ในวันที่ความต้องการทางการเงินเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน การเลือกเครื่องมือทางการเงินที่เหมาะสมถือเป็นกุญแจสำคัญสู่ความมั่งคั่ง สินเชื่อไม่มีหลักประกันจึงกลายเป็นทางเลือกยอดนิยมสำหรับพนักงานประจำที่ต้องการความคล่องตัว บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจถึงความแตกต่างระหว่างสินเชื่อแบบมีหลักประกันและไม่มีหลักประกันพร้อมแชร์เทคนิคการเลือกสินเชื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานและปลอดภัยที่สุดสำหรับคุณ
สินเชื่อไม่มีหลักประกันคืออะไร?
สินเชื่อไม่มีหลักประกัน คือ รูปแบบของสินเชื่อที่ผู้กู้ไม่จำเป็นต้องนำทรัพย์สินใด ๆ เช่น โฉนดที่ดิน บ้าน หรือรถยนต์ มาวางเป็นหลักค้ำประกันในการยื่นขอวงเงิน สถาบันการเงินจะพิจารณาการอนุมัติจากประวัติทางการเงิน ความมั่นคงของอาชีพ และฐานรายได้ของผู้กู้เป็นหลัก ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้ที่คุ้นเคยกันดี ได้แก่ บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด และสินเชื่อส่วนบุคคลนั่นเอง
สินเชื่อแบบมีหลักประกัน กับสินเชื่อไม่มีหลักประกัน ต่างกันอย่างไร
พรอมิสในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านสินเชื่อชี้ให้เห็นว่า “ความแตกต่างหลักอยู่ที่ "หลักประกัน" โดยสินเชื่อแบบมีหลักประกันต้องใช้ทรัพย์สิน เช่น บ้านหรือรถ มาวางค้ำเพื่อแลกกับดอกเบี้ยต่ำและวงเงินสูง ส่วนสินเชื่อไม่มีหลักประกัน จะเน้นความสะดวกและอนุมัติไวเนื่องจากไม่ต้องรอผลประเมินราคาทรัพย์สิน”
ตัวอย่างเช่น หากคุณต้องการเงินด่วนเพื่อซ่อมแซมบ้านฉุกเฉินการเลือกสินเชื่อที่ไม่ต้องค้ำประกันจะช่วยให้ได้รับเงินมาจัดการปัญหาได้ทันท่วงทีมากกว่า แม้อัตราดอกเบี้ยจะสูงกว่าเล็กน้อยเพื่อชดเชยความเสี่ยงที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันนั่นเอง
3 เหตุผลสำคัญที่คนส่วนใหญ่เลือกกู้เงินแบบไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน
ปัจจุบันผู้ที่มีรายได้ประจำมักเลือกใช้บริการสินเชื่อไม่มีหลักประกันมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยมีเหตุผลสนับสนุนหลัก 3 ประการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมือง ดังนี้
1. สะดวกและรวดเร็วสำหรับผู้ที่ไม่มีทรัพย์สินส่วนตัวมาวางจำนอง
สำหรับพนักงานออฟฟิศที่เพิ่งเริ่มต้นทำงานและยังไม่มีทรัพย์สินชิ้นใหญ่ การเข้าถึงเงินก้อนผ่านสินเชื่อไม่มีหลักประกันทำได้ง่ายกว่ามาก เนื่องจากลดขั้นตอนการประเมินมูลค่าทรัพย์สินและการไปจดทะเบียนจำนอง ณ กรมที่ดิน ทำให้กระบวนการอนุมัติสั้นลงและสามารถรับเงินมาใช้จ่ายในกรณีเร่งด่วนได้ทันเวลา
2. ไม่มีความเสี่ยงต่อทรัพย์สิน
ข้อดีที่เป็นจุดเด่นของการเลือกสินเชื่อไม่มีหลักประกัน คือความสบายใจในเรื่องของกรรมสิทธิ์ทรัพย์สิน เนื่องจากไม่ได้มีการผูกมัดบ้านหรือรถไว้กับสัญญาเงินกู้ จึงช่วยลดความกังวลเรื่องการถูกยึดทรัพย์สินหากเกิดเหตุสุดวิสัยที่ทำให้สภาพคล่องติดขัดในบางช่วงเวลา อย่างไรก็ตาม ผู้กู้ยังคงต้องมีวินัยเพื่อรักษาประวัติเครดิตที่ดีไว้
3. สามารถนำเงินไปใช้ได้ตามอิสระ
โดยส่วนใหญ่แล้ว สินเชื่อไม่มีหลักประกันในรูปแบบสินเชื่อส่วนบุคคลมักเป็นสินเชื่ออเนกประสงค์ที่ไม่จำกัดวัตถุประสงค์การใช้งาน ผู้กู้สามารถบริหารจัดการเงินก้อนได้ตามใจชอบ ไม่ว่าจะเป็นการใช้จ่ายเพื่อการศึกษา ซ่อมแซมบ้านเล็กน้อย หรือจัดการค่าใช้จ่ายที่จำเป็นอื่น ๆ โดยไม่ต้องแสดงหลักฐานการใช้จ่ายต่อธนาคารทุกรายการ
รวมเช็กลิสต์สำคัญก่อนตัดสินใจกู้สินเชื่อ
ก่อนที่คุณจะยื่นสมัครสินเชื่อไม่มีหลักประกัน หรือสินเชื่อประเภทใดก็ตาม การตรวจสอบความพร้อมของตนเองผ่านเช็กลิสต์ต่อไปนี้จะช่วยให้คุณบริหารหนี้ได้อย่างยั่งยืน
1. วัตถุประสงค์ในการกู้ยืมเงิน
คุณต้องถามตัวเองให้แน่ชัดว่าต้องการกู้เงินไปเพื่ออะไร การกู้เพื่อสร้างรายได้หรือเพื่อความจำเป็นเร่งด่วนย่อมดีกว่าการกู้เพื่อซื้อของฟุ่มเฟือยชั่วคราว การมีจุดประสงค์ที่ชัดเจนจะช่วยป้องกันไม่ให้คุณสร้างหนี้ที่เกินความจำเป็นจนกลายเป็นภาระหนักในอนาคต
2. สภาพคล่องทางการเงิน
ลองคำนวณรายได้ต่อเดือนเปรียบเทียบกับค่าใช้จ่ายประจำ หากต้องหักยอดผ่อนชำระ สินเชื่อไม่มีหลักประกัน เพิ่มเติมเข้าไป คุณยังสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยไม่ติดขัดหรือไม่ พยายามคุมภาระหนี้ทั้งหมดไม่ให้เกิน 30-40% ของรายได้ เพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเงินของคุณเอาไว้
3. ตรวจสอบประวัติข้อมูลเครดิต
ประวัติเครดิตคือหัวใจของการอนุมัติสินเชื่อไม่มีหลักประกันก่อนยื่นใบสมัคร คุณควรตรวจสอบสถานะบูโรของตนเองผ่านแอปพลิเคชันที่น่าเชื่อถือ เพื่อประเมินโอกาสในการได้รับอนุมัติหากประวัติการชำระเงินที่ผ่านมาสม่ำเสมอ โอกาสที่จะได้รับวงเงินตามที่ต้องการก็จะมีสูงขึ้น
4. อัตราดอกเบี้ย
ดอกเบี้ยคือต้นทุนที่คุณต้องจ่ายเพื่อแลกกับการนำเงินในอนาคตมาใช้ก่อน พยายามเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อไม่มีหลักประกันจากหลายสถาบันการเงิน เพื่อหาข้อเสนอที่คุ้มค่าที่สุดการเลือกดอกเบี้ยที่ต่ำเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์สามารถช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายรวมตลอดสัญญาได้อย่างมหาศาล
5. เงื่อนไขการชำระเงิน
ตรวจสอบระยะเวลาการผ่อนชำระว่าสั้นหรือยาวเกินไปหรือไม่รวมถึงความยืดหยุ่นในการโปะเงินต้นเพื่อลดดอกเบี้ย การเลือกเงื่อนไขที่สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้เงินของคุณจะทำให้การชำระคืนสินเชื่อไม่มีหลักประกันเป็นเรื่องที่จัดการได้ง่ายและไม่กดดันชีวิตจนเกินไป
6. ค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ
อย่าดูแค่ดอกเบี้ย แต่ต้องตรวจสอบค่าธรรมเนียมแฝง เช่น ค่าอากรแสตมป์ ค่าธรรมเนียมการดำเนินการ หรือค่าปรับกรณีชำระล่าช้า บางผลิตภัณฑ์อาจมีข้อเสนอที่ยกเว้นค่าธรรมเนียมเหล่านี้ซึ่งถือเป็นกำไรเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่จะช่วยให้คุณประหยัดเงินในกระเป๋าได้มากขึ้น
สรุปบทความ
ไม่ว่าคุณจะเลือกสินเชื่อแบบมีหลักประกันที่เน้นวงเงินสูงและดอกเบี้ยต่ำ หรือเลือกสินเชื่อไม่มีหลักประกันที่เน้นความรวดเร็วและสะดวกสบาย สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการมีวินัยทางการเงินและการวางแผนชำระคืนอย่างเป็นระบบ การทำความเข้าใจข้อดีและข้อจำกัดของสินเชื่อแต่ละประเภทจะช่วยให้คุณสามารถก้าวเดินบนเส้นทางทางการเงินได้อย่างมั่นคงและมีอิสระอย่างแท้จริง


