การซื้อประกันการเดินทางต่างประเทศ คือการเตรียมพร้อมรับมือกับความไม่แน่นอนทางการเงินที่อาจเกิดขึ้นนอกบ้าน แต่เมื่อเหตุการณ์ฉุกเฉินเกิดขึ้นจริง ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุ การเจ็บป่วยที่ต้องเข้ารักษาฉุกเฉิน หรือกระเป๋าเดินทางสูญหาย หลายคนมักสับสนและไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นจัดการกับการเคลมอย่างไร การทำความเข้าใจขั้นตอนที่ถูกต้องและเอกสารที่จำเป็นต้องเก็บรวบรวม ณ จุดเกิดเหตุ จะช่วยให้การเรียกร้องค่าสินไหมจากประกันการเดินทางต่างประเทศเป็นไปอย่างรวดเร็วและราบรื่น
1. การดำเนินการทันที ติดต่อศูนย์ช่วยเหลือ 24 ชั่วโมง
ขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุดเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินร้ายแรง เช่น ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลฉุกเฉิน, การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยกลับประเทศ คือการติดต่อศูนย์ช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง ของบริษัทประกันการเดินทางต่างประเทศทันที เบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉินพร้อมหมายเลขอ้างอิงกรมธรรม์ควรถูกบันทึกไว้ตั้งแต่ก่อนเดินทาง
การติดต่อศูนย์ฯ ทันทีจะช่วยให้:
• อาจได้รับการอนุมัติค่าใช้จ่ายล่วงหน้า : บริษัทประกันสามารถประสานงานกับโรงพยาบาลในต่างประเทศเพื่อยืนยันความคุ้มครองและจัดการเรื่องค่าใช้จ่ายได้ทันที ซึ่งในหลายประเทศ ค่ารักษาพยาบาลอาจมีราคาสูงมาก การได้รับอนุมัติล่วงหน้าจึงสำคัญต่อสภาพคล่องทางการเงิน
• ได้รับคำแนะนำ : ได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญถึงโรงพยาบาลหรือคลินิกที่เหมาะสมที่สุดในพื้นที่ โดยเฉพาะในประเทศที่มีกำแพงภาษา
การไม่ติดต่อบริษัทประกันก่อนเข้ารับการรักษาในกรณีฉุกเฉินร้ายแรง อาจทำให้การเคลมเป็นไปได้ยากขึ้น หรือต้องสำรองจ่ายไปก่อนในวงเงินที่สูง ซึ่งเป็นภาระที่ไม่จำเป็น
2. การเก็บรวบรวมเอกสาร หลักฐานที่ไม่ควรมองข้าม
ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์ใดก็ตาม การเก็บรวบรวมเอกสารหลักฐานให้ครบถ้วนถือเป็นหัวใจสำคัญของการเคลม เอกสารที่จำเป็นต้องมีสำหรับประกันการเดินทางต่างประเทศ ได้แก่
• กรณีเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุ : ต้องเก็บใบรับรองแพทย์ (ระบุการวินิจฉัยโรคอย่างละเอียด), ใบเสร็จรับเงินค่ารักษาพยาบาลต้นฉบับทุกฉบับ และประวัติการรักษา ทั้งหมดจากโรงพยาบาล
• กรณีทรัพย์สินสูญหายหรือกระเป๋าเดินทางล่าช้า : ต้องรีบทำ รายงานการแจ้งความ (Police Report) ที่สถานีตำรวจท้องถิ่น และขอเอกสาร Property Irregularity Report (PIR) จากสายการบิน ณ จุดรับกระเป๋า รวมถึงเก็บตั๋วเครื่องบิน พร้อมป้ายติดกระเป๋า (Baggage Tag) ไว้เป็นหลักฐาน
• กรณีการยกเลิกหรือเลื่อนการเดินทาง : ต้องมีเอกสารยืนยันความจำเป็นในการยกเลิก (เช่น ใบรับรองแพทย์ของผู้ป่วยหรือใบมรณบัตร) ใบเสร็จการจองทั้งหมดที่ถูกยกเลิก และหลักฐานการคืนเงินจากสายการบิน หรือโรงแรม (ถ้ามี)
ควรถ่ายสำเนาเอกสารสำคัญทั้งหมด รวมถึงหน้าหนังสือเดินทางและกรมธรรม์ของประกันการเดินทางต่างประเทศเก็บไว้แยกต่างหาก เพื่อป้องกันการสูญหายของเอกสารต้นฉบับในระหว่างเดินทาง
3. ระยะเวลาและขั้นตอนการยื่นเคลมที่ชัดเจน
หลังจากเดินทางกลับมาถึงประเทศแล้ว ให้รีบยื่นเอกสารเคลมกับบริษัทประกันการเดินทางต่างประเทศภายในระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งโดยทั่วไปคือ 30 วัน นับจากวันที่เดินทางกลับ การยื่นเอกสารครบถ้วนและถูกต้องตั้งแต่ครั้งแรกจะช่วยให้กระบวนการพิจารณาค่าสินไหมเป็นไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ได้รับเงินคืนตามความคุ้มครองที่ได้วางแผนไว้ การติดตามผลการเคลมอย่างสม่ำเสมอก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามเช่นกัน


