“เอ จักรพรรดิ” ขอปกป้องตัวเอง ถูกมิจฉาชีพใช้ AI สวมรอยแอบอ้างชื่อและภาพลักษณ์ เป็นพันเพจ คนหลงเชื่อเยอะ สูญเงินตั้งแต่หลักร้อย ถึง 5 แสนบาท คาด 4 ปี มูลค่าความเสียหายหลักร้อยล้าน ยันเลิกเป็นอาจารย์แล้ว แต่ยังมูอยู่ ดรามาผู้วิเศษสร้างรอยแผล ร้องไห้ทุกวันตลอด 4 เดือน ทั้งกลัวและแพนิก แทบไม่กล้าเคลื่อนไหวในโซเชียล ด้าน “ทนายสายหยุด” เผยอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐาน ส่วนใหญ่เป็นบัญชีม้า จัดการยาก
หลังถูกมิจฉาชีพนำชื่อและภาพลักษณ์ รวมถึงการใช้ AI เลียนเสียง ไปแอบอ้างเปิดเพจปลอมเป็นพันเพจ จนสร้างความเข้าใจผิดในวงกว้าง และก่อให้เกิดความเสียหายที่คาดว่าสูงถึงหลักร้อยล้านบาท ล่าสุดวันนี้ (9 ก.พ) “เอ จักรพรรดิ” ก็ขอออกมาแถลงข่าวปกป้องตัวเองอย่างจริงจัง หลังถูกแอบอ้างต่อเนื่องมานานถึง 4 ปี โดยเจ้าตัวได้เปิดใจพร้อมกับ “ทนายสายหยุด เพ็งบุญชู” ที่ จักรพรรดิ เทวาลัย พร้อมเผยถึงบาดแผลจากกระแสดรามาผู้วิเศษ ที่ยังส่งผลกระทบต่อจิตใจอย่างหนัก
เอ : “จริงๆ โดนแอบอ้างมานานมากแล้วครับ แต่เราไม่เคยมีโอกาสได้มาพูด ช่วงเวลาที่ผ่านมามีผู้คนเข้าใจเราผิดเยอะ เอาหน้าของเราไปแอบอ้างทำกล่องสุ่มบ้าง ขายวัตถุมงคลบ้าง บางเจ้าทำวัตถุมงคลขึ้นมา แล้วเอาหน้าเราไปแปะใส่เพื่อขาย รวมถึงมีการให้เลขเด็ด ให้หวย ต้องบอกว่าที่ผ่านมาผมยุติการเป็นอาจารย์ แต่ตอนที่ผมเป็นอาจารย์ ผมก็ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับหวยครับ ไม่เคยมีเลย
ที่ผ่านมาสิ่งที่เกิดขึ้นกับผม คือผมโดนเข้าผิดและโดนคนเกลียดชังเยอะมาก บางครั้งไปร้านอาหาร ก็มีเอฟซีเดินเข้ามาบอกว่าเพิ่งบูชาไปนะคะ แต่ของที่ได้ไปมันไม่เคยเป็นของเราเลย ไม่มีครับ โดนมา 3-4 ปีแล้วครับ ซึ่งเราพยายามทำคอนเทนต์ ทำคลิปเพื่อแจ้งข่าว แต่มันก็ไม่สามารถทั่วถึงทุกคนได้ ทีนี้มันส่งผลกระทบกับเราค่อนข้างมาก เราโดนเกลียดชังในโซเชียล และถูกเข้าใจผิด ตอนที่ผมเป็นกระแสเรื่องผู้วิเศษ ช่วงนั้นหลายคนก็เข้าใจผมผิด คิดว่าผมหลอกลวง หลอกขายวัตถุมงคล รวมถึงเลขเด็ดเลขดัง จริงๆ แล้วผมไม่เคยมี”
ที่ผ่านมาปกป้องตัวเองด้วยการทำคลิปอธิบาย
เอ : “เมื่อก่อนผมปกป้องตัวเองด้วยการทำคลิปเพื่ออธิบาย ที่ผ่านมาผมค่อนข้างขี้อายกับนักข่าวมาก ไม่เคยมีโอกาสได้มายืนแบบนี้ แต่วันนี้มีพี่ทนายสายหยุดอยู่ข้างๆ ก็เลยกล้าพูด (หัวเราะ)”
ทนายสายหยุด : “จริงๆ ไม่ใช่เพิ่งปกป้องตัวเองหรอกครับ คือผมเป็นที่ปรึกษาให้อาจารย์ ตั้งแต่ช่วงที่อาจารย์ยังฝากดวง ผมก็บอกว่าอะไรถ้ามันไม่ชัดเจน ก็ให้เลิกทำดีกว่า ให้ขายของ แล้วทีนี้ที่โดนแอบอ้าง มันเป็นเพจเหมือนชักชวนให้เข้ากลุ่มหวย พอเข้าไปมันก็ให้กดเลขบัตร 13 หลัก ให้กรอกเลขบัญชี ผมก็สุ่มกรอกไปซึ่งมันไม่ตรง มันก็ไม่รับ บอกว่าไม่ใช่ตัวจริง ก็ไม่รู้ว่ามันมีข้อมูลอะไรของมัน
แล้วมันก็จะชวนเข้าเว็บแทงหวยใต้ดิน ซึ่งเราก็รู้อยู่ว่าพวกนี้มันอาจจะไม่ใช่บัญชีผู้ทำความผิดที่แท้จริง ผมก็ดำเนินคดีอยู่ ยังตามตัวจริงๆ ไม่เจอว่าใคร คือมันจะทำลักษณะนี้ เอาเสียง AI อาจารย์ไปลง ว่าวันนี้มีเลขเด็ด แล้วมันทำคล้ายมาก เรารายงานไปมันก็ไม่ถูกลบนะ คนตามเป็น 3-4 แสน มีหลายเพจมาก บางทีตำรวจก็ตามลำบาก”
ถูกเอารูปไปใช้แอบอ้างเป็นพันเพจ ผู้เสียหายบางรายสูญเงินไปกว่า 5 แสน
เอ : “มีช่วงหนึ่งที่เราให้เด็กๆ รวบรวมเพจ และส่งรีพอร์ตให้เฟซบุ๊ก รวมได้ประมาณ 1 พันกว่าเพจครับ ถ้าพิมพ์ เอ จักรพรรดิ จะขึ้นมาเยอะมาก แต่ว่าหลังจากกระแสผู้วิเศษไป บางส่วนก็เริ่มเปลี่ยนชื่อเพจ แล้วเอาคนอื่นไปแอบอ้างแทนเราแล้วครับ”
ทนายสายหยุด : “มีหวย แล้วก็มีพวกขายวัตถุมงคล ซื้อขายทองคำปลอม”
เอ : “(โชว์รูปวัตถุมงคลที่ถูกแอบอ้าง มีลักษณะคล้ายสร้อยข้อมือ) อันนี้หนักสุด ชิ้นนี้เยอะสุดครับ อันนี้แอบอ้างมา 3-4 ปี ผมไปขอนแก่น กลับบ้านที่ร้อยเอ็ด จะเห็นคนเอาอันนี้มาโชว์เยอะมากที่สุด ทุกวันนี้ในติ๊กต๊อกยังมี ยังเอาหน้าผมไปแปะอยู่ หลายคนยังเข้าใจผิด ขนาดคนที่มาขอพรที่เทวาลัย ก็ยังใส่มาอวดว่าได้มาแล้วนะอาจารย์ เราก็ตกใจ มันไม่ใช่แค่การปกป้องตัวเองครับ แต่มันคือการปกป้องผู้คนที่เข้าใจผิด เพราะมันคือการบูชาด้วยเงิน”
ทนายสายหยุด : “ไอ้พวกนี้มันหลอกไม่เยอะ 900 บ้าง 1,000 บ้าง แต่มันเน้นจำนวนมาก มันปลอมแม้กระทั่งบัตร ชาวบ้านก็ไม่รู้ บัญชีไม่ตรงกับชื่อก็โอน เท่าที่ผมเช็กส่วนใหญ่จะเป็นเพจ มันจะส่งมาให้เราโอนเงิน แต่พอเราจะรู้ทัน มันก็บล็อกไม่คุยกับเรา เคยเช็กจากสถานที่ส่ง เขาก็บอกว่ามีคนฝากส่ง เขาไม่รู้หรอกว่าของใคร เขาเป็นร้านรับส่ง เช่นมาวางของไว้ 100 ชิ้น เขาก็จะบอกว่าส่งให้คนนี้ 1 ชิ้น คนนี้ 2 ชิ้น คือผมพยายามย้อนไป ถ้าเราจะไปรอดักจริงๆ มันก็เหนื่อยนะ พวกนี้ถ้ามันรู้ตัวปุ๊บ มันก็จะเปลี่ยนที่”
รวมมูลค่าความเสียหาย 3-4 ปี น่าจะหลักร้อยล้าน
เอ : “คนโดนเป็นหลักแสนก็มีครับ 5 แสนก็มี โดย 5 แสนส่วนมาก จะแอบอ้างว่าเป็นลูกศิษย์ของอาจารย์เอนะ สำรองเงินให้หน่อย รวมมูลค่าความเสียหาย ผมเชื่อว่าน่าจะร้อยล้านได้ครับ เพราะว่า 3-4 ปีที่ผ่านมา มันไม่ใช่แค่การแอบอ้าง แต่มันคือการทำเพจขึ้นมาหลอก ให้คนโอนเงินแล้วไม่ส่งของ อย่างของเราเมื่อก่อนจะมี ปี่เซียะจักรพรรดิ ก็มีคนสร้างเพจปลอมมาเยอะมาก การบูชากำไร 1 ชิ้น ก็ 1-2 พันบาท เราโดนมาเยอะมาก จริงๆ รวมรวบหลักฐานเก็บไว้เยอะมาก แล้วผมเคยโดนหมายเรียกว่าหลอกลวงด้วย ก็ต้องไปให้ปากคำว่าไม่ใช่เรา”
ทนายสายหยุด : “รายนั้นเขาน่าจะสั่งอะไรสักอย่าง แล้วไม่ได้ของ เขาไม่รู้จะดำเนินคดีกับใคร ตำรวจก็เรียกอาจารย์ไปเป็นพยาน”
เอ : “เราเคยให้คนเช็กเลข IP มันไปโผล่แถวตะเข็บชายแดน แต่เราก็ไม่ใจว่าเป็นข้อมูลจริงหรือเปล่า”
เผยเคยมีผู้เสียหายเข้าใจผิด ตามมาด่าถึงเทวาลัย
เอ : “บางคนมาด่าถึงเทวาลัยเลยครับ แล้วเขาไม่เข้าใจ เราก็ให้น้องๆ ค่อยๆ อธิบายเขา”
ทนายสายหยุด : “ผมก็ไปแจ้งความไว้หลายท้องที่ แต่ปัญหาคือเวลาแจ้ง ตำรวจก็จะบอกว่าเพจตรวจสอบไม่ได้ ส่วนใหญ่ที่รับโอนจะเป็นเยาวชน เป็นบัญชีม้า เด็กโดนหลอกเอาบัญชีไป แล้วบัญชีหนึ่งมันใช้ไม่เกิน 5-7 วันก็เปลี่ยน ที่เราบอกคือไม่ได้ป้องกันแค่ความเสียหายของอาจารย์คนเดียว แต่อยากให้คนที่ดูได้รู้ เราเสียหายแค่ชื่อเสียง แต่ชาวบ้านเขาเสียหายเป็นเงิน เราไม่เคยขายกล่องสุ่ม ไม่เคยใบ้หวย ของมงคลมีบ้าง แต่ต้องเป็นเพจจริง
ตอนนี้ผมก็ประสานตำรวจที่มีหน้าที่รับผิดชอบไว้ พยายามจะเก็บข้อมูลเองก่อน เราก็รวบรวมเท่าที่เราทำได้ แล้วอาจจะไปแจ้งที่ สอท. ให้ท่านดูให้ เพราะถ้าแจ้งท้องที่ ก็เข้าใจว่าบางทีเครื่องไม้เครื่องมือ กำลังและความสามารถในการตรวจสอบ มันไม่เหมือน สอท. แต่ก็จะต้องรีบไปแล้ว เพราะมันเปลี่ยนบัญชีไปเรื่อย ไม่รู้เอาบัญชีม้ามาจากไหนเยอะแยะ ก็ต้องฝากเตือนเยาวชนหรือชาวบ้าน ว่าอย่าเที่ยวไปเปิดบัญชีให้คนอื่นใช้ ถึงเวลาเจ้าของบัญชีโดนก่อน”
เอ : “ถามว่าอยากบอกอะไรกับคนที่เอารูปเราไปแอบอ้างไหม ก็ไม่รู้จะบอกยังไง เพราะเขารู้ดีอันไหนผิดถูก ถึงเราจะบอกไป เขาก็คงไม่รู้สึกอะไรอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นสิ่งที่อยากบอก คือบอกทุกคนที่ได้รู้ข่าวนี้ ว่าให้ระมัดระวัง ทุกวันนี้สแกมเมอร์และมิจฉาชีพเยอะมาก และต้องย้ำอีกครั้งว่าผมมีแค่เพจเดียว คือเพจเอ จักรพรรดิ ซึ่งตอนนี้มีผู้ติดตามตาม 2.8 ล้านคนเท่านั้น และการทำธุรกรรม ไม่ว่าจะเป็นสินค้ากลุ่มใดก็ตาม จะต้องชำระเป็นบริษัทเท่านั้น ไม่มีเป็นบุคคล
หลายคนจะเสียเงินเสียรู้ ว่าเขาจะแจกเงินทำกล่อมสุ่มให้ แต่ผมอยากจะบอกว่าโลกใบนี้ มันไม่มีอะไรง่ายขนาดนั้น อยู่ดีๆ คงไม่มีใครมานั่งแจกเงินให้ ล่าสุดมีคนเอารูปพ่อผมที่เสียชีวิตแล้วขึ้นมา บอกว่าพ่อเสียแล้วจะแจกเงิน คนก็เชื่อ แต่บอกว่าถ้าจะรับเงิน 1 หมื่น ต้องโอนเงินมาก่อน 500 บาท ค่อยๆ ตอดทีละ 500 - 2,000 บาท บางคนเสียไปเป็นหมื่นโดยไม่รู้ตัว”
โดนแอบอ้างชื่อเสียง จนมีคนเกลียดจริง
เอ : “ผมรู้ดีว่าทุกคนต้องมีคนรักคนเกียด แต่ว่าก่อนที่จะรักหรือจะเกลียดผมจริงๆ อยากให้ดูข้อมูลดีๆ ก่อน เพราะเฟกนิวส์ค่อนข้างเยอะ มิจฉาชีพแอบอ้างผมเยอะมาก ช่วงที่เป็นดรามาตอนนั้น ผมเห็นคนมาคอมเมนต์ด่าผมเยอะมาก ผมก็เข้าใจนะครับ แต่หลายๆ คอมเมนต์เกิดจากไปหลงเชื่อมิจฉาชีพ แล้วกลายเป็นว่าเราเป็นคนผิด โดยที่เราไม่รู้ตัวมาก่อน อย่างที่บอก อะไรก็ตามที่ผมสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเอง ให้คนไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจ ผมยินดีมาก แต่ว่าอันไหนที่ไม่ใช่ผม ผมไม่ได้ทำจริงๆ ผมขออนุญาตให้ทุกคนเข้าใจในมุมของผมด้วย”
ทนายสายหยุด : “ถามว่าถ้ามันเกินเขตไป เราจะทำยังไงต่อ เราก็คงทำอย่างอื่นไม่ได้ นอกจากไปตามช่องทางกฎหมายนั้นแหละครับ คือถ้าจับตัวเขาได้ เขาต้องโดนดำเนินคดีแน่ๆ แต่ปัญหาคือเราโดนเอารูปไปแอบอ้างก็ส่วนหนึ่ง แต่ผู้เสียหายส่วนใหญ่เนี่ย พอเงินมัน 300 500 1,000 2,000 พูดกันจริงๆ เขาไปลงสัก 2 ครั้ง ค่าน้ำมันเขาก็เกินแล้ว เขาก็ทำใจมัน ช่างมัน มันก็เลยทำให้พวกมิชาชีพมันยิ่งได้ใจ เพราะมันไม่ได้เอาเยอะ
แต่ที่อาจารย์ยกตัวอย่างว่า 5 แสนนั่นคือมันยืม บอกว่าอาจารย์ร้อนเงิน นั่นคงเป็นเอฟซีตัวจริง มันก็เลยโอน ซึ่งมันก็จำนวนน้อย ถ้าจำนวนเยอะคือหลักร้อยเนี่ยเยอะมาก ก็เป็นคดีอาญาอยู่แล้วครับ ฉ้อโกง หลอกลวง นำภาพอาจารย์ไปใช้ พระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ ความผิดเยอะแยะครับ แต่สุดท้ายเนี่ย ตำรวจบ้านเราก็ยังน้อยอยู่ ตามจับไม่ทันครับ พวกนี้มันเยอะ
แต่ถ้าจับได้ เราก็จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุดแน่นอนครับ จะบอกให้เขาเลิกทำ มันบอกมาไม่ได้อยู่แล้ว เพราะมันเจตนาจะทำแบบนี้ ก็ต้องบอกคนของเรา หรือว่าคนที่เป็นเอฟซีอาจารย์ตัวจริง ว่าต้องระมัดระวัง จะซื้อ จะอุดหนุนอะไร หรือจะติดต่ออาจารย์ ติดต่อที่เพจโดยตรงดีกว่า เขามีอยู่เพจเดียวครับ แล้วเงินก็เข้าบริษัท ไม่ใช่บุคคล มันเอารูปบัตรอาจารย์ไปตัดต่อ มันก็เปลี่ยนนำสกุลให้อาจารย์เรียบร้อย แล้วก็เอาบัตรไปใส่ แล้วก็บอกให้โอนมาบัญชีนี้ คือมันพยายามเอาชื่อคนที่คล้าย ๆ เอามาใส่ แต่เลขบัญชียังไงมันก็คนละชื่ออยู่ดี แต่ชาวบ้านบางทีเขาก็ไม่ได้ตรวจสอบ เขาเห็นขึ้นมาทางแชตอย่างนี้ มันก็โดนหลอกได้
การจะสาวไปถึงต้นตอ ผมว่ามันทำค่อนข้างยาก ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเรา ก็โดนเพจอวตารด่าทุกวี่ทุกวันยังจับไม่ได้ เรานี่ตัวเล็กจิ๋วมันยากมาก ก็พูดตรงๆ แบบนี้แหละ ด่ากันสารพัด ด่าเสร็จแล้วมันก็ลบออกจากช่องไป ก็ตามไม่ได้แล้ว เพราะว่าโปรแกรมมันไม่ได้อยู่ในไทย มันเป็นปัญหามาก
ที่ผมไปแจ้งความไว้ ก็คือแอบอ้างนำภาพไปใช้ นำรูปไปใช้ แล้วตอนนั้นเป็นบัญชีของเด็ก ซึ่งพอถึงเวลาเด็กเป็นเยาวชน ไปขึ้นศาลที่เมืองกาญจน์ เด็กเขาก็ไม่รู้ เหมือนว่าเขาเปิดบัญชีให้คนไปใช้ เราก็ไม่ได้ติดใจอะไรกับเด็ก เพราะเรารู้เด็กมันไม่รู้หรอก เหมือนลูกเรามีบัญชีไหม เปิดให้อาหน่อย ให้ค่าขนมเด็ก 300-1,000 บาท เด็กมันก็ไม่รู้เรื่อง ไอ้นี่ก็เอาไปใช้ แล้วก็ทำบัตร ATM แต่ตัวจริงตามไม่เจอ เพราะเด็กก็จำไม่ได้ว่าให้ใครไป
ซึ่งพอผมเช็กดู ถ้าเป็นบัญชีม้า อาจารย์เขาก็ขี้สงสาร รู้ว่าเป็นบัญชีม้า รู้ว่าเป็นเยาวชน อาจารย์แกก็ไม่ได้ดำเนินคดีต่อ ไม่งั้นเด็กมันก็ต้องเสียประวัติ เด็กมันก็มีความผิด แต่ว่าบางทีพอเช็กว่าเป็นเด็ก เราก็ค่อนข้างจะหยุดต่อ มันก็เลยแบบ… ผมว่าไม่รู้จะทำยัง ไม่งั้นเด็กก็เดือดร้อน ที่ตามไปเจอว่าเป็นเด็กเนี่ย ผมเจอ 2 คดีนะ ตอนหลังเราก็เลยบอกว่า ถ้าเป็นเยาวชนเนี่ยเราไม่อยากดำเนินคดีกับเขา
แต่ถ้าเช็กแล้วเป็นบัญชีม้า หรือบัญชีที่มารับโอนเงินถ้าเป็นผู้ใหญ่ ผมก็ต้องดำเนินคดี แต่เป็นเด็กก็ต้องเว้นไว้หน่อย ก็เห็นใจเด็กนะ เพราะว่าเด็กคงไม่ได้มาหลอก เด็กคงทำอะไรแบบนี้ไม่ได้แน่ๆ อาจารย์แกขี้สงสาร ถึงเวลาก็ไม่ได้ไปเอาเรื่องใครจริงจัง เพราะไม่เจอตัวจริง รู้สึกว่ามันไม่ใช่ตัวจริง”
เอ : “ได้ฟังแบบนี้เขาจะเยอะขึ้นไหม ว่าผมขี้สงสาร (หัวเราะ)”
ทนายสายหยุด : “ไม่หรอกครับ โดยหลักการเราจะไปเอาเด็กมาดำเนินคดี เรารู้ว่าเด็กมันโดนหลอกมา มันชัดเจนอยู่แล้ว เพราะเด็กมันมาสร้างอะไรแบบนี้ไม่ได้หรอก เด็กอายุ 17-18 บางคน 16 ด้วยซ้ำครับ ก็ต้องฝากพ่อแม่ผู้ปกครองเตือนบุตรหลาน เรื่องการเปิดบัญชีธนาคารต้องระวังให้ดี บางทีมันเปิดบัญชีในอินเตอร์เน็ตก็ได้ เปิดในแบงก์กิ้งที่มันจากมือถือก็ได้ ต้องระวังอย่าไปเปิดให้ใครเอาไปใช้ แล้วถอดเงินจำนวนต่ำๆ มันไม่ต้องไปสแกนหน้าไง มันถอดยอดเล็กน้อย”
คนยังจำหน้าได้ แม้ข่าวเรื่องผู้วิเศษจะซาลงแล้ว แต่ไม่ได้มีผลกระทบกับชีวิตหรือธุรกิจ
เอ : “ผมว่ามันซาลง แต่เห็นหน้าผมคนก็ยังจำหน้าได้ ว่าเนี่ยเคยเป็นประเด็นผู้พิเศษ (หัวเราะ) เพราะว่าตอนนั้นมันแมสทั่วประเทศไทย ถามว่ามันยังมีผลกระทบกับชีวิตธุรกิจเราไหม คิดว่าไม่ได้มีนะครับ เพราะว่าผมยังใช้ชีวิตตามปกติ แล้วก็ไปข้างนอกก็ยังได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีนะครับ อาจจะเป็นเพราะว่าคนที่เห็นหน้าเรา รู้จักเราจริง ๆ จะรู้ โอเค…เราเข้าใจเรื่องดรามานะ แต่ว่าถ้าเป็นแบบข้างในจริงๆ เราไม่ได้ทำอะไร เราก็เลยรู้สึกว่าคนก็ยังให้การต้อนรับเราดีเหมือนเดิมครับ”
ยุติบทบาทการเป็นอาจารย์แล้ว แต่ยังคงเชื่อและมูในส่วนของตัวเองอยู่
เอ : “ไม่เป็นแล้ว”
ทนายสายหยุด : “ผมก็พยายามบอกว่าอะไรถ้ามันสุ่มเสี่ยงต่อการผิดกฎหมาย ก็อย่าไปทำเลย ทุกๆ อย่าง แม้จะเป็นความเชื่อ คนที่ชอบอาจารย์ก็เชื่อ ผมไม่เชื่อ ผมบอกอะไรถ้ามันหมิ่นเหม่อย่าทำเลย เพราะว่าไม่ได้เดินร้อนอะไร ทำมาหากินขายของ ขนาดของจะกิน โทษนะอาจารย์มารีวิวของที่ต้องกินใส่ปากเข้าไปเนี่ย ผมบอกอ่านสลากให้ดีนะ อย่าไปเชื่อคนที่มาจ้างรีวิวว่ากินแล้วจะเป็นอย่างนู้นอย่างนี้
เพราะถึงเวลากลายเป็นเราไปชักชวนโฆษณาเกินจริง เราก็จะมีความผิด ผมก็พยายามตรวจให้ว่าจะรีวิวอะไรออกไป ถ้าเป็นของกินทั่วไปไม่เป็นไร ของใช้ภายนอกไม่น่ามีปัญหา ถ้าของต้องกินใส่ปาก ต้องดูแล้วดูอีก ไม่จำเป็นไม่อยากให้อาจารย์ไปยุ่งด้วย พวกยา เครื่องบำรุงอาหาร อะไรพวกนี้มันสุ่มเสี่ยงมาก เพราะเราไม่รู้เขาผลิตได้มาตรฐานหรือเปล่า ถ้าพวกสบู่ พวกครีมอะไร ไม่ค่อยมีปัญหา เพราะผมเป็นที่ปรึกษา ผมพยายามดูให้”
เอ : “แต่เราก็ยังมูอยู่ครับ เพราะว่าเรารัก เราศรัทธา พูดตรงๆ ก็คือเป็นศาสนาของเรา อย่างเวลามีพิธีกรรม หรือมีวันสำคัญทางศาสนา เราก็ยังทำนะครับ แต่ว่าเราจะไม่ได้อยู่ในบทบาทอาจารย์ผู้ทำพิธี เราจะเป็นเพียงแค่คนๆ หนึ่งที่นั่งทำพิธี ก็คืออยู่ในพิธีเท่านั้น เราก็ยังทำ ยังไหว้เหมือนเดิม เพราะเราเชื่อของเราแบบนี้”
ทนายสายหยุด : “มูตัวเอง มูทีมงาน แล้วก็พวกน้องๆ ในออฟฟิศ ไม่ได้ไปชักชวนให้ใครมามูด้วย ไม่ได้ไปเก็บรายได้จากการมู ไม่ได้ไปทำวิธีให้ใครแล้ว อยากจะมู มูเอง ไหว้เอง”
เอ : “เรื่องวัตถุมงคลตอนนี้เราก็มี แต่จะเป็นการรับมาจากครูบาอาจารย์ที่อินเดีย”
ทนายสายหยุด : “ถ้าเปรียบเหมือนวัดพุทธเรา ก็เหมือนผมไปเช่าพระจากวัดดังมาลังหนึ่ง 1,000 องค์ แล้วผมก็มาปล่อยเช่า หรือมันก็คือซื้อขายนั่นแหละ อาจารย์เขาก็ไปซื้อมาจากวัดที่ต่างประเทศ ที่เขาปลุกเสก คนมีความเชื่อในแนวเดียวกัน อาจารย์เขาก็เอามาแจกจ่ายกัน แต่อาจารย์ไม่ได้ผลิตเอง ไม่ได้มูเอง ไม่ได้เสกเอง ซึ่งตรงนี้ผมก็จะพยายามบอกแล้วไม่ต้องไปขยายสรรพคุณ ว่าบูชาแล้วจะเป็นอะไรยังไง ไม่ต้องพูดทั้งนั้น เพราะไม่อยากมีคดี ไม่อยากจะพากันไปโรงพัก (หัวเราะ)”
โดนดรามาครั้งแรกในชีวิต จากกระแสผู้วิเศษ 4 เดือนที่ผ่านมาร้องไห้ทุกวัน ทั้งแพนิกทั้งกลัว จนไม่กล้าโพสต์รูป
เอ : “ตอนที่โดนกระแสผู้พิเศษ เป็นครั้งแรกในชีวิตที่โดนกระแสดรามา ผมอยู่ในออนไลน์มาประมาณ 12-13 ปีนะครับ แล้วก็เราแทบไม่เคยโดนดรามาเลย แต่ว่าครั้งนี้เป็นดรามาครั้งที่ใหญ่ที่สุดในชีวิต คือเป็นนิวเคลียร์ในการล้างความรู้สึกหลายๆ อย่างของเรา ช่วงเวลานั้นผมเจ็บปวดมาก ส่วนที่ผมผิดพลาด ผมพร้อมยอมรับ แต่ว่าส่วนที่ผมเจ็บปวดมากที่สุด คือในสิ่งที่ผมไม่ได้ทำ แล้วผมไม่มีโอกาสได้พูด แต่วันนี้รู้สึกดีใจที่ได้มาพูด
แต่หลังจากที่เกิดประเด็นดรามามาจนถึงทุกวันนี้ มันเป็นช่วงเวลาที่ผมได้กลับไปทบทวนว่าเฮ้ย บางทีเราก็อาจจะสุดโต่งจนเกินไป เราสุดโต่งเพราะว่าเรารักแล้วก็ศรัทธาของเราจริงๆ แล้วทีนี้มันเป็นช่วงเวลาที่เราได้ได้กลับมาทำรู้จักตัวเองมากขึ้น ให้มันอยู่ตรงกลางมากขึ้นกว่าเดิม แต่ว่า 4 เดือนที่ผ่านมา ผมร้องไห้ทุกวันเลยนะครับ ผมร้องไห้เพราะว่าผมกลัว คือปกติผมจะได้โพสต์รูปองค์พ่อพระพิฆเนศ องค์ปู่นาคาจักรพรรดิ ผมเคยโพสต์ ผมเคยไหว้ แต่ผมไม่ทำเลย ผมกลัวมันเป็นประเด็น กลัวมาก
สิ่งที่ทำได้ดีที่สุด คือผมแอบไปลงแค่สตอรี่ในเฟซบุ๊กส่วนตัวของตัวเอง เพื่อสะท้อนถึงความศรัทธาของเรา จนมาถามพี่สายหยุด ว่าผมจะขอโพสต์รูปองค์พ่อที่ผมรักบ้างได้ไหม มันจะเป็นประเด็นหรือเปล่า จนหลังๆ มาก็จะเริ่มเห็นผมเริ่มโพสต์บ้าง”
ทนายสายหยุด : “โพสต์รูป โพสต์อะไรได้ แต่เราไม่ได้ไปบรรยาย ว่ามาที่นี่ต้องทำแบบนี้ แล้วจะได้แบบนั้น คือไม่อยากให้พูด ให้คนอื่นเขาพูดเองดีกว่า เขามาขออะไรเราไม่รู้ เขาได้ให้เขาพูดเอง พอมีคนจับจ้องเยอะ แล้วก็เคยมีปัญหา ผมก็ไม่อยากให้มีประเด็นขึ้นเป็นคดี”
เอ : “แต่ 4 เดือนที่ผ่านมาแพนิกมากครับ กลัว บางทีเราทำคลิปขึ้นมาแล้วนะครับ ตัดต่อกันมาแล้ว แต่โพสต์ดีไหม ถ้าโพสต์แล้วจะเป็นประเด็นพูดถึง ว่าเรากลับมาเป็นผู้พิเศษอีกหรือเปล่า เป็นอาจารย์อีกไหมหรือบางทีลูกศิษย์ที่ยังศรัทธาเราอยู่เข้ามาที่นี่ เขายังปฏิบัติเหมือนเดิม เราก็บอกเขาว่าไม่เอาแบบนี้แล้ว เรายืนคุยกัน พูดคุยกันเป็นเพื่อน (ไม่ให้กราบให้ไหว้ ให้อะไรแล้ว?) แต่จริงๆ ที่ผ่านมาก็ไม่เคยให้ไหว้นะครับ”
ทนายสายหยุด : “ถ้าเขานั่งต้องรีบจับเขาขึ้นเลย เพราะบางคนเขาเชื่อของเขาเอง มันก็จะกลายเป็นเราไปทำตัวเป็นผู้พิเศษหรือเปล่า ปูพรม แต่พรมก็ปูอยู่แล้ว แต่เขานั่งที่พื้น ไอ้เรายืนอยู่ ก็กลายเป็นอย่างนี้ มันก็ดูไม่ดี ก็ต้องให้เขานั่งเก้าอี้ทุกคน อย่าให้เขานั่งพื้น เราก็ต้องนั่งเท่ากัน”
คำว่าผู้วิเศษยังสร้างรอยแผล เกิดมาไม่เคยโดนคนรุมด่ามากขนาดนี้
เอ : “รู้สึกว่ามันยังมีแผลอยู่ข้างในอยู่ครับ ยังแอบเจ็บอยู่เหมือนกันครับ แอบเจ็บเพราะว่า มันเป็นช่วงที่หนักครั้งหนึ่งในชีวิตนะครับ หนักเลยครับ เราเกิดมาไม่เคยโดนคนรุมด่าเรามากขนาดนี้ ปกติมีใครบางคนไม่ชอบเรา มาว่าเรา เรายังรู้สึกน้อยเลย แต่อันนี้แบบเยอะมาก แต่หลังจากที่บอกกับพี่หนุ่ม (กรรชัย กำเนิดพลอย) ในโหนกระแสไป ว่าจะเลิกเป็นอาจารย์สายมู ออกมาก็เลิก วันถัดมาคือไลฟ์ขายสบู่เลยครับ แต่ถ้าใครอยากมาไหว้ที่นี่ ก็ยังสามารถมาขอพรได้ตามปกติ และตอนนี้ก็ยังมีผู้คนมาขอพรตามปกติครับ และผมก็ยังคงจะสร้างเทวสถานที่ผมตั้งใจเหมือนเดิมครับ”


