนที่ปูท้องอยู่ก็มีคุย แล้วจะมีคนพูดข้างๆ หูเขา ทางนี้ก็มีลูกหรือว่าเคยมีลูก อันนี้ปูไม่คอนเฟิร์มนะ แต่พูดได้ยิน คือผู้หญิงคนนี้จะมาตลอด”
2 ปีก่อน ได้เห็นรูปผู้หญิงคนนั้น รู้ชื่อผู้หญิงคนนั้นผ่านไลน์ของ “เด๋อ” จนวันที่ 22 พ.ย. ที่ผ่านมาเพิ่งได้เจอกันแบบจังๆ จุกอกถูกพูดใส่ “ที่ผ่านมาต้องขอโทษด้วยนะ ไม่โกรธกันแล้วเนอะ แก่ๆ กันแล้ว”
“2 ปีที่แล้วโทร.มาตลอดเที่ยงคืน พี่เด๋อเขาห้องน้ำอยู่ ปูเลยรับ บอกเขาว่าดึกแล้วยังไม่นอนอีกเหรอ เขาก็จะให้เรียกพี่เด๋อมาคุยหน่อย ปูก็บอกพี่เด๋อเข้าห้องน้ำแล้วปูก็วางไปเลย แล้วปูก็ไปกดโปรไฟล์ดู เลยเห็นหน้าผู้หญิงคนนี้เป็นครั้งแรกในรอบ 29 ปี ก็จำหน้าผู้หญิงคนนี้ไว้ ปูก็รู้ชื่อ ได้ยินเสียง เห็นหน้าวันนั้น
จนได้มาเจอกันตัวเป็นๆ วันที่ 22 พ.ย. ปกติปูจะไปหาเขาอาทิตย์ละครั้งทุกวันพุธ แต่วันนั้นที่ไปคือวันเสาร์ เห็นปูพูดเก่งๆ เจอแบบนั้นปูพูดไม่ออกเลยนะ มันจุก ปูเปิดประตูเข้าไปเจอผู้หญิงคนนี้ใส่เสื้อยืด มัดผม กางเกงสี่ส่วน แบบชุดอยู่บ้าน ปูก็เหลือบมองที่นอนคนเฝ้า ก็เห็นว่าผ้าห่มมันไม่เรียบร้อย ก็คือเขามานอนเฝ้า ปูก็ถามผู้หญิงคนนั้นว่า ขอโทษค่ะคุณชื่ออะไรคะ เขาก็ตอบมา โอเคถูกต้อง ที่เคยโทร.คุยกับปูใช่ไหม เขาก็บอกว่าใช่ ปูก็เดินไปที่เตียงพี่เด๋อ ผู้หญิงคนนั้นลุกขึ้นยืนแล้วเขาก็พูดว่า 'ที่ผ่านมาต้องขอโทษด้วยนะ ไม่โกรธกันแล้วเนอะ แก่ๆกันแล้ว' ปูพูดไม่ออก พี่เด๋อ ก็ชี้ทำท่าให้ผู้หญิงคนนั้นออกไป เขาก็ออกไป
พี่เด๋อ เขาก็ทำท่าบอกว่ารักปู ปูก็บอกไปว่าไม่ต้องมารักหรอก มีคนดูแลแล้วจะมาอะไรอีก ปูถามพี่เด๋อมากี่ครั้งแรก พี่เด๋อชู 2 ครั้ง จากนั้นปูก็รายงานเรื่องลูก ว่าตอนนี้ลูกอยู่โปแลนด์ ปูร้องไห้พูดกับเขา คุณทำอะไรกับปูไว้ คุณรู้อยู่แก่ใจ ขอให้คุณหายเร็วๆ นะ แต่ปูไปแล้ว (ร้องไห้) แล้วปูก็เดินออกไป นั่นคือครั้งสุดท้ายที่ได้เจอกัน
ปูออกมาขึ้นรถได้ ปูก็เอาแต่ร้องไห้แล้วก็โทร.หาลูก เล่าให้ลูกฟัง ถามว่าลูกรู้สึกยังไง ลูกตอบมาว่าหนูก็ไม่อะไรนะคะแม่ เรื่องมันเกิดขึ้นแล้ว แต่หนูอยู่ข้างแม่เสมอค่ะ ปูก็ตอบลูกโอเค จบ ขอบคุณมากไปเรียนต่อได้ แต่แม่คงไม่มาแล้วนะ”
ที่ผ่านมาเราตั้งใจจะเก็บเรื่องนี้ไว้กับตัวเองจนตาย จนคนเข้าใจผิดว่าทิ้ง “เด๋อ”
“เรื่องแบบนี้มันจะไปพูดกับใครได้ ความเป็น เด๋อ ดอกสะเดา มันค้ำคอเราอยู่ ภาพเขาดี คนรักเขาเยอะ เราก็ไม่พูด เราคิดว่าเราจะให้ความลับนี้มันตายไปกับเขา เราแค่เฟดตัวเองออกมา คนรอบๆ ข้างเพิ่งจะมารู้กันก่อนปีใหม่ที่ผ่านมา ปูตั้งใจจะให้ความลับมันตายไปเลย
แต่พอเราออกมา คนที่ไปเยี่ยมเขาก็ไม่เคยเจอปูเลย เขาก็เอาไปพูดว่าปูทิ้ง ไม่ดูแล ปูเจ็บมาก ทำไมถึงมาว่าปูไม่ดูแล โทร.มาถามก็ได้ว่ามันจริงไหม ปูจะได้เอาสลิปการโอนเงินให้เขาดูว่าตอนที่พี่เด๋อป่วยแล้วมาอยู่บ้าน ปูจ่ายไป 2 แสนกว่าบาท นี่เหรอไม่ดูแล ที่มาว่าปูทิ้ง เขามารู้เรื่องไหมว่าปูไปเจอผู้หญิงอีกคน ถ้าปูไม่อยากโดนว่า ปูต้องยอมไปยืนอยู่ข้างเตียงเมีย 2 คนเหรอ มันไม่ใช่
เราก็ต้องยอมรับความจริง โกรธมันโกรธแต่ก็พยายามไม่คิด มันมีอะไรเข้ามาเรื่อยๆ ให้เราคิดแหละ ตอนที่เขาเข้าโรงพยาบาลใหม่ๆ เราต้องไปเลื่อนรถของเขา ก็ไปเจอสติ๊กเกอร์คอนโด มีระบุ พ.ศ. ทะเบียนรถ เราเคยไปบอกกับลูกว่าเจอสติ๊กเกอร์คอนโดในรถพ่อนะ ลูกก็บอกว่า เราต้องอโหสิกรรมให้พ่อ เราเลยมีความรู้สึกว่า(ร้องไห้) เราไม่มีพวก แต่ก็พูดไม่ได้”
ทบทวนตัวเองที่ผ่านมาพลาดอะไรไป จนได้รู้เวลาที่เขาขอไปต่างจังหวัดแล้วปล่อยให้ตนอยู่คนเดียว ซึ่งตนไม่ระแคะระคายตั้งใจทำงานเป็นเสาหลักครอบครัว
“แม้จะมีเรื่องผู้หญิงคนนั้นเขามาตลอดแต่ปูก็ไม่เคยสงสัยในชีวิตคู่ จนวันที่ได้เจอผู้หญิงคนนั้นจริงๆ ก็มาคิดกับตัวเองว่าเราพลาดอะไรไป อ๋อ ที่เขาไปต่างจังหวัด ทิ้งปูให้อยู่คนเดียวมาหลายปี เราก็มาคิดว่าหรือเป็นตรงนั้นที่เราพลาดยิ่งไปเห็นแชตที่เขาคุยกับลูกมันยิ่งเสียใจ เราแชตไปหาลูกบอกปลาย แม่อยู่คนเดียวอีกแล้ว ซึ่งตลอดระยะเวลาหลายปีที่เราโดนทิ้ง เขาก็คงจะไปหากัน
ตอนนั้นปูไม่ระแคะระคายอะไร ด้วยความที่ปูเป็นเสาหลักของครอบครัว ปูหาเงินเข้าบ้านเลี้ยงดูพี่เด๋ออย่างดี เพราะพี่เด๋อไม่มีงานมาหลายปีแล้ว เวลาเขาออกไปเขาจะบอกว่าไปทำบุญกับอาจารย์คนนั้นคนนี้ เราก็ให้เขาไปเพราะไม่งั้นเขาจะเฉา เขาเคยมีสังคม แต่ตัวปูอยู่คนเดียวได้อยู่แล้ว และคิดอยู่เสมอว่าคนจะไป ล่ามโซ่ไว้มันก็ไป เราก็เลยไม่อะไร เราทำงานหาเงินดีกว่า
ที่ผ่านมาถ้าไม่มีเรื่องผู้หญิงคนนี้เขาก็รักปูนะคะ ดูแลเอาใจใส่ปูมาตลอด วันเกิดปู เขาเล่นคาเฟ่เสร็จก็แวะฟู้ดแลนด์ ซื้อปลากระป๋อง ผลไม้ กลับบ้าน หุงข้าว ขึ้นไปปลุกปู พาปูไปใส่บาตร แค่นี้พอแล้วสำหรับปู เขาไม่เคยซื้อของแบรนด์เนม ไม่เคยซื้ออะไรให้เลยก็ไม่เป็นไร ทำแค่นี้ปูก็พอแล้ว”
ตนเป็นเสาหลักของครอบครัว หาเงินเลี้ยงลูก ทำงานหาเงินจ่ายค่าใช้จ่ายในบ้านมานานมากแล้ว หน้าที่ของ “เด๋อ” ในการเป็นเสาหลักของบ้านคือทำอาหาร
“เป็นเวลานานมากแล้วที่ปูต้องเลี้ยงลูกคนเดียวโดยที่พี่เด๋อไม่ได้มาออกค่าใช้จ่าย รายการก่อนบ่ายคลายเครียดมีมา 10 กว่าปี ปูไม่เคยรู้เลยว่าเขาได้เงินตอนละเท่าไหร่ เพราะเขาไม่เคยให้ เราเองหาได้เราเลยไม่เคยขอ บางทีก็มีนะแหย่ๆ ขอค่าน้ำค่าไฟบ้างสิ เขาบอกจะไปเอาที่ไหนมาให้ใช้หนี้ก็หมดแล้ว รายจ่ายในบ้านทั้งหมดจึงเป็นปูทั้งหมด
หน้าที่ในการเป็นเสาหลักของครอบครัวของเขาคือทำกับข้าว ที่เห็นคลิปทำกับข้าวปูจ่ายหมด เช้าพัน เย็นพัน น้ำมัน 3 พัน ปูจ่ายหมด เวลาเขาออกจากบ้านก็จะขอเงินเติมน้ำมัน 3 พันเราก็ควักให้ รายจ่ายให้พี่เด๋อบวกค่ากับข้าวที่ปูจะต้องจ่ายตก 8-9 หมื่นต่อเดือน ปูเคยสงสัยว่านี่คือคู่ชีวิตหรือเราเป็นแค่ม้าใช้กันแน่ พอปูมีลูกปูกลัวลูกจะเป็นแบบปู พ่อของปูพากย์หนัง พ่อจะมีเงินก็ต่อเมื่อมีหนังพากย์ แต่เราเป็นนักแสดง เราจะมีเงินต่อเมื่อเรามีละคร พอปูมีลูก ก็เลยหาธุรกิจทำ ปูทำหมดทุกอย่าง ทั้งธุรกิจซีดี ธุรกิจลูกชิ้น ปูลงทุน คิด ทำเพียงคนเดียว เรื่องงานการหารายได้เข้าบ้านปูคนเดียวทั้งหมด
ปูชวนเขาทำอะไร เขาจะพูดแค่ว่าเออคุณทำสิ บางทีปูก็คิดนะว่าเขาคิดว่าเราเป็นคู่ชีวิตหรือแค่ม้าใช้(ร้องไห้)ตอนเขาป่วยติดเตียงแรกๆ ปูกับลูกทำให้เขาเองหมดทุกอย่าง ปูพูดกับเขาเวลาดีก็ไป เวลาไข้ก็มา ณ ตอนนี้มีคนรักเขาแล้ว ส่วนกับปูก็เป็นแค่ความหวังดีมากกว่า”
เป็นเรื่องที่ต้องยอมรับ หลังถูกโจมตี ทิ้ง “เด๋อ” ในวันที่ป่วย ผู้หญิงคนนั้นน่าจะแสดงตัวในวันที่เด๋อยังโด่งดังและแข็งแรง
“มันเป็นความจริงที่ปูต้องยอมรับกับมัน ที่ผ่านมาปูโดนโจมตีว่าทิ้งเขา เราคิดย้อนกลับไป เขามีผู้หญิงคนนั้นอยู่แล้ว แล้วเขามายุ่งกับเราทำไม เขาเข้ามาในชีวิตเราทำไม เขาตัดโอกาสเราทำไม มันใจร้ายมากนะปูอยู่กับเขามา 29 ปี แต่ผู้หญิงคนนั้นเขามาก่อนปู เขาคงรู้นิสัยปู ถ้าปูรู้ปูก็จะไป
เขาน่าจะแสดงตัวเร็วกว่านี้นะ ปูจะได้ไม่โดนว่า ถ้าปูได้เห็นผู้หญิงซึ่งหน้าแบบนี้ พูดจากับปูแบบนี้ ในตอนที่พี่เขาโด่งดังและยังแข็งแรง ปูก็ไป ปูไม่เอา ปูยืนได้ด้วยขาของตัวเอง ปูไม่เคยใช้เงินพี่เด๋อเลย ปูหาเองใช้เองมาตลอด
แต่คนเราจะยอมอะไรได้ขนาดนี้ จะยอมให้มีเมียอีกคนที่ออกหน้าออกตา ฉันยอมอยู่ข้างหลังก็ได้ มันมีสิ่งไหนที่พอจะทำให้เรายอมรับเรื่องนี้ได้ มันคืออะไร ประโยคที่เขาพูดกับปูไม่พูดเสียยังดีกว่า ที่ผ่านมาต้องขอโทษด้วยนะ ไม่โกรธกันแล้วเนอะ แก่ๆ กันแล้ว”
ไม่ได้จดทะเบียนสมรส เพราะตนมีทรัพย์สินของตัวเอง ใช้เงินคนละกระเป๋ามาตลอด ยกที่ดินให้ “เด๋อ” 4 ไร่ แม้จะเป็นชื่อเด๋อแต่เงินที่ซื้อคือเงินตน
“ปูไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับพี่เด๋อตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เพราะปูมีทรัพย์สินของปูก่อนมาอยู่กับพี่เด๋อ เป็นความตั้งใจของปูเลยที่จะไม่จด ลูกปูไปเรียนต่างประเทศ 3 ปีแล้ว กำลังจะจบ เดี๋ยวปูก็จะไปรับปริญญาลูก
พี่เด๋อไม่ให้รับรู้ข่าว ลูกไม่ให้รับรู้โซเชียล เราอยู่ด้วยกันมานาน ผ่านสุขผ่านทุกข์มามากมาย เรื่องดีๆ ที่เขาทำมันก็มี เพียงแต่เรื่องผู้หญิงมันเป็นสิ่งที่เรารับไม่ได้ มันเป็นเรื่องใหญ่สำหรับปูมาก เรามีกติกาอยู่แล้วก่อนที่เราจะอยู่ร่วมกัน
เขามีที่ดิน 4 ไร่ ที่ซื้อไว้ที่สุพรรณบุรี มันเป็นเงินของปู แต่เป็นชื่อของเขา ปูก็ยกให้หมดเลย ปูไม่เอา ปูออกมาอย่างเดียว ปูขอไปกับลูก โรงงานขายไปตั้งนานแล้วตอนที่ทำโรงงาน ปูซื้อที่ 1 ไร่ เป็นเงินปู อาคารที่ทำโรงงานมันเป็นเงินที่ทำลูกชิ้น แล้วจ่ายผู้รับเหมาเป็นงวดๆ ปูไม่ขอยุ่งเกี่ยวและไม่รู้ว่าทรัพย์สินเขามีอะไรบ้าง ไม่ทราบ ไม่สนใจ และไม่อยากได้”
ให้อภัยกับเรื่องที่เกิดขึ้น บทเรียนชีวิตคู่ครั้งนี้อย่าเชื่อแค่คำพูด ต้องละเอียดและรอบคอบกว่านี้ มีคิดบ้างเสียดายเวลา 29 ปี แต่เชื่อว่าตนทำเต็มที่ที่สุดแล้ว
“ปูให้อภัยเขาในทุกสิ่งทุกอย่าง ปูออกมาแล้ว ที่จริงแล้วผู้หญิงก็ไม่เกี่ยวหรอก มันอยู่ที่พี่เด๋อคนเดียวเลยที่เขาไม่เด็ดขาดและจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย จิตใจปูตอนนี้ดีขึ้นแล้ว แต่ก่อนปูไม่บอกเรื่องนี้กับใครเลยแม้แต่เพื่อนฝูง ตอนนี้ทุกคนรู้หมดแล้ว
บทเรียนครั้งนี้สำหรับปู อย่าเชื่อแค่คำพูด การใช้ชีวิตคู่ไม่ใช่แค่เราอยู่กันไปแล้วโอเคแค่ 1-2 วัน มันต้องเดินไปด้วยกันไปอย่างละเอียดและรอบคอบกว่านี้ อย่างปูตั้ง 29 ปี (ระหว่างทางใช้คำว่าโลกสองใบได้ไหม?) เขานะ ทางกลับกันถ้าปูเป็นคนทำ ถ้าปูซ่อนผู้ชายอีกคนไว้ ลูกคงจะต้องตรวจดีเอ็นเอแล้ว แต่เราไม่ได้เป็นคนแบบนั้น
มีคิดบ้างว่าเสียดายเวลา 29 ปี แต่เราก็มาคิดว่าถ้าเราเลิกกับเขาไปตอนนั้นก็ไม่ได้ลูก ก็ถือว่าเราได้ของขวัญเหมือนกัน คือลูก โอเค ก็แลกกัน ไม่เป็นไร แม่เจ็บแค่แป๊บเดียวปูบอกกับตัวเองว่าเราทำดีแล้ว เราทำดีที่สุดแล้ว เต็มที่แล้ว”
ลั่นตัวเองเป็นน้อยไม่พอ ช้ำหนักกว่าเดิม ”เด๋อ“ ไม่มีงานเลยแต่ตนก็เลี้ยงดูอย่างดี แต่ไปหยิบยื่นเงินให้กัน
“ปูมาอัดรายการนี้คนในหมู่บ้านบอกว่าคุณปู สู้ๆนะคะ ปูบอกไม่สู้แล้วคะ ถอยแล้วคะ คนรู้กันทั้งหมู่บ้านแล้วค่ะ ตลาดดวงพลอยรู้หมดแล้ว ไปรษณีย์รู้หมดแล้ว เวลาปูโพสต์คนไขปริศนาออกไง ลูกคือโลกใบเดียวของปูคนก็รู้แล้วว่ามันต้องมีอีกใบ โพสต์ว่าปูเป็นตะเภาแก้ว คนก็รู้ว่ามันต้องมีตะเภาทอง ทุกโพสต์ปูเฉลยหมดเลย
(เราคือมาทีหลังเขา?) มาทีหลังและรู้ทีหลัง เราเอ๊ะที่ผู้หญิงโทรมา แต่คนของเราไปผู้หญิงจะไม่โทร คนของเราไม่ไปยุ่งไง เขาโทรมาขอตังค์ เราคิดแบบนั้น (หรือที่ผ่านมาเราหลอกตัวเองมาตลอด?) ไม่ เขาออกไปเราก็คิดว่าเขาต้องไปมีสังคม ถ้าเขาอยู่บ้านเขาจะเฉา อายุเยอะแล้วด้วย ใครจะเอา ใครจะมาชอบคนอายุแบบนี้ ต้องไปหาหนุ่มๆไหม เราก็คิดของเราแบบนี้
ที่ผ่านมาเขาไม่เจ้าชู้ เพราะเราตกลงกันแล้วว่าถ้ามีก็ไปเคลียร์ ก็คิดว่าเขาคงไปอยู่กับคนนั้นนานกว่าเรา ตอนนั้นที่ไปออกรายการคือเราอยู่ด้วยกันใหม่ๆ เขาไปเจอไปหากันที่อพาร์ตเม้นต์เขาก็ต้องอยู่กันมาก่อนเราอยู่แล้ว ไม่ใช่เพิ่งมาเจอกันทีหลัง ไม่ค่ะ นี่ (ชี้ตัวเอง) คือน้อยนะคะ เขามาก่อน ยิ่งเขามาพูดกับเราแบบนั้น มันเหมือนเขาอยู่เหนือเรา เขาใจร้ายกับปูทั้งคู่เลย
เรามาทีหลัง แล้วมันจะยิ่งช้ำไปอีกว่าหลังๆพี่เขาไม่มีงานเลย เราเลี้ยงดูพี่เขาอย่างดี ถ้าในช่วงนี้มันมีการหยิบยื่นเงินให้กัน“


