“ไอซ์ อธิชนัน” จบรัก 3 ปี “แชป วรากร” สภาพจิตใจแย่ทั้งคู่ แต่ต้องเดินหน้าต่อ เพราะมีภาระหน้าที่ อนาคตรีเทิร์นไหมยังไม่รู้ ตอนนี้เป็นแบบนี้ดีที่สุด พยายามปรับแล้ว แต่เวลาไม่ตรงกัน เลยห่างกันไปเรื่อยๆ ยันไม่มีมือที่สามเข้ามาเกี่ยว จบกันด้วยดี ยังคุยกันปกติ แก้ข่าววิวาห์ล่ม ยังไม่เคยขอแต่งงาน แค่ถ่ายแฟชั่นคู่
หลังก่อนหน้านี้หนุ่ม “แชป วรากร ศวัสกร” ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อ ว่าได้เลิกรากับสาว “ไอซ์ อธิชนัน ศรีเสวก” เรียบร้อยแล้ว หลังจากที่คบหาดูใจกันมา 3 ปี พร้อมยืนยันว่าไม่ได้มีมือที่สามเข้ามาเกี่ยว แต่ด้วยเวลาที่ไม่ตรงกัน เลยเริ่มรู้สึกเหมือนกับเป็นเพื่อนกันมากกว่า ล่าสุดเมื่อวานนี้ (26 ม.ค.) ได้เจอสาวไอซ์ ที่มาร่วมงาน “มงเปลี่ยนโลก” World Premiere, True’s First World Ambassador เจ้าตัวก็ได้เปิดใจถึงเรื่องนี้ว่า
“คือแชปน่าจะพูดไปประมาณหนึ่งแล้ว แต่คือของไอซ์ก็ประมาณนั้นตามที่แชปพูด คือทุกๆ ความสัมพันธ์เราก็ตั้งใจและอยากให้มันดีในทุกๆ ครั้ง แต่ถ้าในเมื่อสุดท้ายมันพยายามแล้ว ทุกคนทำดีที่สุดแล้ว แต่ว่าถ้ามันไปต่อไม่ได้ มันก็แค่ถอย และกลับมาเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้ และขอแก้นิดหนึ่งค่ะ คือหลายๆ คนอาจจะเข้าใจว่า ได้มีการขอแต่งงานกันเกิดขึ้นแล้ว ไม่มี (หัวเราะ)
ภาพที่เหมือนถ่ายพรีเวดดิ้ง คืองานล้วนๆ เลยค่ะ คือทั้งหมดที่เคยเห็นกัน ภาพชุดแต่งงาน ภาพคู่ เป็นการจ้างงานโดยสตูเวดดิ้งต่างๆ ที่เมื่อเขาเห็นเราเปิดตัวเป็นแฟนกัน เขาก็อยากได้ภาพคู่ ที่เอาไปขายได้จริง ยังไม่ได้วิวาห์ล่ม เพราะว่ายังไม่มีแพลน และยังไม่มีการขอแต่งงานกันเกิดขึ้น”
เวลาไม่ตรงกัน เพราะต่างคนต่างทำงาน และส่วนตัวก็ต้องดูแลคุณพ่อด้วย
“ในเรื่องของเวลาถามว่ามันมีส่วนไหม ก็ต้องยอมรับว่าเป็นส่วนสำคัญของทุกๆ ความสัมพันธ์ แต่อย่างที่บอกว่าเราทั้งคู่ทำเต็มที่แล้ว ก็พยายามปรับกันแล้วแหละ คือเวลาเราไม่ตรงกันทั้งคู่ เขาเองก็ทำงาน เราเองก็มีงานของเรา และเรายังมีเรื่องของที่บ้านที่เราต้องดูแล ซึ่งเราก็เข้าใจในทุกๆ อย่าง คือด้วยความที่เราก็โตประมาณหนึ่งแล้ว เราก็เข้าใจว่ามันเป็นภาระหน้าที่ของเราที่จะต้องดูแล โดยที่เราไม่คาดหวังอะไรเลย เพราะว่ามันคือครอบครัวของเรา เราก็ดูแลคุณพ่อเต็มที่ เพราะคุณพ่อป่วยมาหลายปีแล้ว”
พยายามปรับกันแล้ว แต่เพราะเวลาไม่ตรงกัน เลยค่อยๆ ห่างกันไปเรื่อยๆ
“คือมันก็พยายามแล้วแหละค่ะ ในเรื่องเวลามันก็สำคัญ พอเวลาไม่ตรงกัน เหมือนอะไรที่เคยทำ ที่เคยมีกิจกรรม เคยเจอกัน เคยไปไหนด้วยกัน พอเวลามันเริ่มไม่ตรงกัน มันก็ห่าง ค่อยๆ ห่างไปเรื่อยๆ มันเหมือนไปโดยอัตโนมัติ แต่พอมันไปถึงจุดๆ หนึ่งที่เรารู้สึกว่ามันห่างไปแล้ว มันไม่เหมือนเดิมแล้ว”
ยันไม่ได้หมดรัก แต่ห่างกันไปเอง จนมันไม่เหมือนเดิม
“คือ…มันไม่ได้หมดรักค่ะ คือคู่เราไม่เคยทะเลาะกันเลย แชปเขาก็มีความเป็นผู้ใหญ่ เราเองก็โตประมาณหนึ่ง เราเป็นคนที่ใจเขาใจเรา เราจะเข้าใจ ไม่ค่อยมีปัญหาเล็กๆ น้อยๆ มันเลยทำให้เราไม่ทะเลาะกัน แต่เราจะเป็นคนที่ไม่เป็นไรในทุกๆ เรื่อง เราไม่ว่าง ทำงาน เขาไม่ว่าง ทำงาน ต่างคนต่างเข้าใจ พอมันเข้าใจไปเรื่อยๆ มันเลยกลายเป็นห่างไปเอง พอมารู้ตัวอีกที มันไม่เหมือนเดิมแล้ว
ก็รู้สึกว่าเราต้องคุยกันแล้วแหละ มันไม่เหมือนเดิมเนอะ ต้องทำยังไงให้ดีขึ้นได้บ้างไหม ก็พยายามทำให้ดีขึ้นแล้ว แต่สุดท้ายมันเดินไปไกลเลยจุดนั้นแล้ว เราก็เลยคุยกันว่าไม่เป็นไร เรายังมีงาน มีภาระหน้าที่ ชีวิตเราต้องเดินไปอีก ต่างคนต่างมีภาระของตัวเอง เราก็เป็นเพื่อนกันได้”
ไม่มีเรื่องมือที่สามเข้ามาเกี่ยว
“สำหรับไอซ์ไม่มีเรื่องมือที่สามนะคะ ในส่วนของเราสองคน เป็นการตกลงกันเอง ถามว่ายังยังเฮิร์ตอยู่ไหม ทุกความสัมพันธ์ ทุกความรักที่เกิดขึ้น มันอยากให้ไปถึงจุดหมายปลายทางอยู่แล้ว แต่ว่าในเมื่อเป็นแบบนี้ เราต้องเข้าใจมัน”
เสียดายความสัมพันธ์ แต่ก็ยังเจอกันได้ คุยกันได้ตามปกติ
“เสียดาย แต่มันดีตรงที่เราอยู่ในวัยที่มีวุฒิภาวะทั้งคู่ มันเลยทำให้เราคุยกันได้ งานก็ส่วนงาน ส่วนเรื่องความสัมพันธ์เรา จากที่เป็นแฟน ก็แค่ถอยมาเป็นเพื่อน เจอได้ คุยได้ค่ะ ทุกวันนี้ยังไลน์คุยงานกัน ก็ปกติ (มีใครเป็นกาวใจไหม?) เราคุยกันด้วยตัวเราเองมากกว่า ว่ามันไปถึงจุดที่เราไปต่อไม่ได้จริงๆ เราเองก็พยายามเป็นกาวใจให้กันอยู่แล้ว แต่อย่างที่บอกพอรู้ตัวอีกที คือมันห่างค่อนข้างเยอะแล้ว พยายามคุยกัน บวกกับภาระหน้าที่ในจุดที่เราห่างกันไปแล้วมันเยอะ เลยยากที่จะมาเป็นเหมือนเดิม”
ตอนนี้เป็นแบบนี้ดีที่สุด จะรีเทิร์นไหมให้เป็นเรื่องของอนาคต
“เราคุยกันแล้ว ว่า ณ ตอนนี้เป็นแบบนี้ดีที่สุด เรื่องอนาคตเป็นเรื่องของอนาคตแล้วกัน ทุกวันนี้เราก็ยังเป็นเพื่อนกันได้อยู่
สภาพจิตใจแย่ทั้งคู่ แต่ต้องมูฟออน เพราะต่างคนต่างมีภาระหน้าที่
“แย่ทั้งคู่นะ เพราะว่าเราไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อยู่แล้ว เราตั้งใจที่จะเก็บเงิน ทำงาน อยากแต่งงาน เราก็อยากจะให้ไปถึงจุดนั้นเหมือนกัน พอมันไปไม่ถึง มันก็มีความเสียใจอยู่แล้ว เราก็ต้องทำใจและพยายามมูฟออน เรามีหน้าที่ มีภาระของเรา แชปเองมีงานที่ต้องทำ และไอซ์ก็มีงานส่วนตัวต้องทำ ตอนนี้ที่ต้องโฟกัสหลักๆ เลยคือคุณพ่อ เพราะคุณพ่อก็หนักอยู่ แต่คือไอซ์มีครอบครัวที่ซัปพอร์ตดีมากๆ อยู่แล้วค่ะ บวกกับการทำงานที่เรามีภาระหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ มันก็ต้องแยกให้ออก (แสดงว่าเราปิดเรื่องความรักไว้ก่อน?) ณ ตอนนี้ อยู่แบบนี้ก่อนดีกว่าค่ะ”


