Amazon ทุ่มงบมหาศาล สร้างสารคดี “เมลาเนีย” จุดคำถามทั้งฮอลลีวูด เอาใจทำเนียบขาวหรือไม่
สารคดีเรื่อง Melania ที่ติดตามชีวิตของ “เมลาเนีย ทรัมป์” ในช่วง 20 วันก่อนพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่สองของโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังกลายเป็นประเด็นร้อนในวงการภาพยนตร์สหรัฐฯ หลัง Amazon MGM ทุ่มเงินซื้อสิทธิ์และทำการตลาดในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับสารคดีมาก่อน
Amazon จ่ายเงินให้บริษัทโปรดักชันของเมลาเนีย ทรัมป์ ถึง 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อซื้อลิขสิทธิ์สารคดีเรื่องนี้ ซึ่งสูงกว่าข้อเสนอจากผู้ซื้อรายอื่นอย่างดิสนีย์ถึงราว 26 ล้านดอลลาร์ โดยดีลดังกล่าวยังรวมถึงสารคดีชุด (docuseries) ที่เตรียมออกฉายในภายหลังอีกด้วย ขณะที่ต้นทุนการผลิตจริงของสารคดีไม่ถูกเปิดเผย แต่ผู้เชี่ยวชาญในวงการระบุว่า สารคดีที่ติดตามบุคคลในช่วงเวลาจำกัดเช่นนี้ มักใช้งบไม่เกิน 5 ล้านดอลลาร์
นอกจากค่าซื้อลิขสิทธิ์แล้ว Amazon ยังทุ่มงบประชาสัมพันธ์สูงถึง 35 ล้านดอลลาร์ ครอบคลุมโฆษณาทางโทรทัศน์ช่วงการแข่งขัน NFL เพลย์ออฟ การจัดรอบปฐมทัศน์พร้อมกันในโรงภาพยนตร์ 25 แห่งทั่วสหรัฐฯ และการฉายพร้อมกันกว่า 3,300 โรงทั่วโลก ซึ่งเป็นระดับการตลาดที่ปกติจะเห็นกับภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ มากกว่าสารคดีการเมือง
การลงทุนครั้งนี้ทำให้บุคลากรในฮอลลีวูดจำนวนมากตั้งคำถามว่า Amazon กำลังทำธุรกิจตามปกติ หรือกำลังพยายามสร้างความพึงพอใจให้กับประธานาธิบดีและครอบครัวทรัมป์ โดยอดีตผู้บริหาร Amazon Studios บางรายระบุว่า ตัวเลขดังกล่าว “ไม่สอดคล้องกับกลไกตลาด” และยากจะอธิบายได้ว่าเป็นเพียงการตัดสินใจเชิงพาณิชย์
ยิ่งไปกว่านั้น สารคดีเรื่องนี้กำกับโดย เบรตต์ แรตเนอร์ ผู้กำกับที่ไม่ได้สร้างภาพยนตร์มาตั้งแต่ปี 2017 หลังถูกผู้หญิงหลายรายกล่าวหาว่าประพฤติมิชอบทางเพศ ซึ่งเขาได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด การเลือกผู้กำกับรายนี้ยิ่งทำให้ดีลของ Amazon ถูกตั้งคำถามหนักขึ้น
แหล่งข่าวภายใน Amazon ระบุว่า พนักงานบางส่วนในฝ่ายบันเทิงแสดงความกังวลต่อโครงการนี้ แต่ได้รับแจ้งว่าเป็นคำสั่งจากผู้บริหารระดับสูง และไม่สามารถปฏิเสธการทำงานด้วยเหตุผลทางการเมืองได้ โดยผู้บริหารระดับสูงของ Amazon รวมถึง แอนดี แจสซี และ ไมค์ ฮอปกินส์ ยังได้เข้าร่วมชมภาพยนตร์รอบพิเศษที่ทำเนียบขาวอีกด้วย
ด้าน Amazon ชี้แจงเพียงว่า บริษัทซื้อลิขสิทธิ์ภาพยนตร์เรื่องนี้ “เพราะเชื่อว่าผู้ชมจะชื่นชอบ” ขณะที่ตัวแทนของเมลาเนีย ทรัมป์ ไม่ได้ให้ความเห็นต่อประเด็นดังกล่าว
เนื้อหาของ Melania ระบุว่าจะพาผู้ชมเข้าไปสัมผัสโลกส่วนตัวของเมลาเนีย ทรัมป์ ตั้งแต่การวางแผนพิธีสาบานตน การรับมือช่วงเปลี่ยนผ่านในทำเนียบขาว ไปจนถึงการกลับสู่ชีวิตสาธารณะของครอบครัว พร้อมฟุตเทจพิเศษจากการประชุมสำคัญและบทสนทนาส่วนตัว
อย่างไรก็ตาม ผู้กำกับสารคดีชื่อดังและโปรแกรมเมอร์เทศกาลภาพยนตร์หลายรายให้ความเห็นตรงกันว่า เมื่อผู้ถูกถ่ายทำมีอำนาจควบคุมเนื้อหา สารคดีเรื่องนี้ย่อมขาดความเป็นอิสระทั้งในเชิงศิลปะและวารสารศาสตร์ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าเงินจำนวนมหาศาลที่ Amazon จ่ายไป “อาจไม่ได้ซื้อแค่ตัวหนัง”
ในแง่รายได้ Melania ถูกคาดการณ์ว่าจะทำเงินในสหรัฐฯ และแคนาดาเพียงราว 5 ล้านดอลลาร์ ในสุดสัปดาห์เปิดตัว ซึ่งใกล้เคียงกับสารคดีการเมืองสายอนุรักษนิยมหลายเรื่องในอดีตที่ใช้งบสร้างและโปรโมตต่ำกว่ามาก ขณะที่ตลาดต่างประเทศถูกประเมินว่าจะซบเซา โดยบางโรงภาพยนตร์ในยุโรปขายตั๋วได้เพียงไม่กี่ที่นั่ง แม้เปิดฉายหลายรอบ
หลังฉายในโรง Melania ยังมีกำหนดเข้าฉายบน Prime Video ภายใน 3–4 สัปดาห์ ซึ่งเปิดช่องให้ Amazon ทำรายได้ระยะยาวจากแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งของตนเอง
จากภาพรวมทั้งหมด ดีลสารคดี Melania จึงไม่ใช่แค่การเปิดตัวหนังธรรมดา แต่กลายเป็นกรณีศึกษาที่สะเทือนทั้งวงการ ว่าขอบเขตระหว่างธุรกิจบันเทิง การเมือง และอิทธิพลของอำนาจรัฐ กำลังเลือนรางลงมากเพียงใด


