“ณวัฒน์” เปิดใจร้าวลึก “ชาล็อต” ประกาศไม่คุยด้วยแล้ว ชี้เจ็บปวดสุดไม่ใช่ตัวน้อง แต่เป็นแฟนคลับที่ปกป้องผิดๆ โจมตีตนและองค์กร ลั่นถ้าไม่ไว้ใจกันก็ต้องเคารพการตัดสินใจ เผยอีกฝ่ายยังไม่ตอบเรื่องต่อสัญญา พร้อมพิสูจน์ว่าบริษัทอยู่ได้แม้ไม่มีใคร อยากให้ลองปรับตัว อย่ามีความลับเยอะ บอกตอนนี้ไม่ขึ้นรถกองแล้ว
สถานการณ์ความสัมพันธ์ระหว่าง “ณวัฒน์ อิสรไกรศีล” กับ “ชาล็อต ออสติน” ยังคงอึมครึมกันอยู่ เพราะล่าสุดบอสณวัฒน์ได้มาเปิดใจถึงเรื่องนี้ในงานประกวดรอบตัดสิน มิสแกรนด์อุทัยธานี 2026 ณ ห้องบอลรูม CDC เจ้าตัวเผยว่าตั้งแต่วันที่จัดงานวันคล้ายวันเกิดให้ชาล็อตและมีการอบรมกันบนเวที ก็ยังไม่ได้พูดคุยกันอีกเลย ตอนนี้ตนเลือกที่จะไม่พูดเองแล้ว ปล่อยให้เจ้าหน้าที่เป็นฝ่ายจัดการ แต่สิ่งที่เจ็บปวดที่สุดคือแฟนคลับที่ปกป้องศิลปินในทางที่ผิด
“กับชาล็อตก็ตั้งแต่พูดกันบนเวทีวันนั้นผมก็ยังไม่ได้คุยกับน้องเลย น้องก็ยังไม่ได้เจอผม โดยหลักแล้วผมก็ให้ทางทีมช่วยกันพิจารณาว่าเราควรจะไปทางไหน และควรจะเตือนกันอีกไหมอย่างไร ควรจะปรับอะไรกันบ้าง ผมก็ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นช่วงสบายๆ สำหรับทุกคน ให้ทุกคนไปนั่งคิด ก็เลยเป็นช่วงที่ไม่ได้สื่อสารกันครับ แต่ติดต่อได้ทุกเวลาถ้าต้องการติดต่อ ไม่ได้ขาดการติดต่อ แต่เรียนตามตรงว่าตัวผมไม่ได้คุย คือถ้าผมสุดแล้วผมก็จะนิ่ง แล้วก็ให้เจ้าหน้าที่ดูแลกันไป
สิ่งหนึ่งที่สะเทือนใจและทำให้ผมไม่อยากคุย ไม่ใช่เป็นเพราะน้อง แต่เป็นเพราะแฟนคลับของน้องที่จู่โจมและโจมตีบริษัทมากเกินไป และผมเป็นซีอีโอของบริษัท มาโจมตีโดยตรงที่ผม มันเยอะเกินไป เป็นสิ่งที่บริษัทต้องมีมาตรการที่เราก็ไม่ยอมรับในสิ่งที่ปรามาสเรา ทุกคนเกิดมาได้ มีชีวิตอยู่ได้ และมีงานอยู่ได้ มันต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน เราไม่ได้บอกว่าเราไม่ได้พึ่งพาน้อง และเราไม่ได้บอกว่าน้องอยู่คนเดียวได้ หรือเราอยู่คนเดียวได้ แต่ถ้ามุมของแฟนคลับคิดว่าบริษัทไม่มีค่า ไม่มีความหมาย คนอย่างณวัฒน์ไม่มีความหมายใดๆ ทั้งสิ้นสำหรับศิลปินของตัวเอง
ศิลปินของตัวเองอยู่ได้ มันดังมาก เก่งมากที่สุดแล้ว ถ้าบริษัทขาดคนนี้จะอยู่ได้ยังไง คำพูดนี้เป็นคำพูดที่เจ็บปวด และเราพิสูจน์ได้ว่าเราอยู่ได้เท่านั้นเองครับ ก็ระมัดระวังด้วยนะครับ รักใครก็แล้วแต่ต้องมีเหตุและผล ความกตัญญูเป็นสิ่งหนึ่งที่แฟนคลับควรส่งเสริมให้ศิลปินมี ถ้าตราบใดที่แฟนคลับส่งเสริมความไม่กตัญญู ความไม่รู้บุญคุณและจุดเริ่มต้น รู้เฉพาะปัจจุบันและอนาคต มันก็เป็นเรื่องที่น่าเสียใจ และไม่ต้องไปตั้งกระทู้ด่าผมอีก ยิ่งด่าก็ยิ่งเงียบครับ”
เผยเข้าถึงเรื่องส่วนตัว “ชาล็อต” ยาก ในขณะที่บริษัทจำเป็นต้องรู้ทุกเรื่องของศิลปิน
“ถามว่าส่วนตัวผมกับน้องมีปัญหาอะไรไหมถ้าไม่นับเรื่องแฟนคลับ มีครับ เพราะเราเข้าถึงเรื่องส่วนตัวน้องยาก ดูแลอิงฟ้า วราหะ เราก็ต้องรู้เกือบทุกเรื่อง ดูแลกชเบล (ศรัณย์รัชต์ เผือกพิพัฒน์) เราก็รู้ว่าน้องอยู่กับใครยังไง มันเป็นเรื่องปกติ เพราะเป็นศิลปินเบอร์ที่ค่อนข้างมีความหมายกับบริษัท อย่างบางคนไม่ค่อยมีงานเราก็ไม่ไปจุกจิกจู้จี้ เราก็พยายามหางานป้อน แต่เราก็รู้หมดทุกอย่าง แต่ศิลปินเบอร์ที่เราต้องคอยดูคุณภาพ พฤตินัยและการสื่อสารมันสำคัญมาก เพราะศิลปินบางคนถือเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์หรือพรีเซ็นเตอร์ และบางคนกำลังทำงานบางงาน ซึ่งเราจะต้องดูว่างานนั้นจะต้องทำอะไรหรือไม่ทำอะไร จะต้องดูแลกันอยู่ตลอด”
ลั่นถ้าจะสืบก็สืบได้ชาล็อตป่วยอยู่ที่ไหน แต่ให้สิทธิ์อยากจะบอกก็บอก ไม่บอกก็แล้วแต่ เคารพในสิ่งที่เขาไม่ไว้ใจ
“แต่ตราบใดที่เราดูแลไม่ได้ เราไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วอยู่ที่ไหนและไม่มีใครรู้เลยว่าอยู่ที่ไหน มันก็ลำบาก อย่างช่วงที่น้องเจ็บไข้ได้ป่วย ทุกคนก็รู้จากสตอรี่ น้องเลือกที่จะโพสต์สตอรี่โดยที่ไม่บอกใคร พอเรารู้เราก็ตาม แต่น้องก็ไม่สะดวกที่จะบอก เราก็รู้สึกว่าถ้าคุณมีความลับกับเราขนาดนี้ เราก็คงยืนอยู่ห่างๆ แต่ถ้าจะสืบก็สืบได้ แต่เราให้สิทธิที่อยากจะให้บอก ถามว่าเป็นอะไรใครพามา ตอนนี้เป็นยังไง หมอคนไหนดูแล โรงพยาบาลไหน ซึ่งคำตอบก็คือไม่ ถ้าเขาไม่บอกก็แล้วแต่เขา ถ้าเขาไม่ไว้วางใจเรา ตราบใดที่คนเราไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกัน เราก็ต้องเคารพในสิ่งที่เขาไม่ไว้ใจ”
บอกควรต้องปรับที่ตัวเอง เรื่องของการไว้ใจองค์กรให้มากกว่านี้
“สิ่งที่เขาต้องปรับก็มีอยู่สองอย่าง ต้องปรับจูน ถ้าไม่ไว้วางใจองค์กร ไม่ไว้ใจผม ไม่เปิดใจที่จะบอกในทุกเรื่องแม้กระทั่งป่วยเพราะอะไร ใครพามา ถ้าไม่บอกยังไงเราก็เข้าไม่ถึง ซึ่งน้องเป็นแบบนั้น ก็ไม่เป็นไร นี่เป็นความชัดเจนของน้อง ส่วนแฟนคลับก็จะแรงอยู่เสมอ โพสต์ไปเรื่อยก็แล้วแต่ ถ้าพูดกันไม่รู้เรื่องก็ให้การกระทำเป็นผลที่จะก่อให้เกิดในอนาคต
ที่ผ่านมาเราก็อะลุ่มอล่วย และที่คนมองว่าชาล็อตเป็นลูกรัก คำว่าลูกรักหมายความว่าเราก็ดันงานนะ และเราก็เต็มที่นะ มีเหตุเกิดขึ้นมาเนื่องจากเหตุผลใดๆ ก็ตามที่ผ่านมาในอดีตก็กันเต็มที่ ช่วยเต็มที่ แต่ถ้าเกินการควบคุมบนสาธารณะ และบริษัท เออาร์ รวมถึงตัวผมไม่รู้เรื่องอะไรมากมายเกี่ยวกับตัวน้องก่อนหน้านี้มาพักนึงแล้ว ไม่ได้เกิดช่วงที่มีเรื่อง มันเกิดก่อนหน้านั้นแล้ว มันต้องไว้ใจกัน ตอนนี้น้องก็ไม่ยอมขึ้นรถกอง เพราะรถกองเรามีกล้อง หรือยังไงก็ไม่รู้เรื่องอะไรแต่ก็ทำงานกันได้ ทำได้เท่าที่ทำ อะไรที่ไม่สบายใจสมมติถ้ามันจำเป็นต้องใช้รถกองมันก็จะดีกว่า แต่ถ้าไม่ใช้เราก็ไม่รู้จะทำยังไง”
เผยสัญญายังเหลืออีกเกือบ 2 ปี ถ้าเลือกไม่ต่อก็เป็นสิทธิ์ที่ทำได้
“ถ้าเขาจะไม่ต่อสัญญา ก็แล้วแต่ครับ อันนี้ก็เป็นสิทธิส่วนบุคคลที่เขาสามารถทำได้ ก็เหลืออีกประมาณ 1 ปี 9 เดือน เกือบ 2 ปีก็เยอะอยู่นะ ถามว่าจะส่งผลกับการทำงานไหม คือศิลปินโดยปกติถ้าเราจะดึงสเต็ปขึ้นไปอีก มันต้องใช้เวลาในการดึง และการดึงมันส่งผล การรับผลของมันไม่ได้หมายความว่าทำเดือนนี้แล้วเก็บกินเดือนถัดไปแล้วจบ เวลาเราดึงขึ้นๆ อาจจะต้องใช้เวลาสัก 6 เดือน เวลาที่มีแสงมีความสำเร็จ แล้วเขาไม่อยู่กับเรา มันก็ลำบากใจ ก็ต้องเข้าใจว่าเป็นเรื่องกระบวนการทางการทำงาน ฉะนั้นเราก็จะดูในเชิงที่เป็นไปได้ เพราะเคยคุยกับน้องเรื่องต่อสัญญาแล้วเหมือนกัน คำตอบก็ยังไม่มี ก็ถามอยู่หลายครั้ง
ตอนนี้ผมก็ไม่ได้ถามด้วยตัวเองแล้ว ผมก็ให้ทีมงานถาม เพราะเราต้องวางแผน เพราะสัญญาเขากับอิงฟ้ามันไม่เท่ากัน อิงฟ้าจะทีหลังหลายปี เพราะฉะนั้นอยากให้เขาหมดพร้อมกันมากกว่า แต่ตอนนี้ยังไม่ตอบ ถามว่าเสียใจไหม ไม่เสียใจครับ มันก็เต็มที่ด้วยกันทุกฝ่าย แต่เราอยากให้เขาไปได้ดีกว่านี้ เพราะเขายังมีโอกาสไปได้ไกลกว่านี้อีกเยอะ เพียงแต่ถ้าเขาเชื่อมั่นและเคารพ คือคำที่จะพาไปที่ไหนก็ได้ที่ไกลแสนไกล ก็ไม่ต้องถึงขนาดกลับเนื้อกลับตัวหรอก แค่ลองปรับตัวเอง เราอย่ามีความลับเยอะ ช่วงจังหวะชีวิตมันสำคัญ อย่าคิดว่าตัวเองต้องดูแลตัวเองโดยที่ไม่มีมุมที่ทุกคนไม่เห็น อันนั้นก็เป็นสิทธิส่วนตัว
พอเราพูดอย่างนี้ แฟนคลับก็จะปกป้องเลยว่าแล้วไปยุ่งอะไรเรื่องส่วนตัวเขา มันมองคนละมุม พอมีแฟนคลับคอยสนับสนุนในมุมนั้น ก็เลยกลายเป็นว่าไปกันอีก ไม่หยุดไม่สิ้น แต่ถามว่าจะเคารพไหม ถ้าเป็นคนทั่วไปเราก็จะไม่ยุ่ง แต่เผอิญว่าศิลปินมันเป็นเรื่องของการขาย ภาพรวมในสาธารณะ มันจำเป็นอย่างมากที่เราจะต้องยุ่ง ไม่มีใครไม่ยุ่งหรอกครับ ลองไปดูคนทำศิลปินทุกคน เขาก็ดูหมดเลยทุกบริบทครับ”
ยอมรับกังวลเรื่องกระแสคู่จิ้นกับ “อิงฟ้า”
“จะให้คำตอบเมื่อไหร่ก็แล้วแต่น้องเลยครับ ตอนนี้ก็ให้เจ้าหน้าที่เขาดูแล สมมติสบายใจอยากจะอธิบายให้เราฟัง อยากบอกว่าอยู่ที่ไหน อยากจะบอกให้แฟนคลับเบาๆ หน่อย ก็บอกได้ทุกเวลา แต่เราคงไม่อยู่ในสนามรบของแฟนคลับที่รบไปเรื่อย ใช้ศัพท์ที่ไม่เพราะ บริษัทเราอยู่ได้ครับ ต่อให้ไม่มีใครเราก็อยู่ได้ เพราะเกิดมาชาตินี้จนถึงตอนนี้เกิดมาตอนแรกก็ไม่มีใครอยู่แล้ว เราเป็นเพียงคนที่มีมาร่วมกัน ก็อย่าคาดโทษกันว่าถ้าไม่มีใครแล้วบริษัทจะอยู่ไม่ได้ มันไม่จริงเพราะฉะนั้นการแสดงหรือการพูดบางอย่างมันต้องแสดงถึงการเคารพและการเชื่อมั่น ศรัทธาในตัวผมและบริษัทให้มากกว่านี้ครับ
ถามว่าจะเกิดปัญหาการทำงานร่วมกับอิงฟ้าไหม อันนี้ผมขออนุญาตไม่พูดแล้วกัน ถ้างานก็คืองาน ทุกคนก็ทำงานได้ดีในระดับนึง แต่นอกจากงานมันก็ต้องอาศัยอย่างอื่นด้วยหลังจากงาน แต่ตอนนี้ถ้าเป็นงานก็เป็นอีกชิ้นที่กำลังออนแอร์อยู่ เป็นส่วนของดิน ส่วนของเขาจะเป็นน้ำ ก็รออีกประมาณ 2 เดือนก็จะได้ออนแอร์ แต่ถามว่ากังวลการเป็นคู่จิ้นมีผลไหม มันก็ต้องยอมรับว่ามีผล มันเป็นเรื่องปกติของคนที่อาจจะไม่ได้สมูทไปด้วยกัน หรืออาจจะมองไม่ทะลุซึ่งกันและกัน ก็อาจจะเป็นปัญหา แต่อย่าไปโทษน้องๆ เขาเลยครับ”


