xs
xsm
sm
md
lg

“น้าเน็ก” มีลูก 2 คนแล้ว! ไม่เปิดเพราะไม่อยากให้ใครไปยุ่งกับลูก ไม่แคร์สายตาคนมองป๋าพาเด็กมาเที่ยวแต่เรื่องจริงคือลูก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“น้าเน็ก” ยอมรับมีลูกแล้ว 2 คน ไม่ได้ปิดบังแต่ก็เลือกไม่บอกเพราะไม่อยากให้ใครไปยุ่งกับลูกตน อยากให้ลูกมีพื้นที่เติบโตในแบบของตัวเอง ไม่ต้องมีคำห้อยท้ายว่าเป็นลูกน้าเน็ก และไม่แคร์สายตาที่บางคนอาจจะมองเวลาตนไปเที่ยวกับลูกสาวนั้นเหมือนป๋าพาเด็กมาเที่ยว

หลังถูกพุ่งเป้าเป็นพิธีกรดังเปย์เมียน้อยปีละล้าน ในรายการ  Lesson B ทางช่องยูทิวบ์ ได้ตัดคำสัมภาษณ์บางช่วงบางตอน ของ “น้าเน็ก เกตุเสพย์สวัสดิ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา” เป็นบทสนทนาที่ยังไม่ได้ถูกตัดต่อออกอากาศ โดยน้าเน็กยอมรับว่าตนเองมีลูกแล้ว 2 คน ไม่ได้แอบซ่อนแต่อยากให้พื้นที่ลูกได้เติบโตด้วยตัวเอง ไม่มีคำห้อยท้ายชื่อว่าลูกน้าเน็ก ซึ่งน้าเน็กเล่าว่าตัวเองใช้ชีวิตกับลูกตามปกติพาลูกไปไหนมาไหนด้วยกัน จนบางครั้งสายตาคนที่พบเห็นก็คิดว่าตนเป็นป๋าควงเด็ก ซึ่งตนไม่ได้แคร์

“ผมมีลูกแล้วนะครับ แต่ผมจะไม่พูดเรื่องนี้อย่างจริงจัง เหตุผลเพราะผมไม่อยากให้ใครไปยุ่งกับลูกผม และผมก็ไม่อยากให้เขาต้องเติบโตมาแล้วถูกลามตัดสินไปว่าลูกนี่น้าเน็ก เพราะถ้าเขาทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ด้วยตัวเขา เขาจะเป็นแค่เพราะมึงเป็นลูกน้าเน็ก แต่ถ้าเขาผิดพลาดเขาจะถูกกระทืบหนักด้วยคำว่าอุตส่าห์เป็นลูกน้าเน็ก ผมไม่อยากให้เขาต้องมาแบกภาระการที่เขาต้องเป็นลูกใคร

ผมไม่อยากให้คนไปยุ่งกับลูกผม โอเคผมหย่าร้าง ผมก็ดูแลเขาอย่างดี เมื่อไม่นานมานี้ 18 มกราคม ผมไปงานรับปริญญาลูกผม ผมเข้าใจความรู้สึกของพ่อแม่ที่เห็นลูกเรียนจบนะครับ ลูกผมคนเล็กเพิ่งเรียบจบปริญญาตรี ผมมีลูก 2 คน ซึ่งคนรอบข้างใกล้ชิดผม เพื่อนลูกที่โรงเรียนผมตั้งแต่อนุบาล ประถม มัธยม มหาวิทยาลัย ก็รู้ว่าเขาคือลูกผม ผมไม่ได้หลบซ่อนปิดบัง แต่ผมไม่ได้เอาลูกมาแห่ออกสื่อชี้ชัดๆ ว่านี่คือลูกผม ผมไม่อยากให้เขาต้องโดนตีตราว่าเป็นลูกใคร

เพราะลูกคนมีชื่อเสียงทุกคนเหนื่อยกับการแบกชื่อเสียงของพ่อแม่ เท่านั้นเอง คนก็พยายามจะไปตัดสินอีกว่า ก็มึงเป็นลูกคนดัง มึงต้องรับภาระหน้าที่นี้ ตัวผมไม่เชื่อหลักนี้ ผมรู้สึกว่ามันแยกกันได้ ข้อดีเดียวของการเป็นลูกผมคือทำให้ผมมีเงินส่งเสียเลี้ยงดูเขา ซึ่งไม่ต้องเป็นลูกคนดังก็ได้ ลูกใครก็สามารถเลี้ยงลูกเขาได้ทั้งนั้น เขาไม่มีความจำเป็นจะต้องมาแบกภาระ ผมย้ำอีกทีถ้าเขาดีเขาก็เป็นแค่ลูกน้าเน็ก แต่ถ้าเขาไม่ดีเขาก็จะเป็นแค่อุตส่าห์เป็นลูกน้าเน็ก ผมรู้สึกว่าเขาต้องไปมีชีวิตของเขาเอง

ซึ่งทั้งคู่ขอบคุณผม เขาเข้าใจ เขาไปฝึกงาน เขาไปไหนทำอะไร เขาชอบที่ไม่ต้องมีการปูพรม ต้องมีอภิสิทธิ์ เขาได้รับการเรียกชื่อด้วยชื่อของเขา เขาไม่ต้องมีคำห้อยท้ายชื่อของเขาว่าลูกน้าเน็ก ผมเลี้ยงเขาเหมือนที่ผมได้รับการเลี้ยงมา คืออะไรก็ได้เริ่มต้นจากเขา ขอให้เขาได้เป็นเขาในแบบที่เขาเป็นจริงๆ ถ้ารู้สึกว่าเขาไม่เสีย ผมไม่ซ่อม ถ้าเขาไม่ได้ต้องการคำสั่งสอน ผมไม่สอน หากเขาต้องการคำแนะนำเขาจะรู้ว่าเขามีผมอยู่เสมอ เอาลูกเป็นศูนย์กลาง อยากเรียนอะไร อยากจะทำอะไรได้ทั้งนั้น ซัปพอร์ตเต็มที่”

มองเป็นเรื่องขบขันและไม่แคร์หากใครเห็นตนเดินกับลูกๆ แล้วแล้วคิดว่าตนควงเด็ก
“มันเป็นความรู้สึกในวันที่ผมไปงานรับปริญญาเขา เวลาผมมองไปที่เพื่อนๆ เขา ก็เป็นเด็กอายุ  20 ต้นๆ ซึ่งในบริษัทของผมก็มีพนักงานอายุประมาณเท่าลูกผมทำงาน แต่พอเวลาเรามองไปที่ลูกเรา เขายังเป็นเด็กเปี๊ยกอยู่เสมอเลย ผมก็บอกเขานะ มันคือความรู้สึกไม่ใช่เชิงตัดสิน ในสายตาปะป๊าหนูยังเป็นเด็ก 5 ขวบอยู่วันยังค่ำ อยากอุ้มเล่น ผมปฎิบัติกับเขาเหมือนเด็ก 5 ขวบตลอดเวลา จูง ทำอะไรให้ เปิดประตูให้ หาอะไรให้กิน ซึ่งไม่ต้องก็ได้ แต่ผมมีความรู้สึกว่าเขาเป็นเด็กเปี๊ยกอยู่ตลอดเวลา แล้วผมก็ชอบความรู้สึกนั้นมากๆ ลูกๆก็ชอบความรู้สึกนั้นมากๆด้วย

หลายครั้งที่คนไม่รู้ว่าผมมีลูกแล้ว เวลาผมตอบปัญหาในคอนเทนต์ของผม มันก็จะมีคอมเมนต์ว่ามึงไปมีลูกก่อนดีกว่าไป มึงทำมารู้ดี ผมก็ไม่อ่านนะครับ ผมไม่ตอบโต้เพราะผมรู้สึกว่าเวลาใครที่วิพากษ์วิจารณ์เราโดยไม่รู้จักเราจริงๆ นอกจากมึงจะดูสะเหล่อแล้วมันยังดูน่าขบขัน จึงไม่ต้องเสียเวลาอธิบาย

ที่ผ่านมาผมไม่ได้โกหก และไม่ได้ซุกซ่อนแต่ผมแค่ไม่ได้บอก อย่างน้อยๆ ในมหาวิทยาลัยวันนั้นเขาก็รู้ว่านี่คือลูกผม เราไปในที่สาธารณะกันตลอดเวลา หรือบางทีด้วยความที่แกโตกันหมดแล้ว บางทีเราก็ไปดื่มไปดริ๊งก์กัน มันก็มีบางสายตานึกว่าผมพาเด็กมา ป๋าพาเด็กมา ก็อย่างที่บอกไปมึงไม่ได้รู้จักกูเลย สายตาของมึงนอกจากเป็นความสะเหล่อแล้วก็ดูน่าขบขันเพราะมึงไม่ได้รู้จักกูจริงๆ ซึ่งผมไม่แคร์









กำลังโหลดความคิดเห็น