เรียกว่าเป็นข่าวช็อกใจแฟนๆ เลยทีเดียวกับการประกาศข่าวเศร้า “นุ่น รมิดา ประภาสโนบล” และ “หลุยส์ สก็อต” ที่ต้องสูญเสียลูกสาวที่อุ้มท้องในช่วงเวลาที่ใกล้คลอดเต็มที ในอายุครรภ์ 36 สัปดาห์กับอีก 6 วัน ในวันที่ 10 มกราคม 2569 ด้วยภาวะมดลูกแตก จากการที่เคยผ่าตัดนำก้อนเนื้อที่มดลูกออก ทำให้มีแผลที่มดลูกเมื่อ 5 ปีก่อน นุ่นเจ็บท้องก่อนกำหนด อยู่ในภาวะวิกฤตจนสุดท้ายตรวจไม่พบสัญญาณชีพของเด็กในครรภ์ รวมถึงนุ่นเองก็เกือบเอาชีวิตไม่รอดต้องรักษาตัวอยู่ในห้อง ICU ถึง 4 วัน
“นุ่น-หลุยส์” จมอยู่กับปมในใจชีวิตคู่ คงจะมีลูกไม่ได้
ที่ผ่านมานุ่น-หลุยส์ พบกับความสูญเสียเรื่องลูกมาแล้วถึง 2 ครั้ง และทั้งคู่จมอยู่กับความทุกข์ กลายเป็นบาดแผลในใจที่ว่า เราคงจะมีลูกกันไม่ได้มาตลอด ครั้งนี้ที่นุ่นตัดสินใจลุกขึ้นพยายามอีกครั้งก็เพื่อหลุยส์ เธออยากให้สามีสมหวัง ไม่รู้สึกขาดที่ต้องมาแต่งงานแล้วเจอผู้หญิงที่มีลูกยาก นุ่นจึงตั้งใจทุ่มเทเปลี่ยนแปลงตัวเองแทบจะทั้งชีวิต เลิกแอลกอฮอล์ จากเป็นคนกินแซบก็เปลี่ยนมากินคลีน งดน้ำตาล ใช้เวลาอยู่ 2 ปีจึงตั้งท้องสำเร็จ
ส่วน หลุยส์ เองก็พยายามระมัดระวังใจตลอด เพราะรู้สึกแบกรับความสูญเสียเรื่องนี้มาเยอะพอแล้ว “ผ่านอะไรมาเยอะกับการมีลูก ต่างคนต่างช่วยกันฮึบสู้ มันแบกมาเยอะ เคยอยู่ในจุดถึงแม้จะฮึบก็ไม่ได้ช่วย ก็หลุด…”
หลุยส์ จึงไม่อยากเอาตัวเองไปอยู่ในจุดที่เศร้าไปมากกว่านี้ แต่เมื่อนุ่นฮึดสู้ หลุยส์ก็ประคับประคองใจด้วยความระมัดระวัง โดย นุ่น-หลุยส์ เลือกประกาศมีน้องตอนอายุครรภ์ได้ 5 เดือนแล้ว เพราะอยากเช็กว่าน้องจะสมบูรณ์ที่สุด จะไม่มีอะไรผิดพลาดให้เสียใจอีก จากที่ผ่านๆ มาพอรู้ก็รีบบอกทุกคนเลย แต่พอน้องไม่ได้ไปต่อ ทำให้ทั้งคู่เฟลหนัก โดยเฉพาะหลุยส์ หลุยส์เล่าว่าท้องนี้ไม่กล้าจับท้องนุ่นเลย จนเข้าเดือนที่ 5 ที่ไม่กล้าเพราะไม่อยากไปสร้างความผูกพัน ไม่กล้าไปจับเพราะไม่อยากไปรู้ว่าเรามีความสุขมากแค่ไหนตอนที่รู้ว่าตัวเองมีลูก เพราะเรามีปมของความสูญเสีย หากผิดหวังอีกเราไม่รู้จะรับได้มากแค่ไหน
วาดฝันอนาคตครอบครัว วางแผนหน้าที่พ่อ-แม่
ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของการตั้งครรภ์ นุ่น-หลุยส์ ตระเวนออกรายการเล่าประสบการณ์ในความพยายามมีลูกจนสำเร็จ ชาวเน็ตมากมายชื่นชมยกย่อง หลุยส์ เป็นสามีที่ดี และจะเป็นคุณพ่อที่ดีในอนาคตอย่างแน่นอน โดยความคิดของหลุยส์ที่หลายๆ คนชอบ คือ เมื่อมีลูกกันแล้ว หลุยส์ขอให้นุ่นเรียกกันเหมือนเดิม ไม่ต้องเปลี่ยนไปเรียกพ่อแม่ตามลูก เพราะหากเรียกแบบนั้นกังวลว่าความรู้สึกของการเป็นคนรักจะเปลี่ยนไป จะไปรู้สึกว่าเราเป็นพ่อเป็นแม่มากกว่าเป็นคนที่รักกัน
อีกเรื่องคือหลุยส์ได้เล่าว่าตนได้วางแผนโรงเรียนลูกไว้เรียบร้อยแล้ว โดยหลุยส์เลือกให้ลูกเรียนโรงเรียน ไทย-อินเตอร์ ไม่ใช่โรงเรียนอินเตอร์เลย หลุยส์บอกว่าอยากให้มีความคิดไทยๆ ซึมซับวัฒนธรรมแบบไทยๆ เช่น มารยาท ความอ่อนน้อม การไหว้ หลุยส์เล่าว่าตัวเองเติบโตมากับโรงเรียนอินเตอร์ รู้ว่าเด็กอินเตอร์จะเป็นคนที่คิดและตัดสินใจเร็ว เด็กที่เติบโตมาแบบไทยก่อนจะมีความคิดไตร่ตรองที่ละเอียดกว่า เด็กอินเตอร์จะมีความคิดตีออกห่างจากพ่อแม่เร็ว อยากให้ลูกเข้าใจแม่ที่เป็นคนไทย เติบโตมากับวัฒนธรรมไทย พอโตแล้วค่อยเข้าไปอยู่ในสังคมโรงเรียนอินเตอร์
อีกสิ่งที่หลุยส์ตั้งใจมากๆ ที่จะส่งต่อให้ลูกคืออยากสอนลูกเรื่องของการบริหารเงิน วิธีใช้เงิน ออมเงิน ลงทุนในชีวิตจริง หลุยส์บอกว่าเป็นสิ่งที่ตนตั้งใจมากๆ ที่จะส่งต่อเรื่องนี้กับลูก ตัวเองก็เคยเรียนมาบ้าง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้นำมาใช้จริง จึงอยากนำประสบการณ์ทั้งชีวิตของตนในส่วนของการบริการจัดการเงินส่งต่อให้กับลูก เพราะมันคืออีกกุญแจสำคัญของการใช้ชีวิต
ปัจจัยที่ทำให้ทุกวันนี้ผู้หญิงมีลูกยาก โดยเฉพาะคนบันเทิง
นอกจากปัจจัยภายนอกที่ทำให้ผู้คนไม่อยากมีลูกแล้ว ปัจจัยภายในเองก็ส่งผลต่อการมีลูกด้วยเช่นกัน สาวๆ มากมายที่เปลี่ยนใจอยากจะมีลูก แต่กลับพอปัญหามากมายที่สะสมมาทั้งชีวิต จนกลายเป็นจุดสำคัญของการทำให้มีลูกยาก อาทิ การทานยาคุมมาเป็นเวลานาน ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต ที่พักผ่อนไม่เพียงพอ กินนอนไม่เป็นเวลา อาหารการกินที่ไม่เฮลท์ตี้ สภาวะอารมณ์จากการสวมบทนักแสดง เครียด กดดัน เหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยทำให้รังไข่เสื่อมก่อนอายุจริง และแม้จะได้ไข่ที่ดี แต่ก็มักจะผสมกันออกมาแล้วไม่สมบูรณ์ รวมถึงเกิดปัญหาสุขภาพมากมายตามมา
แม้ก่อนหน้านี้ นุ่น-หลุยส์ บอกไว้ว่าครั้งที่ 3 นี้จะเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว ถ้าไม่ได้ก็คือปล่อย คงจะใช้ชีวิตกันสองคน ไม่จำเป็นต้องมีลูกก็ได้ เมื่อต้องมาพบกับความสูญเสียอีกครั้งในแบบที่ไม่ทันตั้งตัวและเกินใจจะรับไหว นุ่นแม้ใจจะแตกสลายแต่ก็ยังไม่ปิดโอกาสความหวัง (เพราะยังเหลือไข่อีก 1 ใบสวยๆ สมบูรณ์อยู่) เธอยังฝืนยิ้มทั้งน้ำตาเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น และคอยปลอบใจสามีที่ช็อกกับเหตุการณ์แตกสลายในครั้งนี้ แต่ใครจะรู้ คนที่ยิ้มนี่แหละคือคนที่เจ็บที่สุด!
คนที่รัก นุ่น-หลุยส์ ต่างเต็มไปด้วยน้ำตา มีแต่ความเสียใจ เสียดาย นี่คือการสูญเสียที่เป็นบทเรียนครั้งใหญ่ บทพิสูจน์ที่เข้ามาทดสอบใจของทั้งคู่อีกครั้ง นาทีที่ต้องเสียลูก นาทีที่ภรรยาอยู่ในภาวะวิกฤต มันสุดจะบีบหัวใจ ก็ขอให้ นุ่น-หลุยส์ ประกอบร่างจิตใจที่แตกสลายได้โดยเร็ววัน ผ่านมันไปให้ได้นะ ทุกคนพร้อมส่งกำลังใจให้มากๆ


