เป็นข่าวที่คนไทยใจสลายแทน หลัง “นุ่น รมิดา ประภาสโนบล” และ “หลุยส์ สก็อต” สูญเสียลูกคนแรก ทั้งที่มีกำหนดคลอด ระหว่างวันที่ 23-24 ม.ค. ที่ผ่านมา
ซึ่งหากย้อนคำสัมภาษณ์ของนุ่น ขณะตั้งครรภ์เกือบ 6 เดือน เปิดใจผ่านรายการ “โต๊ะหนูแหม่ม” เจ้าตัวได้เผยถึงการต่อสู้ฝ่าฟันทุกอุปสรรคก่อนจะมีวันนี้
“เราคบกันมา 20 กว่าปีแล้ว แต่งงานมาประมาณ 5 ปี การรอคอยมีน้องก็ใช้เวลามาประมาณ 6 ปี หนูแต่งงานตอนอยู่ 37 หนูแพลนอยากมีลูกตั้งแต่แรกแล้ว ตอนอายุ 35 ที่เราคบกัน หนูก็คิดว่าอยากมีลูกแต่คิดว่าหลุยส์ก็คงไม่พร้อม จนคิดว่าเราคงไม่มีแล้ว เพราะตอนนั้นหลุยส์เขาก็นิ่งๆ เข้าใจว่างานเขาเยอะ กำลังเป็นพระเอก ละครเยอะ ถ้าปล่อยท้องคงไม่ได้ เพราะตอนนั้นก็ยังไม่ได้แต่งด้วย พอแต่งงานตอนอายุ 37 นุ่นโอเคแล้ว ก็เริ่มปล่อย พอตอน 38 ท้องจริง อันนี้ไม่เคยบอกใคร
ตอนท้องอายุ 38 ไปเดินป่ากัน แล้วกลับมาลืมว่าต้องเช็กประจำเดือน พอประจำเดือนไม่มา ก็เลยเช็กรู้ว่า 2 ขีด อันนั้นเป็นครั้งแรกที่แบบว่าหลุยส์ร้องไห้ หนูก็มือสั่นเลยพอเช็กแล้วเห็นว่าเป็น 2 ขีด อารมณ์แบบว่าไม่ได้ตั้งใจ เราไปเดินป่ามาแล้วเหนื่อย ดีใจมาก บอกทุกคนที่อยู่ใกล้ตัวหมดเลย ผ่านไปเกือบจะเข้า 2 เดือน อยู่ในชีวิตภาวะแท้ง ไม่ได้มีเลือดไหลหรืออะไร ตอนนั้นรู้ว่าท้องก็เลยไปอัลตร้าซาวด์ พอไปฝากครรภ์คุณหมอไปตรวจเจอเนื้องอกพร้อมกับน้องและใหญ่ด้วย
ตอนนั้นก็ช็อกเพราะมันใหม่มากสำหรับนุ่นเลย หลุยส์เขาก็ช็อกแต่ว่าตอนนั้นทุกอย่างโอเค หมอก็บอกว่าคอยๆ ดูทุกวันนี้นุ่นก็ยังมีเนื้องอกอยู่นะ ทั้งที่เอาออกไปแล้ว จนมาเข้าสัปดาห์ที่ 3 ตอนนั้น หมอก็บอกไม่มีสัญญาณหัวใจ เขาไม่ต่อ นุ่นคิดว่าเขาน่าจะโครโมโซมไม่ดีด้วย
ที่สำเร็จ เป็นวันที่นุ่นลุกขึ้นมาทำเพื่อหลุยส์ นุ่นโฟกัสที่สุขภาพ เรารู้สึกว่ามันไม่ได้แล้ว มัน 40 ล่ะ อีกอย่างทุกอย่างมันวนลูป ไม่มีอะไรทำก็ปาร์ตี้ เลยคิดว่ามันไม่ได้แล้ว เราต้องจริงจังแล้ว อีกอย่างถ้าเรายังเป็นแบบนี้อีกต่อไปมันจะไม่มีเลย เคยคุยกับหลุยส์ว่าหยุดไหม เขาก็เห็นว่าเราสู้ เราเจ็บตัว แต่พอเห็นหน้าเขาเราจะพยายามให้ถึงที่สุด และก็หาวิธีดูแลตัวเอง ทุกครั้งที่มันผ่านขั้นตอน เราจะเห็นเขาดีใจและภูมิใจ สิ่งที่นุ่นผ่านมา นุ่นไม่เจ็บหรือลำบากมันเป็นสิ่งที่นุ่นทำมาจนชินแล้ว เราเห็นสามีเรามีความสุขและความหวัง”
ขณะที่ในรายการ ขอข้าวกินหน่อยSeason2 นุ่นได้เผยถึงความทรหดกว่าจะมีลูกคนแรก
“จริงๆ มันไม่ใช่ว่าพยายามมาตลอดแล้วมันไม่มีนะ มันจะมีช่วงที่ถ่ายบุพเพฯ ต้องพัก พักทุกอย่างเลย มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วด้วยไทม์ไลน์ พอจะมีก็มาเป็นพรหมลิขิต แพลนมันก็ต้องเลื่อนออกไปอีก ก็ถือว่ายาวนานเหมือนกัน ก็พยายามจะมีลูกยิ่งอายุเยอะแล้วนุ่นไม่ได้ฝากไข่ไว้ก่อน นุ่นก็ต้องมานั่งกระตุ้นตอนอายุ 37 ซึ่งแบบไข่น้อยมากคือไม่ได้อะไรเลย
นุ่นก็นึกว่าเก็บกระตุ้นครั้งแรก แล้วน่าจะได้เลย เลยไปหาหมอก็คิดว่าได้แหละ ก็มีไข่ออกมาจริง ผสมกันได้จริง แต่กลายเป็นว่าพอไปตรวจเกรดมันไม่ดี หมอบอกใส่ไปก็หลุด เพราะเกรดไม่ได้เลย เราก็เอ๊ะเกิดอะไรขึ้น แล้วมันก็เป็นแบบนั้นตลอด นุ่นก็เข้าไปด้วยความไม่เข้าใจ คือตามหมออย่างเดียวหมอให้ทำอะไรก็ทำ ในระหว่างกระตุ้นไข่มันประมาณ 10 วัน ก่อนกระตุ้นก็แฮงก์เอาต์กับเพื่อน กินไวน์ปกติ กินดื่มปกติ พอจะไปหาหมอก็หยุดกิน 10 วัน ใช้ชีวิตแบบนี้ตลอด แล้วไข่ก็ไม่ได้ดีเลย
เราก็สงสัยทำไมไข่ไม่ดี คืออย่างแรกเลยแอลกอฮอล์ก็มีส่วน แต่การพักผ่อนไม่เพียงพอตั้งแต่สมัยไหน แล้วเราทำงานวงการตั้งแต่สมัยไหน แล้วก็นอนน้อย การไม่ได้นอนคือทำให้ร่างกายแย่ที่สุด นี่คือไม่ได้รวมถึงอาหารการกินนะ แต่การนอนของนุ่นมันไม่ค่อยดี เพราะว่าพอเราได้พัก พักแบบไม่ได้ถ่ายละคร เราก็ยังออกไปแฮงก์เอาต์กับเพื่อน พอเริ่มอายุเยอะ นุ่นเก็บไข่มาตั้งแต่อายุ 37 แล้วนุ่นเพิ่งได้ไข่ที่เป็น เกรด A จริงๆ
เมื่อปีที่แล้วตอนอายุ 40 เพราะหยุดทุกอย่าง นอนสี่ทุ่ม กินอาหารคลีน กินวิตามิน แต่ผลออกมาก็คือเวิร์ก ไข่นุ่นเป็นเกรดที่ดี ไข่ใบที่คุณหมอเห็นแล้วว้าว ทำกระบวนการเยอะมากกับตัวเอง จนวันนึงนุ่นตั้งใจแล้วโฟกัสแล้ว หลุยส์ก็บอกว่า พอไหม สงสาร เราไม่เคยบ่นเลยทุกครั้งที่แทงพุง นุ่นเคยตอนถ่ายพรหมลิขิตก็กระตุ้นไปด้วยแล้วระหว่างขับจากหนองแขมกลับบ้านเสรีไทย มันถึงเวลานาฬิกาเตือนมือหนึ่งดึงเข็มแล้วหมุนแก๊กแก๊ก อีกมือก็ขับไป
โชคดีที่รถมันติดอีกมือเราก็ปักที่ท้อง นุ่นทำเองทุกขั้นตอนบางคนอาจจะให้หมอทำ ฉีดไม่ยากค่ะ เข็มมันเหมือนคล้ายๆ เข็มอินซูลิน เข็มเบาหวาน มันบางมาก บางทีถ่ายละครอยู่เนอะ มันต้องตามเวลาตลอดพยายามจะ 6 โมงแต่มันไม่ได้ มันต้องฉีดตอนหนึ่งทุ่ม สตาร์ทตอนหนึ่งทุ่ม ทุ่มนึง ซ้อมเข้าฉากแล้ว เราก็พี่หยุดก่อน คัตก่อนได้ไหมคะ หนูต้องฉีดยา แล้วเขาก็ทำให้ กองก็น่ารัก เราก็เอายาแช่กระติกเก็บความเย็นค่ะเอาน้ำแข็งใส่เข้าไป แล้วก็เอายาใส่เข้าไป ทุกวันที่ไปถ่ายละคร คือผลนุ่นมันดีแต่ก่อนเก็บครั้งสุดท้ายแล้ว
ตอนที่ใส่เราก็คุยกับแฟนอนันดา เราใส่ไปแล้ว เราจะบอกยังไงดีวะ นุ่นมีความรู้สึกว่าเราไม่อยากบอกใครเลย มันมีความรู้สึกว่าไม่อยากแบกความรับผิดชอบ ไม่อยากแบกความรู้สึก ถ้าสมมติว่ามันไม่ใช่หรือว่าไปต่อไม่ได้ เข้าใจเลยนะ ทำไมถึงต้องรอ 3 เดือน มันแบกความรู้สึกของตัวเองอยู่กับทุกคน ถ้าสมมติว่ามันไม่เกิดขึ้น หนูต้องมานั่งเจอทุกคน แล้วบอกว่าไม่อยู่แล้ว ก็เลยไม่บอกใครเลยพยายามบอกให้น้อยที่สุด อย่างแก๊งบุพเพฯ รู้ก็เพราะว่ามันถึงเวลาอัลตราซาวด์เห็นหัวใจและมันอยู่ในสเต็ปที่บอกได้แล้ว ก็ไลน์เข้ากลุ่มบอกว่าฉันมีอะไรจะบอก พาคนมาแนะนำ ก็ส่งภาพอัลตร้าซาวด์ไปให้ เขาก็กรี๊ดกร๊าดกัน เราก็มีความรู้สึกว่า อ๋อมันเป็นฟีลนี้เวลาที่มันได้บอกคนทุกคนก็เฮ้ดีใจกับเรา
กับหลุยส์เราอยู่ในกระบวนการเดียวกันหมดเลย คือทุกครั้งนุ่นไม่สามารถทำอะไรได้เลย พอใส่ตัวอ่อน นุ่นนอนอยู่บนเตียง 2 เดือน คือนอนพลิกซ้ายพลิกขวานอนตะแคงได้ แค่เดินไปเข้าห้องน้ำแล้วกลับมานอน เป็นแบบนี้อยู่สองเดือน เวลาเราทำอะไรหลุยส์ก็จะคอยแบบอย่าเดินยิ่งช่วงที่เขาไม่อยู่เขาไปถ่ายละคร นุ่นจะแอบทำเขาก็จะเช็กกล้องวิดีโอ คือความเป็นแฟนกันผัวเมียกันไม่เคยจะมาเฝ้ากันหน้าห้องน้ำ เพราะนุ่นเป็นคนที่ทำอะไรด้วยตัวเอง พอใส่น้องเขาก็มายืนเฝ้าหน้าห้องน้ำ ทุกครั้งที่เข้าห้องน้ำ มันก็เป็นภาพประทับใจที่เกิดขึ้น เรารู้สเต็ปไปด้วยกัน”


