“ณวัฒน์” เผยอยากให้ “อิงฟ้า” สานต่อเวทีแกรนด์ เชื่อจะต่อยอดธุรกิจได้ แถมสปอนเซอร์รุม ยันไม่ปิดตำนาน “อิง-ล็อต” แค่เอางานเดี่ยวเป็นหลัก งานคู่ยังรับ แต่ค่าตัวแพง ยังไม่ได้คุย “ชาล็อต” ให้บริษัทดูแล ไม่อยากเสี่ยง ไม่รู้อยู่ในอารมณ์ไหน เตือนแฟนคลับเบาลงหน่อย แรงไปจนคนไม่กล้าจ้างงาน คอนเนกชั่นสุดปัง “โดนัลด์ ทรัมป์” เชิญไปร่วมงานครบรอบ 1 ปี ปธน. สหรัฐฯ อัปเดต “นายกฯ อนุทิน” ฟ้องหมิ่นฯ ศาลกลับคำพิพากษาให้คดีมีมูล ฟุ้งเนื้อหอมมาก หลายพรรคชวนลงการเมือง
ทำเอาหลายคนฮือฮา หลัง “ณวัฒน์ อิสรไกรศีล” เผยว่าอีก 2 ปีจะยกเวทีมิสแกรนด์ไทยแลนด์ให้ “อิงฟ้า วราหะ” สานต่อ ล่าสุด (6 ก.พ.) ได้เจอเจ้าตัวในงานเปิดบ้าน MGI ต้อนรับผู้เข้าประกวด Miss Grand Thailand 2026 ทั้ง 77 จังหวัด ก็เลยขอถามถึงประเด็นนี้กันสักหน่อย ว่าตกลงบอสเอาจริงหรือแค่พูดเล่น พร้อมอัปเดตถึงสาว “ชาล็อต ออสติน” หลังมีประเด็นดรามากันต่อเนื่อง ตั้งแต่ขึ้นอวยพรวันเกิด
“ไม่ถึงกับยกให้ ให้เช่าครับ (หัวเราะ) เป็นไปได้นะครับ เพราะเคยบอกว่าเห็นอิงฟ้าเขาเป็นคนที่รักการประกวดนางงาม วันนี้คิวแน่นยังขอกองละครมา เพราะพี่ฟ้าบอกว่าในฐานะเป็นผู้จัดการกองต้องมา เขามาด้วยสปิริตจริงๆ และเป็นคนที่ซื่อสัตย์ต่อแกรนด์ หลายๆ คนพอดังมากๆ ก็จะลบตำแหน่งออก แต่พี่ฟ้าใส่มิสแกรนด์อันดับหนึ่ง ยังคงเหนียวแน่นต่อกับว่าแกรนด์ เพราะฉะนั้นถ้าผมจะเลือกให้ใครสักคน ผมจะเลือกให้อิงฟ้า แต่เขาจะรับหรือเปล่าอันนี้อีกเรื่องหนึ่ง เพราะเขาไม่มีเวลา
แต่ก็เป็นไปได้ครบ เช่นเอาไปหมดเลย กำไรแบ่งกันคนละครึ่ง แล้วหนูเอาไปทำเลย แต่ต้องทุ่มเทนะ ถามว่าทำไมถึงอยากให้อิงฟ้า มันเป็นเรื่องปกติที่เราโตขึ้น ผมก็ต้องไปดูหมวดหมู่อื่นมากขึ้น เพราะฉะนั้นถ้าใครทำได้ และให้มันเติบโตขึ้น ไม่แน่หรอกอิงฟ้าอาจจะขายสปอนเซอร์ได้มากกว่าผมเยอะ บารมีอิงฟ้าถ้าออกไปขายสปอนเซอร์คนซื้อหมด เอาไปเลยหนู เอา 10 ล้าน ให้ 10 ล้าน เขายังมีอะไรที่ต่อยอดธุรกิจได้อีกเยอะ แล้วอายุก็ 31 ยังแจ๋ว ทำงานหนักมาครบ 4 ปีแล้ว น้องเหมาะ น้องมีวุฒิภาวะทำได้”
ไม่ได้ปิดตำนานคู่จิ้น “อิงฟ้า - ชาล็อต” แค่รับงานเดี่ยวเป็นหลัก งานคู่ก็ยังรับ แต่ค่าตัวแพง
“ผมไม่ได้เป็นผู้กำหนดให้ปิด ตอนนี้ก็ยังรับ แต่ด้วยจังหวะอิงฟ้าต้องโปรโมตหนัง และในเรื่องไม่มีการจิ้น ไม่มียูริ พี่ฟ้าต้องเดินคู่อาโป (ณัฐวิญญ์ วัฒนกิติพัฒน์) และต้องทำให้คนเชื่อ เพราะฉะนั้นการที่หนังจะฉาย และความคาดหวังของผู้สร้าง เขาอยากฉายไปทั่วโลก เขาเลยอยากจะความเชื่อในเรื่องของเนื้องานด้วย แต่ถ้ามีงานคู่กัน ผมก็ยังรับ แต่ค่าตัวแพงก็ต้องพูดกันตรงๆ เพราะเราจะรับไม่เยอะ แต่ละคนงานเยอะมาก แต่เราไม่สามารถไปหยุดคู่จิ้นได้หรอก ถ้าเขายังจิ้นกันอยู่ จิ้นแล้วมีประโยชน์ซึ่งกันและกัน พูดไม่แอ๊บ แต่ตอนนี้มันเป็นงานใครงานมัน มันจะสับสนวุ่นวาย”
ให้บริษัทดูแลเรื่องงานของ “ชาล็อต” ถ้ามีโอกาสก็อยากคุยกันเพื่อทำความเข้าใจ
“ผมไม่อยากสัมภาษณ์เรื่องนี้เลย ตัวผมเฉยๆ ให้บริษัทดูแล ถ้ามีโอกาสก็อยากคุยกันเพื่อทำความเข้าใจกันมากขึ้น เรายังรับงานให้น้องอยู่ ไม่ได้ละเลย เพราะทุกงานคือรายได้ของน้องและของเรา แต่ว่าด้วยกระแสหลายๆ อย่าง แฟนคลับของน้องคอยอุปถัมภ์ค้ำชู แต่ผู้จัดผู้จ้างเขามองคนละมุม เพราะฉะนั้นครั้งนี้เป็นบทเรียนให้หลายๆ คน แฟนคลับมั่นใจว่าการมีแฟนคลับอุปถัมภ์ น้องจะอยู่ได้และโด่งดัง ผมว่าอยู่ได้ครับ แต่จะดังไปกว่านี้มันต้องผู้จัด เอเจนซี่ และสินค้า ถึงจะทำให้ดังขึ้นไปอีก”
เตือนแฟนคลับเบาความแรงลงนิด ตอนนี้งานน้อยลงเพราะแบรนด์กลัว ไม่กล้าจ้าง
“ผมไม่ว่าน้อง แต่เตือนแฟนคลับน้อง ประเภทแรงเข้าไว้ เบาลงหน่อยนิด เพราะมันมีผลกับน้อง ตอนนี้เป็นเพราะแฟนคลับแรง งานก็ไม่ติดต่อน้อง เพราะเขากลัวการก้าวร้าวของคนรอบข้าง ถ้าน้องไปทำงานแล้วมีปัญหาขึ้นมา กลัวว่าจะมาถล่มใส่เขา เพราะฉะนั้นหลายๆ คนที่แรงๆ สงสารน้องเถอะ ยิ่งแรงน้องยิ่งอยู่ในเซฟตี้โซน คนไม่กล้าเอื้อมมาใช้ งานที่น้อยลงไม่ใช่เราไม่อยากได้ เราโคตรอยากได้ แต่แฟนคลับน้องชอบโพสต์ ชอบทำคลิปบ้าๆ บอๆ ออกมาเยอะ จนผู้จัด จนผลิตภัณฑ์กลัวกันไปหมด
โดยเฉพาะการไปขู่ว่ามีแฟนคลับเป็นหมื่น ไม่ต้องไปกลัวหรอกเลี้ยงได้ คือมันสนุกแฟนคลับ แต่ในภาคธุรกิจเขาไม่สนุกด้วย งานก็หายไปพอสมควรนะ ตั้งแต่แฟนคลับแรงๆ พูดง่ายๆ แฟนคลับก็เหมือนคนรอบบ้าน ถ้าตนรอบบ้านท้าตีท้าต่อย คนก็ไม่อยากเดินไปเกี่ยวข้องด้วย ตัวน้องอาจจะไม่ได้มีอะไรมากมาย แต่ก็อาจจะไม่ได้ห้ามแฟนครับ เพราะเกรงว่าห้ามเดี๋ยวไม่ถูกใจ มันก็เลยอยู่อย่างนี้ ถามว่าน้องอยู่ได้ไหม ก็อยู่ได้ แต่จะอยู่ยังไง ผมอยากให้น้องอยู่แบบอิงฟ้า แฟนคลับพี่ฟ้าที่สบาย ชิลมาก”
จะได้ “ชาล็อต” คนเดิมกลับมาไหม ก็อยู่ที่แฟนคลับ
“ก็อยู่ที่แฟนคลับ ถ้ายังใช้วิถีแบบนี้ น้องก็จะเหนื่อย ผมก็จะเหนื่อย ไม่มีสังคมในวงการบันเทิง ที่อยู่ได้โดยปราศจากหลังเกณฑ์และกฎกติกา การอยู่กับบริษัทก็รัก เคารพ ฟัง แต่ถ้าแฟนคลับจะด่าผมเหมือนไม่ต้องเคารพเลย ไม่ต้องมานั่งฟังบริษัท มันก็คนละแบบ ซึ่งผลลัพธ์มันไปลงที่ตัวน้อง ภาพน้องติดลบไปเรื่อยๆ ทำไมแฟนคลับเกเร เหวี่ยงกันขนาดนี้ เพราะฉะนั้นต้องนึกถึงกฎ และสิ่งที่เหมาะสมในการอยู่ในวงการบันเทิง ผมเห็นมาเยอะ บางทีไม่ต้องแฟนคลับหรอก แค่แม่จุ้นจ้านมากๆ ศิลปินก็ตายจากโลกนี้ไปเยอะมาก ผู้จัดการจุ้นจ้าน หรือญาติที่จุ้นจ้านก็เยอะมาก คิดว่าลูกฉันดัง ลูกฉันอยู่ได้”
ยังคุยได้เหมือนเดิม แค่ตอนนี้ไม่ได้เจอ ไม่อยากเสี่ยงไปคุย เพราะไม่รู้อยู่ในอารมณ์ไหน
“ยังไม่มีอะไร ก็คุยได้ แต่ไม่ได้เจอเท่านั้นเอง เจ้าหน้าที่ผู้ช่วยผมเป็นคนคุยครับ เพราะผมไม่อยากเสี่ยงในการเข้าไปคุย เนื่องจากเราไม่รู้ว่าอยู่ในอารมณ์ไหน ไม่อยากให้ไปกันใหญ่ ตอนนี้ถ้าแฟนคลับไม่เงียบลง มันก็คุยไม่ได้หรอก ตามสภาพ สมมติอยากไปคุย แต่คนรอบตัวเธอยังด่าฉัน แล้วฉันจะคุยกันเธอด้วยบริบทไหน มันรู้สึกไม่ปลอดภัย และไม่มีความสุขที่อยากคุย”
ยอมรับมีหมดใจ เพราะแฟนคลับของเจ้าตัว
“มันก็มีส่วนหมดใจครับ เป็นเรื่องปกติ แต่หมดใจเพราะแฟนคลับนะ ไม่ได้หมดใจเพราะตัวน้อง เพราะเราทำดีเท่าไหร่ ปั้นน้องมาจากฟอลโลเวอร์แค่ 7 พันคน ต้องยอมรับว่าสะพานนี้เป็นสะพานเส้นหนึ่ง ที่ทำให้น้องกลายเป็นผู้มีชื่อเสียง มั่งคั่งด้วยเงินทอง รายล้อมไปด้วยความสุข เพราะฉะนั้นแฟนคลับต้องคิดในจุดนี้ด้วย แฟนคลับน้องมาทีหลังผมทุกคน เพราะฉะนั้นคุณจะด่าคนมาก่อน ก็เหมือนเมียน้อยด่าเมียหลวงทำไม”
ถ้าหมดสัญญาแล้วจะไปก็ไม่มีปัญหา
“ถ้าหมดสัญญาแล้วก็ไม่มีปัญหา ถ้าไปก่อนสัญญาคงไม่ได้ เพราะบริษัทเราก็เต็มความสามารถ เราไม่ได้ทำอะไรผิด เราขายงานให้อยู่นะ แต่ขายไม่ออก เพราะเจ้าของงานเขาบอกว่าแฟนคลับน้องแรงจัง กลัวเดี๋ยวจะมีปัญหา แฟนคลับต้องเบาๆ ถ้ารักน้อง เต็มที่แล้ว ผมช่วยเต็มที่แล้ว เหลือแค่คุณ จะเล่นสงครามความวุ่นวาย มันก็ไปตกอยู่กับน้อง”
ฝากถึง “ชาล็อต” ให้ตั้งสติ ไม่ได้ทวงบุญคุณ แต่เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เป็นที่รู้จัก
“ก็ตั้งสติ ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเยอะแยะ อย่างที่น้องบอกว่าอาจจะมีเรื่องภาวะทางจิต อาการแพนิก อยากบอกน้องว่าจุดเริ่มต้นคือจุดที่สำคัญที่สุด ไม่ได้ทวงว่าเรามีบุญคุณนะ บุญคุณต่างตอบแทน ไม่ถือว่าเป็นบุญคุณ แต่เราคือจุดเริ่มต้น และคนอื่นๆ ก็มาชอบกัน แต่ต้องไม่ลืมสารสกัดตัวแรกที่ผสมให้คุณกลายเป็นบุคคลนี้ และทำให้คนอื่นรู้จักคุณ เพราะฉะนั้นคนที่มารู้จักคุณมาด่าผม มันก็ไม่แฟร์ ถ้าเป็นชาล็อตคนก่อนที่ผมไปดูการประกวดภูเก็ต แล้วไม่ได้ที่ 1 ก็ยังไม่เห็นมีใครว่าอะไร ฉะนั้นเวลาเปลี่ยน คนต้องไม่เปลี่ยน แต่คิดว่าอาจจะไม่ได้เปลี่ยนหรอก อาจจะงงๆ อยู่”
สุดปัง! “โดนัลด์ ทรัมป์” เชิญไปร่วมงานครบรอบที่ 1 ที่ได้รับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา
“ครบรอบ 1 ปี ที่แกเป็นประธานาธิบดี และเกี่ยวกับเรื่องของสันติภาพ เนื่องจากผมไปงานที่ทำเนียบขาวครั้งที่แล้ว แล้วได้เจอผู้ใหญ่ในทำเนียบเยอะ แล้วมีโอกาสได้เจอกับท่านเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย คนใหม่ที่กำลังจะมา และได้ทานข้าวกัน ก็เลยเป็นสายสัมพันธ์ที่ดี ทีนี้เขาจะจัดงานที่มาร์-อา-ลาโก (Mar-a-Lago) คลับส่วนตัวของทรัมป์ เขาเคยเกริ่นไว้ว่าอยากเชิญ ฝรั่งเขาพูดแล้วเขาทำ เขาก็เชิญครับ ก็จะไปวันที่ 18 ก.พ. นี้ งานวันที่ 20 บินกลับวันที่ 21”
ศาลอุทธรณ์กลับคำพิพากษาให้คดีมีมูล หลังนายกฯ “อนุทิน ชาญวีรกูล” ฟ้องหมิ่นประมาท ปมวิจารณ์โควิด
“ศาลรับการอุทธรณ์ กลับคำพิพากษาว่าคดีมีมูลอีกแล้ว จากคดีไม่มีมูล ศาลอ่านคำพิพากษาแล้ว ก็คือท่านเป็นคนสาธารณะ แล้วผมเป็นผู้มีผลกระทบ และออกความเห็นโดยสุจริต ในฐานะประชาชนคนไทย จึงยกฟ้อง แต่ทางคุณอนุทินแกอยากไปต่อ ก็ให้ทนายส่วนตัวไปอุทธรณ์อยู่พักใหญ่ ศาลก็อ่านคำวินิจฉัยใหม่ อ่านกันคนละด้านกับครั้งแรก ว่าจะทำให้ท่านเสื่อมเสียโน่นนี่ จึงมีเหตุอันสมควรรับไว้พิจารณา เดือนมีนาคมนี้ ผมก็ต้องขึ้นศาลในคดีนี้อีกครั้งหนึ่ง
โควิดมันนานมากแล้ว วิจารณ์ไปก็เป็นเรื่องปกติ ไม่มีใครไม่วิจารณ์ และผมไม่ได้วัคซีนจากรัฐบาลแม้แต่โดสเดียว ผมซื้อให้ตัวเองและพนักงานทั้งบริษัทคนละ 2 โดส โดยฝากโรงพยาบาลเอกชนซื้อ จ่ายไปหลายแสน ผมเข้า ICU ป่วยอยู่ 27 วัน แทบจะเอาชีวิตไม่รอด แทบจะเป็นบ้า สติก็ไม่ค่อยจะดี ออกมาก็ยังหนักอยู่ ก็ค่อนข้างเสียความรู้สึกกับระบบสาธารณสุข ก็ไปวิจารณ์เขา เขาก็ส่งหมายศาลว่าไปหมิ่นประมาท เป็นคดีอาญา ไม่เรียกร้องค่าใช้จ่าย แต่อยากให้ผมติดคุก ซึ่งผมก็รอด กลับบ้านก็นึกว่าจบ แต่ไม่จบครับ ไปอุทธรณ์ ศาลกลับคำพิพากษาเป็นคดีมีมูล ตอนนี้ผมก็ต้องก้มหน้าเป็นจำเลยต่อไป
เรื่องกังวลใจ ผมกังวลใจแทนประเทศไทยมากกว่า คดีนี้เอาตรงๆ ผมก็ไม่ได้กลัวหรอก ถ้าสมมติผมต้องแพ้คุณอนุทินในเรื่องแค่นี้ ก็คิดว่าเป็นบรรทัดฐานของประเทศไทยดี แต่ผมยังเชื่อในกระบวนการยุติธรรมนะครับ ทุกคดีของผมหมดแล้ว เหลืออันนี้กับของกามิน ของท่านอื่นๆ เขาไม่พูดใจเจ็บประชาชนตัวเล็กตัวน้อย กับเรื่องที่มันเล็กมาก แล้วผมก็บอกผ่านกับหลายๆ คนไปหาท่านแล้ว ว่ามันน่าจะจบ ท่านก็เป็นนายกฯ แล้ว ทำไมไม่จบ มายุ่งอะไรกับผมเรื่องกระจิ๊บกระจ่อย ศาลเคยบอกแล้วไม่มีมูลความผิด แล้วท่านจะมาเอาอะไรกับผม ผมไม่ได้ฟ้องคืนอยู่แล้ว ก็เสียความรู้มากขึ้นเรื่อยๆ
จริงๆ อยากเลือกท่านนะ แต่ท่านฟ้องผมไม่กล้าเลือก เดี๋ยวถ้าท่านทำงานไม่ดีแล้วไปวิจารณ์ท่าน ท่านก็ฟ้องหมิ่นประมาทอีก ก็ป่าวประกาศไปเลย ช่วยฝากบอกด้วยว่าฟ้องประชาชนทำไม ไปฟ้องเขมรโน่น ผมแค่ออกความเห็นเพราะตัวเองจะตาย ฟื้นมาได้พูดนิดหนึ่งก็ฟ้อง ไปเอาเรื่องอื่นดีกว่า เรื่องเทาๆ แล้วผมจะรักท่านที่สุด จะเลือกท่านทั้งประเทศมิสแกรนด์เลย แต่ตอนนี้ไม่ไหวครับ เป็นนายกฯ ต้องใจกว้างกับคนไทย
อย่าลืมไปเลือกตั้งนะ รักใครชอบใคร ถ้าชอบรัฐบาลนี้ ก็เลือกท่าน แต่ถ้าอยากเปลี่ยนแปลง ก็เลือกคนอื่น แต่รัฐธรรมนูญต้องแก้นะ พูดได้เลยตรงๆ การแก้รัฐธรรมนูญ มิได้แก้มาตรา 112 อย่าหลงเชื่อการโฆษณาชวนเชื่อ สาระสำคัญคือแก้อำนาจ สว. และที่มาขององค์กรอิสระ กกต. ปปช. และอีกมากมาย ถ้าไม่แก้เราจะใช้ฉบับลุงตู่อยู่นะ ฉบับปฏิวัตินะ”
ไม่คิดเล่นการเมือง แต่เนื้อหอมมาก มีคนชวนทุกพรรค
“ไม่อยากหรอก มีคนชวนทุกพรรค เนื้อหอมมาก แต่ผมรู้สึกว่าการเมืองมันทุเรศ กกต. ทำงานได้แย่มาก ฟังแล้วอย่ามาฟ้องผม คุณอยู่เพราะเงินภาษี คุณใช้งบประมาณ แต่คุณทำงานได้ห่วยมาก แล้วพอตำหนิติเตียน คุณบอกว่าถ้าไม่ไว้วางใจ ก็ไม่ต้องไปเลือก นี่ตกลงประเทศเราเป็นประชาธิปไตย หรือเอาแต่ใจ เอาแต่ใจคุณเราอยู่ไม่ไหวนะ อย่าลืมไปเลือกตั้งกันนะ เลือกตั้งครั้งนี้เป็นการพยายามเปลี่ยนบรรยากาศของประเทศ เพราะฉะนั้นคุณต้องมีสติ ทุกคนต้องไปเลือกตั้ง ถึงแม้มันจะยากเย็น แต่อดทนไว้ นี่คือประเทศของเรา เที่ยวนี้ออกไปใช้สิทธิ์ อยากเลือกใครเลือก เราต้องช่วยกัน อย่าท้อ”


