คิม ซอนโฮ และต้นสังกัด แฟนตาจิโอ ชี้แจงข้อกล่าวหาเลี่ยงภาษี ยืนยันทำทุกอย่างถูกกฎหมาย แต่ยังไม่ตอบคำถามสำคัญเรื่องการจ่ายเงินให้ครอบครัวและการใช้บัตรบริษัท ทำกระแสกังขายังไม่จบ
เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ต้นสังกัด คิม ซอนโฮ อย่าง แฟนตาจิโอ ออกแถลงการณ์ชี้แจงกรณีข้อกล่าวหาเลี่ยงภาษี ระบุว่า คิมซอนโฮดำเนินกิจกรรมทั้งหมดภายใต้สัญญาในนามส่วนตัวกับบริษัท และปฏิบัติตามกฎหมายรวมถึงขั้นตอนด้านภาษีอย่างครบถ้วน พร้อมยืนยันว่า บริษัทที่ถูกกล่าวถึงในรายงานข่าวก่อตั้งขึ้นเพื่อการผลิตการแสดงและกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อลดหรือหลีกเลี่ยงภาษีแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม ประเด็นหลักของข้อกล่าวหาไม่ได้อยู่ที่เหตุผลการก่อตั้งบริษัท แต่อยู่ที่ “การบริหารจัดการ” โดยรายงานระบุว่า ต้นปี 2024 คิมซอนโฮได้ตั้งบริษัทวางแผนการแสดงแห่งหนึ่ง จดทะเบียนที่พักอาศัยของตนในเขตยงซาน กรุงโซล และแต่งตั้งบิดามารดาเป็นกรรมการภายในและผู้ตรวจสอบบัญชี จุดที่ถูกตั้งคำถามคือ การจ่ายเงินเดือนให้พ่อแม่ในระดับตั้งแต่หลักล้านถึงหลายสิบล้านวอน ทั้งที่แทบไม่มีการดำเนินธุรกิจจริง รวมถึงข้อสงสัยว่ามีการใช้บัตรเครดิตของบริษัทเพื่อค่าใช้จ่ายส่วนตัวและความบันเทิง
แม้แฟนตาจิโอจะระบุว่า บริษัทดังกล่าวอยู่ระหว่างขั้นตอนการยุบกิจการ แต่ไม่ได้ชี้แจงเหตุผลว่าทำไมต้องปิด หากไม่มีการกระทำผิด ยิ่งทำให้เกิดข้อกังขาเพิ่มขึ้น
ในคดีภาษีที่เกี่ยวข้องกับคนดัง หน่วยงานภาษีมักเพ่งเล็งประเด็นที่เรียกว่า “ค่าแรงงานลวง” เป็นพิเศษ กล่าวคือ การตั้งชื่อญาติเป็นผู้บริหารหรือพนักงานแล้วจ่ายเงินเดือน ต้องพิสูจน์ได้ว่ามีการทำงานจริง หากไม่สามารถแสดงหน้าที่และบันทึกการทำงานได้ เงินเดือนเหล่านี้อาจไม่ถูกนับเป็นค่าใช้จ่ายของบริษัท และถูกจัดเป็นรายได้ส่วนบุคคลของผู้ถืออำนาจ ส่งผลให้ต้องเสียภาษีย้อนหลังพร้อมค่าปรับ
กรณีลักษณะใกล้เคียงเคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งกรณีพิธีกรสาว พัค นาแร ที่ถูกตั้งคำถามเรื่องการบริหารบริษัทที่เกี่ยวข้องกับครอบครัว รวมถึงล่าสุดศิลปินในสังกัดเดียวกันอย่าง ชา อึนอู ซึ่งถูกจับตาโครงสร้างเอเจนซีแบบบริษัทคนเดียวที่พัวพันสมาชิกครอบครัว จนมีการคาดเดาไปถึงความเป็นไปได้ของการเลี่ยงภาษีมูลค่าสูง
ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีชี้ว่า การตั้งบริษัทไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมาย แต่การจ่ายเงินให้ญาติและการใช้เงินบริษัทในเรื่องส่วนตัวเป็นจุดอ่อนไหวสูงในการตรวจสอบ และไม่อาจยุติข้อสงสัยได้ด้วยคำชี้แจงสั้น ๆ หากไม่มีเอกสารและความโปร่งใสรองรับ
สำหรับคิมซอนโฮ เขาเพิ่งกลับมามีผลงานเด่นอีกครั้งหลังพักงานและทบทวนตัวเองจากประเด็นส่วนตัวในปี 2021 ผ่านภาพยนตร์ The Childe และซีรีส์ Netflix Can This Love Be Translated? แต่ดราม่าล่าสุดครั้งนี้อาจกลายเป็นแรงกดดันใหม่ที่กระทบโมเมนตัมการคัมแบ็ก หากข้อสงสัยยังคงขยายตัวต่อไป


