“เนย ปภาดา” เปิดใจครั้งแรก หลังหย่าสามี 2 ปี ทั้งเหนื่อยและหนัก แต่มีความสุข เพราะความรักของลูก ตัดสินใจดีแล้ว ความเปลี่ยนแปลงทำให้กลายเป็นตัวเองในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุด บอกความจริงกับลูกทุกอย่าง ไม่มีอะไรปิดบัง เดินหน้าทำมาหากินเพื่ออนาคต ผันตัวเป็นติ๊กต๊อกเกอร์เปิดช่องทำอาหาร
หลังเมื่อ 2 ปีที่แล้ว นางเอกสาว “เนย ปภาดา กลิ่นสุมาลย์” ได้ออกมาเผยผ่านไอจี ว่าตัดสินใจยุติความสัมพันธ์กับอดีตสามี “ดร.เจ ภาสกร สกลสัตยาทร” เรียบร้อยแล้ว และเป็นการจบกันด้วยดี ล่าสุดวันนี้ (5 ก.พ.) เจ้าตัวก็ได้ออกมาเปิดใจกับสื่อเป็นครั้งแรกถึงเรื่องนี้ หลังพาลูกสาวมาร่วมกิจกรรม Skate Clinic Disney On Ice Presents Magic In The Stars โดยเผยว่าชีวิตการเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว 2 ปี มันเป็นอะไรที่แฮปปี้ และมีความสุขมาก
“แฮปปี้มาก มีความสุขมากค่ะ ช่วงชีวิตที่ผ่านมา รู้สึกว่าชีวิตเป็นไปในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ในทุกๆ เรื่อง ทั้งในเรื่องของตัวเองเอง เรื่องของลูก เรื่องหน้าที่การงาน เป็นกราฟที่ค่อยๆ ไต่ระดับไปในทิศทางที่ดี แต่ถามว่าการเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวมันเหนื่อยไหม ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าทั้งหนักและเหนื่อย แต่มันเต็มไปด้วยความสุขมากๆ เป็นความเหนื่อยที่เรายินดี เป็นความหนักที่ไม่มีคำว่าท้อ ความรักของลูกมันฟูลฟีลใจเรา มันทำให้เรามีกำลังที่จะสู้ต่อ ที่จะทำเรื่องต่างๆ ในชีวิตค่ะ”
ตัดสินใจและคิดทบทวนดีแล้วในทุกเรื่อง
“จริงๆ การตัดสินใจในชีวิต ไม่ว่าเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ มันผ่านการคิดทบทวนไตร่ตรองมาจนเราได้คำตอบที่ดีแล้ว จนเราหนักแน่นกับคำตอบนั้นจริงๆ ค่ะ มันถึงเป็นการตัดสินใจในการที่จะเป็นสเต็ปต่างๆ ออกมา อย่างที่ทุกคนทราบ ก็ต้องเรียกว่าเป็นจุดเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิตเหมือนกันค่ะ แต่เราก็ได้อะไรหลายอย่างจากมัน เราได้ตัวเราที่ดีและโตขึ้นในทุกๆ เรื่อง ได้สติ ได้แง่คิด ได้ธรรมะอะไรหลายๆ อย่าง ทำให้เราเป็นเวอร์ชั่นที่ดีที่สุดเท่าที่เคยเป็นมาในวันนี้ค่ะ”
ตอนนี้เป็นทุกอย่างให้ลูก คุยกันเหมือนเป็นเพื่อนสนิท
“จริงๆ มันเป็นแรงฮึด ที่เราฮึบขึ้นมา จากการตัดสินใจครั้งนั้น มันเหมือนรวบรวมพลังทั้งหมดที่มีอยู่ เพื่อก้าวเดินต่อ มันยากแค่ตอนที่เราคิดว่าเราจะไปยังไงต่อ แต่เมื่อเราตัดสินใจแล้ว ทุกอย่างมันไม่ยากเลย มันค่อยๆ ง่ายขึ้นด้วยซ้ำค่ะ ตอนนี้ก็เป็นทุกอย่างให้ลูกค่ะ เป็นแม่ เป็นพ่อ เป็นเพื่อน เป็นพี่ เป็นน้อง เป็นทุกบทบาทให้เขาเลยค่ะ เราเหมือนเป็นเพื่อนรักกัน ไปไหนไปกัน
เราไม่ได้คุยเหมือนแม่ลูก คุยกันเหมือนเพื่อนสนิทอีกคนหนึ่ง ถึงแม้ว่าเขาจะยังเด็ก แต่เราจะพูดกับเขาตรงไปตรงมา เราอธิบายเหตุผลให้เขาเข้าใจ แต่จะใช้คำพูดที่เด็กเข้าใจง่าย เพื่ออธิบายว่าวันนี้เราเป็นยังไงกัน เขาเป็นเด็กที่เข้าใจอะไรง่ายมาก โตเกินวัยด้วยซ้ำ เขาเข้าใจในสถานการณ์ทุกๆ อย่างที่เกิดขึ้น แล้วก็ไม่ค่อยมีคำถามอะไรที่เรารู้สึกลำบากใจที่จะตอบ เขามีสองบ้าน แต่เขาก็แฮปปี้กับทั้งสองฝ่าย เวลาเขาถามอะไรเราก็ตอบอย่างตรงไปตรงมา เราก็จะบอกว่าเราเป็นเพื่อนกัน แต่พ่อก็ยังเป็นพ่อเหมือนเดิม แม่ก็เป็นแม่หนูเหมือนเดิม ทุกคนรักหนูเหมือนเดิม”
พูดตรงๆ บอกความจริงให้ลูกเข้าใจ
“เนยบอกความจริงกับลูกทุกอย่าง เพราะเขาคืออีกหนึ่งหัวใจ ยังไงวันใดวันหนึ่ง ก็เป็นเรื่องที่เขาต้องรู้อยู่แล้วในอนาคต ดังนั้นเขาควรรู้จากปากเราเป็นคนแรก และรู้ข้อเท็จจริงทุกอย่าง แต่เป็นในเวย์ที่เด็กจะรับรู้ได้ ก็ค่อยๆ บอกไป ซึ่งเขาโอเคมากค่ะ แล้วเขาก็รักทั้งคู่เหมือนเดิม ยังได้เจอคุณพ่อปกติค่ะ ไม่ได้อะไรขาด เขาได้รับความรักจากทั้งแม่และพ่อเหมือนเดิม”
ขอบคุณทุกกำลังใจ ที่ส่งมาให้ตลอด
“เนยยังไม่มีโอกาสได้ขอบคุณ เพราะยังไม่เคยได้ออกมาพูด จริงๆ ต้องขอบคุณมากๆ สำหรับทุกกำลังใจที่ส่งมาให้ตลอด ตั้งแต่วันที่ตัดสินใจจนถึงวันนี้ เรารู้เลยว่าทุกคนยังคอยเป็นกำลังใจให้ ซาบซึ้งใจและขอบพระคุณมากๆ ค่ะ ทุกกำลังใจเป็นพลังในการก้าวไปข้างหน้าจริงๆ”
ตอนนี้เดินหน้าทำมาหากิน เพื่ออนาคตของตัวเองและลูกสาว
“ตอนนี้ก็ตั้งหน้าตั้งตาทำมาหากินอย่างเดียวเลยค่ะ ทั้งอนาคตเราและลูก เราก็เดินหน้าเต็มกำลัง ศึกษาอะไรใหม่ๆ เพื่อพัฒนาตัวเองอยู่เรื่อยๆ ไม่ค่อยกังวลอะไรค่ะ มันเหมือนเราผ่านเรื่องใหญ่ในชีวิตมาได้แล้ว หลังจากนี้มันเป็นเรื่องเล็กๆ ที่เราไม่รู้จะกลัวทำไม เพราะทุกปัญหาที่เกิดขึ้นมันมีเพื่อให้เราแก้ไข และก้าวผ่าน ไม่ว่ากี่ปัญหาจะเข้ามา ก็ไม่มีอะไรต้องกังวลแล้ว ตอนนี้ก็รับงานเต็มที่ค่ะ เดินหน้าในวงการบันเทิงเหมือนเดิม ผู้ใหญ่ก็ยังน่ารักกับเรามากๆ มอบโอกาสดีๆ ในเสมอ แล้วตอนนี้ผันตัวเป็นติ๊กต๊อกเกอร์ค่ะ มาสายทำอาหาร ก็ทำไปเรื่อยๆ เป็นอาหารไทยซะส่วนใหญ่ ลูกค้าเข้าได้ค่ะ ยินดีมาก”


