“อนันดา” กลั้นน้ำตาไม่อยู่ เปิดใจวินาทีแรกที่เห็นหน้า “น้องภูคิณ” ลูกชายคนแรก เผยตื้นตันจนมือไม้สั่น ก่อนเล่านาทีใจหายที่ลูกชายมีภาวะหายใจเร็ว ต้องเข้าตู้อบทันทีหลังคลอด ตอนนี้ปลอดภัยแล้ว รับชื่อเล่นพระตั้งให้ “น้องพุทโธ” กำลังเจรจากับคนในครอบครัว
เปิดห้องให้สัมภาษณ์ด้วยสีหน้าชื่นมื่น สำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ “อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม”และภรรยาสาว “แนต ณิชชา ธนาลงกรณ์”หลังคลอดลูกชายคนแรก “น้องภูคิณ เทนต์ เอเวอร์ริ่งแฮม” อนันดาและแนต ได้แถลงเปิดใจ ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 3 Zone B โรงพยาบาลบีเอ็นเอช (BNH) สีลม เผยวินาทีแรกที่ได้เห็นหน้าลูก ทำหนุ่มอนันดาตื้นตัน จนกลั้นอารมณ์ไม่อยู่เลยทีเดียว
อนันดา : “ช่วงนี้เป็นช่วงปั๊มนมครับ ทุก 2-3 ชม. ภรรยาก็จะเหนื่อยหน่อย”
แนต : “ปรับตัวอยู่ค่ะ”
อนันดา : “นอนน้อยครับช่วงนี้”
น้ำตาไหล วินาทีตื้นตันเห็นหน้าลูกครั้งแรก
อนันดา : “โห .. คือ.. คือ เห็นไหม พูดแล้วอึกแล้ว ตั้งสติก่อนแป๊บนึง อาจยังไม่ทันได้ตั้งตัว มันเป็นความรู้สึกทุกอย่างท่วมตัว ขนาดเราตั้งสติก่อนเข้าผ่าคลอด เราก็คิดว่าเรานิ่งแล้วนะ บรรยากาศในห้องผ่าสบายสุดๆ เลย ทุกคนแฮปปี้ หมอคุยกัน คุยกับคุณแม่ด้วย คุยขำๆ ไม่ได้คิดอะไร แต่โมเมนต์ที่เขาเอาน้องออกมา ได้ยินเสียงน้อง มันเหมือนท่วมตัวไปหมด ความรู้สึกพูดไม่ถูกเลย มันทั้งแฮปปี้ปลื้มปีติ เป็นห่วง กังวล ทุกอย่าง ที่เป็นความรู้สึกที่พูดไม่ถูก มันเป็นครั้งแรกที่รู้สึกอย่างนี้
เขาจะมีผ้ากั้น เราอยู่ฝั่งคุณแม่ทางหัว เราไม่ได้เห็นอยู่แล้ว ตอนหมอผ่า แต่จะรู้สึกได้ ตอนเขาขยับตัว เรารู้สึกได้ว่าเขากำลังทำอะไรสักอย่าง เราพยายามจินตนาการ (หัวเราะ) พอออกมาก็รู้ว่ามีจังหวะกำลังเอาน้องออกมา แล้วเป็นจังหวะที่เร็วมาก เป็นช่วงที่เราตั้งตัวไม่ถูก ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก เราได้ยินเสียงร้อง มือไม้สั่น น้ำตาคลอ ร้องไห้ ทั้งแฮปปี้ และทำอะไรต่อ จนมีคนมาบอกว่ามาทางนี้ครับ คุณอนันดามาตัดสายสะดือ (หัวเราะ) มันเร็วมากเลย (น้ำตาไหล) กูว่ากูตั้งสติแล้วนะ
มันเหมือนเราค่อยมาตั้งสติได้ตอนเราออกจากห้องคลอด เราเจอญาติๆ จะเห็นหน้าทุกคน ก็เริ่มหายใจออก ทุกคนถ่ายรูป แฮปปี้ เขาพาไปอีกห้องนึงเพื่อพาน้องมานอนบนอก เราก็ค่อยไทม์ดาวน์ แต่ก็เต็มไปด้วยหลากหลายความรู้สึก น้องก็ร้องไห้ด้วย เราก็ไม่เคยเป็นพ่อมาก่อน เราก็หันไปหาพยาบาลทำถูกใช่ไหม เขาก็บอกว่าถูกแล้วค่ะ ยิ้มให้กำลังใจ ตัวเขาเล็ก เราก็ไม่รู้ต้องจับต้องอุ้มเขายังไง แต่พอได้อยู่กับเขาสักพัก ทุกอย่างก็นิ่งมันได้โมเมนต์ที่ทุกคนบอกเป็นแมจิก มันก็เกิดขึ้นตามนั้น เราก็อยู่กับเขา เหมือนมีคอนเนกชั่นแค่เราสองคน แม้คนอยู่เต็มห้องไปหมดเลย”
เผยลูกมีสภาวะหายใจเร็ว ช่วงแรกต้องอยู่ไอซียูเด็ก
อนันดา : “มันมีหลายโมเมนต์ ที่ผ่านมา 3 วัน มันก็มีเรื่องราวเยอะอยู่เหมือนกัน มีช่วงที่อุ้มแล้วว้าว เราเป็นแด๊ด จากนั้นก็มีช่วงที่ต้องคุยกับหมอ เราไม่ได้โพสต์อะไรทันที เพราะมีช่วงหลังน้องคลอดออกมา”
แนต : “ประมาณ 4 ชม. หลังจากนั้น”
อนันดา : “มีเรื่องหายใจ มานั่งฟังหมอแล้วยังไงต่อนะ”
แนต : “น้องมีสภาวะหายใจเร็ว น้องเหมือนเกิดมาแล้วเหนื่อยง่ายนิดนึง ก็เลยไปตรวจ พบว่าเขาหายใจเร็ว ต้องไปอยู่ในตู้อบ ไม่ได้มีอะไรซีเรียสค่ะ เราก็เลยไม่ได้โพสต์ทันที อย่างแนตยังเมายาสลบอยู่ ฟื้นขึ้นมาสิ่งแรกที่รู้คือหมอพูดว่าลูกต้องอยู่ในตู้อบนะ ยังเข้าเต้าไม่ได้ ตอนแรกที่เราตกลงกันไว้ว่า คลอดปุ๊บ 3 ชม.จะมาเข้าเต้าเลย ทุกคนพยายามบอกแม่ว่าไม่ได้ซีเรียสอะไร พอแนตฟื้นขึ้นมาไม่ถึง 10 ชม. ลุกไปหาน้องเลย แผลจะได้หายเร็ว (หัวเราะ)”
อนันดา : “ต้องขอบคุณรพ.จริงๆ เขาทำทุกอย่างเร็วมาก หมอประกบ 24 ชม.”
แนต : “ขอบคุณรพ.มาก ที่ดูแลเป็นอย่างดี น้องหายเร็วมาก จริงๆ 24 ชม.แรกเขาก็ดีแล้วล่ะ แต่ต้องรอสังเกตอาการใดๆ ทุอย่าง แนตก็เลยค่อยโพสต์ รอมั่นใจก่อน แต่ไม่ได้เป็นโรคอะไร”
อนันดา : “เป็นอาการของเด็กแรกเกิดที่เขาต้องปรับตัว ต้องไล่น้ำออกจากปอด มีหลายอย่าง สตาร์ทการเป็นคนที่อยู่นอกท้องแม่ เด็กบางคนปรับตัวยากหน่อย ทางรพ.ก็ค่อนข้างรีเท็กซ์เร็ว เขาเห็นว่าหายใจเร็ว ก็รีบพาเข้าห้องไอซียู ไม่ได้เป็นภาวะที่พบยาก 20-30 เปอร์เซ็นต์จะเจอ เขาก็ต้องมอนิเตอร์ เขาแค่ใส่ออกซิเจนช่วยให้เขาหายใจง่ายขึ้นปรับตัวได้เร็วขึ้น อย่างที่แนตว่า 24 ชม.แรก เขาดีขึ้นเร็วมาก พอ 48 ชม. ก็ได้ถอดสาย ตอนนี้ก็นอร์มอลเบบี๋แล้ว
แต่เราห่วงแนตมาก หลังผ่าคลอด เขาพักฟื้น เย็บแผล ประมาณ 2-3 ชม. เขาคิดว่าพอฟื้นตัวต้องเจอน้อง เราก็ไม่รู้จะเล่าให้เขาฟังยังไง เพราะหมอบอกว่าให้พักผ่อนนอนไปเถอะคุณแม่ แต่เขาเหมือนติดอยู่ในหัวลูกอยู่ไหน เราก็เอ๊ะ ยังไงดีว้า คิดว่าเขาไม่น่าจะยอมนอน ก็พยายามกล่อม สักพักก็เล่าให้ฟังว่าที่รัก เขาต้องเอาน้องไปใส่สายช่วยหายใจ แต่ด้วยอาการที่คุณแม่ก็ยังเมายาสลบอยู่ ก็จะพูดแล้วลืม แล้วพูดใหม่ (หัวเราะ) ทั้งคืน กว่าจะนอนคืนนั้นตี 1 ตี 2 มั้งก็เล่าให้ฟังอยู่เรื่อย เขาก็ถามว่าเป็นยังไง ก็ชวนหมอมาเล่าใหม่ (หัวเราะ) ก็บอกไม่ต้องห่วง พรุ่งนี้ยูฟื้นตัวก็ได้เจอเขา หมอบอกว่า 24 ชม.ได้ถอดสายแล้วจะลุกได้ ประมาณช่วงบ่ายๆ เย็นๆ นี่ 9 โมงเช้าถอดทุกอย่างเดินไปเลย พยาบาลทุกคนตกใจ คุณแม่ฟิตมาก”
แนต : “แนตถามคุณหมอว่าเดินแล้วแผลฉีกไหม หมอบอกไม่ เย็บ 10 ชั้น แผลสวยมาก เล็กนิดเดียว ตามสบายเลย ไม่เจ็บก็เอา ก็เลยโอเค ไม่เป็นไรเนอะ”
อนันดา : “ทุกวันนี้ดูเหมือนไม่เป็นอะไรเลย ตอนนี้เขาไม่สนใจผม ลูกอย่างเดียวครับ ตกกระป๋องเรียบร้อยครับ (หัวเราะ)”
ทุกอย่างราบเรียบ ไม่มีอาการอะไร
แนต : “แนตไม่มีอาการอะไรเลยค่ะ แนตฝากครรภ์กับ BNH ตั้งแต่แรก แล้วหมอนัดบ่อยมาก แนตมีหมอ 2 คน ดูแลแนตที่นี่ เป็นหมอวิบูลย์ที่ผ่าคลอดแนต และหมอวีรภัทร เป็นหมอสองคนที่ประกบแนตตลอด อัลตร้าซาวด์ ตอนแรกแนตเดินเยอะ ทำงานเยอะ หมอก็ให้กินยาเหน็บ คอยตรวจสม่ำเสมอ มีช่วงงดซ่านะ นั่งวีลแชร์ เดินน้อยแต่ทำงานได้ ก็ปรับกันไปตลอดทาง แต่ร่างกายแนต และตัวน้องแข็งแรงมาตลอด วันที่รู้ว่าคลอดมาแล้วน้องมีสภาวะแบบนั้น แนตแปลกใจมากเพราะน้องตัวใหญ่และสมบูรณ์มาก หมอบอกรกดี ทุกอย่างดี สมบูรณ์มาก ไม่มีปัญหาอะไรเลย นอกจากแนตมีอาการบ้างเพราะแนตทำงานเยอะ เดินเยอะ แต่ไม่เกี่ยวกับตัวน้อง เกี่ยวกับแนตเอง หมอกลัวว่าแนตจะคลอดก่อนกำหนด พอมาถึงเตาได้ ทุกคนก็สบายใจแล้ว คืนสุดท้ายก่อนมาผ่าคลอด บอกอยากทำอะไรทำเลย ไม่ต้องปกป้อง ไม่ป้องกัน เพราะอยู่รพ.แล้ว
เขาเป็นเด็กสงบมาก ไม่มีอะไรเลย อย่างแนตไปทำแฟชั่นโชว์ ก็ทำงานมาตลอด อาทิตย์นึงทำ 2-3 แฟชั่นโชว์ เสียงดังอยู่ข้างลำโพง น้องก็ดิ้นปกติ เขาเป็นเด็กที่ออกมา เปลี่ยนมืออุ้มกี่มือก็ไม่ร้อง เป็นเด็กค่อนข้างชิล”
อนันดา : “ตอนคลอดใหม่ๆ เขาไม่สบายตัว ตอนนั้นเขาจะร้องตลอด แต่ตอนนี้นิ่งมาก เป็นเด็กชิลมาก”
หน้าเหมือนทั้งแม่และพ่อ
อนันดา : “ตั้งแต่คลอดมาแรกๆ พอเห็นหน้า แทนที่จะ โห ลูกจ๋า เอ๊ะ เหมือนใคร จมูกใคร ตาใคร ถูกคนใช่ไหมที่รัก (หัวเราะ) หน้าเขาเปลี่ยนไปเรื่อยๆ จากวันแรกจนถึงวันที่ 4 ที่ 5 โห เหมือนมีอะไรใหม่ทุกวันบางวันก็เหมือนพ่อ บางวันก็เหมือนแม่ เขาบอกปากเหมือนผม จมูกผสมๆ กัน”
แนต : “คางปากเหมือนเขา จมูกทรงเหมือนแนต แต่ดั้งได้เขา ผมเขาร้อยเปอร์เซ็นต์ ตายังไม่รู้ แต่ตอนนี้ตาดูมาฝั่งแม่ (หัวเราะ) ทางพ่อแม่พี่อนันดากับพ่อแม่แนตวิเคราะห์มาแล้ว ว่าคางเหมือนเขา ปากเหมือนเขา ทรงจมูกหนู ดั้งอนันดา ตาตอนนี้มาทางหนูอยู่ ผมเขา คิ้วยังไม่ขึ้น วิเคราะห์หลัง 5 วันแล้ว”
อนันดา : “คล้ายใครอาจจะเร็วไปนิดนึง วันแรกเขาร้องไห้ เขาแอ็กทีฟมาก หมอทักมาว่าเตรียมตัวเลยนะ คนนี้ไม่เบา พอเขาหายใจได้ปกติ เขาสบายตัว เขานิ่งไปเลย”
แนต : “พยาบาลบอกว่าเลี้ยงง่ายมาก บอกให้พามาเจอด้วยนะ ต้องห้ามชมหรือเปล่า ถือเคล็ดไหม”
เปลี่ยนเป็นแม่ฟลูไทม์ ลางาน 3 เดือน น้ำตาแตกเค้นน้ำนม เจ็บกว่าแผลผ่าตัด
แนต : “ก็ดีค่ะ หลังน้องเขาหายใจได้ดี เพิ่งเข้าเต้าเมื่อวานเป็นวันแรก เขาเข้าเต้าได้ดี ไม่ทำแนตเจ็บเลย ค่อนข้างสมูทมากๆ แต่แนตกำลังปรับตัวเรื่องเข้าเต้าทุก 2 ชม. ตอนนี้แนตรับบรีฟจากคุณหมอเมื่อเช้า หมออยากให้เข้าเต้า 10-12 ครั้งต่อวัน ซึ่งตอนนี้กำลังเปลี่ยนเป็นฟลูไทม์มัมชั่วคราว 3 เดือน ตอนนี้ลางานแล้ว (หัวเราะ) เพราะต้องเลี้ยงชั่วคราวมันไม่มีเวลาทำอย่างอื่น”
อนันดา : “เอาจริงๆ ตั้งแต่คลอดมา ที่ดูดรามา หรือยากสุด คือตอนที่ต้องนวดเปิดท่อนี่แหละ เราตกใจมาก เขาร้องไห้ ไม่ไหวแล้ว แต่หมอจะมาช่วยนวด นี่ก็บอกว่าพอแล้วๆ บอกว่าเจ็บกว่าผ่าคลอดอีก เขาบอกเป็นเรื่องปกติ ก็เพิ่งรู้เหมือนกัน”
แนต : “มันเหมือนน้ำนมกำลังจะมา แล้วมันขึ้นเป็นลูกกอล์ฟอยู่ตรงเนินอกกับรักแร้ นอนข้างไม่ได้เลย มันขึ้นเป็นก้อนปูดๆ โตๆ มันกำลังผลิตน้ำนม มันยังเอาออกยังไม่ได้ แค่วันแรก แล้วตอนคนมาเค้น มันสาหัสจริงๆ มีแต่คนบอกว่าคุณแนตเก่งจังเลย เดินได้ ตอนเดินไม่เจ็บเลยสำหรับหนู หนูทนเรื่องความเจ็บปวดค่อนข้างดี อนันดาเขาตกใจที่เห็นแนตร้องไห้ เพราะปกติแนตเป็นคนร่างกายเข้มแข็งประมาณนึง แต่ตอนโดนเค้นนมหนูบอกฉีดยาสลบเถอะ ไม่ไหวแล้ว (หัวเราะ)”
อนันดา : “ตกใจ เขารีดทีเหมือนไฟฟ้าช็อต ไม่เอาแล้ว พอแล้ว”
แนต : “แนตโดนเค้น ทั้งเข้าเต้าด้วย ตอนน้องเข้าเต้าไม่ได้แนตต้องโดนปั๊มนม แนตโดนนวดนม วันละ 10 รอบ แล้วแนตไม่มีลูกมาช่วยกระตุ้น แนตก็เค้นๆ มีคนมานวดนมเช้าเย็น มีพยาบาลทำอีก 8 ครั้ง เท่ากับแนตโดนวันละ 10 ครั้ง 6 วัน มันก็ช้ำ”
อนันดา : “ก็แปลกดี เพราะเราก็นอนอยู่ในห้อง ทุก 2-3 ชม. จะมีกองทัพคนเข้ามาทำอะไรกับภรรยาเรา พยายามนอนต่อ แต่คือแบบ... (หัวเราะ)”
ลูกเปลี่ยนโลก เจอประสบการณ์ใหม่ทุกวัน อยากพากลับบ้านแล้ว
อนันดา : “เมื่อเช้าเพิ่งไปดูเขาเข้าเต้า ทุกอย่างเป็นประสบการณ์ใหม่หมด เราว่าเราเจออะไรมาเยอะมาก ไม่ถึงขั้นชินชา แต่เราเห็นอะไรมาเยอะแล้ว แต่ 3-4 วันที่ผ่านมา เราเหมือนเจออะไรใหม่ๆ ทุกวัน จนเราช่างมันเถอะ ทุกวันคงเจอสิ่งใหม่แล้วล่ะ เราก็อ๋อ ว้าว มันเป็นแบบนี้เหรอ ธรรมชาติมนุษย์ก็วิเศษเหมือนกัน เด็กคนนึงเกิดมา เราก็ได้ลองป้อนเขา อุ้มเขา มันเป็นสิ่งใหม่หมดเลย แปลกดี ตอนนี้อยากเอาเขากลับบ้าน”
แนต : “เด็กคนนึงเปลี่ยนโลกไปหมดเลยนะ สำหรับแนต ปกติจะโฟกัสกับงานในหัวตลอดเวลา ตั้งแต่มีลูก 5 วัน งานออกจากหัวหมดเลย เพิ่งนึกขึ้นมาได้เมื่อคืนว่าต้องตามงานนิดนึง มันเหมือนหายไปจริงๆ ทุกอย่างเหมือนโฟกัสอยู่ที่เขา แนตจำได้ว่าโมเมนต์แรกที่รู้ว่าลูกป่วย แนตถามพี่พยาบาลว่าถอดท่อปัสสาวะได้หรือยัง หนูพลิกตัวปุ๊บหนูลุกเลย ไม่เจ็บเลยโอเคมาก ห้องไอซียูอยู่ที่ไหน เราโฟกัสอยู่กับเขามากๆ เรื่องให้นม แนตก็รู้ว่าเป็นสิ่งที่ต้องทำ แนตว่ามนุษย์คนเป็นแม่จะมีสัญชาตญาณขึ้นมา ตอนแนตท้องทุกคนถามว่ารู้สึกยังไง แนตก็ยังตอบไม่ได้ แต่พอมันเกิดขึ้น สัญชาตญาณทั้งหมดมันก็มาด้วยตัวของมันเอง
แนตคุยกับเขา แล้วมองหน้า นี่ลูกเราจริงๆ เหรอ แนตกับอนันดามีลูกจริงๆ เหรอ แนตกำลังทำความรู้สึก ทุกอย่างมันใหม่หมดเลย ชีวิตตั้งแต่อยู่ในรพ. เหมือนอยู่ตรงนี้จริงๆ ตั้งแต่ก่อนแนตคลอด ช่วงหลังๆ ในหัววนเวียนแต่เรื่องนี้”
อนันดา : “มายด์เซ็ตมันก็ไปตามธรรมชาติ พอคลอดมาความกังวลมีอยู่บ้าง แต่มันเป็นเป็นเรื่องเล็กด้วยซ้ำไป เราเป็นห่วงมากกว่า มันเหมือนมีความนิ่งอะไรบางอย่าง เหมือนเรารู้หน้าที่ มันพูดไม่ถูก เหมือนเขาบอกว่าโหมดพ่อโหมดแม่ มันเป็นเรื่องจริง ที่อยากพาเขากลับบ้าน เราอยากเริ่ม ตอนแรกเราคิดว่าตอนเราจะอุ้มเขา เราจะกังวล เราจะกลัว แต่วันแรกหลังเขาถอดสายให้ผมอุ้ม ก็คิดว่าสักแป๊บ ให้เขากลับเข้าที่นอนตู้เขา ก็นั่งอยู่ตรงนั้นเป็นชม. รู้สึกสบายมาก มองไปเรื่อยๆ เราก็พูดไปเรื่อยทุกอย่าง เล่าเรื่องให้ฟัง แม่อยู่ตรงนั้นนะ พ่ออยู่ตรงนี้นะ มันก็เพลินดีพอเขานิ่งก็เหมือนเขาคอนเนคกับเรา มันก็ไม่เขินที่จะพูด พูดภาษาคนบ้าง พูดภาษาเด็กบ้าง (หัวเราะ) เขาก็มองหน้าเรา หมอบอกว่าตั้งแต่แรกเสียงผมจะค่อนข้างกระตุ้นเขา”
แนต : “พ่อพูดเยอะตอนอยู่ในท้อง”
อนันดา : “พูดไปเรื่อย”
แนต : “พ่อคุยด้วยทุกวัน อ่านนิทานให้ฟัง เขาจำได้”
อนันดา : “จริงๆ วันแรกเขาไม่สบายตัว เขาอยู่ในตู้อบ พอผมไปเยี่ยม พอผมพูดเขาจะร้องไห้ หมอบอกว่าเหมือนเขาจำเสียงเราได้นะ เราก็ทำตัวไม่ถูก ก็คิดว่าเรื่องดีไหมวะ พูดแล้วเขาก็ร้องไห้ใหญ่เลย ดิ้นๆ หมอก็หน้าเสียนิดหน่อย ประมาณว่าแฮปปี้ที่พ่อมาเยี่ยม แต่หมอบอกว่าให้คุณพ่อไปก่อนก็ได้นะ ให้น้องนอนก่อนดีกว่าวันแรกมันหลากหลายความรู้สึก แต่พอเขานิ่ง เขาสบายตัว มันเพลินจริงๆ นะ ให้นั่งเฉยๆ เป็นชม.ก็ได้”
ข้าวของลูกเต็มห้องยิม
อนันดา : “ของเยอะมาก ผมมีห้องยิมที่บ้านใหญ่พอสมควร ของเด็กแน่นไปหมดตอนนี้ กองเต็มห้อง คนส่งของมาค่อนข้างเยอะ”
แนต : “ขอบคุณมากนะคะ”
อนันดา : “คนนี้เขาดีไซเนอร์ ก็จะห่วงเรื่องการแมตซ์ชิ่งของสี เตียงเอย พรมเอย อะไรเลย ตู้เก็บของน้อง ก็ต้องแมตซ์ชิ่ง มุมผมบอกให้เอาของออกได้ไหม มันเยอะเหลือเกิน มันจำเป็นไหมของพวกนี้ เอาออกไปก่อน (หัวเราะ)”
แนต : “ไม่ มันเป็นของที่ต้องใช้ ที่ล้างขวดนม ที่ฆ่าเชื้อยูวี เป็นสิ่งที่ต้องใช้สำหรับเด็ก”
อนันดา : “ก็จะเถียงกันมาเรื่อยๆ อันนี้ต้องมีไหม เขาก็สายแบบต้องมีไง ผมก็จริงเหรอ ต้องมีจริงใช่ไหม (หัวเราะ)”
แนต : “เป็นคนประณีต เราเอาพี่เลี้ยงน้องมาทำงาน 7 วันก่อนแนตคลอด เขาแซวตลอด ต้องเรียงให้สวย เดี๋ยวแม่บอกไม่สวย เขาแซวทั้งวัน ต้องวางเป๊ะๆ แนตเนี้ยบนิดนึง”
เตรียมถ่ายรูปครอบครัว ให้รอดูนกกระสาตัวเบ้อเร่อ
แนต : “รูปครอบครัวยังไม่ได้ถ่ายเลย วันนี้เดี๋ยวมีถ่ายรูปน้อง”
อนันดา : “เดี๋ยวส่งรูปให้ มีแบ็กดรอปอยู่ในห้องเลย”
แนต : “ย่ายายเขาเตรียมนกกระสาตัวเบ้อเร่อ เป็นฉากที่มารับน้อง เป็นพร็อบ”
อนันดา : “เข้าไปครั้งแรกตกใจเหมือนกัน เฮ้ย อะไรวะ ตัวเบ้อเร่อเลย สูง 2 เมตร เดี๋ยวได้เห็น เขามีรูปให้”
แนต : “ปีก 2 เมตร สูง 2 เมตร เดี๋ยววันนี้จะได้รับชมกัน ตอนแรกทางพี่ๆ ขอรูปน้อง แนตก็ยังไม่ค่อยมี น้องเพิ่งออกมา วันนี้เพิ่งเจอหมู่คณะญาติครั้งแรก ซึ่งเสียงดังมาก ต้องขอบคุณลูกตัวเองที่ไม่ตกใจ ก็บอกว่าฟังไว้นะลูกนี่เป็นเสียงปกติที่หนูต้องเจอทุกวันหลังจากนี้ไป นี่น้อยแล้วนะลูก นี่คือ 10 คนที่หนูเจอเป็นชีวิตประจำวัน เป็นปกติ”
ถอดเสื้ออุ้มลูก เพื่อความสวยงาม
อนันดา : “ตอนแรกเราใส่เสื้ออยู่ เขาให้เปิดอก ตอนแรกเขามีเสื้อคลุมอยู่ เปิดอกอยู่แล้ว แต่คุณติ๋มต้องการรูปไง ถอดเสื้อออกได้ไหม (หัวเราะ) ก็ครับๆ (หัวเราะ) เพื่อความสวยงามของภาพ แต่ก็เป็นโมเมนต์พิเศษเหมือนกัน อันนั้นหลังคลอดแป๊บเดียวเอง ไม่ถึงชม. ก็ที่บอกว่ามันท่วมตัวด้วยความรู้สึกหลากหลาย เพราะในเวลาเดียวกันที่เราแฮปปี้เหลือเกิน แต่ในเวลาเดียวกันเรามือไม้สั่น ไม่รู้อุ้มเขาถูกไหม เขาร้องไห้ด้วย เขาโอเคไหม”
ไม่ตีกันเรื่องชื่อ แต่ใช้เวลานาน เพราะหลายศาสตร์
อนันดา : “ไม่ได้ตีกัน แต่ใช้เวลานานพอสมควร”
แนต : “ชื่อภูคิณ ภูแปลว่าแผ่นดิน คิณแปลว่ายิ่งใหญ่ จริงๆ เอามารวมกันเอง มันไม่ได้มีชื่อนี้จริงๆ มันมาจากหลายอย่าง”
อนันดา : “คงไม่มีชื่อซ้ำ เพราะไม่ได้มาจากไหนเลย เราเอามาต่อกันเอง”
แนต : “เราอยากได้หลายความหมาย อยากได้รวมเลขสวย”
อนันดา : “ที่มันใช้เวลาเนี่ย คิดชื่อถึงเกือบคลอด”
แนต : “มีหลายศาสตร์ดู มีหลายชื่อส่งให้หลวงปู่เลือก 5 ชื่อ ภูคิณก็เข้าวิน ส่วนชื่อกลาง มาจากนามสกุลแนต แนตนามสกุลธนาลงกรณ์ แนตอยากสั้นๆ ธนาก็ยังไม่เพราะ ก็เลยลองเป็น THAN ตัด A ทิ้งเป็น E ดู เออ ลองไปเสิร์จดูมีความหมาย เพราะดี ก็เลยกลายเป็นเทนต์ ฝรั่งก็มีความหมายเหมือนกัน ก็เป็นความหมายที่ดี”
บอกมีชื่อเล่นจากพระ ชื่อน้อง “พุทโธ” รอลูกโตให้เลือกเอง
อนันดา : “ก็ชื่อเยอะอยู่ เพราะน้องมีชื่อจากพระด้วย ชื่อพุทโธ ผมให้ญาติเลือกเองเลย อยากได้ชื่อไหน”
แนต : “หลวงปู่อาว่าน ที่มีศักดิ์เป็นพ่อบุญธรรมแนตที่สกลนคร ท่านบอกว่าชื่อจริงจะชื่ออะไรก็ชื่อไป แต่ชื่อเล่นต้องเรียกว่าน้องพุทโธตอนนี้กำลังเจรจากันอยู่ พ่อเขาเรียกคิณ ยายเรียกพุทธโธ แนตไปถามหมอพัฒนาการเด็กแล้ว เขาบอกว่าใครอยากเรียกอะไรก็เรียกไปเลย เขาจะเลือกของเขาเอง”
อนันดา : “ตอนเขาโตจะเลือกของเขาเอง เขามีออปชั่นเยอะ เรียกเต็มๆ ว่าภูคิณ อยากเรียกสั้นๆ ก็คิณ อยากใช้ชื่อกลางก็เทนต์ พอวัดก็เรียกพุทโธ”
แนต : “ภูคิณ เทนต์ เอเวอร์ริ่งแฮม ชื่อจริง แต่พระตั้งพุทโธ ที่บ้านก็เรียกพุทโธบ้าง”
อนันดา : “อย่างพุทโธผมก็คิดว่าน่ารักดี แต่เราพยายามคิดด้วยว่าเขาก็มีญาติฝรั่งด้วย ก็พยายามนึกถึงชื่อที่ฝรั่งพูดได้ง่าย คิณมีความหมายว่าครอบครัว ก็เลยมีได้สองอัน”
ฤกษ์คลอดจำเป็น หาด่วนที่สุด
แนต : “น้ำหนัก 2,940 ประมาณนี้ เผื่อเอาไปแทงหวย ฤกษ์เขาจริงๆ ไม่ใช่วันนี้ ฤกษ์ด่วนที่หากัน 3 วันสุดท้ายเพราะเขาจะมาแล้ว ตอนอยู่ในห้องหมอบอกว่าปากมดลูกเปิด 2 เซนฯ แล้ว เป็นฤกษ์หมอด้วย หมอให้ผ่าแค่ 3-4 วัน”
อนันดา : “เป็นฤกษ์จำเป็น จริงๆ เราพยายามให้ครบเทอมวันที่ 10 แต่น้องจะมาแล้ว ก็เลยโทร.คุยกันในเมื่อไม่น่าจะเกินวันที่ 5 นี้”
แนต : “หมอบอกว่าอยู่ช่วง 5-7 เราก็เลยเลือก 5”
จองโรงเรียนเรียบร้อยแล้ว
แนต : “เรียบร้อยแล้วค่ะ”
อนันดา : “ไปเยี่ยมโรงเรียนเรียบร้อยแล้ว คนนี้เขาละเอียดเรื่องพวกนี้”
แนต : “ยังแพลนไว้แค่นี้”
อนันดา : “แนตเขาเป็นคนละเอียดอยู่แล้ว ถ้าเขามีอะไรข้องใจ”
แนต : “ทัวร์มาตั้งแต่ท้อง 4 เดือนแล้ว (หัวเราะ)”
อนันดา : “จะเข้าโรงเรียนไหน ขอได้เป็นข้อมูลก่อน ผมก็เป็นสายชิล เออ ถึงเวลาอยากเรียนก็ค่อยส่งมันเรียน ผมก็ไปทางเลี้ยงเป็นเมาคลี เปิดประตูโยนออกไปข้างนอก ไปลูก ลุย (หัวเราะ)”
แนต : “แนตก็คิดเลี้ยงแบบเขา แต่แนตคิดว่าเรื่องเรียนเรื่องการศึกษาสำคัญ ถ้าโรงเรียนที่แนตอยากให้เข้า บางทีต้องมีการจอง ก็ต้องการข้อมูลก่อน ก็เป็นการเตรียมการ”
อนันดา : “วิธีการเลี้ยงแบบเดียวกันแหละ แต่เขาเป็นคนละเอียดเรื่องข้อมูล เรื่องสัญชาติ เรื่องเอกสาร เขาจะค่อนข้างซีเรียส”
พุทธโธพอแล้ว ยังไม่คิดเรื่องลูกคนต่อไป
อนันดา : “มีแต่คนทักว่าพุทโธต้องต่อด้วยอะไร ธัมโมจะมาเมื่อไหร่ สังโฆจะมาไหม มีคนถามเต็มไปหมด ก็ขอบคุณนะครับ (หัวเราะ) เอาพุทโธก่อนเนอะ”
แนต : “พุทโธพอแล้วค่ะ (หัวเราะ)”
อนันดา : “ถ้าจะขอบคุณจริงๆ ตั้งแต่ท้องจนถึงตอนนี้ ทุกอย่างสมูทมาก เขาเป็นคุณแม่ที่เมเนทตัวเองได้ดีมาก ไม่ว่าชีวิตคู่ ชีวิตส่วนตัว ชีวิตการงาน เขาทำได้ดีมาก แนตเป็นมนุษย์ใจๆ ทำได้ทุกอย่าง แต่บางทีอารมณ์ค่อนข้างแรง กลายเป็นว่าช่วงท้อง ตั้งแต่คบกันมา เป็นช่วงที่เขานิ่งและแฮปปี้ที่สุด หัวเราะเยอะที่สุด ทำให้ช่วงเวลาที่เราเป็นห่วงกันมากว่าเขาจะไม่สบายตัว จะอึดอัด จะสวิง แทบไม่มีเลยตั้งแต่ท้องมาจนถึงทุกวันนี้ เป็นเมมโมรี่ดีๆ ทั้งนั้น มีดรามาน้อยมากจริงๆ ก็ต้องขอบคุณและภูมิใจในตัวเขา เขาผ่านทั้งหมดได้อย่างสวยงาม”
แนต : “พี่อนันดาดูแลดีจริงๆ ซัปพอร์ตทุกเวลา แนตไม่ได้เครียดอะไร แนตได้ทีมซัปพอร์ตที่ดีจากรพ.ด้วย ตั้งแต่หมอโภชนาการอาหาร มาดูตั้งแต่ตั้งครรภ์ เพื่อให้น้องได้สารอาหารครบ ทุกโปรเซสในการตั้งครรภ์ หมอสูฯ ที่นี่ ก็ต้องขอบคุณมาก แนตเป็นคนไข้ที่นี่ตั้งแต่เด็กอยู่แล้ว ก็ขอบคุณทุกคนมากที่ดูแลเป็นอย่างดี”
ไม่ห่วงกลับไปทำงาน เพราะมีกองทัพพี่เลี้ยง
อนันดา : “ยังครับ เดือนหน้าโดนส่งกลับไปทำงานแล้ว”
แนต : “จริงเหรอ กลับไปทำงานแล้วเหรอ”
อนันดา : “น่าจะเม.ย.มั้ง ไม่ทันทีหรอก อย่างน้อยก็ 2 เดือน แต่จริงๆ ผมเบรกงานมา 6-7 เดือนแล้วมั้ง เบรกยาวพอสมควร คงต้องกลับไปทำงาน แต่ไม่ต้องห่วง มีคนพร้อมช่วยเลี้ยงเป็นกองทัพเลยตอนนี้”


